การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 769 แค้นเก่า
ตู้ชิงหรวนเม้มปากแน่น “เจ้าไม่รู้หรือว่าใครเป็นคนทำ?”
หากตู้ชิงหรวนรู้ว่าใครเป็นคนทำ นางไม่มีทางปล่อยอีกฝั่ายไปอย่างแน่นอน
ชุนถาวส่ายหน้าตอบกลับ “ไม่ทราบเจ้าค่ะ คนนั้นคลุมหน้า ปกปิดวรยุทธ์ที่แท้จริง บ่าวจึงมองไม่ออกเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนได้แต่เอื้อมมือเข้าไปสวมกอดชุนถาวไว้แน่น และเริ่มมองไปรอบๆ ห้อง “ชุนถาว พวกเราต้องหาวิธีหนี
ออกไปจากที่นี่!”
ไม่ว่าอีกฝั่ายมีจุดประสงค์ใดในการขังพวกเราไว้ที่นี่ พวกเรามิอาจนั่งรอความตายได้ อย่างน้อยต้องหาทางหนี
ออกไปข้างนอก และสืบหาความจริงทั้งหมด
ชุนถาวตอบรับ “อืม” ก่อนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหอบ
ตู้ชิงหรวนจึงรีบถามขึ้น “ชุนถาวเป็นอะไรไป?”
“เรียนคุณหนู บ่าวกลิ้งตกลงมาจากหน้าผา จนขาขยับไม่ได้เจ้าค่ะ” ชุนถาวฝืนยิ้ม
ตู้ชิงหรวนกัดฟันพูดออกมา “มา เดี๋ยวข้าแบกเจ้าเอง!”
ตู้ชิงหรวนอยากแบกนางขึ้น แต่เมื่อออกแรงก็ล้มลงไปกับพื้น “อั๊ยย่ะ ข้าลืมไปแล้ว อีกฝั่ายใส่ยาพิษในสุราให้ข้า
ดื่ม”
ไม่รู้ว่าตู้ชิงหรวนคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยเสียงตํ้าขึ้นมา “เมื่อครู่เสียงในลำคอไม่มีเลย ตอนนี้กลับดีขึ้นจนพูดได้
เฉยเลย”
ตอนที่อยู่ในห้องโถง ไม่ว่านางอยากพูดร้องขอความช่วยเหลือ หรือโต้กลับฮูหยินรองจวนติงกลับไปก็ไร้เสียง มา
ตอนนี้นางกลับพูดออกมาได้จนดีใจขึ้นมา
“คุณหนูอาจดื่มเพียงยาที่ทำให้ไร้เสียง ไม่ใช่ยาพิษใดเจ้าค่ะ มิอย่างนั้นหากถูกยาพิษจะมิสามารถพูดได้รวดเร็ว
เพียงนี้เจ้าค่ะ” ชุนถาวพูดขึ้น
ตู้ชิงหรวนครุ่นคิดและพยักหน้าเห็นด้วย “สิ่งที่เจ้าพูดออกมาอาจจะถูกต้อง!”
ตู้ชิงหรวนพูดไปพลางใช้มืออีกข้างหนึ่งจับดูชีพจรไปพลาง พิษยังคงอยู่ในร่างกาย แต่ไม่ได้มีผลร้ายแรงกับ
ร่างกาย ดูท่าแล้วจะเหมือนกับที่ชุนถาวพูด พิษนี้ออกฤทธิ์ได้ไม่นานก็จะค่อยๆ หายไป เรี่ยวแรงและเสียงพูดของตู้ชิงห
รวนกลับมาอย่างช้าๆ แล้ว
ชุนถาวจู่ๆ ก็ไอออกมา
ตู้ชิงหรวนรีบเอื้อมมือไปกุมมือของชุนถาวเอาไว้ “ชุนถาวรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
“ไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะ คุณหนูที่นี้อากาศแห้งเหลือเกิน” ชุนถาวเอ่ย
ชุนถาวน่าจะถูกจับตัวมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ตลอดคือที่ผ่านมานางไม่ได้ดื่มนํ้าแม้แต่หยดเดียว จนริมฝีปากแห้ง
แตกไปหมดแล้ว
ตู้ชิงหรวนพยายามรวบรวมกำลังพยุงตัวขึ้นมา นางมองไปตรงช่องที่มีแสงรอดผ่านเข้ามา ชุนถาวที่อยู่ข้างหลัง
กลับรั้งเอาไว้ “คุณหนูคิดทำอะไรเจ้าคะ?”
ตู้ชิงหรวนตอบโดยไม่ต้องคิด “ข้าก็จะพาเจ้าหนีออกไปข้างนอกนะสิ!”
ชุนถาวส่ายหน้าและพูดปฏิเสธ “คุณหนูอย่าเปลืองแรงโดยใช่เหตุเลยเจ้าค่ะ ห้องนี้ปกติแล้วไม่มีใครผ่านไปผ่าน
มา บ่าวลองหาทางออกดูแล้วก็ไม่พบเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนเงียบงันไม่พูดไม่จา
ตั้งแต่ที่ชุนถาวถูกเอามาปล่อยไว้ในห้องนี้ นางได้ลูบคลำบนพื้นจนทั่ว สัมผัสได้แต่เศษดินเศษทราบและแมลงเต็ม
ไปหมด ย่อมแสดงว่าที่นี่ไม่มีคนมานานแล้ว ตอนนี้ตู้ชิงหรวนเรี่ยวแรงยังไม่ฟืนตัวทั้งหมด ชุนถาวยังบาดเจ็บ การที่จะหนี
เอาตัวรอดไปก็ยิ่งยากขึ้นเป็นเท่าตัว
ตู้ชิงหรวนพยายามรวบรวมสมาธิและพูดขึ้นว่า “ชุนถาวอดทนเอาไว้ พวกเราต้องต้องหาทางออกไปจากที่นี่กัน
ก่อนค่อยว่ากัน”
ชุนถาวตอบรับ “เจ้าค่ะ” ก่อนพยุงตัวขึ้นมาช่วยจับตู้ชิงหรวนขึ้น
ทว่าตู้ชิงหรวนกลับยั้งนางเอาไว้ “เจ้าอย่าขยับตัว เดี๋ยวข้าพยุงตัวเองดีกว่า!”
ระหว่างที่ตู้ชิงหรวนพยายามพยุงตัวขึ้นมา ชุนถาวได้ถามขึ้นว่า “คุณหนู ตอนที่ถูกจับมาที่นี่ คนพวกนั้นได้พูดถึง
ของชิ้นนั้นขึ้นไหมเจ้าคะ?”
ถึงแม้ชุนถาวมิได้บอกว่า “ของชิ้นนั้น” เป็นอะไร แต่มือของตู้ชิงหรวนกลับสั่นขึ้น “พวกนั้นพูดว่าอะไร?”
ชุนถาวตอบเสียงเบา “พวกนั้นพูดว่าของชิ้นนั้นอยู่ในมือของคุณหนูของบ่าวแล้วเจ้าค่ะ!”
ตู้ชิงหรวนถึงกับถอนหายใจในความมืดมิด “อย่างนั้นเจ้ายังได้ยินคนพวกนั้นพูดเรื่องอื่นอีกไหม?”
ชุนถาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และตอบกลับว่า “ตอนนั้นบ่าวสะลึมสะลือ ได้ยินที่คนพวกนั้นพูดไม่ชัด จากนั้นไม่นาน
บ่าวก็สลบไปเจ้าค่ะ……”
ชุนถาวรู้สึกว่าคำตอบของนางมิได้ทำให้ตู้ชิงหรวนพอใจ นางจึงเสริมขึ้นว่า “คนพวกนั้นยังพูดอีกว่า จะลงมือใน
วันนี้!”
ตู้ชิงหรวนพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว ก็เอื้อมมือไปจับแขนของชุนถาว “ชุนถาว เจ้ารู้นี่หน่าว่าของชิ้นนั้นไม่ใช่ของ
พวกเรา ในตอนนั้นที่เจ้าถามข้าขึ้นว่าจะจัดการยังไงดี ข้าบอกให้เจ้านำกลับไปคืนเจ้าของแล้ว!”
“คุณหนูแต่เจ้าของของชิ้นนั้นได้ลาลับไปแล้ว บ่าวจะเอาไปคืนให้กันละเจ้าคะ?” ชุนถาวถามอย่างสงสัย
นํ้าเสียงของตู้ชิงหรวนเต็มไปด้วยความเสียใจ “แม้เจ้าของของชิ้นนั้นจะลาลับไปแล้ว แต่ลูกหลานของเขายังมีอยู่
ดังนั้นก่อนที่ข้าจะแต่งงานกับต้วนเจิ้งเมื่อเดือนก่อน ได้มองของชิ้นนั้นให้กับคนรุ่นหลังของเจ้าของไปแล้ว เพราะข้ากลัว
ว่าของชิ้นนี้จะนำหายนะมาสู่จวนต้วนได้!”
ชุนถาวได้ยินสิ่งที่ตู้ชิงหรวนเล่า พลันพรวดขึ้นมาว่า “คุณหนูเอาของชิ้นนั้นไปให้ตระกูลที่พ่ายแพ้แล้วหรือเจ้า
คะ?”
ตู้ชิงหรวนพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ “ตระกูลพ่ายแพ้อะไรกัน เรื่องนี้ข้าได้ถามเจ้าแล้ว เจ้าก็เห็นด้วย ทำไมตอนนี้
กลับมาโทษข้าด้วยเล่า?”
ชุนถาวจึงใช้การไอกลบเกลื่อน “ขออภัยคุณหนูที่บ่าวลืมเรื่องนี้ไปเองเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนพูดต่อไปว่า “ชุนถาว เจ้าก็รู้ใจข้านี่หน่า… หลายปีมานี้ ไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ข้าจะปรึกษากับเจ้าตลอด
ไม่เคยมองเจ้าเป็นบ่าวใช้ แต่เป็นพี่น้องไปแล้ว ของชิ้นนั้นไม่ใช่ของพวกเราตั้งแต่แรก ต่อให้อยากเก็บไว้มากเพียงไร อาจ
นำมาซึ่งหายนะได้ ดังนั้นการเอาของไปคืนให้คนตระกูลตู้จัดการ จึงจะเป็นสิ่งที่ข้ารู้สึกทำแล้วไม่ผิดต่อท่านพ่อและ
บรรพบุรุษ!”
ชุนถาวได้แต่เงียบโดยไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร
ตู้ชิงหรวนยังคงคลำหาทางออกจากห้องนี้อยู่ ในที่สุดดูเหมือนนางจะเจอเข้าแล้ว ภายในความมืดมิด ชุนถาวได้
เอ่ยถามขึ้น “คุณหนู ต้วนเจิ้งเป็นคนดีขนาดนั้นเลยหรือ ถึงขนาดคุณหนูยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อเขาเจ้าคะ?”
ตู้ชิงหรวนขมวดคิ้วขึ้นหันไปทางชุนถาว “ชุนถาว วันนี้เจ้าเป็นอะไรไป? ถามคำถามแปลกๆ พวกนี้ เจ้าก็รู้ดีนี่หน่า
ข้ากับต้วนเจิ้งรู้จักกันตั้งแต่วัยรุ่น ได้เคยให้คำสัญญาต่อกันไว้ ชีวิตนี้จะมีเพียงเขาคนเดียวที่ยอมแต่งงานด้วย”
ชุนถาวได้ฟังดังนั้นถึงกับพูดไม่บอกไปเลยทีเดียว
ส่วนตู้ชิงหรวนเองก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจกับคำถามชุนถาว แต่นางกับไม่ถือสาเอาความ และคลำหาทางออกต่อไป
ทันใดนั้นเอง ประตูได้ถูกเปิดออก ตามด้วยเสียงเย็นชาที่คุ้นเคย “ตู้ชิงหรวน เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกันสินะ?”
แสงภายนอกที่เข้ามาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว ได้แยงตาตู้ชิงหรวนจนพล่ามัวปรับไม่ทัน นางเงยหน้าเห็นสตรีที่สวมชุดสี
ม่วงแสยะยิ้มให้อย่างเลือนลาง
ตู้ชิงหรวนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “หลิวหรง ที่แท้เป็นเจ้านี่เองที่แอบเล่นงานชุนถาว จากนั้นจับข้ามาไว้ที่นี่ สรุป
แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
หลิวหรงยืนแสยะยิ้มอย่างสะใจ “ข้าแค่ต้องการชีวิตของเจ้าก็เท่านั้นเอง! และของชิ้นนั้นอีกอันหนึ่ง!”
ชุนถาวได้ยินถึงกับเลือดขึ้นหน้า “หลิวหรงหุบปากของเจ้าซะ! ของชิ้นนั้นมันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยไม่ทราบ?”
หลิวหรงก้าวเข้าไปในห้องสองก้าว “ให้ข้าเป็นคนบอกเจ้าแล้วกัน… ของชิ้นนั้นข้าไม่ได้สนใจมันหรอก ข้าแค่
ต้องการชีวิตของเจ้าเท่านั้น แต่มีคนอีกกลุ่มที่บังเอิญอยากได้พอดี ดังนั้นพวกเราจึงทำข้อตกลงกัน คนคนนั้นเอาของไป
ส่วนข้าเอาชีวิตเจ้าเอง……”
คำพูดนั้นชัดเจนแจ่มแจ้งทั้งหมดแล้ว ตู้ชิงหรวนต่อว่าอย่างโมโห “หลิวหรง เจ้าบังอาจสมรู้ร่วมคิดคนนอกทำชั่ว
หากท่านพี่ทราบเรื่องนี้เข้า ลองคิดดูแล้วกันว่าท่านพี่จะจัดการยังไงกับเจ้า?”
หลิวหรงแสยะยิ้ม “คนนอกอะไรกัน คนในอะไรกัน? ตั้งแต่ที่เจ้าปรากฏตัวขึ้นในจวนต้วน ท่านพี่ไม่เคยแลเหลียว
แม้แต่ชายตามองข้าเลย… ตู้ชิงหรวน เจ้าก็ช่างกระไร จากไปเป็นสิบปีแล้ว จะกลับมาทำอะไรกัน? ตอนนี้เจ้าไม่เพียง
ทำลายตัวเจ้าเอง ยังทำลายชีวิตข้าด้วย… ตู้ชิงหรวนเอ๋ย ยังไงเจ้าก็หนีไม่พ้นแล้ว!”
ตู้ชิงหรวนโมโหจนสวนกลับไปอย่างรุนแรง “หลิวหรง เรื่องนี้เจ้ายังกล้าพูดออกมาหน้าไม่อาย ในตอนนั้นถ้าเจ้าไม่
เป็นคนเสี้ยม ข้ากับท่านพี่ต้วนคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เจ้าทำลายช่วงเวลาสิบปีที่งดงามของติงโหรวไปทั้งหมด
หรือเจ้าคิดว่าเท่านี้ยังไม่เพียงพอ?”
หลิวหรงก้าวเดินมาข้างหน้าอีกก้าว “อะไรคือทำลายช่วงเวลาสิบปีที่งดงาม… ท่านพี่ต้วนเป็นของข้า สิบปีก่อน
เขาตกหลุมรักข้าตั้งแต่แรกพบ ข้าจึงสาบานว่าจะไม่แต่งกับชายอื่น แต่ทำไมคนที่เขารักต้องเป็นเจ้า ตามด้วยติงโหรว
ตระกูลของพวกเจ้าอยากได้อะไรก็เนรมิตมาได้ทั้งนั้น แต่พวกเจ้ากลับคิดมาแย่งท่านพี่ต้วนของข้า นับแต่นั้นมา ข้า
สาบานต้องกำจัดคนที่เป็นขวากหนามบังทาง ให้ได้อยู่ข้างกายท่านพี่ต้วน……”
หลิวหรงเล่าไปพลางหัวเราะไปพลาง “ตู้ชิงหรวน เจ้ากับท่านพี่ต้วนมีใจให้กันตั้งแต่วัยรุ่น สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ เจ้า
ต้องจากไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ส่วนติงโหรวที่เป็นลูกของฝั่ายตรวจการ ที่อนาคตรุ่งโรจน์ก็ยังถูกข้าทำลายและจาก
ไปด้วยความเกลียดชัง… ตู้ชิงหรวน เจ้ารู้ใช่ไหม ข้าต้องใช้ความพยายามทั้งแรงกายแรงใจมากเพียงใด กว่าจะชนะมาได้
ทำไมเจ้าถึงต้องกลับมาที่จวนต้วนด้วย?”
หลิวหรงเข้าไปจับตัวตู้ชิงหรวนเขย่าสุดแรง… สิ่งที่หลิวหรงตั้งแต่ทำมาทั้งหมดนี้ ต้องพังทลายจากนํ้ามือของติง
โหรวและตู้ชิงหรวน ด้วยเหตุนี้หลิวรงมิอาจกลํ้ากลืนความเคียดแค้นชิงชังนี่ลงไปได้
ตู้ชิงหรวนใช้สายตาที่สงสารเห็นใจมองไปที่หลิวหรง นางพยายามส่ายหน้าปฏิเสธ “หลิวหรง เจ้าจงตื่นเสียเถอะ…
ท่านพี่ต้วนไม่เคยรักใคร่เจ้ามาก่อนเลย ตอนแรกนั้นเขามองเจ้าเป็นน้องสาวคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เขากลับไม่เห็นเจ้ามีตัวตน
อยู่อีกต่อไปแล้ว!”