การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 773 จุดจบหนึ่งกับการเริ่มต้นใหม่
ขาของชุนถาวเหมือนไร้ความรู้สึก ไม่ว่านางคิดจะขยับอย่างไรก็ไม่เป็นผล เพราะขาของนางยังคงถูกผ้าพันดาม
ด้วยไม้จะยากต่อการเดิน
ด้วยเหตุนี้ชุนถาวจึงล้มเลิกความคิดลงจากเตียงทิ้งไปโดยเปล่งเสียงถอดใจออกมาแทน
แต่วันๆ เอาแต่นอนอยู่บนเตียงช่างน่าเบื่อแสนทน ชุนถาวจึงมองสำรวจไปทั่วห้อง พร้อมกับคิดถึงตู้ชิงหรวนที่
ไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรแล้ว ไม่รู้นางบาดเจ็บหนักหนาไหม ไม่รู้ยังมีชีวิตอยู่ไหม
นางจำภาพที่หลิวหรงใช้ปินเสียบที่คอ โดยรู้ว่าอาจไม่อันตรายถึงชีวิต แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นนางกลับจำอะไร
ไม่ได้เลย
ตอนนี้ นางไม่รู้ว่าเรื่องราวอะไรทั้งนั้น ทำให้เกิดความกังวลเป็นอย่างมาก
จู่ๆ ประตูห้องถูกเปิดออก บ่าวใช้ที่สนิทสนมกับชุนถาวมากที่สุดอย่างอันเอ๋อร์เดินเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นชุนถาว
ได้สติฟืนขึ้น ใบหน้าของนางพลันเปียมด้วยความดีใจ “พี่ชุนถาว ในที่สุดก็ตื่นแล้วหรือ?”
ชุนถาวกำลังอ้าปากจะเอ่ยตอบ กลับพบว่าเรี่ยวแรงไม่เป็นดั่งใจ จึงเอ่ยเพียงเสียงแหบแห้ง “นํ้า……”
อันเอ๋อร์รีบคว้าแก้วนํ้ามาให้ชุนถาวดื่มดับกระหาย พอมีเรี่ยวแรงจึงถามขึ้นว่า “คนไปไหนกันหมดอันเอ๋อร์?”
อันเอ๋อร์ลุกลี้ลุกลนมองซ้ายมองขวา ก่อนตอบไม่ตรงคำถาม “พี่ชุนถาว รู้หรือเปล่าว่าพี่หลับไปนานมากแค่
ไหน?”
“เจ้าหมายความยังไง?” ชุนถาวเลิกตาโต
นางถูกจับอยู่ในห้องมืดจนไม่รู้เดือนรู้วัน ต่อมาก็สลบไป หากถามว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน นางไม่รู้เหมือนกัน
จะตอบอย่างไรดี
แต่นางก็ใคร่รู้อยากทราบว่าได้สลบไสลไปนานเท่าไหร่เหมือนกัน
ชุนถาวยกมือขึ้นลูบลำคอที่ถูกพันแผลเป็นอย่างดี อดถามไม่ได้ว่า “อันเอ๋อร์บอกข้ามาสิ ว่าข้าหลับไปนานเพียง
ใด?”
ชุนถาวเค้นพลังที่มีพูดออกมาอย่างสุดเสียง ทว่าอันเอ๋อร์กลับรู้สึกเหมือนเป็นเสียงยุงที่บินไปมา โชคดีที่อันเอ๋อร์
อยู่กับชุนถาวมานาน จึงเข้าใจท่าทางของนางทุกท่า ก่อนจะเม้มปากชูมือขึ้นสามนิ้ว “พี่ชุนถาวหลับไปสามวันสามคืน
เต็มๆ”
ชุนถาวถึงกับตะลึงในคำตอบ… ห๊ะ สามวันเลยหรือเนี่ย!
ด้านนอกในตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงใดกันแล้ว
ด้วยความร้อนรนใจ ชุนถาวรีบถามขึ้น “อันเอ๋อร์ คุณหนูตู้เป็นอย่างไรบ้าง?”
อันเอ๋อร์ตอบอย่างจริงจัง “พี่ชุนถาว… วางใจได้ ฮูหยินคนใหม่ไม่เป็นอะไรแล้ว!”
ฮูฆยินคนใหม่หมายถึงตู้ชิงหรวน?
