การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 800 งานหมั้นหมายที่ดูแคลนเนี่ยไฉ่เยวี่ย
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 800 งานหมั้นหมายที่ดูแคลนเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนชิงหมิงลูบไปที่มือของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเบาๆ เพื่อแสดงการปลอบใจ ในความเป็นจริงนางไม่รู้จะพูดอะไรดีกับ
เหตุการณ์แบบนี้
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดขึ้น “เรื่องนี้พี่ไม่กล้าไปบอกท่านแม่หรอก และพี่ก็ไม่ได้ตอบจดหมายคุณชายรองจวนหลินกลับไป
เรื่องจากในจวนเนี่ยมีหูตามากมายที่จับจ้องมาที่ท่านแม่และพี่ มีทั้งเหล่าอี๋เหนียง พี่สาวลูกอนุ น้องสาวลูกอนุ ที่หวังให้
งานหมั้นหมายนี้ล้มเหลว ชื่อเสียงของพี่จะได้ปั่นปี… ชิงหมิง พี่เลยไม่กล้าเสี่ยง!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เนี่ยไฉ่เยวี่ยสามารถจัดการปัญหาได้อย่างถูกต้อง อย่างน้อยนางก็รู้จัก
ปั้องกันตัวเอง
แต่ด้านคุณชายรองจวนหลินนั้น คงไม่เข้าใจความลำบากใจของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
บุรุษที่ถูกความรักปิดบังดวงตาทั้งสองข้างจนมืดบอด อาจทำเรื่องที่ร้ายแรงหรือไม่ก็เรื่องทำร้ายจิตใจนางอีกก็
เป็นได้
ต้วนชิงหมิงพลันเกิดความเป็นห่วงเป็นใยขึ้นมา
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด เนี่ยไฉ่เยวี่ยเล่าต่อว่า “เดิมทีพี่ก็แค่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่ไปสนใจมัน หาก
แต่งงานแล้วก็ใช้ชีวิตไปตามอัตภาพที่มีที่เป็น… ก่อนหน้านี่ทานแม่ของพี่ ฮูหยินหลินและคุณชายรองจวนหลินเคยพบ
หน้ากันสองครั้ง ในทุกครั้ง ฮูหยินหลินมักจับมือของพี่พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ชมนั่นชมนี่ แต่คุณชายรองจวนหลินกลับ
มาพี่ด้วยความเดือดดาล ราวกับเป็นศัตรูที่พรากความสุขจากชีวิตเขาไปอย่างไรอย่างนั้น”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดอย่างถอดใจ “หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขาก็ให้คนส่งจดหมายมาอีก จดหมายฉบับนี้เป็นการต่อว่า
ด่าทอและดูแคลนพี่เป็นที่สุด เดิมทีพี่คิดว่าคุณชายรองจวนหลินจะเป็นคนสุภาพมีการศึกษา แต่นึกไม่ถึงว่าเขากลับ
หลงใหลได้ปลื้มในความงามของสาวรับใช้คนนั้น เมื่อพี่ได้อ่านจดหมายจบลมก็ออกหูทั้งสองข้าง จึงนำจดหมายสองฉบับ
ไปให้ท่านแม่ดู… ถ้าพูดถึงรูปร่างหน้าตาแล้ว คุณชายรองจวนหลินเทียบไม่ได้กับหลิวยวนแม้แต่ปลายเล็บ พูดถึงเรื่อง
ชาติตระกูล ตระกูลหลินเทียบไม่ได้กับตระกูลเนี่ยด้วยซํ้า พี่เดือดดาลมากจนหยิบให้ท่านแม่ เพื่อไปถอนการหมั้นหมาย
กับตระกูลหลิน”
ต้วนชิงหมิงถึงกับยกมือก่ายหน้าผาก… เฮ้อ คุณชายรองจวนหลินนี่ช่างกระไร มิอาจให้ความสุขกับสาวรับใช้ที่เขา
รักได้ ดันเอาความโกรธเกลียดมาลงที่เนี่ยไฉ่เยวี่ย คนเช่นนี้ถอนหมั้นไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเสียดีกว่า
แต่ต้วนชิงหมิงก็รู้ดีว่าการถอนหมั้นไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ไม่ต้องพูดถึงฮูหยินเนี่ยหรอก เอาแค่นายท่านเนี่ยเพียงคน
เดียวก็ไม่มีทางยอมให้เรื่องเล็กน้อยแค่นี้นำไปสู่การถอนหมั้น เพราะการมีอี๋เหนียงมากกว่าหนึ่งคน เป็นเรื่องธรรมดา
สำหรับบุรุษผู้มีตระกูลสูงศักดิ์ ถ้านายท่านเนี่ยรู้เรื่องจดหมายสองฉบับเข้า คงต่อว่าบุตรสาวที่ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่
หากเนี่ยไฉ่เยวี่ยนำจดหมายสองฉบับนี้ไปให้ท่านพ่อท่านแม่ดูอาจทำให้เรื่องเลวร้ายไปกว่านี้
ลองคิดดู นิสัยของฮูหยินเนี่ยจะต้องไปเอาเรื่องเอาความให้ถึงที่สุด ท่านปั้าหลินต้องตำหนิลงโทษคุณชายรอง ดี
ไม่ดีอาจกลับมาแว้งด่าทอคุณหนูจวนเนี่ยที่ไม่รักนววลสงวนตัว ดังนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะมีความผิดมากมายเพียงใด สุดท้าย
คนที่ผิดก็ต้องเป็นเนี่ยไฉ่เยวี่ยอยู่วันยังคํ่าแม้ไม่ใช่ความผิดของนางก็ตามที
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเล่าต่อไปว่า “ท่านแม่อ่านจดหมายสองฉบับแล้ว พลันเดือดดาลขึ้นมาจนจะไปคิดบัญชีกับฮูหยินหลิน
ให้รู้แล้วรู้รอด ทันทีที่พี่เห็นเช่นนั้นก็รีบคว้าแขนท่านแม่เอาไว้ โดยใช้ชีวิตเป็นตัวประกัน ท่านแม่จึงไม่ไปจวนหลิน จน
เรื่องหมั้นหมายก็ถูกลากยาวมาจนถึงตอนนี้!”
ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจเสีย “พี่ไฉ่เยวี่ยพูดได้ถูกต้อง หากท่านปั้าเนี่ยไปเอาเรื่องเอาความที่จวนหลิน ไม่เพียง
ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ อาจทำให้เรื่องนี้ยุ่งยากขึ้นไปอีก และเมื่อซักไซร้ไล่ความขึ้นมา คนที่รับจดหมายก็คือพี่ไฉ่เย
วี่ย ดังนั้นความผิดทั้งหมดก็ตกอยู่กับพี่เพียงผู้เดียว!”
หลักการและเหตุผลนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยเข้าใจเป็นอย่างทะลุปรุโปร่ง จึงห้ามปรามมิให้ท่านแม่ของนางกระทำเช่นนั้น
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย “พี่รู้ว่าผลลัพธ์ของการกระทำนี้จะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเอาชีวิตของตัวเอง
เข้าแลก ท่านแน่จึงยอมยุติความคิดจะไปจวนหลิน แต่ด้านท่านพ่อกลับพูดอย่างหน้าชื่นตาบาน ‘จวนหลินเร่งรัดวันส่ง
สินสอดทองหมั้นมาอย่างนั้นหรือ’ พอพี่ได้ฟังก็ตกใจยิ่งนักจนเกือบพูดปฏิเสธไป… หากมีการส่งสินสอดทองหมั้นมาก่อน
วันที่กำหนดไว้ นั่นหมายความว่าคุณชายรองจวนหลินมิอาจเถียงชนะท่านพ่อท่านแม่ของเขาได้ และเขาอาจพาลชิงชังพี่
ขึ้นมาอีกก็เป็นได้… ถ้าสินสอดทองหมั้นมาแล้ว ถึงตอนนั้นพี่แต่งเข้าจวนหลินไป ย่อมไม่มีทางอยู่เป็นสุขได้อีก มาคิด
ทบทวนไปมาแล้ว พี่จึงรีบไปขอร้องวิงวอนท่านแม่!”
นํ้าเสียงของเนี่ยไฉ่เยวี่ยแม้ฟังดูเรียบเฉย แต่ต้วนชิงหมิงกลับฟังออกว่าเต็มไปด้วยความเศร้าโศกอันหนักอึ้ง…
สตรีคนหนึ่ง หากไม่ได้รับความสำคัญและการเคารพจากฝั่ายสามี ชีวิตของนางที่เหลือก็จะมีแต่ความทุกข์โศกจนสิ้นลม
หายใจ
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเล่าต่อไปว่า “ท่านแม่เห็นสภาพของพี่ก็ได้แต่ถอนหายใจ และเข้าไปปรึกษาหารือกับท่านพ่อ เรื่อง
ของการยืดเวลาการหมั้นหมายออกไปก่อน เพราะอีกไม่นานก็จะเป็นงานฉลองวันเกิดของท่านพ่อแล้ว… การพูดเช่นนี้
เป็นแผนที่ท่านแม่วางไว้ดีแล้ว แต่เมื่อท่านพ่อได้ฟังกลับโมโหโทโสขึ้นมา ต่อว่าท่านแม่ที่ไม่อบรมสั่งสอนบุตรสาวให้อยู่
ในร่องในรอยและรู้จักลำดับความสำคัญ… เมื่อพี่ได้ฟังที่ท่านพ่อกล่าวเช่นนั้น ก็แอบย่องออกมาโดยไม่รู้จะพูดอะไรอีก!”
