การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 765 งานแต่งงานในจวนต้วน
การเดิมพันของเหยียนหลิ่งอวี๋ถือว่าถูกต้องแล้ว อย่างน้อยที่สุดในช่วงนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกับชิงตั๋วย่อมร่วมมือกัน
แต่เหยียนหลิ่งรุ่ยย่อมเสาะหาวิธีในการสืบข่าวการร่วมมือของสองคนนั้น เพื่อจัดการให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยถึงกับชีวิต
ภายในคราวเดียว
การต่อสู่กันในราชวงศ์นั้นเป็นสิ่งที่มีมานานตั้งแต่อดีตแล้ว หากอีกฝั่ายไม่ตาย คนที่ตายก็คือเขาเอง บัดนี้เหยียน
หลิ่งเจวี๋ยและเหยียนหลิ่งรุ่ยต่างต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายเพื่อให้อีกฝั่ายต้องพ่ายแพ้อย่างไม่มีได้หวนกลับมาอีก
ที่สำคัญการต่อสู้ของทั้งสององค์ชายทำให้คนอื่นๆ ต่างวุ่นวายกันไปหมด ทั้งฝั่ายองค์หญิงจิ่นซิ่ว ฝั่ายฮองเฮา
ขุนนางใหญ่น้อยของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและเหยียนหลิ่งรุ่ย รวมไปถึงคนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง มีสิทธิ์กลายเป็นหมาก
ด้วยกันทั้งสิ้น
แม้ว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้ยังไม่ปรากฏออกมา แต่การต่อสู่ย่อมมีผู้รอดชีวิตและผู้จบชีวิตลง การต่อสู้ในคราวนี้
ย่อมสั่นสะเทือนส่งแรงกระเพื่อมถึงราชสำนักต้าเซี่ยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าใครเป็นคนเริ่มศึกในครั้งนี้ คนที่เข้ามาร่วมวง
นั้นอาจจนชีวิตลงได้ทุกเมื่อโดยไม่รู้ตัว
ความสนิทสนมของบรรดาเหล่าราชวงศ์มิอาจใช้สายเลือดมาตัดสินได้ ผลประโยชน์ในราชวงศ์ล้วนทำให้ทุก
สายตาต่างจับจ้องตาเป็นมัน หากไม่ปล่อยวางความโลภโมโทสันที่อยู่ในใจลง จุดบสุดท้ายของชีวิตอาจเต็มไปด้วยความ
โศกเศร้าอาดูร
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดกับต้วนอวี้ว่า “ถึงแม้นี่จะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แต่สามารถทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องปวดหัวกุมขมับ
ไปช่วงระยะหนึ่ง เพื่อให้ข้าได้มีเวลาหายใจหายคอ ไปทำสิ่งที่อยากทำ… อย่างน้อยที่สุด เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะไม่มีเวลาว่าง
มาเล่นงานท่านพี่ของเจ้ายังไงล่ะ! ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ข้าอยากบอกเจ้าว่า หลิวยวนใกล้หมั้นหมายกับน้องสาวของข้าอย่าง
องค์หญิงจิ่นซิ่วแล้ว”
คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยการเสียดสีเหน็บแนมอยู่มิน้อย
แต่ไหนแต่ไร องค์หญิงจิ่นซิ่วตั้งใจเล่นงานต้วนชิงหมิงเพียงผู้เดียว เนื่องจากนางไม่ชอบให้ต้วนชิงหมิงมาข้องเกี่ยว
กับหลิวยวน
ในที่สุด องค์หญิงจิ่นซิ่วสามารถแต่งกับหลิวยวนได้แล้ว นั่นหมายถึงความปรารถนาของนางได้เป็นจริงขึ้นมา
ส่วนหลิวยวนนั้น ต้วนอวี้ยังไม่ถือว่าเกลียดชัง เพียงแค่ผิดหวังในตัวเขาเท่านั้นเอง
คนคนหนึ่งที่ซื่อสัตย์และจริงใจ กลับกลายเป็นคนทรยศผิดสัจจะอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับต้วนอวี้แล้ว ยังไม่เข้าใจ
คนแบบหลิวยวน แต่ในใต้หล้านี้ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ต้องเข้าใจทั้งหมด เเค่เลือกเรื่องที่อยากเข้าใจเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
แต่เมื่อต้วนอวี้นึกถึงสิ่งที่หลิวยวนทำกับต้วนชิงหมิง เขาได้แต่เบะปากและแสยะยิ้มออกมา “ช่างเป็นพี่ชายและ
น้องสาวเหลือขอ ที่มาจากต้าม่อเท่านั้นเอง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋เผยยิ้มโดยไร้เสียงหัวเราะ
ไม่นานนักรถม้าได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาทั้งสอง เหยียนหลิ่งอวี๋และต้วนอวี้ต่างกระโดดขึ้นไปข้างบน และรถม้าก็
ออกเดินทางต่อ
ต้วนอวี้ได้ถามเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นด้วยความฉงนใจ “เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้ารู้สึกแปลกใจยิ่งนัก ความสามารถของเจ้า
สามารถจัดการองค์ชายทุกคนได้อย่างสบายๆ และเป็นผู้กำชัย แต่หลายปีมานี้ เจ้ากลับอยู่นิ่งเงียบเป็นผู้ดูอยู่ห่างๆ หรือ
ว่าเจ้าไม่สนใจตำแหน่งสูงสุดในใต้หล้าอย่างนั้นเลยหรือ?”