เดิมทีทุกคนต่างเรียกนางว่า “คุณหนูใหญ่ตู้” บัดนี้ต่างเปลี่ยนคำเรียกขานเป็น “ฮูหยิน” แล้วอย่างนั้นสิน่ะ!
เมื่อได้ยินว่าตู้ชิงหรวนไม่เป็นไร ชุนถาวจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว… ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!”
ชุนถาวจึงล้มตัวลงนอนดังเดิม เมื่อทราบว่าตู้ชิงหรวนไม่เป็นอะไร ความห่วงใยวางลงได้เสียที
จากนั้น ชุนถาวได้นึกถึงต้วนชิงหมิงขึ้นมา เลยพรวดถามขึ้น “คุณหนูใหญ่ต้วน… นางดีขึ้นหรือยัง?”
ชุนถาวถูกลอบโจมตีอย่างหนัก หญ้าวิเศษถูกแย่งไป ทำให้กลับมาร่วมงานเเต่งงานของตู้ชิงหรวนไม่ทัน แม้
กระทั่งความเป็นความตายของต้วนชิงหมิง นางก็ทำมันล้มเหลว
อันเอ๋อร์ยิ้มไปพูดไปว่า “คุณหนูใหญ่ต้วนไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ! นางกลับมาเป็นปกติ ร่างกายฟืนฟูได้อย่าง
รวดเร็ว”
ชุนถาวถึงกับชะงักขึ้นมาอีกครั้ง
ต้วนชิงหมิงกลับมาเป็นปกติแล้ว?
นี่เป็นจุดจบที่ดีของเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทว่าชุนถาวก็ยังแปลกใจอยู่ดี นางเห็นอันเอ๋อร์ยังคงยิ้มอยู่ตลอด จึงถามขึ้น
ว่า “อันเอ๋อร์ ช่วงที่ข้ายังไม่ฟืนได้สติขึ้นมา เกิดเรื่องมากมายขึ้นใช่ไหม? มิอย่างนั้น เจ้าจะมีหน้าระรื่นมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ได้อย่างไรกันใช่ไหม?”
อันเอ๋อร์พยักหน้ารับ “ใช่แล้วพี่ชุนถาว หลายวันมานี้จวนต้วนคึกคักมาเลยทีเดียว คนเข้าคนออกมาแสดงความ
ยินดีมากมาย มีทั้งมาเยี่ยมคุณหนูใหญ่ต้วน มีทั้งมาเยี่ยมสหายของคุณชายใหญ่และท่านอาจารย์ก็มา……”
เมื่อเห็นท่าทางของท่านอาจารย์ที่หวาดกลัวศิษย์ของเขาเองอย่างต้วนอวี้ อันเอ๋อร์ก็อดหัวเราะขึ้นมามิได้
ชุนถาวทำหน้าขึงขัง “อันเอ๋อร์ ข้าถามอะไรเจ้าทำไมเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ตอบเล่า ไม่เห็นข้านั่งอยู่ตรงนี้อย่าง
นั้นหรือ?”
พออันเอ๋อร์ได้ยินก็รีบขอโทษขอโพยชุนถาว นางรีบตอบว่า “พี่ชุนถาวคงยังไม่ทราบ หลังจากที่พี่หมดสติไปแล้ว
คุณชายใหญ่ให้คนมาแบกกลับมาที่ห้อง บ่าวก็เอาแต่เฝั้าพี่อยู่ที่นี่ จึงไม่เห็นเรื่องราวคึกคักที่เกิดขึ้นเท่าที่ควร ข้าอาศัยฟัง
เรื่องจากหรูเอ๋อร์และพวก”
อันเอ๋อร์ยู่ปากราวกับเสียดายที่ไม่ได้เห็นเรื่องสนุกกับตาของนางเอง แต่เมื่อนางเห็นหน้าชุนถาว จึงรีบแก้คำพูด
อย่างว่องไว “แต่เห็นพี่ชุนถาวอยู่ในสภาพอเนจอนาถขนาดนั้น บ่าวไม่มีกระจิตกระใจไปดูเรื่องสนุกในจวนหรอก บ่าว
เอาแต่นั่งเฝั้าพี่อยู่ที่นี่อย่างมีความหวัง!”
