การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 772 คนหนึ่งถือทิฐิ คนหนึ่งกลับปล่อยวาง
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 772 คนหนึ่งถือทิฐิ คนหนึ่งกลับปล่อยวาง
ในมือของหลิวหรงหยิบปินปักผมที่แหลมและยาวออกมา เดินเข้าไปหาชุนถาว พูดอย่างัดถ้อยชัดคำ “เจ้าไม่ใช่
บ่าวที่จงรักภักดีหรอกหรือ ตอนนี้คุณหนูของเจ้าตายจากไปแล้ว ทำไมเจ้ายังต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วย… เดี๋ยวข้าจะส่งเจ้า
ไปพบกับคุณหนูของเจ้าเองดีไหม?”
เนื่องจากขาทั้งสองข้างของชุนถาวได้รับบาดเจ็บจนเสียเลือดเป็นจำนวนมาก ทั้งยังไม่ได้รับการรักษาอย่างทัน
ท่วงที ร่างกายของนางจึงอ่อนล้าขยับเขยื้อนตัวได้ยากลำบาก แม้แต่ระหว่างที่หลิวหรงกระทำยํ่ายีกับตู้ชิงหรวน ชุน
ถาวร้อนใจจนหมดสติไปครั้งหนึ่ง เมื่อนางได้สติตื่นขึ้นมา พบว่าแขนทั้งสองข้างถูกชายชุดดำสองคนจับเอาไว้ แม้อยาก
ขยับเพียงไรก็ไร้ผลอยู่ดี
พอเห็นหลิวหรงเดินตรงเข้ามาหา ชุนถาวพลันหน้าซีดส่ายหน้าไปมา พูดกับสตรีที่เสียสติว่า “หลิวหรง ข้าว่าเจ้า
เสียสติจนบ้าคลั่งไปแล้ว!”
หลิวหรงต้องเสียสติไปแล้วจริงๆ ทั้งความคิดความอ่านได้แตกต่างจากคนปกติไปโดยสิ้นเชิง จิตใจของนางเสมือน
สัตว์ที่กำลังหมายพุ่งขยํ้าเหยื่อ ในตอนนี้ไม่ว่าจะให้นางมีสติขึ้นมาด้วยวิธีใด ล้วนไม่ได้ผลอีกแล้ว
หลิวหรงในตอนนี้ตกอยู่ในความดีใจที่ฆ่าตู้ชิงหรวนได้สำเร็จ มือที่กำปินแหลมและยาวนั้นกำลังจะเข้ามาจ่อคอ
ของชุนถาวแล้ว
หลิวหรงเม้มปากและพรวดหัวเราะออกมา “ใช่แล้ว ข้าเสียสติ ข้าบ้าไปแล้ว! ข้ารู้เจ้าชอบท่านพี่ต้วน ดังนั้นสตรี
ใดที่ชอบท่านพี่ต้วนต้องตายทุกคน เช่นเดียวกับติงโหรว ตู้ชิงหรวน ส่วนเจ้าก็ต้องเป็นเช่นนี้เหมือนกัน!”
หลิวหรงถือปินจ่อคอหอย “ข้าต้องฆ่าสตรีทุกคนที่ชอบท่านพี่ต้วน ทำลายทุกอย่างที่พวกนางมี เพราะสาระแน
มาขวางทางของข้า ยังไงท่านพี่ต้วนก็เป็นของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น!”
ชุนถาวมองไปที่หลิวหรง แววตานั้นเต็มไปด้วยคสามสมเพชและเย้ยหยัน “หลิวหรง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน…
ข้าขอถามเจ้าหน่อย ต่อให้เจ้าสตรีทุกคนที่ชอบท่านพี่ต้วน เขาจะกลับมาชอบเจ้าอย่างนั้นหรือ… เจ้าไม่ลองมองสารรูป
ของตัวเจ้าเองในตอนนี้สิ เหมือนคนเสียสติและบ้าคลั่งก็มิปาน ท่าทางโหดเหี้ยวจนน่าหวาดกลัว… หลิวหรงตื่นขึ้นจาก
ความมืดบอดในใจของเจ้าเสียเถอะ เหตุใดเจ้าใช้ข้ออ้างความรักเพื่อจะได้ครอบครองบุรุษเพียงแค่เดียว และทำลายชีวิต
อื่นให้พังพินาศไปด้วย… ข้ารู้สึกละอายใจผิดบาปกับสิ่งที่เจ้าทำเหลือเกิน!”