ภายในรถม้าเงียบงันไร้เสียงคนพูดจา
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเสียนาน เหยียนหลิ่งอวี๋ได้เอ่ยด้วยเสียงอิดโรย “เจ้าคิดว่าเสด็จพ่อดูไม่ออกอย่างนั้น
หรือ? ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากต่อสู่แย่งชิงก็ทำได้เลย หากเจ้าไม่มีแผนการและกำลังที่มากเพียงพออย่าคิดเพ้อฝัน อีกทั้งทุก
อย่างล้วนอยู่ในสายตาของเสด็จพ่อทั้งหมด เพียงแต่ไม่เอ่ยออกมาเท่านั้น เพราะเสด็จพ่อยังมีจิตใจที่เหี้ยมโหดและเลือด
เย็น เพื่อรอดูว่าองค์ชายและขุนนางฝั่ายไหน จะสามารถรับหน้าที่อันหนักอึ้งอย่างการปกครองใต้หล้าได้ ถึงจะมอบ
บัลลังก์มังกรนี้ให้กับผู้นั้นอย่างสง่าผ่าเผย”
ต้วนอวี้หันมองเหยียนหลิ่งอวี๋ ในที่สุดเขาได้ถามคำถามที่อยากรู้จากใจจริง “เหยียนหลิ่งอวี๋ หากเจ้าไปยืนอยู่บน
จุดสุงสุดจะสามารถชี้ชะตาความเป็นความตายของผู้คนได้ทั้งหมด… อย่างนั้น เจ้ามิอยากได้รับเกียรติยศและอำนาจนั้น
กุมอยู่ในมือบ้างหรือ?”
เหมือนว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ยังมิอยากตอบคำถามข้อนี้ เขาจึงนิ่งเงียบสักพักหนึ่ง ก่อนอื่นขึ้นว่า “ตำแหน่งนั้นมี
ประโยชน์อะไรกันเล่า จุดสูงสุดเหนือคนใต้หล้า อำนาจท่วมท้นทุกชีวิต กลับต้องแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวที่สุดในชีวิต
เช่นกัน… ในชีวิตของข้าโดดเดี่ยวมานานมากเกินไปแล้ว ข้าอยากใช้ชีวิตกับใครสักคนหนึ่งให้อบอุ่นในชีวิตที่เหลือต่าง
หาก!”
“เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าไม่เคยได้ยินมาก่อนหรือยังไง ต่อให้เจ้าไม่อยากแก่งแย่งกับองค์ชายคนอื่น แต่ในสายตาของ
พวกเขา เจ้ากลับเป็นศัตรูไปโดยปริยาย!” ต้วนอวี้กล่าว
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงตอบด้วยสีหน้าเปือนยิ้ม “หลังจากที่ถูกพิษในครั้งก่อน องค์ชายที่เหลือก็มองข้าเป็นคนไร้ค่า ไร้
พิษสงต่อพวกเขาไปแล้ว”
ต้วนอวี้ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “เจ้าก็รู้ว่าไม่ใช่แบบนั้น องค์ชายพวกนั้นไม่ได้คิดว่าเจ้าจะยอมทิ้งทุกอย่าง เพราะเจ้า
ถูกวางยาพิษหรอก เพราะในใจพวกเขาคิดเสมอ หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ถือเป็นอันตรายที่สุด”
นํ้าเสียงของเหยียนหลิ่งอวี๋เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ใช่แล้ว ยังไงข้าต้องปั้องกันตัวเองให้ดี มิให้คนพวกนั้น
ข่มขู่คุกคามและมาทำร้ายได้!”
