การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 766 คนของจวนติงมาแล้ว
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปจนอึดอัดไปหมด
วันนี้เป็นงานมงคลของต้วนเจิ้ง แต่ว่าบุตรสาวภรรยาเอกอย่างต้วนชิงหมิงและบุตรชายภรรยาเอกอย่างต้วนอวี้
มิได้มาร่วมงาน
ไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่เห็นด้วยกับงานมงคลนี้ หรือว่ามีเรื่องอะไรทำให้มิอาจมาร่วมงานได้
หากเกิดเรื่องที่ทำให้ไม่สามารถมาร่วมงานมงคลได้ อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้
ทุกคนต่างหันหน้าซุบซิบ คาดเดากันไปต่างๆ นานา
การที่บุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชายภรรยาเอกจวนต้วนไม่มาร่วมงานนี้ อาจนับว่างานมงคลนี้ถือเป็นโมฆะ
เมื่อทุกคนคิดถึงจุดนี้เหมือนกันหมด ต่างก็เงียบงันทำให้งานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นในวันนี้กร่อยไป
ในสายตาของทุกคนอำนาจและตำแหน่งของบุตรสาวและบุตรชายภรรยาเอก มิอาจสามารถถอดถอน
เปลี่ยนแปลงได้
การที่ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งไม่ได้รับความเห็นด้วยจากบุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชายภรรยาเอก อาจไม่
ได้ส่งผลต่องานมงคลที่จัดขึ้นมากนัก
ตามหลักแล้ว งานมงคลในวันนี้ควรมีบุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชายภรรยาเอก ควรออกมาต้อนรับแขกเหรื่อ
ที่มาร่วมงานให้เห็นหน้าคาดตา แต่นึกไม่ถึงว่าทุกคนกลับไม่ได้เห็นแม้แต่เงาเลย
อย่างนั้น ชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่วของบุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชายภรรยาเอกจวนต้วน ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ทุกคนคงไม่ได้เห็นหน้าคาดตาแล้วกระมัง
เมื่อทุกคนคิดไปในทางเดียวกันแล้ว ต่างย้ายสายตาไปที่บุตรสาวรองจวนต้วนที่มาร่วมงานเพียงคนเดียว นั่นก็คือ
ต้วนอวี้หราน
เพราะว่านางมีฐานะเป็นบุตรสาวอนุจวนต้วน การที่นางมาร่วมงานในวันนี้ทำให้แขกเหรื่อต่างพากันสงสัยกังขา
กันไปทั่ว… หรือว่าตำแหน่งบุตรสาวลูกอนุสามารถแทนที่ตำแหน่งของบุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชายภรรยาเอกได้
นางจึงนั่งหน้าชื่นตาบานอยู่ในงาน?
ความคิดของคนเรานั้นยากจะห้ามได้ คำพูดของแขกที่มาร่วมงานกำลังหรือว่า บุตรสาวภรรยาเอกและบุตรชาย
ภรรยาเอกจวนต้วนไม่เห็นด้วยกับงานแต่งงานในครั้งนี้ จึงถูกบิดากักบริเวณมิให้มาร่วมงาน จนถึงตอนนี้ทุกคนก็ยังคาด
เดาไปต่างๆ นานา
ยิ่งไปกว่านั้น มีคนเริ่มคาดเดาไปเรื่อย… ในช่วงหลายวันมานี้ ต้วนชิงหมิงที่เป็นคุณหนูมีชื่อในเมืองหลวงหายตัว
ไป รวมถึงต้วนอวี้ยังเก็บหน้าเก็บเก็บตัวอีก ไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่เมืองหลวงหรือบนโลกนี้หรือไม่?
อีกทั้งคนที่ปรารถนาดีได้สังเกตเห็น ว่าหลังจากที่ต้วนชิงหมิงกลับจากงานเลี้ยงวันเกิดขององค์หญิงจิ่นซิ่ว นางก็
เอาแต่อยู่ในเรือนไม่ออกไปไหน ไม่รู้ว่าพิษที่ต้วนชิงหมิงถูกเข้าไปนั้น มาจากแม่เลี้ยงที่สวมชุดสีแดงสดผู้นี้หรือเปล่า?
