การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 761 ปลอมตัวเป็นคุณหนูจนชิงตั๋วสงสัย
คำพูดของต้วนชิงหมิงดูเหมือนจะผิดแปลกไป… การที่เขาปีนเข้ามาในจวน ต้วนชิงหมิงเห็นเป็นความผิดของนาง
เอง ถ้าองค์ชายชิงตั๋วเข้าใกล้นางเข้าไปอีกครึ่งก้าว คนที่ผิดก็ควรเป็นชิงตั๋ว!
องค์ชายชิงตั๋วได้ยินในสิ่งที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยออกมา สีหน้าของเขาพลันแดงระเรื่อ จากนั้นโค้งตัวคำนับ “ชิงตั๋วรู้ตัว
ดีว่าการทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่บุ่มบ่ามมาก… ชิงตั๋วขออภัยคุณหนูต้วนด้วย!”
เนื่องจากความสัมพันธ์ขององค์หญิงอวี้หลัวและต้วนชิงหมิง กับความสัมพันธ์ขิงชิงตั๋วกับต้วนชิงหมิง ต่างเรียกชื่อ
กันไปมาได้เลย แต่หลังจากเกิดเรื่องก่อนหน้านี้ขึ้นมา ทุกอย่างดูเหมือนเปลี่ยนแปลงไป เขาทั้งสองดูห่างเหินมิน้อย ทั้ง
การลอบปีนกำแพงเข้าจวนในครานี้ นับไม่เป็นสิ่งที่ไม่สง่างามเอาเสียเลย
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้วนชิงหมิงถูกพิษเข้า ย่อมเป็นฝีมือทางอ้อมขององค์หญิงอวี้หลัว ถึงแม้ชิงตั๋วรู้เต็มอกว่าต้วน
ชิงหมิงต้องต่อว่าเขา เขาก็ยินยอมรับทุกสิ่งโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว
ภายในห้องมีเสียงคนไปกระแอ่มเสียงเบาขึ้นมา เห็นชัดว่าเป็นการจงใจกดเสียงไอให้ตํ่า ทว่าฟังออกว่าลำคอนั้น
ต้องรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว
ชิงตั๋วฟังแล้วได้ก้าวเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว ด้วยอยากรู้เต็มใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกับต้วนชิงหมิงกันแน่!
หน้าต่างในห้องได้ถูกแง้มออกครึ่งบาน พอจะสอดสายตาเข้าไปเห็นสตรีนั่งอยู่ยนเก้าอี้ไม้ ด้วยท่าทางอย่างผู้ดี
ทำเอาคนที่มองล้วนมิกล้าดูแคลนในความงาม
ฝีเท้าของชิงตั๋วหยุดชะงักลง นั่นเป็นเพราะเขารู้มาโดยตลอดว่านางเป็นคนที่มีการศึกษา ส่วนเขายอมทำผิดเพื่อ
มามอบยาให้นาง หากการทำผิดของเขาในครั้งนี้สร้างเรื่องให้ต้วนชิงหมิงอีกครั้ง เกรงว่านี่อาจเป็นการยุติความสัมพันธ์ที่
ดีของพวกเขา
ชิงตั๋วไตร่ครองอยู่ไม่นานก่อนพูดอย่างแผ่วเบา “ชิงหมิง ครั้งนี้ข้าเป็นห่วงสุขภาพของเจ้าเหลือเกิน แต่กลับถูก
กีดกันเมินเฉย ปฏิเสธให้พบหน้าเจ้า จนใจข้าร้อนดั่งไฟแผดเผา จำต้องหาวิธีเข้ามาจวนต้วนให้จงได้ หวังว่าเจ้าอย่าได้
ต่อว่าตำหนิข้าเลย!”
