การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 780 การต่อสู้ของชายสองคน
ชิวหนิงรีบรินนํ้าชายกให้เหยียนหลิ่งอวี๋ได้จิบ จากนั้นนางก็รีบกลับไป เพราะเขากลัวว่าต้วนชิงหมิงจะยุ่งจนทำ
ไม่ทัน ทางที่ดีให้ชิวหนิงกลับไปเป็นลูกมือต้วนชิงหมิงโดยเร็ว
หลังจากชิวหนิงกลับมาถึงห้องครัว ต้วนชิงหมิงกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ เพราะนางไม่ได้เตรียมไว้มาก
เพียงพอ ถึงแม้ปริมาณอาหารของนางกับต้วนอวี้พอดีแล้ว ทว่าตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋มาอีกคนดูเหมือนว่าจะไม่พอเพียง
การมาของเหยียนหลิ่งอวี๋ครั้งนี้ หากจะไล่ให้เขาไปก็กระไรอยู่ เพราะอย่างน้อยเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางนั้น เหยียน
หลิ่งอวี๋ก็ช่วยเหลือเต็มกำลังความสามารถที่มี หากจะขอบคุณเขาด้วยอาหารสักมื้อหนึ่งก็คงไม่ผิดแปลกอะไร
ถึงแม้ต้วนชิงหมิงยํ้ากับตัวนาง ว่าการที่เชิญให้เหยียนหลิ่งอวี๋อยู๋ทานข้าวด้วยกันในครั้งนี้ เป็นเพราะทำตาม
มารยาท แต่ภายในใจของนางกลับไม่รู้จะพูดขอบคุณออกมาอย่างไรดี
ต้วนชิงหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกวักมือเรียกชิวหนิงเข้ามา “ชิวหนิง เจ้าไปห้องครัวใหญ่ของจวน ไปหยิบวัตถุดิบ
มาอีกนิดหน่อย จากนั้นกำชับให้แม่นมจงให้ทำอาหารีอกสองสามอย่าง แล้วรีบยกมาที่เรือนแล้วกัน!”
ชิวหนิงรีบตอบรับคำและเดินออกไป ต้วนชิงหมิงรีบหันกลับมาผัดอาหารอีกสองสามจาน จะได้เริ่มทานอาหาร
เย็นในทันที
ต้วนชิงหมิงชำเลืองมองอาหารที่มีอยู่บนโต๊ะไม่มากนัก มีปอเปียะทอด แกงเนื้อปลา กระดูกหมูผัดหวาน พริกผัด
ไก่เส้น ผัดมะเขือและผัดผักกวางตุ้ง ซึ่งปริมาณเหล่านี้ต้วนชิงหมิงคำนวณจากปริมาณอาหารที่ต้วนอวี้ทาน แต่ถ้าเป็น
ผู้ใหญ่ทานก็ทานพร้อมกับข้าวสวยก็จะอิ่มพอดิบพอดี
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้วนชิงหมิงกับต้วนอวี้ไม่ค่อยทานที่มีเนื้อสัตว์เท่าไหร่นัก และรสชาติอาหารที่ทำก็เป็นรสชาติ
ที่ถูกปากของนางกับต้วนอวี้ โดยไม่รู้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะถูกปากหรือไม่!
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจ เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้ที่มาโดยไม่ได้รับเชิญ คงอยากมานั่งทานข้าวด้วยโดยให้นางยุ่งกับ
การทำขึ้นไปอีก
ต้วนอวี้เดินเข้ามาในห้อง ได้เห็นเหยียนหลิ่งอวี๋นั่งจิบนํ้าชาอย่างสบายอกสบายใจ
ทันใดนั้น ความโกรธของเขาก็พลันสูงขึ้น เขามองจ้องและถามอย่างดุดัน “เหยียนหลิ่งอวี๋ มาอยู่ที่เรือนของท่านพี่
ได้ยังไง?”
มิใช่ตกลงกันเป็นอย่างดีแล้วหรือ ในช่วงนี้เหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่มารบกวนต้วนชิงหมิง แต่ยังไม่ทันไรกลับลืมคำพูด
จนหมดสิ้น?
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าสบตาต้วนอวี้ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ชิงหมิงเชิญข้าทานข้าวเย็นด้วย!”
ต้วนอวี้ฟังแล้วโกรธจนกลั้นหัวเราะไม่ไหว “ข้าเห็นเจ้านี่หน้าหนาไม่น้อยเลย… อาหารเย็นวันนี้ท่านพี่ตั้งใจเตรียม
ไว้เพื่อข้าโดยเฉพาะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองต้วนอวี้แล้วพูดด้วยเสียงราบเรียบ “อย่างนั้นก็มาทานด้วยกันสิ!”