ต้วนอวี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ
หากเหยียนหลิ่งอวี๋ยอมถอยไม่สู้องค์ชายคนอื่น แต่ศึกระหว่างองค์ชายด้วยกันนั้น ไม่มีทางสนใจญาติพี่น้องหรือ
สายเลือดเดียวกันทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีทางปล่อยให้ศัตรูที่กล้าแกร่งอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋ลอยนวล โดยไม่จัดการให้สิ้น
ซาก มีหรือจะยอมปล่อยให้เขาไปมีชีวิตอิสระตามที่ต้องการ
คำพูดของเหยียนหลิ่งอวี๋ฟังดูไม่เพียงพอที่จะแลกมากับชีวิตที่สงบสุขที่เขาต้องการ เนื่องจากฐานะที่สูงส่งของเขา
ไม่มีทางที่องค์ชายอื่นจะยอมปล่อยให้มีชีวิตอิสระอย่างแน่นอน
ต้วนอวี้หาวออกมาเบาๆ จากนั้นก็พูดออกมาอีกประโยคหนึ่ง
ภายในรถม้าเงียบสงบขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองคนต่างเหนื่อยล้ามาหลายคืนติดกัน จึงขอใช้เวลาที่เหลือพักผ่อนเอา
แรง
รุ่งอรุณแสงของวันใหม่กำลังโผล่ขึ้นจากขอบฟั้าสาดแสงทองอุไรไปทั่วทุกพื้นที่ รถม้าก็ยังคงวิ่งต่อไปตามทาง
แหวกผ่านความมืดมิดสู่แสงสว่างของวันใหม่
ภายในจวนต้วนกำลังจัดงานแต่งงานกันอย่างคึกครื้น
เนื่องจากตู้ชิงหรวนมิได้อยากจัดงานให้เอิกเกริกนัก คนที่ร่วมงานจึงมีเพียงพี่น้องและสหายของต้วนเจิ้ง ที่เหลือก็
เป็นสหายของตู้ชิงหรวน
ส่วนญาติฝังตู้ชิงหรวนไม่มีใครมาร่วมงานเลยสักคนเดียว เห็นเพียงที่นั่งอันว่างเปล่าไร้ผู้คน
ทุกอย่างในงานแต่งได้จัดต้อนรับแขกเหรื่อไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งานมงคลในวันนี้ ตู้ชิงหรวนสวมชุดลายบุปผา เดินออกมากับบ่าวใช้จวนตู้ที่ชื่อหนิงเจี๋ย แทนที่จะเป็นชุนถาว
ต้วนเจิ้งนั่งไม่ติดกับที่เพื่อรอคอยเจ้าสาวอย่างใจร้อนอยู่ห้องโถง เมื่อเจ้าสาวสวมชุดแต่งงานสีแดงสดก้าวเดิน
ปรากฏตัว ต้วนเจิ้งถึงกับร้องเสียงหลงออกมา
นี่เป็นงานแต่งที่เขารอคอยมานานแสนนาน… ตั้งแต่วัยรุ่นเจ้าสาวที่เขาปรารถนามาโดยตลอดคือตู้ชิงหรวน ทว่า
โชคชะตาเล่นตลก ทุกอย่างสลับตัวผิดฝากันไปหมด แต่สุดท้ายชะตาชีวิตก็ให้เขาและนางได้กลับมาครองคู่กับสตรีที่อยู่
เบื้องหน้า
ช่วงที่ผ่านมานี้เกิดเรื่องราวมากมายขึ้นในจวนต้วน จนทำให้ต้วนเจิ้งรู้สึกเหนื่อยล้า ดังนั้นเขาต้องการจัดงาน
แต่งงานให้ใหญ่โต เพื่อล้างความวุ่นวายที่เกิดขึ้นให้หมดไป พร้อมกับเริ่มสิ่งใหม่ๆ
เมื่อเห็นตู้ชิงหรวนเยื้องย่างเข้ามาในงาน ต้วนเจิ้งรีบก้าวเท้าเข้าไปจับมือที่เย็นเฉียบของนางขึ้นมา
จนเขาสัมผัสได้ถึงมือที่สั่นระริกจนอดยิ้มออกมามิได้ เพราะนางยังไม่เคยผ่านงานแต่งงานมาก่อน ต่อให้อายุมาก
แล้ว ก็ยังมีความเขินอายตื่นเต้นอยู่ดี
เมื่อเห็นนางกำลังจะชนกับธรณีประตู ต้วนเจิ้งจึงเอ่ยขึ้น “ระวังธรณีประตูด้วย”
จากนั้นเขาได้ประคองตู้ชิงหรวนอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้องโถง
ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยคนคุ้นเคยกับต้วนเจิ้ง ส่วนใหญ่เป็นทหารที่ทำศึกมากับเขา คนเหล่านี้พอรู้จักตู้ชิงหรวน
อยู่บ้าง เมื่อเห็นต้วนเจิ้งมีความสุขขนาดนี้ ทุกคนจึงยิ้มแย้มส่งเสียงขึ้นมา “ท่านแม่ทัพยังคงเอาอกเอาใจเก่งเหมือนเดิม
เลย!”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ดูท่าปีหน้าจะได้มีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วกระมัง!”
มีทหารคนหนึ่งสัพยอกว่า “เห็นด้วย เห็นด้วย ท่านแม่ทัพคงมีลูกชายเพิ่มอีกคนแล้ว!”
พอทุกคนพูดเฮฮากันอย่างมีความสุข ทุกคนกลับพบว่าบุตรชายและบุตรสาวของต้วนเจิ้ง ไม่ได้มาร่วมงานแต่งใน
วันนี้ มีเพียงต้วนอวี้หรานที่ทำท่าทำทางมิอยากมาเข้าร่วมงาน ยืนหลบมุมอยู่เงียบๆ ด้วยคิดว่างานแต่งในวันนี้ไมได้
เกี่ยวข้องกับนางแม้แต่น้อย
การที่ต้วนอวี้หรานยอมมาร่วมงานแต่งของต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวน ย่อมไม่ได้มาเพื่อแสดงความยินดีแต่อย่างใด
นางต้องมาเพื่อรอดูอะไรสนุกๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน