การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 764 แผนการของเหยียนหลิ่งอวี๋
ทางเดินบนภูเขาลำบากเป็นที่สุด เหยียนหลิ่งอวี๋กับท่านอาจารย์เป็นคนที่วรยุทธ์สูง แต่ต้วนอวี้กลับไม่เอาไหนเลย
เขาไม่เพียงแต่มองในความมืดได้ไม่ดี ทักษาะการเดินบนภูเขาก็ยังใช้ไม่ได้เรื่องอีก หากไม่ได้เหยียนหลิ่งอวี๋และท่าน
อาจารย์นำทางอย่างใจเย็น ปั่านนี้ต้วนอวี้คงเดินวนหลงทางอยู่ในความมืดนั่นแหละ
ต้วนอวี้ทอดสายตามองลงดูเมืองหลวงที่เงียบสงบยามคํ่าคืน พลันพูดขึ้น “ท่านอาจารย์ เหยียนหลิ่งอวี๋บอกว่า
ศิษย์ยังจะกลับไปจวนต้วนไม่ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าท่านอาจารย์จะกลับไม่ได้ใช่หรือไม่?”
ท่านอาจารย์พยักหน้ารับ “ใช่แล้ว ข้าไปไหนก็ได้ตามใจปรารถนา!”
ต้วนอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง “ท่านอาจารย์อย่างนั้น ช่วยศิษย์ไปดูว่าที่จวนต้วนเกิดอะไรขึ้นบ้างได้ไหม? อีกไม่กี่วัน
ศิษย์จะมีแม่เลี้ยงคนใหม่แล้ว ได้ยินมาว่าแม่เลี้ยงคนใหม่ปั่วยหนักอีกคน อยากให้ท่านอาจารย์ช่วยไปรักษาทั้งสองคน
พร้อมกันเลย!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ฟังออกว่าคำพูดของต้วนอวี้เต็มเปียมไปด้วยความห่วงใย
ท่านอาจารย์ได้ฟังก็รีบพยักหน้ารับ “ได้สิ ได้สิ… โรคร้ายแรงซับซ้อนเพียงใด อาจารย์อย่างข้าไม่มีที่รักษาไม่
ได้……”
พูดได้เพียงครึ่งเดียว ท่านอาจารย์ก็ยิ้มน้อยๆ ออกมา “ศิษย์เอ๋ย แต่ที่มาที่ไปของเเม่เลี้ยงคนใหม่เจ้าไม่ธรรมดา
อยู่ การที่อาจารย์ต้องไปช่วยนางนั้นต้องเปลืองแรงอยู่มิน้อย… หากรักษานางหาย เจ้าจะต้องตามไปอยู่ข้าระยะหนึ่งได้
ไหม?”
พรสวรรค์ทางการแพทย์และความจำที่เป็นเลิศของต้วนอวี้ทำให้ท่านอาจารย์ประหลาดใจ เพราะปกติแล้ว คน
อื่นต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็มในการเรียนรู้ ทว่าเขากลับใช้เวลาเพียงแปดถึงสิบวันก็สามารถเรียนรู้ทุกอย่างจนหมดแล้ว อีก
อย่างเขายังเสนอแนะและปรับเปลี่ยนการรักษาให้ดีขึ้นอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ ท่านอาจารย์รักลูกศิษย์คนนี้มาก จนหวังอยาก
ให้ต้วนอวี้อยู่กับเขาไปด้วยทั้งชีวิต
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ท่านอาจารย์ต้องพะเน้าพะนอตามใจต้วนอวี้มาโดยตลอด ทั้งจะใช้บุญคุณนี้ในการรั้งต้วนอวี้ให้
อยู่กับเขา
ต้วนอวี้ยกมือกอดอก ชายตามองท่านอาจารย์ “อย่างนั้นอาจารย์จะรักษาหรือไม่รักษา?”
“รัก… รักษา รักษาแน่นอน!” ท่านอาจารย์รีบผงกหน้าแทบไม่ทัน
ต้วนอวี้เป็นคนปากร้ายใจดี หากท่านอาจารย์ไม่รักษา เขาย่อมหาทุกวิถีทางในการเล่นงานท่านอาจารย์ แต่บัดนี้
ท่านอาจารย์ยอมช่วยรักษาแต่โดยดี เขาจึงพูดอะไรได้ไม่มาก
ต้วนอวี้นั่งพิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย ก่อนตอบเสียงเรียบ “ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ท่านอาจารย์จะให้ไปอยู่ด้วยนั้น มีอะไรดี
อย่างนั้นหรือ?”