ต้วนชิงหมิงนึกไม่ถึงเหมือนกันว่านายท่านเนี่ยจะมีตรรกะความคิดแบบนี้ ในฐานะท่านพ่อคนหนึ่งควรสืบถาม
ที่มาที่ไปให้ชัดเจนเสียก่อน จากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี แต่นึกไม่ถึงเลยว่านายท่านเนี่ยยังฟังไม่ทันจบ ก็
ต่อว่าด่าทอฮูหยินเนี่ยอย่างไม่ไว้หน้า
เมื่อคิดดูแล้ว ต้วนเจิ้งดีกว่านายท่านเนี่ยอยู่มาก แม้ว่าปกติเขาจะไม่ได้ให้ความใส่ใจบุตรชายบุตรสาวมากเท่าที่
ควร แต่หากบุตรชายบุตรสาวเสนอความต้องการใด เขาจะพิจารณาและให้คำตอบโดยเร็วที่สุด!
แท้จริงแล้ว ต้วนชิงหมิงรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้มีท่านแม่ติงโหรวคอยเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ กลับมาย้อนมองเนี่ยไฉ่เยวี่ย
แล้ว ถึงแม้จะมีท่านแม่คอยอยู่เคียงข้าง กลับมิอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของนางได้เอง!
เนี่ยไฉ่เยวี่ยสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่ “ในวันนั้น พี่กับท่านแม่ออกไปซื้อของที่ตลาดด้วยกัน บังเอิญเห็น
คุณชายรองจวนหลินเข้า พี่หลบเขาไม่ทันจำต้องแสดงความเคารพ แต่เขากลับเชิดหน้าชุคอไม่แยแสแม้แต่หางตา จนคน
ข้างกายเขาพูดขึ้นว่าพี่เป็นว่าที่ภรรยามิใช่หรือ เหตุใดเจ้ามองไม่เห็น? จากนั้นเขากลับพูดอย่างเด็ดเดี่ยว สตรีที่เขารักมี
เพียงผู้เดียวและนางคนนั้นมิใช่พี่! ตอนนั้นพี่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า จ้องเขม็งไปที่คุณชายจวนหลิน และเอ่ยตอบ ‘ในเมื่อ
คุณชายมีสตรีที่รักอยู่แล้ว และคนคนนั้นมิใช่ไฉ่เยวี่ย อย่างนั้นคุณชายก็รีบไปเอาหนังสือถอนหมั้นหมายมาที่จวนเนี่ยให้
เร็วที่สุด! ถ้าคุณชายมิอาจปกปั้องสตรีที่รักเอาไว้ได้ ก็ไม่สมควรที่จะพูดถึงความรักหรอก ที่สำคัญสตรีแต่ละคนล้วนได้รับ
การเลี้ยงดูฟูมฟักจากท่านพ่อท่านแม่มาเป็นอย่างดี จึงมีเกียรติ ศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของตน ขอความกรุณาคุณชายอย่า
ได้ปากพล่อยดูแคลนคนอื่นไปเรื่อย สุดท้ายขอฝากสักประโยคให้คุณชายแล้วกัน การเคารพคนอื่นเท่ากับเคารพตนเอง
หวังว่าคุณชายจะรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี!’ เมื่อพี่พูดจบลงก็สะบัดหน้าหันกลับมาโดยไม่แยแสปฏิกิริยาที่เขามี พร้อมเดิน
กลับไปหาท่านแม่ด้วยใบหน้าที่มิอาจกลั้นนํ้าตาเอาไว้ได้อยู่”
แม้ต้วนชิงหมิงไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย แต่นางกลับสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่ปรากฏขึ้นมา สตรีคนใดหากถูก
ดูแคลนถึงเพียงนี้ย่อมนํ้าตาไหลพรากกันทั้งนั้น ด้วยความจนปัญญาจะเถียงกลับ แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับเถียงคืนอย่างสาสม
ทำให้ต้วนชิงหมิงรู้สึกชื่นชมในตัวนาง เพราะอย่างน้อยเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เป็นคนฉลาดและไม่ยอมใครง่ายๆ เหมือนกัน
ในเวลานี้เมื่อเล่าเรื่องในอดีต นํ้าตาของนางที่หลั่งไหลลงมา จนต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนํ้าตา “แต่ไหนแต่ไร
มาพี่ไม่เคยถูกใครดูถูกดูแคลนถึงเพียงนี้มาก่อน… ฮือ ฮือ ฮือ!”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะออกมา “พี่ไฉ่เยวี่ยทำได้ดีมากแล้ว! คนส่วนใหญ่หากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ล้วนจุกจนพูดมิออก
ไปแล้ว!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้ารับและพูดว่า “เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ถูกพูดออกไป จนพี่สามารถรักษาชื่อเสียงหน้าตาของ
ตัวเองได้บ้าง แต่ชื่อเสียงที่ดีจะมีประโยชน์อะไรเล่า… ชิงหมิงก็รู็ดี ในฐานะสตรีคนหนึ่งปรารถนาที่จะมีสามีที่เคารพและ
ทะนุถนอมเท่านั้นเอง แต่คุณชายรองจวนหลินทำไม่ได้ มิหนำซํ้ายังพูดจาเสียดสีดูแคลนพี่อย่างรุนแรงอีก!”