ต้วนอวี้ได้ฟังก็โกรธยิ่งกว่าเดิม “เจ้าตัวโตที่สุด ปริมาณที่ทานต้องมากกว่าเป็นธรรมดา หากเจ้าแย่งส่วนของข้าจะ
ทำยังไง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋เหลือบเห็นต้วนชิงหมิงเตรียมเดินออกมาจากห้องครัว จึงตั้งใจพูดขึ้น “เจ้าวางใจได้ ข้าทานไม่
เยอะหรอก”
ต้วนอวี้ฉีกยิ้มอย่างไม่เต็มใจ “เจ้าไม่ใช่แมวตัวน้อย มีหรือที่จะทานนิดเดียว ชิ!”
ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงเดินออกมาได้ยินที่ต้วนอวี้ต่อปากต่อคำอยู่ จึงยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา “เอาล่ะ การได้มาทานข้าว
ด้วยกันไม่ใช่เรื่อง่ายเลย อวี้เอ๋อร์ไม่ต้องต่อปากต่อคำแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพูดเช่นนั้น ต้วนอวี้ก็เงียบลงไม่พูดไม่จา
เมื่อต้วนอวี้สงบปากสงบคำ เหยียนหลิ่งอวี๋ก็เงียบไปโดยปริยาย ทั้งสองคนต่างเริ่มทานอาหารที่ต้วนชิงหมิงได้
แสดงฝีมือ
เนื่องจากเวลามีอย่างจำกัด ดังนั้นต้วนชิงหมิงจึงทำอาหารได้ไม่กี่จาน อาหารจานนั้นที่นึ่งมาจากห้องครัวใหญ่
ตอนนี้ชิวหนิงเดินไปที่ห้องครัว เพื่อยกอาหารมาจัดวางบนโต๊ะจนเต็มไปหมด
ปกติต้วนชิงหมิงทานข้าวน้อย แต่นางก็ทำเป็นเติมข้าวจนเต็มชามเล็ก แล้วเริ่มลงมือทานอาหาร ถึงแม้ต้วนอวี้
อายุจะน้อย แต่อยู่ในวัยที่กำลังเจริญเติบโต ชิวหนิงจึงช่วยตักข้าวให้มากกว่าปกติ
ข้าวส่วนที่เหลือก็เป็นของเหยียนหลิ่งอวี๋ ชิวหนิงเห็นเขาอายุมากที่สุด จึงตักให้พูนเต็มจาน
คราวนี้ต้วนอวี้สัพยอกเหยียนหลิ่งอวี๋กลับไป “เหอะๆ เจ้ากินน้อยเกินไป… น้อยเกินไปจริงๆ”
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่สนใจในสิ่งที่ต้วนอวี้พูด และเริ่มลงมือทานอาหารเย็น
ต้วนอวี้กำลังจะอ้าปาก ทว่าต้วนชิงหมิงกลับพูดตัดขึ้น “อวี้เอ๋อร์ เวลาทานข้าวห้ามพูดคุย!”
เขาจึงรีบยู่ปากลงในทันที โดยไม่โต้แย้งโต้เถียง
แม้ปากเขาจะไม่พูดออกมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขายอมเหยียนหลิ่งอวี๋หรอกนะ
เหยียนหลิ่งอวี๋ยื่นตะเกียบออกไปคีบอาหาร ไม่ว่าเขาจะคีบอาหารจานไหน ตะเกียบของต้วนอวี้มักคีบแซงหน้าไป
ก่อนทุกครั้ง
ต้วนชิงหมิงที่เห็นเหตุการณ์ทุกขณะจึงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เดิมทีเหยียนหลิ่งอวี๋ตั้งใจจะคีบแย่งจากตะเกียบต้วนอวี้ แต่เมื่อเห็นท่าทางของต้วนชิงหมิง เขาจึงยกตะเกียบให้ต้
วนอวี้คีบอาหารไปก่อน
ต้วนอวี้จึงส่งสายตาให้เหยียนหลิ่งอวี๋แทนคำพูด “เจ้ากินซะสิ… อาหารที่มิใช่ท่านพี่ทำเองกับมือ เจ้ากินมันได้
หมดเลย!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถลึงตาใส่กลับต้วนอวี้และเถียงในใจกลับไป “ยังไงข้าก็จะทานอาหารที่ท่านพี่เจ้าทำ!”
ต้วนอวี้รีบเบะปากทันใด “เจ้ากล้าคีบอาหารแย่งข้าต่อหน้าท่านพี่ เจ้าก็ลองดูแล้วกัน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ทำท่าทำทางสู้ไม่ไหว จึงมองขอความช่วยเหลือไปทางต้วนชิงหมิง
ต้วนอวี้กลับทำเป็นไม่แยแสและยังคงคีบอาหารจานที่ต้วนชิงหมิงทำทานอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อต้วนอวี้ยกตะเกียบขึ้นอย่างผู้มีชัย โดยสามารถแย่งอาหารที่เหยียนหลิ่งอวี๋ต้องการทานได้ทุกครั้ง ในที่สุดต้วน
ชิงหมิงทนดูไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
นางใช้ตะเกียบคีบผัดมะเขือใส่ในชามข้าวเหยียนหลิ่งอวี๋ และคีบอาหารจากห้องครัวใหญ่อีกสองสามอย่างใส่ไป
อีก
เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจของต้วนอวี้ปรากฏขึ้น เหยียนหลิ่งอวี๋กลับกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างสาแก่ใจ เขาตั้งใจคีบ
อาหารทานยั่วเย้าจนต้วนอวี้โกรธจนหน้าดำหน้าแดง
ต้วนอวี้รีบใช้ตะเกียบคีบอาหารอย่างแรงมาใส่ในชาม เพื่อเป็นการประชดประชันเหยียนหลิ่งอวี๋ “เชอะ! ข้าคีบ
อาหารจนหมดแล้ว ดูสิเจ้าจะมีอะไรทานอีก!”
ครั้งนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ยอมถอยให้ต้วนอวี้อีกแล้ว มือของเขาทั้งว่องไวและยืดยาวกว่าต้วนอวี้เป็นไหนๆ ยังไม่ทัน
ที่เขาต้องออกแรงคีบมากนัก อาหารจานใหญ่ก็ถูกคีบมาจนเกือบหมดแล้ว ถึงแม้ต้วนอวี้จะพยายามคีบแข่ง แต่ด้วยมือที่
สั้นกว่าทำให้อาหารในจานที่เป็นฝีมือของต้วนชิงหมิง ถูกเหยียนหลิ่งอวี๋คีบไปไว้ในชามของเขาจนเกือบหมด
ต้วนอวี้โกรธจนลมออกหู เหยียนหลิ่งอวี๋กลับทำท่าทางที่เหนือกว่า
ต้วนชิงหมิงที่นั่งทานอย่างสงบเสงี่ยม เผลอพริบตาเดียวก็ต้องชะงักไป เพราะชายคนโตกับชายคนเล็กกำลังคีบ
อาหารในจานไปจนเกือบหมด เหมือนกลัวว่าจะแย่งไม่ทันกินอย่างไรอย่างนั้น
แน่นอนว่า พวกเขาสองคนมีจุดหมายเพื่อคีบอาหารที่ต้วนชิงหมิงทำเองกับมือ
ผลสุดท้ายของเรื่องนี้คือ อาหารที่ต้วนชิงหมิงทำกับมือถูกยื้อแย่งจนเกลี้ยง อาหารที่มาจากห้องครัวใหญ่กลับไม่มี
ใครแตะต้อง
ชายคนโตกับชายคนเล็กต่างทานอิ่มอย่างรวดเร็ว จนยกมือขึ้นลูบพุงที่ปั่องขึ้นอย่างพอใจและยิ้มเยาะกันและกัน
พอต้วนชิงหมิงเห็นข้าวในจานต้วนอวี้ทานจนเกลี้ยง ส่วนเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ยํ้านักยํ้าหนาว่า “ทานไม่เยอะหรอก”
ไม่เพียงทานข้าวพูดชามจนเกลี้ยง หนำซํ้ายังคีบอาหารไปกินจนไม่เหลือข้าวสักเม็ดเดียว
ต้วนชิงหมิงมองอาหารบนโต๊ะที่เหลือ และยื่นมือคีบทานต่อไป
ชายคนโตกับชายคนเล็กเริ่มยกชาขึ้นมาจิบ และจ้องกันจนตาเขม็งปูนโปดออกมาจนน่าหวาดกลัว
ต้วนอวี้พูดในใจผ่านสายตา “ทำไมต้องมาแย่งอาหารที่ท่านพี่ทำเองกับมือ?”
“ท่านพี่ของเจ้าทำไว้ให้ข้าต่างหาก!” เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับ
“เจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเสียเหลือเกิน!” ต้วนอวี้ต่อว่า
“เจ้าเป็นคนบอกข้าเองมิใช่หรือ หน้าด้านหน้าทนมีทานทุกคน!” เหยียนหลิ่งอวี๋เถียงกลับ
“ออกจากจวนต้วนไปได้แล้ว ที่นี่เป็นอาณาจักรของข้า!” ต้วนอวี้เบ่งสู้
“ท่านพี่ของเจ้าไม่ได้ไล่ข้าให้กลับ ที่สำคัญข้าอยู่ที่เรือนท่านพี่ของเจ้า หาใช่เรือนของเจ้าไม่!” เหยียนหลิ่งอวี๋กวน
ประสาท
ต้วนอวี้จึงเตือนขึ้น “ระวังตัวไว้ ข้าจะเล่นงานเจ้าเอง!”