ท่านอาจารย์หัวเราะคิกคัก “ก็ไม่มีอะไรดีหรอก เพียงแต่ว่ายาโรคที่ซับซ้อนยากรักษาต้องใช้ยาสูตรพิเศษกว่า
ปกติหน่อย!”
ต้วนอวี้จึงเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “อาจารย์อยากให้ศิษย์ช่วยแก้สูตรพิษใช่ไหม?”
ท่านอาจารย์แย้มยิ้มโดยไม่เอ่ยวาจาใด
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นมองอย่างเชื่องช้า “อยู่ในเมืองหลวงเป็นเวลานาน บางครั้งไปออกไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นบ้างก็
ดี… ครั้งก่อนอาจารย์พูดว่าที่อยู่ตรงนั้นอยู่ใกล้ภูเขาใดกัน?”
ท่านอาจารย์ตอบว่า “อยู่ที่ภูเขาอู่เฟิง”
ต้วนอวี้พยักหน้า “อ๋อ ศิษย์รู้แล้ว ภูเขาอู่เฟิงนั่นเอง… หากมีเวลาว่างต้องไปหาอาจารย์อย่างแน่นอน”
ตั้งแต่ที่ต้วนอวี้ย้อนเวลากลับมาในยุคโบราณ เขาต้องประสบเรื่องราวต่างๆ มากมายนับมิถ้วน ตอนนี้หากเขามี
เวลาได้ไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตา ก็นับได้ว่าไม่เสียเที่ยวที่ได้ย้อนเวลากลับมา!
เมื่อท่านอาจารย์ฟังก็พูดด้วยสีหน้าเบิกบาน “ดีๆๆ ข้าจะพาศิษย์ไปเอง!”
ต้วนอวี้ส่ายหน้าปฏิเสธ “แต่เกรงว่าปีนี้ยังไปไม่ได้!”
“แล้วปีหน้าละ?” ท่านอาจารย์เอ่ยถามอย่างมีความหวัง
“ปีหน้าเกรงว่าก็ยังไม่ได้!” ต้วนอวี้ยังคงปฏิเสธ
ถึงตอนนี้ท่านอาจารย์ได้แต่มองต้วนอวี้ตาละห้อย โดยไม่เอ่ยคำใด
ต้วนอวี้จึงพูดอย่างจริงจัง “ปีนี้ศิษย์ต้องสอบจอหงวน หลังจากสอบเรียบร้อยแล้ว ต้องหมั้นหมายกับสตรีที่หมาย
ปอง… ปีหน้าศิษย์ต้องแต่งงานกับนางให้ได้!”
ท่านอาจารย์สำลักนํ้าลายแทบไม่ทัน… ปีนี้หมั้นหมาย ปีหน้าแต่งงาน
การวางแผนของศิษย์รักช่างจัดสรรเต็มไปหมดแล้ว
“อย่างนั้นอีกสองปีข้างหน้า ภรรยาของเจ้าจะวางแผนคลอดบุตรใช่หรือไม่?” ท่านอาจารย์เอ่ยถาม
ต้วนอวี้ตอบเสียงเรียบ “ศิษย์คิดว่าหากนางยินยอมละก็ อีกสองปีข้างหน้า ศิษย์อยากพานางไปท่องเที่ยวให้ทั่ว
ต้าเซี่ย!”
ท่านอาจารย์ได้แต่ถอดใจโดยไม่รู้จะถามสิ่งใดอีก
ศิษย์ตัวดีของเขาคนนี้ ไม่กลัวฟั้าดิน ไม่กลัวใครหน้าไหนเท่านั้น ยกเว้นสตรีสองคนอย่างต้วนชิงหมิงและเชวีย
หนิงหราน
ส่วนตัวอาจารย์อย่างเขา ต้วนอวี้กลับไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากมายนัก
ในความมืดมิดนั้น สายตาของต้วนอวี้เปล่งประกายวับขึ้นมา ก่อนพูดขึ้นว่า “อันที่จริง คนที่ศิษย์ให้ความสำคัญมี
เพียงไม่กี่คน มีเพียงชิงหมิงและหนิงหราน… ขอเพียงพวกนางมีความสุข ศิษย์ก็ดีใจแล้ว!” `
คำว่า “ดีใจ” ของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป ความหมายที่ต้วนอวี้สื่อคือไม่ทอดทิ้งคนที่เขารัก
ท่านอาจารย์ยกมือขึ้นขยี้จมูก ไม่เอ่ยคำพูดใด
ตั้งแต่ที่ต้วนอวี้ไปอยู่กับท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เรียนรู้ที่จะทำสองอย่าง หนึ่งคือเชื่อฟังคำพูดของศิษย์ สองคือ
ยกมือขึ้นขยี้จมูก
หลังจากล่วงเลยไปสักระยะหนึ่ง ในที่สุดท่านอาจารย์ได้พูดขึ้น “เอาล่ะ เอาล่ะ เจ้าอยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ทั้ง
นั้น!”
ต้วนอวี้พรวดหัวเราะออกมาเสียงดัง “เรื่องจะไปหาท่านอาจารย์เมื่อไหร่นั้นไม่ต้องกังวลใจไป… คนดีอายุสั้น คน
ชั่วอายุยืน คนร้ายกาจอย่างท่านอาจารย์ต้องอายุยืนดั่งโบราณเปรียบเปรยแน่นอน!”
ท่านอาจารย์รีบมองค้อนขวับไปที่ต้วนอวี้หนึ่งที
เมื่อเดินลงมาถึงตีนเขา ทั้งสามคนได้แยกทางกัน ต้วนอวี้ตามเหยียนหลิ่งอวี๋ไปที่คฤหาสน์นอกวังหลวง ส่วนท่าน
อาจารย์ก็เดินทางแอบเข้าไปจวนต้วน เพื่อสืบดูว่าเกิดเรื่องใดที่นั่น
ทันทีที่เห็นท่านอาจารย์เดินทางไปแล้ว ต้วนอวี้จึงเงยหน้าทอดสายตาไปที่ท้องนภาอันกว้างไกล “พรุ่งนี้เรื่อง
คึกคักต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยกมีชี้ไปที่แสงรำไรที่ส่องขึ้นบนขอบฟั้า ก่อนพูดแก้คำของต้วนอวี้ “ไม่ ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่เปั้นวันนี้ต่าง
หาก เจ้าดูสิแสงอรุณของวันใหม่ได้สว่างไสวขึ้นแล้ว!”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับเห็นด้วย
วันใหม่ได้เดินทางมาถึงแล้ว ไม่รู้ว่าวันนี้จะมีเรื่องคึกคักใดเกิดขึ้นมาบ้าง
ต้วนอวี้รู้สึกลุ้นและตื่นตาตื่นใจ จนรอดูรอชมแทบไม่ไหวแล้ว
ต้วนอวี้กับเหยียนหลิ่งอวี๋ทั้งสองคนออกเดินทางไปด้วยกัน ทันใดนั้นชายชุดดำโผล่ขึ้นมาจากด้านหลังไปหยุดยืน
ทำความเคารพเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งอวี๋ ก่อนยื่นหน้าเข้ากระซิบกระซาบบางอย่างก่อนจากไปอย่างรวดเร็ว
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับมามองต้วนอวี้ด้วยสายตาแปลกๆ “ต้วนอวี้ ตอนนี้มีที่หนึ่งกำลังมีเรื่องสนุกเกิดขึ้น เจ้า
จะไปดูที่นั่นก่อนหรือไม่?”
ต้วนอวี้กะพริบตาอย่างฉงน “เจ้าบอกข้ามาก่อนว่าเกิดเรื่องสนุกอะไรขึ้นมา?”
“แม้ข้ายังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่สามารถบอกเจ้าได้คือความสนุกที่เกิดขึ้น เจ้าต้องชอบใจเป็นที่สุด!” เหยี
ยนหลิ่งอวี๋โน้มน้าว
เมื่อเห็นต้วนอวี้ยังคงครุ่นคิดอยู่ เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยเสียงเรียบ “เพราะว่าภายใต้การยุยงตะแคงรั่วขององครักษ์
ข้า องค์หญิงอวี้หลัวกับชิงตั๋วเกิดผิดใจกันขึ้นมาแล้ว!”