หลิวหรงถือปินนั้นจ่อคอหอย พร้อมตะโกนใส่หน้าชุนถาว “ข้าไม่ได้ทำให้ชีวิตตัวเองพังเสียหน่อย ข้าไม่ผิด ไม่
ต้องมาละอายใจผิดบาปอะไรทั้งนั้น… ชุนถาว คนที่น่าละอายใจผิดบาปเป็นเจ้าต่างหาก เจ้ารู้ดีว่าท่านพี่ต้วนรักข้า แต่เจ้า
ยังมองดูข้างกายท่านพี่มีสตรีคนแล้วคนเล่า มองดูคุณหนูของเจ้าแต่งกับท่านพี่อีก… หลายปีมานี้ ข้างกายท่านพี่เปลี่ยน
สตรีคนแล้วคนเล่า แต่หลังจากที่เจ้ากับตู้ชิงหรวนออกจาจวนต้วนไปจนถึงตอนนี้ เจ้าได้เคยเห็นภาพนั้นหรือไม่?”
ชุนถาวเลือกแสยะยิ้มขึ้นมา “หลิวหรง จิตใจของเจ้าช่างคับแคบอะไรเช่นนี้ ที่ยอมให้แค่ความรักของเจ้ามีผลต่อ
ท่านพี่ต้วนเพียงคนเดียว หลายปีมานี้ ข้างกายต้วนเจิ้งเปลี่ยนสตรีคนแล้วคนเล่า แต่สตรีเหล่านั้นกลับมีจุดจบในชีวิต
อย่างไร ถ้าพวกนางไม่เสียสติก็ต้องตายเท่านั้น ฮูหยินติงโหรวจากไปแล้ว คุณหนูตู้ชิงหรวนของข้าต้องทรมานตกอยู่ใน
สภาพแบบไหน เจ้าไม่มีทางรู้ได้เลย… เจ้าถือดีอะไรคิดครอบครองหัวใจบุรุษผู้นี้เพียงคนเดียว ข้ามีชีวิตที่อิสระ และไม่มี
ทางทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองบุรุษที่ไม่เคยรักข้าได้หรอก… หลิวหรง เจ้าจำสิ่งที่ข้าพูดให้ขึ้นใจซะ คนอย่างข้าไม่
เคยคิดทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้นเหมือนกับเจ้า!”
คำพูดร่ายยาวของชุนถาวทำให้หลิวหรงชะงักไปเลย
หลิวหรงหวนระลึกถึงช่วงวัยรุ่นที่พบหน้ากับต้วนเจิ้ง ภาพนั้นเหมือนความฝันที่เป็นความจริง นับแต่นั้น นาง
เอาแต่ถวิลหาเขาด้วยความเพ้อฝัน ทั้งคิดหาทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองบุรุษผู้นี้ และหาทางกำจัดสตรีอื่นที่บังอาจมา
ใช้บุรุษคนเดียวกับนางให้พ้นทางไป
ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่เคยคิดว่ามาก่อนเลย นอกจากต้วนเจิ้งแล้ว ยังมีผู้คนและเรื่องราวอีกมากมายที่ควรค่าแก่การ
ให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น ญาติมิตรของนาง ชีวิตของนาง……
ทว่าสิ่งเหล่านี้หลิวหรงไม่เคยคิดให้ความสำคัญมาก่อน เช่นเดียวกับที่นางไม่เคยคิดว่าในใต้หล้านี้ นอกจากต้วน
เจิ้งและกำแพงที่สูงชันของจวนต้วน ยังมีสิ่งอื่นรอนางไปพบเห็นอยู่ภายนอก
หลิวหรงถือปินจ่อคอชุนถาวอยู่อย่างนั้น ก่อนแสดงสีหน้าที่เหี้ยมโหดราวกับสัตว์ร้าย “เจ้าไม่ต้องแต่งเรื่องมา
หลอกข้า สิ่งที่เจ้าร่ายมายืดยาวข้าไม่สนใจทั้งนั้น… ข้าต้องฆ่าเจ้า ต้องฆ่าให้จงได้… ขอเพียงเจ้าตายไปแล้ว ท่านพี่ต้วนก็
จะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”
