การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 767 มาเอาผิดโดยเฉพาะ
ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ฮูหยินติงโหรวได้จากโลกนี้ไปกว่าสิบปี การที่บุรุษคนหนึ่งจะแต่งงานใหม่กับภรรยาที่
จากไปแล้วกว่าสิบปีนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งต้วนเจิ้งสามารถรับภรรยาคนใหม่โดยไม่จำเป็นต้องถามความคิด
เห็นจากใคร แต่การมาของคนจวนติงอาจเพื่อต้องการขัดขวางและทำลายงานแต่งงานให้ไม่สำเร็จกระมัง
ปัญหาในเวลานี้คือ การรับภรรยาใหม่เข้าจวนต้วน เหมือนยังไม่ได้แจ้งให้คนจวนติงได้ทราบ ทำให้เกิดความรู้สึก
เดือดดาล ที่การแต่งงานในครั้งนี้ของจวนต้วน ไม่เห็นต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้มาร่วมงาน
ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ไม่อยู่ในงานนั้น มองในแง่ดีอาจเป็นไปได้ว่าต้วนเจิ้งไม่สนใจใยดีบุตรสาวและบุตรชาย
ภรรยาเอก มองในแง่ร้ายอาจเป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์ทางสายเลือดของจวนต้วนกับจวนติวนั้นขาดสะบั้นลงไปนานแล้ว
โดยไม่สนใจเอาใยดีจวนติงอยู่ในสายตา
เดิมทีคนจวนติงมิอยากให้ต้วนเจิ้งได้แต่งงานใหม่ แต่เมื่อเป็นไปอย่างนี้แล้ว อย่างน้อยก็ควรมีบุตรสาวและบุตร
ชายภรรยาเอกมาร่วมงานด้วยถึงจะถูกต้อง
ดังนั้นเมื่อแขกเหรื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝั่ายเป็นคนจวนติง ก็ยิ่งทำให้เกิดการคาดเดาสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีก
ทุกสายตาต่างหันไปจับจ้องตรงประตูจวนต้วน พร้อมกับเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาด้วยความเดือดดาลดั่งไฟแผด
เผา
คนกลุ่มนี้เดินเข้ามาใกล้เห็นได้ชัดว่าประกอบไปด้วยแม่นมและบ่าวใช้จำนวนหนึ่ง โดยมีสตรีอายุยี่สิบเจ็ด ยี่สิบ
แปดปี ใบหน้าสะสวย ท่าทางสูงศักดิ์ สวมชุดกระโปรงสีม่วงระยิบ ขลิบรอบชุดกระโปรงด้วยด้ายทอง เเขนเสื้อใช้ด้าย
แดงปักดอกบุปผาสองสามดอก เดินนำหน้าเข้ามา
สตรีผู้นี้แต่งตัวต่างไปกับสตรีในเมืองหลวง ซึ่งแสดงว่านางไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองหลวงเป็นนาน อีกทั้งคำพูดคำจา
นํ้าเสียงท่าทางต่างจากสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวง จึงรู้ได้ว่าฐานะของนางพิเศษอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาของนางสุกสกาวระยิบดั่งดาวบนท้องนภา ที่เปล่งแสงส่องประกายระยิบระยับ เส้นผมที่ดำขลับถูกรวบไว้
ด้านหลัง โดยมีปินหยกระย้าด้วยหยกรูปดอกบุปผาเสียบอยู่ที่ผม
เมื่อเห็นสตรีผู้นี้ก้าวเท้าเดินเข้าประตูมา ทุกสายตาต่างหันกลับไปจับจ้อง สายลมได้พัดชายกระโปรงของนางให้
พริ้วไหวไปตามการก้าวย่าง ส่วยนางเดินตรงเข้ามาในห้องโถง ชายตามองอย่างเย้ยหยัน ทำเอาบรรยากาศในงานเย็น
เยือกขึ้นมาในทันที
ยิ่งนางเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ ยิ่งชัดว่ามิใช่สตรีในเมืองหลวง ทั้งกลิ่นของเครื่องหอมก็แตกต่างอย่างชัดเจน
ท่าทางของนางเต็มไปด้วยความโกรธเคือง แต่แฝงด้วยความหยิ่งทระนง
ต้วนเจิ้งที่มีฐานะสูงศักดิ์กลับเกรงใจสตรีผู้นี้อยู่มิน้อย เขารีบพูดอย่างมีมารยาท “ที่แท้ก็คือฮูหยินรองจวนติงนี่เอง
กระผมเสียมารยาทที่ไม่ได้ออกไปรับด้วยตัวเอง!”
