การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 801 แผนการหมั้นหมายของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 801 แผนการหมั้นหมายของเนี่ยไฉ่เยวี่ย
ต้วนชิงหมิงครุ่นคิดก่อนแล้วจึงเอ่ยว่า “ในเมื่อพี่ไฉ่เยวี่ยพูดมาขนาดนี้ ชิงหมิงมีหรือจะไม่ช่วย… เอาอย่างนี้แล้ว
กัน หลังจากที่กลับไปแล้วให้พี่ไฉ่เยวี่ยเขียนจดหมายกลับไปให้คุณชายหลิน บอกเขาว่าขอเพียงเขาตามหาสาวรับใช้คน
นั้นพบ และให้นางมายืนตรงหน้าถามว่ารักเขาจากใจจริงไหม ถ้าสาวรับใช้คนนั้นตอบว่า ‘รัก’ ก็ให้เขาคิดหาทางให้ท่าน
พ่อท่านแม่ของคุณชายหลินถอนหมั้นหมายในครั้งนี้ไป”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยเกิดลังเลใจหลังจากที่ได้ฟัง “ได้ยินมาว่าท่านพ่อท่านแม่ของคุณชายรองจวนหลิน นำสาวรับใช้คนนั้น
ไปซ่อนและปกปั้องอย่างแน่นหนา มีหรือที่เขาจะเจอโดยง่าย”
ต่อให้หาตัวสาวรับใช้พบแล้วนำนางมายืนเบื้องหน้าเนี่ยไฉ่เยวี่ย นางก็ต้องเผชิญหน้ากับบุรุษที่หมดใจต่อนางอีก
หรือ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเนี่ยไฉ่เยวี่ยยากที่จะโน้มน้าวให้ตัวนางเองทำเช่นนั้นได้
ต้วนชิงหมิงยิ้มอย่างมีภาพในใจเรียบร้อยแล้ว “พี่ไฉ่เยวี่ยวางใจได้… ขอเพียงสาวรับใช้คนนั้นมีเลือดเนื้อเชื้อไข
ของคุณชายรองจวนหลิน ฮูหยินหลินย่อมดีใจอย่างยิ่งและไม่มีทางลงโทษสาวรับใช้คนนั้น… อย่างมาก ฮูหยินหลินก็ต้อง
เอานางไปซ่อนตัวที่ชนบท พี่ไฉ่เยวี่ยก็บอกให้คุณชายรองจวนหลินตบปากรับคำหมั้นหมายตามนํ้าไปก่อน จากนั้นค่อยใช้
จังหวะนี้ไปเสาะหาสาวรับใช้ทีละหลังๆ เชื่อว่าต้องหาเจอแน่นอน ถึงตอนนั้นพอหาเจอแล้ว ค่อยแอบพานางยืนเบื้อง
หน้าพี่ไฉ่เยวี่ยก็สิ้นเรื่องแล้วมิใช่หรือ?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยพยักหน้า ก่อนส่ายหัวปฏิเสธ “ชิงหมิงแต่พี่ไม่มีทางพูดโน้มน้าวท่านพ่อท่านแม่ได้ โดยเฉพาะท่านพ่อ
ไม่มีทางฟังสิ่งที่พี่พูดอย่างแน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงแอบมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยตาขวาง “ใครใช้ให้พี่ไฉ่เยวี่ยโน้มน้าวท่านพ่อท่านแม่ของตัวเองด้วยเล่า! เรื่องตั้ง
อต่ต้นจนจบไม่จำเป็นต้องให้ท่านพ่อท่านแม่พี่ไฉ่เยวี่ยมาร่วมเลย… พี่ไฉ่เยวี่ยต้องเข้าใจเรื่องหนึ่งก่อน ในเมื่อคุณชายรอง
จวนหลินยืนกรานสาบานรักสาวรับใช้เพียงคนเดียว เขาก็จะต้องให้คำสัญญาว่าจะต้องอยู่ด้วยกันไปทั้งชีวิต ย่อมไม่มีทาง
ยอมให้ใครมาพังความสุขให้ทลายลง ขอเพียงคุณชายรองจวนหลินยืนกรานแข็งขัน ฮูหยินหลินต้องเลือดขึ้นหน้า จน
สุดท้ายต้องขับสองคนนั้นออกจากจวนไป ส่วนที่เหลือไม่ต้องให้ชิงหมิงพูด พี่ไฉ่เยวี่ยคงเข้าใจได้ไม่มากกระมัง?”
