การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 763 กลัวศิษย์มีข้าวกิน
ทั้งสามคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในถํ้าเพียงไม่กี่วันต่างมีตุ่มขึ้นเต็มไปหมดแล้ว จนอยากเกาตรงนั้นตรงนี้ไปเสียหมด ทว่ามิ
อาจทำได้ได้แต่ฝืนทนอย่างทุกข์ยากลำบาก
ต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นคนรักความสะอาด การที่ต้องซู่มอยู่ในถํ้าโดยไม่ได้ชำระร่างกายเป็นสิ่งที่ไม่สบาย
เนื้อไม่สบายตัวเป็นที่สุด ในที่สุดเรื่องก็ทำสำเร็จแล้ว ถึงเวลาต้องกลับไปอาบนํ้าอย่างสบายใจ และดำเนินการแผนถัดไป
ได้แล้ว
ท่านอาจารย์ยกมือขึ้นตบยุงตัวใหญ่ที่บินมากัดหน้าดัง “เปรี๊ยะ”
โดยปกติแล้ว ท่านอาจารย์จะกลัวยุงมากที่สุด จึงคิดค้นหาทางรักษาโรคจากยุงกว่าสิบวิธี แต่น่าเสียดาย ที่จมูก
ของค้างคาวไวต่อทุกสิ่งที่แปลกปลอม และเพื่อปกปิดมิให้พวกมันได้กลิ่น พวกเขาทั้งสามคนจึงไม่ได้ทาสิ่งกันฝูงยุง โดย
เลือกนั่งรอคอยค้างคาวอยู่หลายคืน
เหยียนหลิ่งอวี๋จับถุงที่ใส่ค้างคาวเข้ามาหนีบที่แขน ก่อนหันหลังกลับไปถามต้วนอวี้ “ตอนนี้เจ้าเตรียมตัวกลับแล้ว
หรือ?”
ต้วนอวี้หยักไหล่ผายมือ พูดออกไปว่า “ยังไงข้าก็ต้องกลับไปอยู่แล้ว มิอย่างนั้นท่านพี่ตื่นขึ้นมาคงต้องต่อว่าต่อ
ขานข้าอย่างแน่นอน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังพลันนิ่งงันอยู่ชั่วขณะ “เจ้ากลับไปคฤหาสน์นอกวังหลวงของข้าก่อน… ส่วนจวนต้วนพรุ่งนี้
ค่อยกลับแล้วกัน!”
“ทำไมละ?” ต้วนอวี้ถามอย่างกังขา
ในคำพูดที่สั้นกระชับของเหยียนหลิ่งอวี๋ทำให้ต้วนอวี้สัมผัสได้ถึงความอันตราย เขาจึงหันไปเอ่ยเสียงเย็นเยือก
“ข้าขอให้เจ้าบอกมาว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ เพราะหากข้าไม่รู้สถานการณ์ในจวนต้วน อาจทำให้แผนการของเจ้าพังลง
ได้!”
“อันที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรมาก พรุ่งนี้เป็นงานแต่งงานท่านพ่อของเจ้ากับฮูหยินคนใหม่ ข้าว่าจวนต้วนต้องคึกคัก
อย่างมาก ดังนั้นคืนนี้เจ้าควรพักผ่อนให้เต็มที่” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบ
ต้วนอวี้กะพริบตาปริบๆ “ท่านพ่อของข้าจะแต่งกับใครก็ช่าง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า ขอเพียงพี่ชิงหมิงปลอดภัย
เพียงผู้เดียว ข้าย่อมไม่สนความเป็นตายร้ายดีของจวนต้วนแม้แต่น้อย”
เหยียนหลิ่งอวี๋ปรายตามองต้วนอวี้ด้วยความรู้สึกชื่นชมยิ่ง ทว่าเขากลับหันมาตอบต้วนอวี้ “ต้วนอวี้แต่เจ้าอย่าลืม
สิ คนที่เจ้าไม่สนใจแยแส กลับเป็นคนที่ท่านพี่ของเจ้าให้ความสำคัญ……”
ที่จริงแล้ว คนที่ต้วนชิงหมิงให้ความสำคัญมีไม่มากหรอก มีเพียงต้วนอวี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ ต้วนเจิ้งและคนในจวนต้
วน
เพราะฉะนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋พูดได้ถูกต้อง คนที่ต้วนอวี้ไม่สนใจแยแส กลับเป็นคนที่ต้วนชิงหมิงให้ความสำคัญ
บัดดลนั้น ต้วนอวี้พลันนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใด
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่ ก่อนเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจ “เห้ย เหยียนหลิ่งอวี๋! ข้ากับท่านอาจารย์ช่วยเจ้าจับค้างคาวและงู
เรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนี้เจ้าควรบอกข้ามาแล้ว ที่จวนของข้าเกิดเรื่องใดขึ้น?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถือถุงใส่สัตว์สองชนิดชูขึ้น พร้อมกับยิ้มจางๆ “เรื่องนี้ง่ายมาก มีคนหวังให้ท่านพี่ของเจ้าตายๆ
ไปซะ และยังมีคนหวังให้ท่านพ่อของเจ้าแต่งงานไม่สำเร็จก็แค่นั้น!”