ชุนถาวได้แต่ส่ายหน้า ดูท่าแล้วหลิวหรงคนนี้มิอาจช่วยให้กลับตัวกลับใจได้อีกแล้ว
ในใต้หล้านี้ ทุกคนต่างเป็นเจ้าของในร่างกายตัวเอง ส่วนคนบางพวกที่คิดครอบครองร่างกายของผู้อื่น สุดท้าย
ต้องพบกับความอนาถในบั้นปลายเป็นหลายร้อยเท่าพันทวี
เฉกเช่นเดียวกับหลิวหรงในเวลานี้ นางสูญเสียความหมายในการมีชีวิตอยู่ คิดเพียงว่าเอากุมอย่างกุมไว้ในมือโดย
คิดว่า สิ่งที่นางปรารถนาไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดไป
ชุนถาวหันมองตู้ชิงหรวนที่นอนแน่นิ่งไม่ติงไหว… ไม่ว่าจะอยู่หรือจะตาย ก็ไม่ได้มีความหมายต่อชีวิตนางอีกต่อไป
แล้ว ความหมายของชีวิตคือการใช้ชีวิตให้เต็มที่ตอนมีลมหายใจ ถึงตอนต้องจากลาจะได้ไปอย่างสงบ ไม่คิดเสียดาย!
หลิวหรงยื่นหน้าชั่วร้ายเหี้ยมโหดเข้ามากระซิบข้างหูชุนถาว พร้อมกับออกแรงมือที่จับปินไว้แน่น “ตายไปซะ
เถอะ! คนที่ชอบท่านพี่ต้วน ต้องตายทุกคน!!!”
ชุนถาวสวนกลับไปอย่างไม่หวาดหวั่นในความตาย “ถ้าทุกคนตายไปแล้ว ส่วนเจ้าก็จะได้ครอบครองหัวใจต้วน
เจิ้งที่ไม่เคยมีเจ้าอยู่ในนั้นเลย เจ้าจะมีความสุขจริงๆ หรือ?”
คำถามของชุนถาวคงไม่ได้รับคำตอบอีกแล้ว… ไม่ใช่ว่าทุกคำตอบที่เอ่ยถาม จะต้องการคำตอบเสมอไป แต่ที่ถาม
เพราะรู้สึกไม่ยอมใจ… ไม่ว่าการกระทำและความคิดของอีกฝั่ายจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อได้ถามสิ่งที่อาจเป็นคำถามสุดท้าย
ในชีวิต มันก็ถือว่าคุ้มค่าและนอนตายตาหลับแล้ว
ทันใดนั้น ประตูในห้องถูกผลักเข้ามาจากภายนอกดัง “ปัง” แสงตะวันสาดแสงเข้ามาในห้องจนสว่างโพล่งไปทั่ว
ทั้งห้อง
จากนั้นได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของชุนถาวดังขึ้น พร้อมกับปินเล่มนั้นที่ทิ่มแทงเข้าไป ก่อนถูกดึง
ออกมาอย่างเร็ว จนเลือดที่คอชุนถาวสาดกระเซ็นไปทั่ว เลือดทะลักออกจากลำคอของชุนถาว จนดวงตาทั้งสองข้างของ
นางพล่ามัวและสติสัมปชัญญะก็วูบดับลง
มีคนรูปร่างสูงใหญ่พุ่งตัวเข้ามา ต่อสู้กับชายชุดดำในห้องจนวุ่นวายไปหมด หลิวหรงยังไม่ทันเห็นชุนถาวทุรนทุ
รายค่อยๆ ขาดอากาศหายใจตายลงตรงหน้า
ก่อนที่ชุนถาวหมดสติไปนั้น ภาพในวัยรุ่นปรากฏขึ้นในมโนทวารอย่างชัดแจ้ง นางเห็นตัวเองเดินติดสอยห้อยตาม
อยู่ด้านหลังตู้ชิงหรวนที่จับมือต้วนเจิ้ง ทั้งสองคนเดินยิ้มแย้มพูดคุยกันอย่างมีความสุข ส่วนนางก็พลอยยินดีมีความสุข
ตามไปด้วย… แสงตะวันในตอนนั้นได้สาดส่องไปทั่วผืนหญ้าที่เขียวขจี ต้วนเจิ้งในเวลานั้นรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ตู้ชิงห
รวนสดใสไร้เดียงสา ในแววตาไม่มีการคิดแผนการเล่นงานเอาคืนใครทั้งนั้น!
แต่นั่นเป็นเพียงภาพในสมัยวัยรุ่น ยามเวลาผันผ่าน ทุกคนเติบใหญ่ขึ้น ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของทุกสิ่ง ถูก
จดจำเป็นภาพวาดที่แขวนอยู่ที่กำแพง แม้สีสันยังสดใส ทว่าจะมีสักกี่คนที่จำภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นได้ชัดเจนอีก
ชีวิตมิอาจย้อนกลับมาได้ เวลาก็มิอาจไหลกลับมาได้เช่นกัน
สิ่งที่ผู้คนมักเสียดายในชีวิตกันนั้น เป็นเพราะความทรงจำในอดีตที่ชัดเจนเกินไป! เพราะผู้คนพยายามหาทุกวิถี
ทางเพื่อลบเลือนมัน แต่พยายามเท่าไหร่ก็มิอาจเลือนลบมันลงไปได้!
ข้างหูของชุนถาวเหมือนมีเสียงประหลาดร้องเรียกจากที่ห่างไกล เป็นเสียงที่ฟังนานเข้าก็เริ่มคุ้นเคยกับมัน
แต่หนังตาที่ยังคงหนักอึ้งของนางมิอาจลืมขึ้นได้ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน สุดท้ายด้วยความอ่อนล้าจึงสลบไสล
ต่อไป
วันเวลาผันผ่านไปวันแล้ววันเล่า ด้วยความหวังและสิ้นหวังระคนกันไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง ชุนถาวค่อยๆ ได้สติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
นางอยากขยับเขยื้อนตัว กลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงที่เคยมี
นางค่อยๆ ลืมตาเห็นห้องที่ประดับตกแต่งอย่างคุ้นเคย… ที่นี่เป็นห้องของนางไม่ผิดแน่ แต่ทำไมนางยังไม่ตาย
และมานอนอยู่ที่นี่ด้วยเล่า?
สิ่งที่ทำให้ชุนถาวเกิดความแปลกใจยิ่งนัก คือภายในห้องเงียบสงัดไร้ผู้คน นางพยายามหันซ้ายหันขวามองออกไป
ข้างนอก ก็เห็นแสงทองรำไรของตะวันสาดส่องเข้ามาบนหัวนอน
ภายนอกห้องมีสายลมพัดพริ้วไหวเข้ามาข้างหู ราวกับมีใครบางคนกำลังอยากพูดบางอย่างด้วยความทุกข์ทรมาน
ให้นางฟัง
ชุนถาวพยายามดันตัวให้ลุกตรงขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่ก็ไม่สำเร็จ มีสิ่งหนึ่งที่นางไม่ได้บอกกล่าว ให้ตู้ชิงหรวน
ได้รับทราบ นั่นคือก่อนที่นางจะถูกจับ ได้ถูกคนไล่ตามจนเกลือกกลิ้งตกลงจากหน้าผา จนได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ทว่า
ในเวลานี้ ดูเหมือนการบาดเจ็บของนางจะทุเลาเบาลง ขาทั้งสองก็ดีขึ้นเหลือเพียงผ้าที่พันเท่านั้น
สายตาของชุนถาวเปลี่ยนไป นางเห็นเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดใหม่ แต่สิ่งของภายในห้องยังคงเป็นของเดิม ชุนถาว
เกิดฉงนใจขึ้นว่ากำลังอยู่ในความฝันที่ยืดยาว อยู่บนเตียงนอนของนาง หรือยังอยู่ในห้องมืดมิดนั้นกันแน่
เมื่อคำถามยังไม่ได้รับคำตอบ ชุนถาวจึงเปิดผ้าห่มออกหวังขยับตัวลงไป ด้วยความใคร่รู้ว่าทำไมห้องนี้ถึงได้เงียบ
สงัด ทำไมที่นี่ไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ทำไมไม่มีมาเยี่ยมนาง
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ชุนถาวกระหายขึ้นมา นางอยากหานํ้าบริสุทธิ์ดื่มดับกระหาย!