ชิงตั๋วมิได้สนใจคำทัดทานของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ กลับเปล่งเสียงเรียก “ชิงหมิง” ดังขึ้น เพื่อต้องการดึงความสัมพันธ์ให้
กลับมาดีดังเดิม ทั้งยังคาดหวังให้ต้วนชิงหมิงออกมาตอบเขา ถึงสภาพร่างกายของนางในเวลานี้
ภายในห้องได้มีเสียง “ต้วนชิงหมิง” ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ก่อนนางจะพูดกระอ่อมกระแอ่ม “องค์ชายชิงตั๋ววางใจ
ได้… ทุกเรื่องเป็นเพราะองค์ชายห่วงใยหม่อมฉันเกินไปจึงต้องทำผิดกฏจวน ซึ่งนับว่าไม่ถูกต้อง เพียงแต่องค์ชายชิงตั๋วมี
ฐานะเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์และสูงส่ง การมาที่จวนต้วนแห่งนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ถือเป็นแขกของชิงหมิง… ตามหลักแล้ว
ชิงหมิงควรออกไปต้อนรับขับสู้และคารวะองค์ชายชิงตั๋ว น่าเสียดาย วันนี้ชิงหมิงร่างกายซูบผอมทั้งยังมีโรคในตัว กลัวจะ
ทำให้องค์ชายชิงตั๋วตระหนกไปเสียเปล่าๆ ดังนั้นจึงเชิญองค์ชายเข้ามาในเรือนเพื่อให้องคืชายสมความปรารถนา บัดนี้ชิง
หมิงได้บพองค์ชายเรียบร้อยแล้ว เชิญกลับได้เจ้าค่ะ!”
คำพูดนี้ออกมาจากปากต้วนชิงหมิงนั้นมีเหตุมีผล ทั้งพูดได้ยืดหยุ่น แม้ไม่มีคำใดตำหนิชิงตั๋ว แต่เขากลับกลับ
เสียใจอย่างบอกไม่ถูก เขาได้แต่กุมมือ ยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่เอ่ยตอบ
เพียงแต่นํ้าเสียงของต้วนชิงหมิงแหบแห้งที่ต้องพูดออกมายืดยาว จนนางรู้สึกทรมานไปหมด เมื่อสิ้นเสียงคำ
กล่าวลง นางได้กลับมาไออย่างรุนแรงอีกครั้ง ดูท่าจะทรมานมากขึ้นกว่าเดิมอย่างยิ่ง
สีหน้าของชิงตั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง เขาอยากก้าวเดินเข้าไปในห้องดูให้เห็นกับตา แต่เห็นเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำลังยกนํ้าชา
ไปให้ต้วนชิงหมิง จากนั้นลูบไหล่ลูบหลังให้นาง “ต้วนชิงหมิง” ไอไปด้วยและกำชับบางอย่างสองสามประโยค
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พยักหน้ารับทราบ และถอนเดินเปิดประตูแง้มออกมา
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เดินมาตรงหน้าต่าง หันไปพูดกับองค์ชายชิงตั๋ว “องค์ชายชิงตั๋ว คุณหนูกำชับบ่าวให้ออกมาขอบคุณ
องค์ชายที่มีนํ้าจิตนํ้าใจ ทว่าองค์ชายชิงตั๋วเป็นถึงองค์ชายผู้สูงส่ง มิควรปีนกำแพงเข้ามาในจวน หากเรื่องนี้แพร่สะพัด
ออกไปบางเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตขึ้นได้ หากองค์ชายยังอยู่ที่เรือนคุณหนูต่อไป ต้องทำลายชื่อเสียงของคุณชายเอง อีกทั้ง
ร่างกายของคุณหนูยังมิดีขึ้นเลย หวังว่าองค์ชายชิงตั๋วจะกลับไปก่อน รอให้คุณหนูดีขึ้นกว่านี้ ค่อยพบหน้ากันใหม่ได้
เจ้าค่ะ!”
หากชื่อเสียงขององค์ชายชิงตั๋วเสื่อมเสีย ชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงย่อมสูญเสียตามไปด้วย นางจึงต่อว่าตำหนิองค์
ชายชิงตั๋วที่ไม่สนใจใยดีในชื่อเสียงของนาง
หากได้ยินประโยคก่อนหน้านี้แล้ว องค์ชายชิงตั๋วไม่มีทางยอมกลับโดยมือเปล่าแน่แท้ มิอย่างนั้นก็ไม่ใช่องค์ชาย
ชิงตั๋วตัวจริงนะสิ!