ต้วนชิงหมิงนิ่งคิดบางอย่างก่อนเอ่ยขึ้น “มิอาจให้คนจวนหลินก่อเรื่องวุ่นวายได้ต่อไปแล้ว!”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยสำทับออกมา “ใช่แล้ว… หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น วันถัดมาคนจวนหลินได้ส่งคนมาขอโทษขอ
โพย ทั้งสัญญาต่อท่านพ่อท่านแม่ของพี่ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก ขอให้การหมั้นหมายยังคงเป็นดังเดิม แต่หลัง
จากที่พี่เจอเหตุการณ์เช่นนั้น หัวใจก็เหมือนตายให้กับบุรุษที่ไร้เย็นชาไปแล้ว พี่ได้ไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้วว่าจะต้องให้อีกฝั่าย
ถอนการหมั้นหมายให้จงได้……”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหันไปพูดของร้องต้วนชิงหมิง “หชิงหมิงก็รู้ ท่านพ่อของพี่ไม่มีทางยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอย่าง
แน่นอน… พี่อยากขอความช่วยเหลือจากท่านแม่ แต่นางก็ได้แต่นั่งดูโโยไร้อำนาจทัดทาน… ชิงหมิงลองพูดออกมาหน่อย
เถิด พี่ควรจะทำอย่างไรดี?”
เมื่อเนี่ยไฉ่เยวี่ยต้องเผชิญหน้ากับการไร้ความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยว ด้านต้วนชิงหมิงก็เอาแต่เงียบงัน!
คำสั่งของบิดามารดา คำพูดของแม่สื่อแม่ชัก สามารถตัดสินชะตาชีวิตของสตรีคนหนึ่งไปทั้งชีวิต ว่านางจะมี
ความสุขไปตลอดหรือไม่ เช่นเดียวกับตอนนี้ เนี่ยไฉ่เยวี่ยมิอาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้… นางคงต้องจำใจทำตาม
ความข้อตกลงของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่าย โดยแต่งเข้าไปที่จวนหลิน แต่หลังจากแต่งเข้าไปแล้ว นางต้องพบหน้ากลับสามีที่
ชิงชังเกลียดขี้หน้านาง ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าอี๋เหนียง ชีวิตแบบนี้นางอาจต้องทนไปจนแก่เฒ่า!
แต่ถ้าถอนการหมั้นหมายล่ะ
ต้วนชิงหมิงหันมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยพูดจริงจังขึงขัง “ถ้าอยากถอนการหมั้นหมายมิใช่ว่าทำไม่ได้… เพียงแต่มันอาจ
ต้องแลกกับชื่อเสียงที่เสียของพี่ไฉ่เยวี่ย……”
หากพูดถึงการถอนหมั้นหมาย ฝั่ายชายจะไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ทว่าฝั่ายหญิงกลับต้องเสียชื่อเสียงและ
เสียหน้าตา
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยกมือขึ้นปาดนํ้าตา ยังคงยืนกรานว่า “ไม่ได้… ชิงหมิง ชื่อเสียงสำหรับพี่นั้นไม่ได้สำคัญ พี่หวังเพียงว่า
สามีจะเคารพและยอมรับในตัวพี่ หากต้องรักษาชื่อเสียงและทรมานไปชั่วชีวิต พี่ยอมอยู่โดดเดี่ยวจนวาระสุดท้ายของ
ชีวิตจะดีเสียกว่า” `