เหยียนหลิ่งอวี๋แสยะยิ้ม “รอให้เจ้าสูงจนต่อยข้าให้ถึงก่อนเถอะ ค่อยมาว่ากัน!”
ต้วนอวี้กัดฟันกรอดๆ “คราวหน้า หากเจ้ายังกล้าโผล่หน้ามาทานข้าวที่นี่อีกละก็ ข้าจะใส่ยาพิษให้เจ้าทานแล้ว
ตายๆ ไปซะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยอกย้อนกลับคืน “การที่ได้ตายไปพร้อมกับเจ้านั้น ข้ายินดีเหลือเกิน……”
ต้วนอวี้ถึงกับพูดไม่ออกอีกแล้ว เขาไร้ซึ่งความคิดที่จะโต้เถียงกลับไป
ผลสุดท้าย ต้วนอวี้กลับถูกยั่วเย้าจนโกรธหน้าดำหน้าแดง ในขณะที่เหยียนหลิ่งอวี๋กลับทำตัวสบายใจเฉิบ
ทางด้านชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็รีบหันหน้าไปอีกทาง… นี่แหละที่โบราณว่า ขิงก็ราข่าก็
แรง!ชายคนโตและชายตัวเล็กมักแสดงความว่านอนสอนง่ายต่อหน้าต้วนชิงหมิง แต่หากอยู่หน้าคนอื่น ปั่านนี้คงกินหัว
อีกฝั่ายไปแล้วกระมัง
ต้วนชิงหมิงทานเรียบร้อยแล้วก็เดินไปยกนํ้าชาขึ้นมาจิบ
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์นำบ่าวใช้มาเก็บจานชามตะเกียบให้เรียบร้อย ส่วนชิวหนิงก็ช่วยเจ้านายทั้งสามคนรินนํ้าชาเติมลงไป
ใหม่
ต้วนชิงหมิงมองไปยังต้วนอวี้ เอ่ยขึ้น “อวี้เอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป? หน้าดำหน้าแดงขนาดนี้ไม่สบายตรงไหนหรือ
เปล่า?”
ต้วนอวี้เหลือบตามองเหยียนหลิ่งอวี๋ กัดฟันกรอดๆ “อวี้เอ๋อร์สบายดีท่านพี่… สบายดีมากเหลือเกิน!”
ต้วนชิงหมิงหันมองเหยียนหลิ่งอวี๋ “มิทราบว่าองค์ชายสามทานอิ่มหรือยังเจ้าค่ะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้า “อิ่ม อิ่มมากเลยทีเดียว”
ต้วนชิงหมิงดันพูดต่อว่า “ในเมื่อองค์ชายสามอิ่มแล้ว เวลาก็เริ่มดึกแล้ว ชายหญิงมีความต่างกัน จึงไม่ขอรั้งให้
องค์ชายสามให้อยู่ต่อแล้ว ชิวหนิงออกไปส่งองค์ชายสามหน่อยสิ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าขึ้นมาเห็นต้วนอวี้ยิ้มเยาะเย้ย พร้อมกับคิดในใจ… ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถูกท่านพี่ไล่กลับแล้วเหรอ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋วางถ้วยนํ้าชาในมือลง พูดอย่างมิอยากลาจาก “ใช่แล้ว เวลาก็เย็นมากแล้ว ข้าควรกลับไปแล้ว”
ระหว่างที่พูดไป เหยียนหลิ่งอวี๋ก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอกอย่างช้าๆ
เมื่อเขาเดินไปที่หน้าประตู ได้ยินเสียงพูดดังขึ้น “อวี้เอ๋อร์ วันนี้เจ้าอ่านตำราจนเหนื่อยมากแล้ว กลับไปที่เรือนพัก
ผ่อนโดยเร็วเสียเถอะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะมาตรวจดูความคืบหน้าของเจ้า”
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับมามองด้วยสายตาที่แสดงความรู้สึกถือไพ่เหนือกว่า… เจ้าก็จะถูกไล่กลับเรือนไม่ต่าง
จากข้าหรอก!
ต้วนอวี้เดือดดาลจนพูดมิออก ได้แต่ยืนขึ้นและตอบกลับเพียง “ท่านพี่ อย่างนั้นอวี้เอ๋อร์ขอตัวกลับไปพักผ่อน
ก่อนแล้ว!”
ชิวหนิงเหงื่อแตกพล่าน เมื่อเห็นชายทั้งสองคนต่างไม่มีใครยอมใคร นางเดินออกไปส่งชายทั้งสองด้านนอกเรือน
แล้ว จึงรีบทำความเคารพ จากนั้นวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว