การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 775 เจ้ายังมีข้า
พูดตามตรง การที่ให้ท่านอาจารย์มาตามง้อ ตามขอร้องเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ต้วนอวี้นับเป็นคนแรกใน
ประวัติศาสตร์ เพียงแต่ท่านอาจารย์ที่ต้วนอวี้กล่าวถึงนั้น ชุนถาวมิได้ให้ความสำคัญมากนัก สิ่งที่นางสนใจในเวลานี้
กลับเป็นเรื่อง “งูเผือก” ที่ต้วนอวี้เล่าอยู่ต่างหาก
ชุนถาวเบิกตาโตด้วยความตื่นเต้น จนถามเสียงหลงขึ้น “คุณชายใหญ่ คงมิได้จะบอกนะว่าสิ่งที่ไปดักจับมาหลาย
วันนั้น เป็นงูเผือกที่ภูเขาเทียนซาน ที่เล่าขานกันว่าเจอได้ยากแสนยาก”
ต้วนอวี้พยักหน้าแทนการเอ่ยตอบ
เดิมทีงูเผือกเกิดและเติบโตในภูเขาเทียนซาน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หมองูจากเขตตะวันตก นำงูเผือกนี้ไปผสมพันธุ์กับงู
ประเภทอื่น จนทำให้เกิดสายพันธุ์งูเผือกเลือดผสมขึ้นมา แต่หลังจากที่คนจับมาเปรียบเทียบกัน ไม่ว่าสัญชาตญาณและ
พิษของมันก็ร้ายแรงไม่ต่างกัน ด้วยเหตุนี้จึงเรียก “งูเผือกเลือดผสม” นี้ว่า “งูเผือก” เหมือนกัน
งูเผือกนั้นมีความว่องไวปราดเปรียว แต่การให้กำเนิดทายาทค่อนข้างช้า ทำให้มันมีราคาสูงลิ่บ ไม่ว่าที่เข้าไปต่าง
อยากจับงูเผือกให้ได้กันทั้งนั้น จนงูเปือกได้กลายเป็นเรื่องเล่าปากต่อปาก ที่แทบทุกคนอยากจับไปไว้ในครอบครอง
บัดนี้ ต้วนอวี้ได้เล่าเรื่องนี้ออกมาปาก ยิ่งทำให้ชุนถาวตื่นเต้นอยากฟังเป็นอย่างยิ่ง
“ช่วงนี้ในเมืองหลวงมีงูเผือกปรากฏตัวจริงเหรอเจ้าคะ?” ชุนถาวถามอย่างใคร่รู้
ต้วนอวี้ตอบกลับว่า “เมื่อก่อนอาจมี แต่ตอนนี้อาจไม่มีแล้ว ยังไงก็ต้องสอบถามท่านอาจารย์เอา ปกติงูเผือกเจอ
ตัวยาก หลายวันนั้นพวกเราจับได้เพียงสิบหว่าตัวเท่านั้น ทั้งตัวใหญ่และตัวเล็ก ท่านอาจารย์บอกว่างูเผือกนี้เหมือนใกล้
สูญพันธุ์เข้าไปเต็มที”
การดักซุ่มอยู่ในถํ้าบนภูเขาเพื่อจับงูเผือกนับเป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก แต่จากปากของต้วนอวี้เวลาเล่าฟังดู
เหมือนง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก
ชุนถาวยังตกใจกับสิ่งที่ต้วนอวี้เล่าออกมาขึ้นไปอีก จนต้องมองเด็กคนนี้ใหม่เสียแล้ว
ต้วนอวี้รู้สึกรำคาญคำถามที่ชุนถาวถามซักไซร้มากความ เขาจึงหันไปพูดกับตู้ชิงหรวนและต้วนชิงหมิง “ท่านพี่
พวกท่านอยู่ที่นี่คุยกันไป ข้าขอตัวกับไปอ่านตำราก่อนแล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงรู้แก่ใจว่าต้วนอวี้มิได้กลับไปอ่านตำราหรอก แต่เขาเบื่อที่จะต้องตอบคำถามมากมายเช่นนี้
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบ “เจ้าควรตั้งใจอ่านตำราแล้ว… การสอบจอหงวนใกล้เข้ามาเต็มที ช่วงหลายวันมา
นี้คงไม่ได้เปิดตำราอ่านผ่านตาเลยกระมัง!”
ต้วนอวี้ยกมือขึ้นบังปากที่แอบอมยิ้ม “อ่านหนังสือในถํ้าบนภูเขาไม่เหมาะสม ตอนกลางคืนต้องดักซุ่มจับสัตว์
กลางวันนอนเก็บแรง จะเอาเวลาตรงไหนไปอ่านตำรา……”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงส่งสายตาจริงจังมองมา ต้วนอวี้รีบพูดขึ้นทันที “แต่ท่านพี่วางใจได้ ตำราที่ต้องอ่านข้าได้อ่าน
จนหมดแล้ว การสอบจอหงวนคงไม่เหนือบ่ากว่าแรงไปหรอก!”
“อวี้เอ๋อร์ การเรียนต้องคอยหมั่นทบทวนวิชาความรู้ การอ่านเพียงรอบเดียวอาจไม่เพียงพอ พี่กลัวเจ้าจะชะล่าใจ
มากเกินไป” ต้วนชิงหมิงเตือนสติ
พอต้วนอวี้ได้ฟังก็ยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ท่านพี่ ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรดูเหมือนจะผิดไปเสียทุกอย่างเลย… เอาล่ะ ข้า
กลับไปอ่านตำราก่อนดีกว่า จะได้ไม่ผิดไปกว่านี้”
ทางด้านตู้ชิงหรวนที่มองดูเหตุการณ์แอบอมยิ้มน้อยๆ “พอแล้ว ชิงหมิง เจ้าดูสิอวี้เอ๋อร์ขยันขันแข็งปานนี้ ช่วง
หลายวันที่ผ่านเอาเวลาไปจับงูเผือกคงเหนื่อยมากแล้ว เจ้าให้อวี้เอ๋อร์กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า”
ต้วนอวี้เห็นตู้ชิงหรวนช่วยพูดออกหน้าให้เขา ก็ส่งสายตาปริบๆ ไปให้ พูดตามตรง เขาไม่ได้รู้สึกดีกับรักแรกของต้
วนเจิ้งมากมายนัก ไม่ถึงขั้นชอบแต่ก็ไม่ถึงขั้นเกลียด เขาจึงยิ้มน้อยๆ ที่ช่วยพูดให้
สีหน้าต้วนชิงหมิงยังคงจริงจัง “อวี้เอ๋อร์ เห็นแก่ที่ท่านแม่ช่วยพูด ครั้งนี้พี่จะปล่อยเจ้าไปก่อน รีบกลับไปอ่าน
ตำราได้แล้ว!”
ต้วนอวี้รีบตบปากรับคำ ก่อนเดินจากไป
ต้วนชิงหมิงไอกระแอ่มออกมา พร้อมส่งสายตาให้ต้วนอวี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าเขาลืมทำบางอย่างไป
ต้วนอวี้จึงเดินไปยิ้มอย่างขวยเขิน พูดกระอ่อมกระแอ่มขึ้นมา “ท่านแม่ ลูกขอตัวกลับก่อน”
ต้วนอวี้ทำความเคารพจนตู้ชิงหรวนตกใจอยู่ไม่น้อย
ต่อให้นางแต่งงานกับต้วนเจิ้งแล้ว ต่อให้ต้วนชิงหมิงเรียกนางว่าท่านแม่อย่างคุ้นปาก แต่คุณชายใหญ่จวนต้วน
ที่รักอิสระเชื่อมั่นในตัวเองสูง ดูเหมือนไม่เคยมองตู้ชิงหรวนอยู่ในสายตา ทว่าในวันนี้แค่สายตาที่ส่งไปของต้วนชิงหมิง
กลับทำให้เขายอมก้มหัวให้นาง พูดก็พูดเถอะตู้ชิงหรวนแอบเสียใจอยู่นิดๆ
ต้องใช้ความสนิทสนมของพี่น้องระดับไหนกัน ถึงสามารถใช้เพียงสายตามองแล้วทำให้อีกฝั่ายยอมทำตามแต่โดย
ดี
ต้วนอวี้ยกมือประสานแสดงความเคารพแล้ว ตู้ชิงหรวนจึงรีบตอบกลับทันที “เอาล่ะ อวี้เอ๋อร์กลับได้แล้ว”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับแทนคำตอบ
ด้านต้วนชิงหมิงกลับเอ่ยปากขึ้น “อวี้เอ๋อร์กลับไปอ่านตำรา เดี๋ยวตอนเย็นพี่จะทำอาหารให้”
“ท่านพี่จะลงมือทำด้วยตัวเองเลยหรือ?” ต้วนอวี้ตาเป็นประกาย
ฝีมือการทำอาหารของต้วนชิงหมิงหาตัวจับยาก หลังจากที่ต้วนอวี้เคยทานไปครั้งเดียวก็ยากลืมเลือน บัดนี้ ต้วน
ชิงหมิงเอ่ยปากลงมือทำอาหาร มีหรือที่ต้วนอวี้จะไม่ตื่นเต้นรอคอย
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางนํ้าลายยืดนํ้าลายสอของต้วนอวี้ ก็รีบถลึงตาโต “เอาล่ะ พี่รู้แล้ว พี่ลงมือทำอาหารเอง
และรอเจ้ามาทานด้วยกัน เป็นยังไง?”