สตรีผู้นั้นเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าต้วนเจิ้ง พร้อมกับแสยะยิ้มเย้ยหยันให้เขา “นึกไม่ถึงเลย ใต้เท้าต้วนยังจำ
เชี่ยเซินได้ นับเป็นเกียรติของเชี่ยเซินยิ่งนัก!”
ต้วนเจิ้งขมวดคิ้วขึ้น “จวนต้วนกับจวนติงมีสายสัมพันธ์จากการแต่งงาน อีกทั้งหมิงเอ๋อร์และอวี้เอ๋อร์ก็ยังอยู่ที่นี่
ความสัมพันธ์ทางเครือญาติจะตัดขาดได้เช่นไร!”
ถึงแม้ต้วนเจิ้งจะไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนจวนติงบ่อยนัก เพราะด้วยระยะทางจวนติงห่างไกลจากเมืองหลวง ยิ่งไปกว่า
นั้นเขายังต้องกรำศึกสงครามอยู่ชายแดนหลายปี ทำให้ความสัมพันธ์อาจห่างเหินกันไปบ้าง แต่จากที่ต้วนเจิ้งกล่าว ขอ
เพียงต้วนอวี้กับต้วนชิงหมิงยังอยู่ ความสัมพันธ์เครือญาตินี้ตัดอย่างไรก็ไม่มีทางขาด
ฮูหยินรองจวนติงได้ยินต้วนเจิ้งพูด จึงเหน็บแนบกลับไป “ใต้เท้าต้วนยังจำความสัมพันธ์เครือญาติกับจวนติงได้
อยู่หรือ?”
“ฮูหยินรองพูดแบบนี้อาจจะไม่ถูกต้อง” ต้วนเจิ้งตอบด้วยสีหน้าหม่นหมอง
ทุกคนในงานเห็นต้วนเจิ้งถูกสตรีคนหนึ่งตำหนิต่อหน้าจนหน้าเสียไปหมด นางไม่รู้หรือว่าวันนี้มีงานมงคลเกิดขึ้น
ที่นี่
ฮูหยินรองจวนติงใช้มือจับชายกระโปรงยกขึ้นมา เดินเข้าไปยิ้มเย้ยหยันให้เขาอีกครั้ง “อันที่จริง จวนต้วนจัดงาน
มงคลที่นี่อาจไม่เกี่ยวกับจวนติงแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้เชี่ยเซินอยากถามเพียงแค่ข้อเดียวเท่านั้น บุตรสาวและบุตรชาย
ภรรยาเอกจวนต้วนอยู่ที่ไหน… งานแต่งงานที่น่ายินดีเช่นนี้ กลับไม่เห็นพวกเขามาร่วมงานแสดงความยินดีเลยหรือ?”
ที่แท้ คนจวนติงมาถึงที่นี่แล้วสิน่ะ
แขกเหรื่อที่มาร่วมงานแต่งนั้น ต่างรู้กันดีว่าภรรยาเอกจวต้วนเป็นคนตระกูลติง แต่น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ ติง
โหรวจากไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ เหลือเพียงต้วนเจิ้งดูแลบุตรสาวและบุตรชายของติงโหรว
ตอนนี้ จวนต้วนกำลังจัดพิธีแต่งงานรับภรรยาใหม่เข้ามา ทว่าสิ่งที่คนจวนติงถามกลับเป็นบุตรสาวและบุตรชาย
ภรรยาเอก ซึ่งทำให้ผู้คนต่างเกิดความฉงนสงสัยขึ้นมา
โดยคำถามแรก ที่นางยิงใส่ต้วนเจิ้ง เป็นคำถามที่ผู้คนต่างอยากรู้ไม่ต่างกัน ทุกสายตาจึงหันไปจับจ้องต้วนเจิ้ง
เพื่อรอคำอธิบายจากปากเขา
ต้วนเจิ้งฝืนยิ้มออกมา ผายมือเชิญสตรีผู้นี้เข้าไปด้านใน “เชิญด้านใน” จากนั้นเขาได้เอ่ยเสียงตํ่าขึ้นมา “ฮูหยิน
รองเดินทางรอนแรมมาแต่ไกล เชิญนั่งพักปั่อนเสียก่อนเถิด!”