ชุนถาวฟังแล้วถึงกับทนหัวเราะออกมาไม่ไหว “ปากคอของเจ้าช่างคมคายกลับไปกลับมาเร็วเชียวนะ!”
อันเอ๋อร์ยิ้มแหะๆ ออกมา “เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วนอย่างละเอียดนั้น บ่าวก็ไม่ชัดเจนเหมือนกัน เพียงแต่ว่า
ได้ยินบ่าวใช้คนอื่นซุบซิบกันว่า คุณชายใหญ่นำยากลับมาช่วยชีวิตคุณหนูใหญ่ ฮูหยินเกือบถูกหลิวหรงฆ่าจนตาย โชคยัง
ดีที่อาจารย์ของคุณชายใหญ่เข้าไปช่วยไว้ได้ทันเวลา ส่วนหลิวอี๋เหนียงที่ลงมือบีบคอหวังปลิดชีพฮูหยิน ก็ถูกขังไว้แล้ว รอ
ส่งให้ทางการตัดสินความผิด!”
หลิวหรงถูกส่งตัวให้ทางการแล้ว?
ชุนถาวถึงกับขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย หากหลิวหรงถูกส่งไปให้ทางการลงโทษ เรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วนมากมาย
คนนอกอาจรับรู้และเป็นขี้ปากของคนไปทั้งเมืองหลวง
ถึงแม้เรื่องส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นฝีมือของหลิวหรง แต่หากเเพร่ออกไปจริง ชื่อเสียงจวนต้วนต้องเสื่อมเสีย
ปั่นปีไม่เหลือชิ้นดี สรุปแล้ว ชุนถาวไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะส่งหลิวหรงไปให้ทางการ
แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นไปแล้ว ต่อให้ชุนถาวมีความคิดไม่เหมือนกันก็ยากจะแก้ไขแล้ว ขอเพียงต้วนชิงหมิงได้สติฟืนกลับ
คืนมา เรื่องที่เหลือทั้งหมดชุนถาวไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะต้วนชิงหมิงสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม
เรื่องนี้เป็นไปตามที่ชุนถาวคิดไว้ เพราะอันเอ๋อร์ได้พูดขึ้นมาว่า “คุณหนูใหญ่มิยอมให้นายท่านส่งหลิวอี๋เหนียงให้
ทางการ ด้วยเหตุผลที่ว่ามิอยากสาวไส้ให้กากิน หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป หน้าตาชื่อเสียงจวนต้วนต้องสูญสิ้น อีก
อย่างถ้าหลิวอี๋เหนียงถูกส่งทางการ ชื่อเสียงของคุณหนูรองก็จบสิ้นไปพร้อมกัน”
ชุนถาวคาดไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงจะใช้ชื่อต้วนอวี้หรานมาเป็นเหตุผล ที่ยับยั้งมิให้ต้วนเจิ้งส่งหลิวหรงให้ทางการ แต่
นี่คงเป็นเรื่องฝืนใจที่ต้วนชิงหมิงยอมทำเพื่อจวนต้วน… ชุนถาวจำได้แม่นยำ ต้วนอวี้หรานผู้นี้จิตใจโหดร้ายคิดเล่นงานต้
วนชิงหมิงด้วยสารพัดวิธี
ชุนถาวส่งสายตาไปให้อันเอ๋อร์ ด้วยรู้ว่านางยังมีเรื่องที่พูดออกมาไม่หมด
อันเอ๋อร์พูดต่อไปว่า “นายท่านได้ฟังคำขอของคุณหนูใหญ่ต้วนก็เห็นดีด้วย จึงเลือกส่งหลิวอี๋เหนียงไปที่จ้วงจื่อที่
ห่างไกลแทน โดยมิให้กลับมาอีกตลอดกาล!”
ชุนถาวเห็นด้วยกับการส่งหลิวอี๋เหนียงไปจ้วงจื่อ เพราะเป็นวิธีแก้ไขที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม คนที่
จ้วงจื่อก็ฟังคำสั่งของต้วนเจิ้ง อีกทั้งหลิวหรงไม่มีทั้งเงินตราและอำนาจ จึงยากในการซื้อใจคน หากต้วนชิงหมิงออก
อุบายเล่นงานหลิวหรงเสียหน่อย ชีวิตของนางที่จ้วงจื่อต้องเหมือนตกนรกทั้งเป็น
พูดก็พูดเถอะ ความคิดนี้ของต้วนชิงหมิงถือว่าเป็นทางออกที่ยอดเยี่ยม!