ชิงตั๋วกล่าวโทษเสียงอ่อย จากนั้นถอยผงะลงไปสองก้าว ก่อนจากไป
แต่เมื่อองค์ชายกำลังจะก้าวเท้าออกไป เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้เรียกขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา จนองค์ชายรีบหันขวับกลับ
มา จนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตื่นเต้นจนใจแทบหยุดเต้น นางเห็นองค์ชายควักของบางอย่างออกมาจากสาบเสื้อ ยื่นด้วยมือสอง
ข้าง “นี่คือยาถอนสารพัดพิษจากต้าม่อ ตามที่ท่านหมอบอกสามารถรักษาได้เป็นกว่าร้อยโรค ชิงตั๋วตั้งใจนำมาให้ชิงหมิง
หวังว่าชิงหมิงจะรับมันไว้!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต้องกลํ้ากลืนความตื่นเต้นซ่อนไว้ส่วนลึก ก่อนหันหน้าไปหา “ต้วนชิงหมิง” ที่อยู่ด้านข้าง “องค์ชาย
ชิงตั๋วก็ทราบดี พิษในร่างกายคุณหนูได้ถอนไปแล้ว ตอนนี้ควรใช้เวลารักษาฟืนฟูร่างกาย ดังนั้นยานี้จึงมิจำเป็นต้องใช้
แล้ว ขอให้องค์ชายชิงตั๋วนำกลับไปด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
ชิงตั๋วได้ฟังก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ยานี้ชิงตั๋วตั้งใจนำมาให้ชิงหมิงโดยเฉพาะ ในเมื่อนำมาให้แล้ว ชิงตั๋วไม่มีทางนำ
กลับไปโดยเด็ดขาด… ถ้าชิงหมิงไม่รับยานี้ ชิงตั๋วจะเดินวนเวียนอยู่แถวนี้ จนกว่าชิงหมิงจะรับไว้!” `
นึกไม่ถึงเลยองค์ชายชิงตั๋วจะหัวแข็งขนาดนี้ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์สะอึกกับคำพูดของเขาจนอ้าปากค้าง ในเวลานี้ เสียง
“ต้วนชิงหมิง” ดังขึ้นมาอย่างช้าๆ “ในเมื่อองค์ชายชิงตั๋วนำยามาให้ ก็รับไว้เสียเถอะ… ชิงหมิงขอขอบคุณองค์ชายชิงตั๋ว
เป็นอย่างยิ่ง ในความปรารถนาที่มีให้… ต้องขออภัยที่ชิงหมิงมิอาจออกไปต้อนรับองค์ชายด้วยเจ้าค่ะ”
ชิวหนิงรับกล่องยาจากองค์ชายชิงตั๋วแล้วนำมายื่นให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ตรงหน้าต่าง “ต้วนชิงหมิง” ที่นั่งอยู่ในห้อง
หยิบยาขึ้นมาดูอย่างพินิจ จากนั้นได้วางลงในกล่องดังเดิม
ไม่นานนัก “ต้วนชิงหมิง” เกิดไออย่างหนักออกมา จนเสียงแหบแห้ง “ชิวหนิง ออกไปส่งองค์ชายชิงตั๋วด้วย!”
ต้วนชิงหมิงไม่ลังเลใจที่จะเชิญแขกกลับด้วยนํ้าเสียงเย็นชา จนชิงตั๋วรู้สึกกระอักกระอ่วนพูดไม่ถูก เดิมทีชิงตั๋ว
ตั้งใจมาหาต้วนชิงหมิงตามเสียงของหัวใจ แต่บัดนี้เมื่อได้เห็นเลือนลาง ใจกลับเสียใจขึ้นไปยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ได้เห็น
ชิวหนิงที่เดินตามหลังองค์ชายชิงตั๋วมาโดยตลอดเกิดเหงื่อแตกพล่านไปทั้งตัว นางยืนมองทุกการกระทำขององค์
ชาย และพูดเสียงเรียบนิ่ง “องค์ชายชิงตั๋ว เชิญตามชิวหนิงมาเจ้าค่ะ!”
องค์ชายก้มหน้าก้มตา หันหลังเดินตามชิวหนิงออกไปนอกเรือน
ในใจองค์ชายเต็มไปด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ จนไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง แต่ตอนนี้กลับ
มานึกๆ ดู เขากลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดแปลกไป
ข้อแรก บ่าวใช้ที่ชื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์บอกว่าพิษได้แทรกซึมเข้าร่างกายต้วนชิงหมิง จนเสียงแหบแห้ง พูดจาได้ยาก
ลำบาก ด้วยเหตุนี้ต้วนชิงหมิงควรนอนพักอยู่บนเตียง ทำไมนางถึงนั่งอยู่บนเก้าอี้เพื่อรอตอบกลับเขา?
ข้อสอง พิษในตัวต้วนชิงหมิงเกิดจาดพิษของค้างคาวที่แปลกประหลาด ตามที่ได้ยินพิษนี้อยู่ในร่างกายของนาง
มาระยะหนึ่งแล้ว พร้อมที่จะกำเริบให้คนสลบไสลจนไร้สติได้ทุกเมื่อ เพื่อรู้จักพิษชนิดนี้ ชิงตั๋วไปเปิดอ่านตำรามากมาย
เพื่อทำความเข้าใจ แต่ตอนนี้ ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะเสียงแหบแห้ง หรือท่าทางที่เป็นอยู่ ต่างไม่เหมือนลักษณะที่พิษร้ายจะ
แสดงออกมาได้
ส่วนข้อที่สาม ถึงแม้ชิงตั๋วกับต้วนชิงหมิงจะไม่ได้ไปมาหาสู่กันประจำ แต่ท่าทางและการพูดจาของนาง เขาก็พอ
จะรับรู้มาบ้าง ในความรู้สึกของเขา ต้วนชิงหมิงมักพูดอย่างเรียบนิ่ง แต่คนที่อยู่ในห้องกลับพูค่อนข้างเร็ว อีกอย่างความ
รู้สึกที่ชิงตั๋วสัมผัสได้มิใช่ความห่างเหิน แต่กลับเป็นความแปลกหน้าและเป็นกังวล
องค์ชายชิงตั๋วเกิดในราชวงศ์ จุดเล็กจุดน้อยระหว่างคนกับคนนั้นย่อมสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน สรุปแล้วองค์ชาย
ชิงตั๋วรู้สึกว่าต้วนชิงหมิงที่อยู่เบื้องหน้านี้ ไม่ว่าด้านไหนๆ ย่อมไม่เหมือนกับคุณหนูที่จิตใจมั่นคงและคุ้นเคยคนนั้น
ในทางกลับกัน ต้วนชิงหมิงที่อยู่เบื้องหน้ามีโอกาสเป็นตัวปลอมได้สูงมาก!
ส่วนทำไมต้องปลอมตัวเป็นต้วนชิงหมิง องค์ชายชิงตั๋วยังมิทราบถึงแรงจูงใจ แต่เขากลับรู้สึกได้ว่า สตรีที่พูดคุย
กับเขาเมื่อครู่มิใช่สตรีที่เขาเคยรู้จักมาตลอดคนนั้น
ทันใดนั้น ความสงสัยในใจพลันบังเกิดขึ้น องค์ชายชิงตั๋วมั่นใจว่าต้วนชิงหมิงที่อยู่ในห้องเป็นตัวปลอม!
องค์ชายชิงตั๋วจึงรีบหันขวับกลับไปในทันที สอดส่องสายตารอดเข้าไปในหน้าต่างที่แง้มไว้ครึ่งบาน เพื่อพิสูจน์ให้
ได้ว่าภายใต้ม่านที่พริ้วไหวอาจมองหาจุดผิดพลาดได้
ภายในห้องมีเสียงเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เอ่ยออกมาด้วยเสียงตํ่า “คุณหนูจะทนแบบนี้ไปทำไมเจ้าค่ะ… ท่านหมอกำชับแล้ว
กำชับหนา คุณหนูเพิ่งได้สติขึ้นมาก็กินอาหารรสเผ็ดร้อน ที่ทำร้ายร่างกายอย่างหนัก ตอนนี้คุณหนูควรนอนรักษาตัวอยู่
บนเตียง แต่ทำไมยังฝืนร่างกายลุกขึ้นมาพูดคุยกับ88ด้วยละเจ้าคะ?”
ได้ยินเสียงที่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดดังขึ้น จิตใจขององค์ชายพลันชะงักไปชั่วขณะ
ตอนนี้ ชิงตั๋วอยากทราบเช่นเดียวกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เหตุใดต้วนชิงหมิงร่างกายอ่อนแอหนักขนาดนี้ กลับยังฝืนลุก
ขึ้นจากเตียงมาคุยกับเขาอีก
พอเสียงไอของต้วนชิงหมิงดังชึ้นมาอีกครั้ง เสียงหายใจกระหืดกระหอบอย่างยากลำบากก็ดัวตามมา จนกระทั่ง
ชิงตั๋วที่ยืนอยู่ต้องกลืนนํ้าลายลงอึกใหญ่ ด้วยความรู้สึกลำบากที่นางได้รับ