จวนตู้กับจวนต้วนยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติต่อกัน ในขณะที่คนจวนติงได้ดองเป็นญาติกับจวนต้วนมา
นานนับสิบปีแล้ว คำพูดที่เกรงใจไว้หน้าจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม
ฮูหยินรองจวนติงไม่สนใจในสิ่งที่ต้วนเจิ้งเชื้อเชิญ นางกลับปรายตามองไปโดยรอบงาน แล้วถามอย่างเย็นเยือกขึ้น
“งานมงคลในวันนี้ มิได้จัดเตรียมที่นั่งให้คนจวนติงเลย… แต่ไม่เป็นไร เชี่ยเซินแค่ต้องการมาตามหาหลานสาวต้วนชิงหมิ
งกับหลานชายต้วนอวี้ พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน?”
ต้วนเจิ้งจึงตอบเสียงอ่อยกลับไป “ชิงหมิงปั่วยนิดหน่อย ส่วนอวี้เอ๋อร์ไปอยู่กับท่านอาจารย์ยังมิได้กลับมา!”
คนหนึ่งเกิดปั่วย คนหนึ่งยังไม่กลับจวน
ตอนนี้ฮูหยินรองจวนติงได้ยินชัดเต็มสองรูหูแล้ว นี่เป็นข้ออ้างที่สวยงามและดูดีที่สุด ทุกคนในงานจึงเริ่มกังขา
สงสัยถึงความผิดปกตินี้ขึ้นมา
“ถึงแม้เชี่ยเซินจะอยู่ที่อื่น แต่เรื่องราวในจวนต้วนมิใช่ว่าไม่รู้เลย เมื่อก่อนการที่จวนติงไม่ออกหน้าเข้ามายุ่งย่าม
เพราะใต้เท้าต้วนให้ความสำคัญกับความรัก แม้น้องสาวของเชี่ยเซินได้จากไปแล้ว แต่นางก็ยังมีบุตรสาวและบุตรชายไว้
ให้จวนต้วน การที่ใต้เท้าต้วนรับภรรยาใหม่ โดยปล่อยให้หลานสาวกับหลานชายต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก และไม่รู้ด้วยซํ้า
ว่าไปอยู่ที่ไหนอีก” ฮูหยินรองจวนติงประชดอย่างแรง
ต้วนเจิ้งถึงกับจุกอกจนตอบกลับไม่ถูกเลยทีเดียว
เมื่อก่อนคนจวนติงเห็นเขาปฏิบัติดีต่อชิงหมิงและต้วนอวี้ จึงไม่เข้ามายุ่งย่ามเรื่องในจวนต้วน แต่มาเวลานี้ การที่
เขาแต่งงานรับภรรยาใหม่ คนจวนติงกลับถามแต่เรื่องชิงหมิงและต้วนอวี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ต้วนเจิ้งหันมองไปรอบๆ งาน ได้แต่ถอนหายใจออกมา “ฮูหยินรองจวนติงเดินทางมาไกล นั่งพักผ่อนก่อนเถอะ
ประเดี๋ยวกระผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังเอง”
สายตาของฮูหยินรองจวนติงมองผ่านต้วนเจิ้งไปตกที่ตู้ชิงหรวน จากนั้นนางแแสยะยิ้มแรงๆ “ในเมื่อใต้เท้าต้วน
ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วน เหตุใดไม่ให้ภรรยาคนใหม่ออกหน้าอธิบายด้วยเล่า……”
การให้ภรรยาคนใหม่ออกมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วน เป็นการที่ฮูหยินรองจวนติงต้องการฉีกหน้าตู้ชิงห
รวน
เมื่อต้วนเจิ้งเห็นฮูหยินรองจวนติงเปลี่ยนเปั้าหมายไปเล่นงานตู้ชิงหรวน เขาก็รีบเข้าไปบังตัวนาง พร้อมเอ่ยอย่าง
ไม่ค่อยพออกพอใจ “ฮูหยินรองมีเรื่อใดก็ถามกระผมได้เลย ชิงหรวนสุขภาพไม่ดี วันนี้เพิ่งแต่งงานเข้าจวนต้วน จึงมิอาจ
ออกหน้าออกตาได้มาก”
สตรีที่เพิ่งแต่งงานใหม่นั้น ตามธรรมเนียมจะไม่ออกหน้าแก้ปัญหา เพราะอาจเกี่ยวโยงถึงชื่อเสียงและหน้าตาของ
นาง การที่ฮูหยินรองจวนติงบีบบังคับให้ตู้ชิงหรวนออกหน้าอธิบาย เป็นการฉีกหน้าตู้ชิงหรวนและไม่ไว้หน้าจวนต้วน
เรื่องนี้ ต้วนเจิ้งไม่มีทางอนุญาตให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
ฮูหยินรองจวนติงได้ยินที่เขาออกหน้าต้องการอธิบายชี้แจงแทน นางถึงกับแสยะยิ้มไร้เสียงหัวเราะ
เดิมที ฮูหยินรองจวนติงมิได้จงใจเล่นงานตู้ชิงหรวนหรอก แต่ต้องการบอกเตือนให้นางดูแลต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้
ให้ดี เพราะว่าฮูหยินรองจวนติงต้องการช่วยหลานสาวหลานชายทวงความยุติธรรมกลับคืนมา หาใช่สร้างเรื่องให้พวก
หลานๆ
แต่นึกไม่ถึงว่าต้วนเจิ้งจะปกปั้องตู้ชิงหรวนถึงเพียงนี้ ทำให้ฮูหยินรองจวนติงพลันเดือดดาลขึ้นมา
การกระทำของต้วนเจิ้งเป็นเหมือนจดหมายปริศนาที่ถูกส่งให้นาง บอกว่าเขาหลงใหลภรรยาใหม่หัวปักหัวปรำ มิ
สนใจใยดีความเป็นอยู่ของต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้แม้แต่น้อย
ฮูหยินรองจวนติงเป็นคนนิสัยตรงไปตรงมา จึงมิอาจทนเห็นความอยุติธรรมได้ ทันทีที่เห็นต้วนเจิ้งปกปั้องตู้ชิงห
รวนโดยไม่สนใยดีบุตรสาวบุตรชาย ในใจของนางถึงกับเดือดดาล ก้าวเข้าไปประชิดตัวตู้ชิงหรวน พูดอย่างดุดัน “การที่
เจ้าแต่งเข้าจวนต้วน ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ถามอะไรได้มาก แต่หลานสาวหลายชายของข้าไปอยู่กันที่ไหน ทำไมไม่มาร่วมงานแต่ง
ต้อนรับแขกเหรื่อในงาน?”
ทุกคำพูดของฮูหยินรองจวนติงช่างดุดันเชือดเฉือน อาจมองได้ว่าตู้ชิงหรวนกีดกันต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้มิให้มา
ร่วมงาน ไม่ก็มองได้ว่าตู้ชิงหรวนเป็นแม่เลี้ยงที่ไม่เอาไหน เพราะยังไม่ทันเข้ามาจัดการจวนต้วนเต็มตัว ก็แผลงฤทธิ์ไม่
สนใจใยดีหลานสาวหลานชายของนางแล้ว
การยิงคำถามนี้ให้ตู้ชิงหรวน เหมือนเป็นการจะบอกนางว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้ายยิ่งนัก
ความอิจฉาริษยาของภรรยา นับเป็นโทษอย่างหนึ่งที่สามีสามารถใช้ปลดภรรยาคนนั้นๆ ได้ทันที ส่วนผู้คนต่าง
ชิงชังภรรยาที่อิจฉาริษยากันแทบทุกคน หากคำพูดของฮูหยินรองจวนติงแพร่ออกไป แม้ตู้ชิงหรวนจะแต่งงานเข้าจวนต้
วนมาแล้ว ทว่าชื่อเสียงของนางก็อาจปั่นปีไม่เหลือชิ้นดีไปหมดสิ้นแล้ว!