ในงานแต่งงานของต้วนเจิ้งในเวลานี้ มีเสียงซุบซิบและคาดเดาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทว่าไม่มีใครกล้าที่จะสงสัยในตัว
เจ้าบ่าวคนใหม่
ต้วนเจิ้งที่เพิ่งเข้าพิธีงานแต่งงานเป็นที่เรียบร้อย ได้ยินเสียงเหล่านั้นจนเขาหน้าเสียขึ้นมา
พิษในตัวต้วนชิงหมิงได้เป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจของเขาตลอด ทว่าเขากับตู้ชิงหรวนคลาดกันมาสิบปีแล้ว เป็นสิบปีที่
เขารู้สึกผิดกับตู้ชิงหรวน จึงตัดสินใจที่จะจัดงานแต่งโดยที่ต้วนชิงหมิงยังไม่ได้ฟืนขึ้นมา เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของตู้
ชิงหรวน
แต่นึกไม่ถึงว่างานแต่งธรรมดาในครั้งนี้ กลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
สีหน้าของตู้ชิงหรวนโกรธจนหน้าซีดขาวไปหมดแล้ว
หากการคาดเดาผิดๆ ของแขกเหรื่อในวันนี้ได้แพร่สะพัดออกไป ชื่อเสียงของนางไม่เพียงปั่นปี หนำซํ้าชื่อเสียง
ของต้วนชิงหมิงก็พลอยเสียตามไปด้วย
เพราะในบัตรเชิญร่วมงานนั้น ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ได้ใส่ชื่อของพวกเขาลงในหลังบัตรเชิญ เพื่อแสดงว่าพวกเขา
เห็นด้วยกับงานแต่งงานในครั้งนี้
แต่สิ่งที่นึกไม่ถึงคือ ต้วนชิงหมิงสลบไสลไม่ได้สติ ต้วนอวี้ยังหายตัวไปอีก เรื่องราวที่ตระเตรียมเอาไว้ในตอนแรก
จึงต่างไปโดยสิ้นเชิง
ในระหว่างทำพิธี ตู้ชิงหรวนแทบอยากเปิดผ้าคลุมหน้าออก หวังเถียงคนที่สงสัยในตัวนางกลับไป แต่เมื่อนาง
กำลังจะยกมือขึ้นเปิด แรงที่มืออยู่กลับอ่อนแรงจนยกไม่ไหว
เสียงซุบซิบนินทา คาดเดาไปเรื่อย ทำให้นางยากจะอ้าปากโต้ความจริงกลับไป เพราะอย่างไรเสีย นางอยากโต้
กลับอย่างไรก็ไร้ผลอยู่ดี
ชั่วพริบตานั้น ตู้ชิงหรวนคิดได้ว่านางก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มิอาจเปลี่ยนแปลงความคิดของคนอื่นได้ จึง
เลือกเก็บความไม่พอใจและขัดเคืองเอาไว้ข้างใน
ด้านต้วนอวี้หรานเอาแต่นั่งดูอยู่เฉยๆ ไม่ว่าคนรอบข้างจะมีเสียงซุบซิบขนาดไหน ไม่ว่าแขกเหรื่อจะวิจารณ์เสียๆ
หายๆ เพียงใด นางยังคงนั่งนิ่งเงียบ โดยไม่แสดงความรู้สึก และพูดออกมาสักคำเดียว
เรื่องทั้งหมดในวันนี้ได้ถูกตระเตรียมมานานแล้ว… เริ่มจากใช้คำซุบซิบทำร้ายคน จากนั้นตู้ชิงหรวนจะโต้เถียง
สุดใจ ทุกคนเกิดความโกรธจนกลายเป็นการปะทะ กระทั่งสุดท้ายคนที่สำคัญอย่างต้วนชิงหมิงเกิดเรื่อง ทำให้ชื่อเสียงตู้
ชิงหรวนปั่นปีไม่เหลือชิ้นดี
ฮ่าๆๆ ๆ เรื่องทั้งหมดอยู่ในแผนที่ตระเตรียมมาทั้งหมด ส่วนต้วนอวี้หรานก็ทำเพียงนั่งดูอยู่เงียบๆ ไม่ต้องพูดอะไร
ไม่ต้องทำสิ่งใด รอจนสุดท้ายเขาเป็นผู้กำชัยในศึกครานี้
ทันใดนั้น ต้วนอวี้หรานได้ยินเสียงคนกัดฟันกรอดของตู้ชิงหรวนดังขึ้นด้วยความโกรธ นางจึงหันไปแสยะยิ้ม
ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องร้อน ทั้งหมดนี้เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น
เชื่อว่าอีกไม่นาน เหตุการณ์ในจวนต้วนต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ตู้ชิงหรวนจะกลายเป็นที่หัวเราะเยาะของทุกคน ต้
วนเจิ้งจะมิอาจรับได้กับเรื่องโศกนาฏกรรม เรื่องทั้งหมดนี้กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว`
ตู้ชิงหรวนแย่งตำแหน่งที่ควรจะเป็นของหลิวหรงไป ต้วนอวี้หรานจึงไม่มีทางปล่อยนางเอาไว้เด็ดขาด!
พิธีแต่งงานได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องสมบูรณ์
ในใจของตู้ชิงหรวนมิได้มีความสุขเหมือนที่เคยคิดไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว ในทางกลับกัน นางรู้สึกสับสน
กระอักกระอ่วนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
ตู้ชิงหรวนสั่นสะเทิ้มไปทั้งตัว เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้นที่ยังพูดไม่หยุด แต่บัดนี้นางได้กลายเป็นเจ้าสาว
คนใหม่โดยสมบูรณ์ จึงต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมต่อไปคือการเข้าห้องหอ มิใช่เลือกโต้เถียงกับแขกเหรื่อภายในงาน
ตู้ชิงหรวนรู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดีว่าใครต้องการเล่นงาน นางยังชื่นชมในความฉลาดเฉลียวของอีกฝั่าย ที่รู้ว่านาง
ไม่มีสิทธิ์อธิบายโต้กลับให้ทุกคนเข้าใจได้ จึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ถูกทำลาย
แต่สิ่งที่ตู้ชิงหรวนเป็นกังวลมากกว่าภาพลักษณ์และชื่อเสียง คือเรื่องที่ชุนถาวยังไม่เดินทางกลับมาอีก
เมื่อวานนี้ ชุนถาวรับหน้าที่ไปเอาหญ้าวิเศษกลับมาก่อนเช้าของวันนี้ ทว่านางไปจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นมีท่าที
กลับมาเลย
ตู้ชิงหรวนมิอยากคาดเดาในแง่ลบกับเรื่องราวที่เกินความคาดหมาย
เวลานี้ นางรู้สึกเหมือนเป็นสัตว์ตัวน้อย ที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดออกจากกรงที่ขังเอาไว้
งานแต่งงานในวันนี้ กำลังทำลายชื่อเสียงของนาง หากเลือกที่จะโต้กลับ นางคงต้องกลายเป็นเรื่องเล่าที่ถูกพูดถึง
ไปทั่วเมืองหลวง
หากนางเลือกสงบนิ่งปล่อยให้คำซุบซิบคาดเดาเกิดขึ้นไปเรื่อยๆ เชื่อว่านางแต่งงานในวันนี้ จะกลายเป็นขี้ปาก
ของผู้คนทั่วเมืองหลวง
สิ่งที่ตู้ชิงหรวนอยากรู้มากที่สุด คือคนพวกนี้ต้องการทำอะไรกันแน่?
หรือว่าต้องการทำลายงานแต่งงานในครั้งนี้จนไม่เหลือชิ้นดี?