พอเขาได้ยินก็พูดอย่างดีอกดีใจ “เย่ๆๆ ๆ ได้ทานของอร่อยกินแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงอดส่ายหน้ามิได้ “อวี้เอ๋อร์ เมื่อไหร่เจ้าจะโตเสียที?”
เขารีบยืดอกตั้งตรง พูดเป็นการเป็นงาน “รอให้อวี้เอ๋อร์แต่งงาน ให้กำเนิดทายาท ก็จะเป็นผู้ใหญ่ในตอนนั้น
แหละท่านพี่!”
ต้วนชิงหมิงถึงกับตะลึงจนอ้าปากค้างเมื่อได้ยินที่ต้วนอวี้เอ่ยออกมา เด็กตัวแค่นี้ริอาจคิดเรื่องแต่งงานมีลูกแล้ว
เดี๋ยวโตกว่านี้ ไม่รู้ว่าเขาจะคิดอะไรเดินตัวออกมาอีก
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้ด้วยความถอดใจ จนเวลาล่วงเลยไปพักหนึ่ง นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างอ่อมแอ่ม “อวี้เอ๋อร์กำลัง
คิดอะไรมากมายขนาดนี้?”
ด้านตู้ชิงหรวนได้แต่อมยิ้ม “ก็ใช่นะสิ… เพื่อคุณหนูเชวียหนิงหรานแล้ว อวี้เอ๋อร์ยอมทำและฝั่าฟันอุปสรรคทุก
อย่าง แม้ต้องเข้าสอบจอหงวนก็ยังทำอย่างเต็มกำลังมิใช่หรือ?”
“ใช่แล้วท่านแม่ อวี้เอ๋อร์เอาแต่รํ่าร้องอยากแต่งกับหนิงหรานลูกเดียว ไม่รู้ว่าด่านการสอบครั้งนี้เขาจะผ่านไปได้
หรือเปล่า!” ต้วนชิงหมิงตอบ
เดิมที ต้วนชิงหมิงนึกว่าตู้ชิงหรวนจะช่วยพูดเสริมให้ต้วนอวี้ตั้งใจอ่านตำราเตรียมตัวสอบ กลับนึกไม่ถึงว่าตู้ชิงห
รวนจะพูดอย่างไม่สนใจออกมา “กลัวอะไรเล่า คุณชายใหญ่จวนต้วนของพวกเราเป็นถึงบุตรชายภรรยาเอกจวนต้วน
เอาอย่างนี้แล้วกัน หากจวนเชวียไม่เต็มใจยกคุณหนูรองเชวียให้กับอวี้เอ๋อร์ พวกเราก็ไปชิงนางมากลับมาก็ได้นี่หน่า!”
ต้วนชิงหมิงถึงกับหน้าชาในสิ่งที่ตู้ชิงหรวนเสนอแนะ
นางคิดว่าแค่ความคิดของต้วนอวี้ก็ช่างเกินบรรยายแล้ว ตอนนี้เจอข้อเสนอของตู้ชิงหรวนอีก นางจึงได้รู้แล้วว่า
เหนือฟั้ายังมีฟั้าจริงๆ
ข้อเสนอของตู้ชิงหรวนแค่ต้องการล้อเล่นต้วนชิงหมิงเท่านั้นเอง แต่เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่ตกใจของนางแล้ว ตู้ชิง
หรวนจึงจับมือของต้วนชิงหมิงไว้แน่น เอ่ยเสียงเรียบ “ข้ารู้ว่ารสชาติของการไม่สมหวังมันทุกข์มากแค่ไหน หากได้อยู่
เคียงข้างคนที่รัก ถึงจะสัมผัสได้ถึงความสุขอันท่วมท้น ในเมื่ออวี้เอ๋อร์ชอบพอคุณหนูรองเชวีย พวกเราควรช่วยให้ความ
หวังของพวกเขาสมปรารถนามิใช่หรือ?”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มเมื่อได้ฟัง “ท่านแม่พูดได้ถูกต้องตรงประเด็นเลย!”
หากต้วนอวี้อยากแต่งกับเชวียหนิงหราน ต้วนชิงหมิงย่อมช่วยพวกเขาอย่างสุดกำลัง อย่างน้อยก็ให้เชวียหนิงหรา
นมีความสุขที่สุดในวันออกเรือน
สายตาของตู้ชิงหรวนทอดมาที่ต้วนชิงหมิง นางถอนหายใจอย่างเชื่องช้าและถามขึ้น “ชิงหมิงคิดว่าคุณชายหลิว
กับองค์ชายสาม ใครเป็นคนที่ถูกใจของชิงหมิงเอ่ย?”
ต้วนชิงหมิงถึงกับร้อง “ห๊ะ” เสียงหลง เงยหน้ามองตู้ชิงหรวนในทันที ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน “คุณชายหลิวใกล้
หมั้นหมายกับองค์หญิงจิ่นซิ่ว ส่วนองค์ชายสามใกล้เป็นสามีขององค์หญิงอวี้หลัวเข้าไปทุกทีแล้ว……”
บุรุษทั้งสองคนนี้เหมือนถูกใจต้วนชิงหมิงด้วยกันทั้งคู่ ทว่าตามที่นางเอ่ยเล่า ทั้งสองคนกำลังเตรียมหมั้นหมาย
และแต่งงาน ช่างตรงกับที่ชาวบ้านในเมืองต่างพูดจนติดปากกันว่า…พวกเขากำลังจะแต่งงานกันแล้ว แต่น่าเสียดาย เจ้า
สาวไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าอีกต่อไปแล้ว!
ตู้ชิงหรวนคอยมองทุกท่าทีของต้วนชิงหมิงอยู่ตลอด เมื่อพูดถึงหลิวยวน นํ้าเสียงของนางกลับสบายใจ ไม่ได้ดูเป็น
เดือดเป็นร้อย แต่เมื่อพูดถึงเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา สายตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเสียใจอย่างบอกไม่ถูก
ตู้ชิงหรวนมองดูอย่างเข้าใจ พลางเอื้อมมือลูบไหล่ต้วนชิงหมิงไปมา “ชิงหมิงคงยังไม่ได้เรียนรู้จากใช้หัวใจมอง
เรื่องราวสิน่ะ!”
“ห๊ะ! อย่างนั้นท่านแม้ช่วยชี้แจงแถลงไขให้ชิงหมิงฟังหน่อยเถิด ทำเช่นไรถึงจะมองทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งเอ่ย?”
ต้วนชิงหมิงไถ่ถาม
“ก็แค่อย่าให้สิ่งภายนอกเข้ามาหลอกเราได้ รู้หรือไม่ว่า คนเราส่วนมากมักถูกหลอกด้วยภาพภายนอก ดังนั้นจง
มองข้ามมัน โดยเจาะเข้าไปในแก่นแท้ของปัญหาที่แท้จริงก็จะเข้าใจทุกอย่างได้ไม่ยาก” ตู้ชิงหรวนอธิบาย
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบแทนคำตอบ ส่วนสายตาของตู้ชิงหรวนกลับนิ่งอยู่กับที่
บุรุษสองคนนี้ พอทราบเรื่องที่ต้วนชิงหมิงถูกพิษ ต่างหาทุกวิถีทางในการช่วยเหลือนาง หลิวยวนส่งของบางอย่าง
ให้ตู้ชิงหรวน ซึ่งนั่นช่วยให้ตู้ชิงหรวนสามารถล้มหลิวหรงได้อย่างราบคาบ
ตู้ชิงหรวนขอบคุณหลิวยวนที่ให้ความช่วยเหลือนาง แต่หลิวยวนกลับปฏิเสธโดยอ้างว่าความจริงแล้ว ที่เขาเข้ามา
ช่วยเป็นเพราะต้องการทำเพื่อต้วนชิงหมิง