เมื่ออันเอ๋อร์เล่าเรื่องราวออกมาแล้ว นางก็คันปากยิบๆ อดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องราวต่อไป “พี่ชุนถาวอาจยังไม่รู้ วัน
ที่นายท่านกับฮูหยินเข้าพิธีแต่งงาน ฮูหยินรองจวนติงเข้ามาโวยวายที่ไม่เห็นหน้าคุณหนูใหญ่กับคุณชายใหญ่ จึงตั้งใจจะ
รอจนกว่าจะได้พบหน้า… ในตอนนั้น นายท่านโกรธกระฟัดกระเฟียด แต่ก็จนปัญญาแก้ไข แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่าง
วิพากษ์วิจารณ์ ซุบซิบไปต่างๆ นานา ถึงว่าที่ฮูหยินคนใหม่คอยกีดกันและทำร้ายคุณหนูใหญ่กับคุณายใหญ่ แต่แล้วสิ่งที่
คาดไม่ถึงก็คือ ระหว่างที่ฮูหยินรองจวนติงกำลังจะระเยิดอารมณืในครั้งสุดท้าย คุณชายใหญ่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาตำหนิฮู
หยินรองจวนติงไปยกใหญ่ พร้อมบอกว่าไม่ควรมาวางอำนาจบาตรใหญ่สร้างเรื่องสร้างราวที่จวนต้วนแห่งนี้!”
ถึงแม้อันเอ๋อร์จะเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด ทว่านางกลับไม่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตา อีกอย่างนางเป็นแค่
บ่าวใช้ตัวน้อยที่สนใจแต่เรื่องราวที่เห็นเบื้องหน้า โดยไม่ได้คิดไปถึงต้นสายปลายเหตุและเหตุผลของการกระทำ
ในวันนั้น ตู้ชิงหรวนถูกพิษจนไร้เสียงและไร้เรี่ยวแรง ส่วนฮูหยินรองจวนติงมาด้วยความเกรี้ยวกราดดุดัน ใช้ต้วน
ชิงหมิงกับต้วนอวี้เป็นข้ออ้างที่ไม่มาร่วมงานแต่งงาน
ไม่รู้ว่าอีกฝั่ายต้องการใช้ประโยชน์อะไร จากการที่ต้วนชิงหมิงสลบไม่ได้สติ ต้วนอวี้หายตัวตามหาไม่พบ ไม่ว่า
อย่างไรต้วนเจิ้งต้องเดือดดาลกับการมาบีบบังคับอย่างไร้เหตุผลของฮูหยินรองจวนติง
เหตุการณ์ในตอนนั้น อยู่ในช่วงหน้าซิ่วหน้าขวาน หากไม่สามารถจัดการให้เรียบร้อย อาจทำลายหน้าตาชื่อเสียง
ของจวนต้วนไม่เหลือชิ้นดี
แต่กระนั้น ต้วนอวี้กลับมาช่วยชีวิตต้วนเจิ้งได้ทันเวลาพอดี
สิ่งที่ต้วนอวี้ให้ความสำคัญมากที่สุดในจวนต้วน มิใช่ต้วนเจิ้ง มิใช่ชื่อเสียงจวนต้วน มิใช่หน้าตาที่คนอื่นมองจวนต้
วน มิใช่ทุกอย่างที่จวนมี แต่เด็กน้อยที่อายุไม่ถึงสิบปีคนนี้กลับตัดต้วนชิงหมิงมิขาดต่างหาก
ชุนถาวรู้ชัดว่า ต้วนอวี้มิได้ชอบตู้ชิงหรวนและตัวนางมากมายนัก รวมถึงคนในจวนต้วน ยกเว้นต้วนชิงหมิงเพียงผู้
เดียว เด็กน้อยอย่างต้วนอวี้และคนรอบข้างในจวนต้วน เป็นเสมือนนํ้ากับนํ้ามันที่มิอาจมีวันเข้ากันได้เลย
โชคยังดีที่จวนต้วนยังมีต้วนชิงหมิงอยู่ ดังนั้นเขาจึงดีกับทุกคนที่นี่ ยังไว้หน้าและเป็นมิตรด้วย!