ตู้ชิงหรวนหลับตาลงอย่างช้าๆ บังคับโสตประสาทให้ไม่ปรุงแต่งในคำพูดของแขกเหรื่อ นางเลือกคิดทบทวนสิ่งที่
เกิดขึ้นทั้งหมด ทันใดนั้น นางได้พรวดลืมตาโพล่งขึ้นมา… เปั้าหมายของอีกฝั่ายอยู่ที่ต้วนชิงหมิงต่างหาก!
ในจวนต้วนแขกเหรื่อมาร่วมตัวกันอยู่ในห้องโถง ขณะที่ข้างกายต้วนชิงหมิงกลับไม่มีใคร หรือว่าอีกฝั่ายต้องการ
ใช้โอกาสนี้จัดการต้วนชิงหมิงไปซะ?
พอตู้ชิงหรวนคิดมาถึงจุดนี้พลันร้อนรนใจขึ้นมา นางไม่มีทางยอมให้อีกฝั่ายเล่นงานต้วนชิงหมิงอย่างแน่นอน
ตู้ชิงหรวนลืมไปว่ากำลังอยู่ในพิธีแต่งงานและกำลังจะเป็นเจ้าสาวคนใหม่ นางหันหลังหมายวิ่งออกจากงานไป
บัดดลนั้น มีมือใหญ่ได้คว้าแขนของนางไว้ พร้อมยื่นหน้าเจ้ามากระซิบข้างหู “ตอนนี้ต้องควงแขนแลกดื่มสุรา เจ้า
จะรีบร้อนไปทำอะไร?”
สิ้นเสียงของต้วนเจิ้ง ทุกคนในงานต่างหัวเราะกันอย่างชอบใจ
เขาฉวยโอกาสนี้ยื่นจอกสุราเข้าปากตู้ชิงหรวน พลางเอ่ยเสียงเบาขึ้น “ดื่มมันลงไป!”
ภายในใจที่ร้อนรนดั่งไฟของตู้ชิงหรวน รีบดื่มสุราตามที่ต้วนเจิ้งบอก จากนั้นยื่นจอกเหล้าที่ดื่มหมดให้เขา ก่อนที่
แขกเหรื่อจะพร้อมใจส่งเสียง “ส่งเข้าเรือนหอๆๆ ๆ”
ตู้ชิงหรวนจำต้องเดินไปที่ห้องหอของนางกับต้วนเจิ้ง
จู่ๆ ได้มีเสียงร้องด้วยความโกรธเคืองดังขึ้นออกมาจากด้านหลัง “ช้าก่อน!”
นํ้าเสียงที่สูงปรี๊ดและดังสนั่นไปทั่วงาน ทำให้ทุกสายตาต่างหันกลับไปจับจ้องด้วยความฉงน
เพราะเป็นที่รู้กันว่า งานแต่งงานนั้นให้ความสำคัญกับฤกษ์ยามที่สุด ในเมื่อผ่านพิธีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ควร
เข้ามีเรื่องอื่นเข้ามารบกวน หรือต้องการทำลายงานแต่งให้ล่ม
ทุกสายตาต่างหันกลับไปจับจ้องคนที่เดินเข้ามา
ต้วนอวี้หรานหันมองดูเหตุการณ์ พร้อมกับยกนํ้าชาขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ
ต้วนเจิ้งหันกลับไปมองเสียงของสตรีคนนั้น และพลันขมวดคิ้วขึ้นมา
ตู้ชิงหรวนกำลังเดินไปที่ห้องหอ ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงสดที่ยังไม่ได้เปิดออก นางได้เห็นร่างของสตรีคนหนึ่ง
ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น กำลังเดินมาจากหน้าประตูจวน
แขกที่มาร่วมงานในวันนี้ บ้างก็รู้จักกับสตรีที่เดินเข้ามา จึงเอ่ยเสียงเบาออกมา “คนจวนติงมาแล้ว!”
ในที่สุด คนจวนติงก็มาแล้ว ช่างเลือกเวลาได้เหมาะเจาะ มาตอนที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกำลังหมายเข้าห้องหอพอ
ดิบพอดี
หรือว่าการมาของคนจวนติงเพื่อมาเอาผิดโดยเฉพาะ?