ทันใดนั้น หน้าผากของต้วนอวี้ย่นยับด้วยความกังวล
เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้พูดจาซับซ้อนจนต้องครุ่นคิดอยู่หลายตลบ แต่ถ้าพูดจาไม่ซับซ้อนก็เอาเอาคนยากที่จะหายใจ
หายคอได้ทั่วท้อง
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดออกมานั้นถูกต้อง มีคนหวังให้ต้วนชิงหมิงสิ้นลมหายใจ และมีคนหวังให้ต้วนเจิ้งไม่ได้
แต่งงานได้สำเร็จจริง
แต่ในสายตาของต้วนอวี้ เรื่องท่านพี่ของเขากลับมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นมากมาย
ต้วนอวี้สีหน้าเปลี่ยนไปและเอ่ยเตือนออกมา “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าคงไม่ได้อยากบอกข้านะว่าไม่ได้เตรียมแผน
รับมือเลย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋จ้องไปที่ต้วนอวี้พร้อมเอ่ยเสียงนิ่งเรียบที่สุด “บังเอิญว่ายังมีคนอยากให้ข้าตาย และมีคนอยากให้
ข้าแต่งงานด้วย ดังนั้นข้าจึงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องของท่านพี่ของเจ้าหรอก……”
ต้วนอวี้ฟังแล้วถึงกับกระโดดตัวโหยงด้วยความโกรธขึ้นมา
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยต่อไป “เพียงแต่ ข้าให้อั้นเยวี่ยเฝั้าดูท่านพี่ของเจ้าทุกฝีก้าว หากท่านพี่ของเจ้าเกิดเรื่องใดขึ้น
อั้นเยวี่ยต้องมารายงานข้า!”
ต้วนอวี้แอบกัดฟันกรอดๆ ในความมืด “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ากล้าปล่อยให้ท่านพี่ของข้าอยู่ในสถานที่อันตราย และ
ยังส่งคนเพียงหนึ่งเดียวดูแลนางอย่างนั้นหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สนใจท่าทางของต้วนอวี้ เขายังเลือกเอ่ยอย่างขึงขัง “เจ้าควรรู้นะว่า บางครั้งสถานที่ที่อันตราย
ที่สุดคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด!”
เช่นเดียวกับต้วนชิงหมิงที่อยู่ในจวนต้วนเวลานี้
ต้วนอวี้ได้แต่ชักสีหน้าและเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์
เหยียนหลิ่งอวี๋มือหนึ่งถือถุง อีกมือยกขึ้นโบกในอากาศ ครู่เดียว ชายชุดดำได้ปรากฏกายขึ้นในเงาแห่งความมืด
มิด เหยียนหลิ่งอวี๋ยื่นถุงในมือส่งให้ กำชับลงเสียงเบา “เอาไปให้อั้นเยวี่ย!”
ชายชุดดำยกมือสองข้างขึ้นรับถุง ก่อนหายจากไปความมืดมิด
เหยียนหลิ่งอวี๋เห็นว่าต้วนอวี้ยังเดินไปได้ไม่ไกล เขาจึงสาวเท้าเดินตามต้วนอวี้อยู่ข้างหลัง
ในใจของเหยียนหลิ่งอวี๋คิดว่าทั้งต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้ต่างก็รับมือยากกันทั้งคู่ โดยที่คนแรกยากจนไม่รู้จะรับมือ
อย่างไรดี ส่วนคนหลังเป็นทั้งศัตรูที่ฝีมือเทียบเท่าและสหายที่เคารพกัน… เมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋ต้องเผชิญกับสองคนนี้
เหมือนมีศัตรูที่ยากจะรับมือ!
แม้ว่าตอนนี้ต้วนอวี้อายุยังน้อย แต่เหยียนหลิ่งอวี๋กลับรู้สึกว่าเขาเหมือนผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ในร่าง
ของผู้ใหญ่ โชคยังดีที่ต้วนอวี้ไม่สนใจเรื่องอื่นใด นอกเสียจากสตรีเพียงสองคน ได้แก่ ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหราน
ต้วนอวี้ก้าวเท้าขึ้นมาสองก้าว พูดอย่างกระอักกระอ่วน “คนของจวนหนิงจะมาสร้างเรื่องด้วยใช่ไหม?”
หากจวนต้วนเกิดเรื่องขึ้นจริงต้องเป็นเรื่องที่ใหญ่โตอย่างแน่นอน ส่วนงานแต่งระหว่างต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนอาจ
เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ ซึ่งจะเป็นฝีมือคนตระกูลของติงโหรว หากนับลำดับญาติแล้วก็คือคนฝั่ายตระกูลอดีตภรรยาเอก
นั่นเอง
ต้วนชิงหมิงกับตู้ชิงหรวนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้นนางไม่มีทางพูดให้ตู้ชิงหรวนต้องเกิดลำบากใจ ทว่า
เวลานี้ต้วนชิงหมิงยังคงนอนสลบไสลอยู่บนเตียง เหมือนคนสิ้นใจไปแล้ว ถึงตอนนั้นคนจวนติงต้องมาสร้างเรื่อง
อาละวาดใหญ่โตอย่างเลี่ยงไม่ได้
ต้วนอวี้หาได้มีความหวาดกลัวไม่ แต่เขากลัวคนไม่หวังดีจะหยิบยกประเด็นนี้ไปทำร้ายต้วนชิงหมิง ยิ่งไปกว่านั้น
ยังใช้ไปเป็นเรื่องที่ทำร้ายคนจวนติงได้
ต้วนอวี้มิอยากให้ต้วนชิงหมิงต้องมาเกลือกกลั้วกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง และไม่อยากทำลายชื่อเสียงจวนต้วน ด้วย
เหตุนี้เขาต้องรักษาจวนต้วนที่เปรียบเสมือนสิ่งที่ต้วนชิงหมิงให้ความสำคัญ
เหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจฟังสิ่งที่ต้วนอวี้พูดออกมาอย่างตั้งใจ ก่อนเอ่ยขึ้น “คนจวนติงมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว อีกทั้ง
ได้สร้างเรื่องสร้างราวขึ้นมาแล้วด้วย!”
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็ยิ้มอย่างเย็นชา “พวกโง่เขลาเบาปัญญากันทั้งนั้น!”
ถูกคนหลอกใช้เป็นหนังหน้าไฟยังไม่รู้ตัวอีก คนจวนติงก็เเค่กลุ่มพวกไร้ปัญญาไตร่ตรองเสียจริง
“เจ้าวางใจได้ ท่านพี่ของเจ้าไม่เป็นอะไร!” เหยียนหลิ่งอวี๋ปลอบใจ
ต้วนอวี้จึงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ารู้แล้ว… เจ้าอุตส่าห์หลอกข้ากับท่านอาจารย์มาถึงที่นี่ โดยที่มิอยากบอกเรื่องราวที่
จวนต้วนกับข้าเลยหรือ!”
ต้วนอวี้มองเหยียนหลิ่งอวี๋ตาขวาง กัดฟันพูดต่อไป “ถึงแม้เจ้าไม่ได้เป็นคนดีเด่อะไรมากนัก แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าคง
หวังดีกับท่านพี่ของข้า มิอย่างนั้นหากท่านพี่เกิดเรื่องใดขึ้นกับนาง ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าลอยนวลแน่นอน!”
ต้วนอวี้แสยะยิ้ม เปล่งทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เพราะว่า เจ้าไม่กล้าพนันหรอก… หากท่านพี่ของข้าเกิดเรื่อง
ขึ้นโดยที่เจ้าไม่สนใจ จุดจบของเจ้าย่อมอเนจอนาถกว่านางเป็นร้อยเท่าพันทวีเป็นแน่!”
แต่เหตุผลต่างๆ มากมายนั้น มีเพียงข้อเดียวที่ต้วนอวี้สนใจคือต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหราน
ถึงเวลานี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ผินหน้ามองฟั้าเบื้องบนโดยไร้คำพูดคำจา
ต้วนอวี้เกิดเป็นห่วงต้วนชิงหมิงขึ้นมายิ่งนัก จุดนี้เหยียนหลิ่งอวี๋รู้อยู่แก่ใจดี
ต้วนอวี้นั้นเป็นคนที่รู้จักรอคอยโอกาสที่เหมาะสม แม้ว่าเขาจะโกรธเคืองเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นที่สุด แต่เหยียนหลิ่งอ
วี๋รู้ดีว่าเขาจะไปอยู่คฤหาสน์นอกวังหลวงตามที่บอกกล่าว และต้องเค้นถามถึงเหตุผลที่ไม่ให้ต้วนอวี้ไปจัดการเรื่องราวอี
รุงตุงนังที่จวนต้วน
นั่นเพราะเหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนอวี้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ทำทั้งคู่ พวกเรารู้ว่าสิ่งใดควรทำเวลาไหน
สิ่งใดควรตระเตรียมการล่วงหน้า
เมื่อท่านอาจารย์เห็นทั้งสองคนเดินนำหน้าคน อีกคนเดินตามหลัง ก็ฮึดฮัดขึ้นมา “ศิษย์ของข้าโกรธขึ้นมาแล้ว ข้า
ควรเข้าไปเอาใจถามไถ่ หรือควรหามุมหลบอยู่ในถํ้าโดยมิสนใจเอ่ยถามดีเอ่ย?”
ยามใดที่ต้วนอวี้โกรธเคืองขึ้นมา ย่อมมิปล่อยให้คนรอบข้างอยู่อย่างสุขกายสบายใจแน่ ซึ่ง “คนรอบข้าง” หมาย
รวมถึงคนที่ติดตามเขา คนที่ฐานะเทียบเท่าเขา และคนที่มีฐานะสูงกว่าเขา ยกตัวอย่างเช่น เหยียนหลิ่งอวี๋และท่าน
อาจารย์ เป็นต้น
ท่านอาจารย์ยืนนิ่งงันโดยไม่รู้จะเลือกทำสิ่งใดดี จู่ๆ เสียงของต้วนอวี้ได้ลอยเข้ามาในหู “ทำไมท่านอาจารย์ไม่
ตามมา หรือต้องการจะเป็นอาหารอันโอชะของฝูงยุง?”
ถึงแม้ท่านอาจารย์ไม่มานั่งซุ่มจับค้างคาวและงู เขาก็มียี่สิบกว่าวิธีที่จะไม่ให้ยุงมากัดร่างกาย แต่สำหรับเขาที่รัก
ลูกศิษย์คนนี้มากที่สุด ย่อมเห็นว่าคำพูดของเขาเป็นดั่งประกาศิตของฝั่าบาท… ไม่ถูกต้องนี่หน่า คำพูดเพียงประโยค
เดียวของศิษย์รักมีอำนาจประกาศิตมากกว่าราชโองการของฝั่าบาทเสียอีก
ท่านอาจารย์จึงเดินเข้าไปใกล้ๆ ต้วนอวี้อย่างรวดเร็ว “เห้อๆๆ ๆ ในที่สุดศิษย์รักก็นึกถึงอาจารย์ขึ้นมาเสียที”
ต้วนอวี้ตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้าคิดถึงท่านตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
ท่านอาจารย์รีบยกมือขึ้นมาขยี้จมูก ทำท่าทำทางมองท้องนภาเพื่อรักษาภาพ… อันที่จริง ต้วนอวี้คิดถึงท่าน
อาจารย์เสมอ โดยเฉพาะตอนที่ต้วนอวี้ไม่ดีใจ หรือเจอเรื่องราวที่ยากลำบาก!
ส่วนท่านอาจารย์นั้นมิได้สนใจในสิ่งที่คนอื่นซาบซึ้งใจหรือเคารพนับหน้า กลับสนใจเพียงว่าเมื่อใดที่ศิษย์รัก
ต้องการตัวเขาไปช่วยเหลือ นั่นถึงเป็นบทพิสูจน์ถึงความสำคัญของเขา
สรุปแล้ว การที่ท่านอาจารย์ยังได้รับคำขอร้องช่วยเหลือจากต้วนอวี้ นับเป็นคุณค่าและความสำคัญที่ต้วนอวี้มีให้