การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 768 ตู้ชิงหรวนถูกจับตัว
เมื่อได้ยินที่ฮูหยินรองจวนติงพูดอย่างไม่เกรงใจ ต้วนเจิ้งถึงกับโกรธเคืองขึ้นมา เขาจ้องไปที่นางด้วยสายตา
ขัดเคือง “ฮูหยินรอง ท่านพูดเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!”
ในห้องโถงตอนนี้ ต้วนเจิ้งอยากให้งานแต่งในวันนี้ผ่านไปด้วยดี ทว่าฮูหยินรองจวนติงกลับมาสร้างเรื่องขึ้น ยิ่งเขา
อดทนอดกลั้นมากเท่าไหร่ นางยิ่งได้คืบเอาศอก ทำให้ความรู้สึกเกรงใจกลับกลายเป็นความโกรธเข้ามาแทนที่
ฮูหยินรองจวนติงหันหน้าจ้องเขาตรงๆ “ขอถามใต้เท้าต้วน เชี่ยเซินพูดอะไรเกินไปหรือ… เชี่ยเซินแค่ถามถึงหลาน
ชายกับหลานสาวเท่านั้น จึงอยากถามแม่เลี้ยงคนใหม่ว่าเหตุใดหลานชายหลานสาว จึงไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานด้วย
เล่า?”
ฮูหยินรองจวนติงสูดหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ “สหายของใต้เท้าต้วนมาร่วมงานในวันนี้ต่าง
รอคอยคำตอบกันทุกคน หากสิ่งใดที่เชี่ยเซินพูดเกินไปจะได้ใช้โอกาสนี้แก้ไขให้ถูกต้องต่อหน้าทุกคนเลย!”
คำพูดนี้ทำให้ต้วนเจิ้งหน้าแดงกํ่าขึ้นมา เพราะต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ไม่ได้อยู่ในงานแต่งวันนี้ ต่อให้มีอีกสิบปาก
ยังไงก็แก้ตัวไม่ขึ้น
ต้วนเจิ้งกำหมัดแนบแน่น กดเสียงให้ตํ่าลง “กระผมบอกไปแล้ว หมิงเอ๋อร์นอนปั่วยอยู่บนเตียง อวี้เอ๋อร์ไปหา
ท่านอาจารย์!”
“คำพูดแบบนี้มีแค่เด็กสามขวบเท่านั้นที่เชื่อกระมัง” ฮูหยินรองจวนติงแสยะยิ้ม
พอกล่าวจบฮูหยินรองจวนติงก็เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ในห้องโถง “วันนี้เชี่ยเซินมิกลัวจะพูดออกมาตรงๆ ใต้เท้าต้วน
หากไม่เห็นหน้าหลานชายกับหลานสาว เชี่ยเซินจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น!”
ฮูหยินรองจวนติงเอ่ยออกมาขนาดนี้ ทุกคนในงานต่างอ้าปากค้างกันไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรดี คนที่สนิทกับต้วน
เจิ้งเริ่มตำหนิฮูหยินรองจวนติงที่ทำเกินไปแล้ว อย่างไรเสีย รอให้พิธีแต่งงานเสร็จสมบูรณ์ก่อนพูดเรื่องส่วนตัวก็ยังมิสาย
บางคนคิดว่าต้วนเจิ้งทำไม่ถูกต้องที่ไม่ให้ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้มาร่วมงาน ทางเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้มี
เพียงวิธีเดียว คือต้องให้ทั้งสองคนปรากฏตัวขึ้นมา เพื่อหยุดการกระทำของฮูหยินรองจวนติง
คนส่วนใหญ่นั้นต่างนิ่งเงียบ ดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ออกความคิดเห็นใดๆ
ส่วนต้วนอวี้หรานก็ทำตัวเหมือนคนส่วนใหญ่ในงาน
นางนั่งมองต้วนเจิ้งที่โกรธเคืองและฮูหยินรองจวนติงที่ไม่ฟังใคร ต่างหันมองไปที่ตู้ชิงหรวนเป็นสายตาเดียวกัน
ต้วนอวี้หรานนั่งหัวเราะเยาะตู้ชิงหรวนที่ยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
ตู้ชิงหรวน… เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำผิดไปแล้ว? เสียใจไหมกับสิ่งที่เกิดขึ้น? แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว!
งานแต่งงานที่วุ่นวายโกลาหล กำลังเป็นที่ซุบซิบนินทาของคนมาร่วมงาน จนตู้ชิงหรวนถึงกับอับอายทำตัวไม่ถูก
ชุดแต่งงานสีแดงสดที่คลุมร่างของตู้ชิงหรวนเอาไว้ ช่วยปิดบังความอายให้ว่าที่เจ้าสาวคนใหม่ที่ไม่รู้จะแก้ไขเรื่อง
ราวอย่างไรดี
ไม่มีผู้ใดในงานล่วงรู้ว่า แท้จริงแล้วการที่ตู้ชิงหรวนทำอะไรไม่ถูก มิใช่เพราะการมาสร้างเรื่องของผู้หญิงร้องจวน
ติง แต่เพราะนางไม่อยากขยับเขยื้อนตัว และพูดออกมาต่างหาก
เดิมทีตู้ชิงหรวนอยากอ้าปากเถียงกลับฮูหยินรองจวนติงเต็มประดา ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุใด นางอ้าปากแล้วเสียงพูด
กลับมิออก
ตู้ชิงหรวนใช้มือข้างหนึ่งจับชีพจรของอีกฝังหนึ่ง ก็สัมผัสได้ถึงเส้นเลือดที่เต้นตุบๆ ไม่เป็นจังหวะราวกับเลือดใน
ตัวหมุนเวียนผิดปกติ ตู้ชิงหรวนจึงเอามือออก โดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่า สุรามงคลจอกนั้นที่นางเพิ่งดื่มไปมียาพิษผสมอยู่ จน
ทำให้เสียงนางหายไป
ยาพิษนั้นไม่เพียงส่งผลต่อกล่องเสียง ยังทำให้ตู้ชิงหรวนไร้เรี่ยวแรงราวกับเป็นคนอ่อนเปลี้ยเสียขา มิอาจพยุงตัว
ขึ้นมาได้
ตู้ชิงหรวนไม่รู้ว่าอีกประเดี๋ยวจะเกิดเรื่องใดขึ้นมา นางจึงค่อยๆ หลับตาลงเชื่องช้า คิดหาวิธีเอาชีวิตรอด
การปรากฏตัวของฮูหยินรองจวนต้วนทำให้งานแต่งวุ่นวายไปหมด ผ้าคลุมหน้าสีแดงที่ยังไม่ได้เปิดออกก็ยัง
บังหน้าจนมองเห็นแต่ปลายเท้าเท่านั้น
ตู้ชิงหรวนพยายามขยับตัวไปประชิดต้วนเจิ้ง แต่มีเงาของคนเข้ามาแทรกไว้ก่อน ไม่ให้นางเข้าใกล้ จากนั้นก็มีมือ
ยื่นเข้ามาจับชีพจรตู้ชิงหรวนแล้วพูดอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้ามิอยากให้บ่าวใช้ชุนถาวตายในตอนนี้ ก็อย่าคิดขยับตัวไปไหนทั้ง
นั้น!”
ตู้ชิงหรวนถึงกับชะงักอยู่กับที่ไม่กล้าไปไหน
ใช่แล้ว… ชุนถาวยังไม่กลับมานี่หน่า
เมื่อวานนี้ชุนถาวออกไปหาหญ้าวิเศษ จนตอนนี้ยังไม่กลับมาอีก ตู้ชิงหรวนจึงรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ กลัวชุนถาวได้
ถูกลอบโจมตีจากใครบางคน
ตู้ชิงหรวนรู้ตัวหากนางเปิดผ้าคลุมหน้าสีแดงออกโดยพลการ ต้องเป็นที่สนใจของต้วนเจิ้ง แต่อีกฝั่ายกลับใช้ชีวิต
ของชุนถาวมาข่มขู่ หากนางร้องส่งเสียงออกไปชุนถาวอาจถูกฆ่าตายก็เป็นได้
ตู้ชิงหรวนกัดฟันกรอดๆ อยากเอ่ยปากถามว่าชุนถาวอยู่ที่ไหน ทว่าอีกฝั่ายเหมือนอ่านใจออก จึงกระซิบข้างหูว่า
“ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง ข้าจะให้เจ้าพบบ่าวใช้ในอีกไม่นาน!”
หากตู้ชิงหรวนใช้โอกาสในงานแต่งงานนี้ร้องขอความช่วยเหลือขึ้นมา อีกฝั่ายอาจไม่ไว้ชีวิตของชุนถาว นางจึงมิ
กล้าตุกติก ได้แต่กัดฟันอย่างจำยอม ดูว่าอีกฝั่ายต้องการอะไรกันแน่
ต้วนเจิ้งเกิดโมโหขึ้นมาที่ตู้ชิงหรวนเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา จึงโบกมือให้บ่าวใช้พาตู้ชิงหรวนออกไปก่อน ส่วนเขา
เดินเข้าไปรับหน้ากับฮูหยินรองจวนติง “ฮูหยินรองจงใจหาเรื่องตู้ชิงหรวนใช่ไหม?”
ฮูหยินรองจวนติงเลือกแสยะยิ้มแทนคำตอบ
ต้วนเจิ้งจึงถามต่อไปอีก “กระผมรู้ว่าฮูหยินรองได้ยินเรื่อง หมิงเอ๋อร์กับอวี้เอ๋อร์ถูกทรมานมาจากไหน แต่ในเมื่อ
จวนติงได้คราวข่าวชัดเจนมากขนาดนี้ เหตุใดถึงไม่ทราบสาเหตุที่หลานสาวกับหลานชายไม่ได้มาร่วมงานด้วยเล่า?”
ฮูหยินรองจวนติงถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย “เชี่ยเซินมิได้กล่าวหาใต้เท้าต้วนว่าทารุณหมิงเอ๋อร์กับอวี้เอ๋อร์
เสียหน่อย คำพูดเหล่านี้ใต้เท้าต้วนเป็นคนพูดออกมาเองทั้งนั้น!”
เมื่อกล่าวจบลงฮูหยินรองจวนต้วนก็สะบัดหน้าหันไปอีกทาง โดยไม่สนใจแยแสความรู้สึกของต้วนเจิ้ง
เขากลับจ้องฮูหยินรองจวนติงด้วยความไม่พอใจ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าไม่ควรคิดเล็กคิดน้อยกับสตรีเช่นนี้ จึงฝืนใจเดิน
ออกไป
ทางด้านตู้ชิงหรวนดูเหมือนถูกพาออกจากห้องโถงไปอย่างไม่เต็มใจ โดยมีบ่าวใช้พานางเดินไปข้างนอกอย่างรีบ
ร้อน
ตู้ชิงหรวนที่ไร้เรี่ยวแรงและเสียงได้แต่ยอมให้อีกฝั่ายพาไปโดยฝืนแรงไม่ได้ ตลอดทางที่นางเดินมา ไม่มีใครกล้า
เอ่ยปากถามอะไรขึ้นมาทั้งสิ้น
เรื่องที่เกิดขึ้นแม้จะไม่ชอบมาพากลมากเพียงใด แต่เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ตู้ชิงหรวนได้แต่เม้มปากด้วยความจำนน ต้องยอมเดินไปห้องที่ห่างไกลออกไป และถูกขังอยู่ในความมืดมิด
ร่างของนางอ่อนระทวยล้มกระแทกลงไปบนพื้นที่แข็งกระด้าง กระดูกของนางกระทบกระเทือนบนพื้นเข้าอย่าง
จัง จนร้องเสียงแหบออกมา
ผ้าคลุมสีแดงถูกเปิดออก ตู้ชิงหรวนพยายามขวานไปโดยรอบ ชนเข้ากับบางอย่างนุ่มนิ่ม ตู้ชิงหรวนจึงรีบดึงมือ
ทั้งสองข้างกลับมาอย่างตระหนก
ในห้องที่มืดมิด มีเสียงแหบแแห้งดังขึ้นมา “นั่นใคร?”
นั่นเป็นเสียงของชุนถาวที่ดังขึ้นมา
ตู้ชิงหรวนรีบเอื้อมมือทั้งสองข้างเข้าไปโอบกอดนางเข้ามาในอ้อมอก “ชุนถาว ชุนถาว เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ตู้ชิงหรวนพยายามใช้มือที่เปียกลูบคลำตัวอีกฝั่ายว่าใช่ชุนถาวหรือไม่
ชุนถาวค่อยๆ ได้สติขึ้นมา จึงรวบรวมกำลังพูดขึ้น “คุณหนูทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เจ้าคะ?”
ตู้ชิงหรวนรีบตอบทันที “เจ้ายังไม่ต้องพูดอะไรมาก… ชุนถาวบอกข้ามาสิ เจ็บตรงไหนบ้าง?”
ชุนถาวแอบบีบแขนของตู้ชิงหรวน กระซิบเสียงเบา “แผลของบ่าวไม่ได้หนัก เพียงแค่ตกหลุมพลางของอีกฝั่าย
เลยถูกจับมาอยุ่ที่นี่เจ้าค่ะ”
พอตู้ชิงหรวนได้ยินเช่นนั้น ค่อยถอนหายใจออกมา “ขอเพียงเจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีมากแล้ว เรื่องอื่นช่างมันเถอะ!”
เมื่อมาถึงวัยเดียวกับตู้ชิงหรวนแล้ว ชีวิตของคนสำคัญที่สุด ขอเพียงชุนถาวไม่เป็นอะไร นางอยากทำอะไร ตู้ชิงห
รวนก็เห็นด้วยทั้งนั้น ตอนนี้ได้เห็นชุนถาวรอดปลอดภัย ตู้ชิงหรวนก็โล่งอกขึ้นมา
มีสิ่งหนึ่งที่ตู้ชิงหรวนยังคงคิดไม่ตกคือ ชุนถาวที่ไหวพริบดีปานนี้ ยากที่จะตกหลุมพรางของใครได้ ทำไมครั้งนี้
นางถึงถูกจับได้ง่ายดาย
มาถึงตรงนี้ ตู้ชิงหรวนจึงถามขึ้น “ชุนถาว เจ้าถูกคนสะกดรอยตามอย่างนั้นหรือ?”
หากไม่มีใครสะกดรอบตามและรู้เส้นทางที่ชุนถาวจะไป มีหรือที่นางจะถูกจับตัวอย่างง่ายดาย
ชุนถาวคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงแหบแห้ง “บ่าวไปเอาหญ้าวิเศษ ระหว่างทางถูกคนลอบโจมตีจน
สลบไป ตื่นขึ้นมาก็ถูกจับมาอยู่ที่นี่แล้วเจ้าค่ะ”