ทันทีที่เอ่ยถึงชื่อองค์หญิงอวี้หลัวและชิงตั๋ว สีหน้าของต้วนอวี้พลันแสดงความไม่พอใจเกิดขึ้น ก่อนหันไปพูดกับ
เหยียนหลิ่งอวี๋ “ข้าเบื่อที่สุดในการดูหมาสองตัวกัดกัน เรื่องสนุกแบบนี้ข้าไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มจางๆ ออกมา เพราะตัวเขาเองนั้นก็ไม่ชอบดูหมาสองตัวกัดกัน จึงเคารพการตัดสินใจของต้วนอ
วี้ไม่ไปดู
ต้วนอวี้ไตร่ตรองไปมาและใช้สายตาที่สงสัยมองไปยังเหยียนหลิ่งอวี๋ “อันที่จริง ชิงตั๋วฉลาดกว่าองค์หญิงอวี้หลัว
ไม่มากไปกว่ากันเท่าไหร่ แต่อยากให้สองคนนี้ผิดใจกันจริง นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าลองบอกข้ามาแต่โดยดี ว่าแอบใช้วิธี
การใด?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับว่า “เป็นเรื่องง่ายดายมาก องค์ชายใหญ่แห่งต้าม่อใช้ชีวิตท่านแม่ขององค์หญิงอวี้หลัว
ข่มขู่นาง ทำให้องค์หญิงต้องเชื่อฟังคำสั่งองค์ชายใหญ่ ช่วยจับตามองชิงตั๋วทุกฝีก้าว โดยที่เรื่องนี้ชิงตั๋วไม่รู้ตัวมาก่อน ข้า
จึงให้คนนำเรื่องนี้ไปบอกชิงตั๋วก็เท่านั้นเอง!”
ต้วนอวี้ได้ถามขึ้นอีก “องค์ชายชิงตั๋วต้องบอกชิงตั๋วว่านางถูกบีบบังคับให้ทำ เพราะว่าองค์หญิงอวี้หลัวรักพี่ชาย
ของนาง แต่พี่ชายอย่างชิงตั๋วกลับไม่ได้รักน้องสาวเยี่ยงนาง หากเป็นอย่างนี้แล้วละก็ เจ้าจะจัดการยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย สงสัยในตัวต้วนอวี้ว่ารู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร เขาจึงใคร่ครวญก่อนตอบออก
มา “องค์หญิงอวี้หลัวรักพี่ชายของนาง แต่พี่ชายของนางกลับไม่ใช่เช่นนั้น การที่สตรีคนหนึ่งรักบรุษคนใดเข้า แม้จะเป็น
พี่ชายแท้ๆ นางย่อมมีความอยากครอบครองออกมาอย่างชัดเจน สำหรับข้านั้นก็ไม่ได้ทำอะไรมากมาย เพียงนำเรื่องนี้ไป
บอกให้ชิงตั๋วรับรู้ ยิ่งองค์หญิงอวี้หลัวอยากครอบครองเขามากเท่าไหร่ นางยิ่งทำทุกวิถีทางกำจัดคนที่ชิงตั๋วให้ความ
สำคัญออกจากชีวิตเขาไปทีละคน!”
สายตาของต้วนอวี้หรี่เล็กลง เขาเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “คนที่องค์หญิงอวี้หลัวต้องการจำกัดหนึ่งในนั้น รวมถึง
ท่านพี่ของข้าด้วยใช่ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋รีบพูดเสริมขึ้น “ยังมีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอีกคน!”
“เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาเกี่ยวข้องกับชิงตั๋วด้วยเรื่องอะไร?” ต้วนอวี้กังขา
เหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยตอบว่า “เดิมทีสองคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันหรอก แต่ตอนนี้ชิงตั๋วอยากเป็นพันธมิตรกับเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ย!”
ต้วนอวี้เงียบอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นแสยะยิ้มขึ้นมา “เจ้าสามารถเอาเรื่องนี้ทูลฟั้องฝั่าบาทได้นี่หน่า หลังจากนั้นยืมมือ
ฝั่าบาทในการกำจัดเหยียนหลิ่งเจวี๋ย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ ข้าไม่มีทางบอกเสด็จพ่อเด็ดขาด เพราะว่าเขามีเสด็จพ่อคนเดียวกับข้า แม้ข้า
ไม่ชอบขี้หน้าองค์ชายใหญ่อย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ย แต่ยังไม่คิดเล่นงานเขา ทั้งไม่อยากเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยเร็วเกินไป……
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋เงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนตอบต่อไปว่า “ข้าแค่นำเรื่องนี้ไปบอกให้องค์ชายรองอย่างเหยียนหลิ่ง
รุ่ยรู้เท่านั้นเอง!”
“ไม่เลวนี่หน่า แผนการนี้เป็นวิธีที่เหมาะสม” ต้วนอวี้เห็นด้วย
ฝั่าบาทแห่งแคว้นต้าเซี่ย ย่อมไม่มีทางปล่อยให้องค์ชายที่อ่อนต่อโลกต้องตายไปต่อหน้าพระพักตร์ ทว่าองค์ชาย
รองที่อยากวัดความแข็งแกร่งกับองค์ชายใหญ่ว่าใครสูงใครตํ่า ย่อมทำทุกวิถีทางให้องค์ชายใหญ่ต้องจบชีวิตลง