เนี่ยไฉ่เยวี่ยยังคงลังเลตัดสินใจไม่ถูก “แต่ว่าหากเรื่องนี้ไม่เป็นไปตามที่ชิงหมิงคิดเอาไว้ สุดท้ายพี่ต้องแต่งเข้าจวน
หลินอยู่ดีใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าเป็นการบอกว่าไม่ใช่… เนี่ยไฉ่เยวี่ย เจ้าไม่ใช่คนเฉลียวฉลาดหรอกหรือ ทำไมตอนนี้ถึงได้ซื่อ
บื้อ น่าขันถึงเพียงนี้… เฮ้อ เรื่องนี้แม้นางมิอาจออกหน้าได้ แต่สามารถช่วยดันให้เรื่องเกิดตามความต้องการนี่หน่า
เนี่ยไฉ่เยวี่ยหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา พูดกระอักกระอ่วนขึ้นว่า “ชิงหมิง พี่เป็นคนที่โง่เง่ามากใช่ไหม? เจ้าคงหัวเราะ
เยาะพี่ไปแล้วสิท่า!”
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างไม่เกรงใจ “” พี่ไม่ได้โง่เง่าหรอก แค่ยังงงกับจุดยืนมากกว่า… พี่ลองคิดดู มีอย่างที่ไหนที่
สาวรับใช้สอนเรื่องอย่างว่าให้กับคุณชาย กลับตั้งท้องก่อนที่คุณชายจะตบแต่งภรรยาเอกเข้าจวน? การที่สาวรับใช้คนนี้
ทำแบบนี้ได้ พี่ไม่คิดหรือว่านางก็ไม่ใช่ธรรมดาเหมือนกัน? นางต้องเป็นสาวรับใช้ที่เห็นความหวังที่ปลายทาง จึงพยายาม
สุดความสามารถเพื่อไต่เต้ามัดใจคุณชายรองจวนหลิน… พี่ไฉ่เยวี่ย ขอเพียงพี่ได้เห็นสาวรับใช้คนนั้น ย่อมสามารถพูดโน้ม
น้าวได้อยู่หมัด ให้นางได้ครองคู่กับคุณชายรองจวนหลิน ทางที่ดีที่สุดก่อนที่คุณชายรองจะแต่งงาน ต้องให้แต่งตั้งสาวรับ
ใช้เป็นอี๋เหนียง หลังจากนั้นท่านพ่อท่านแม่ขององค์ชายรองต้องคัดค้านหัวชนฝา… ถึงตอนนั้น เพื่อหน้าตาชื่อเสียงของ
จวนหลิน คุณชายรองต้องถูกขับออกไปจากจวนอย่างเลี่ยงมิได้
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนเอยว่า “แผนการทั้งหมด ต้องเป็นความลับของเราสองคน”
อันที่จริง ต้วนชิงหมิงยังมีอีกประโยคที่ยังไม่ได้เอ่ยออกไป นั่นก็คือต่อให้แผนการไม่เป็นไปตามแผน นางก็มีแผน
สำรองให้คนช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ!
เพียงแต่ว่า บางเรื่องไม่จำเป็นต้องให้เนี่ยไฉ่เยวี่ยทราบเดี๋ยวจะกังวลเปล่าๆ
ต้วนชิงหมิงได้ปรึกษาหารือถึงรายละเอียดของแผนการ รวมไปถึงวิธีหลบสายตาของเหล่าอี๋เหนียง และวิธีการใด
ที่จะทำให้คุณชายรองจวนหลินได้พบหน้ากับคนที่เขารัก… แผนการเหล่านี้ทั้งสองคนพูดคุยกันมาได้หนึ่งชั่วยามเป็นอัน
เสร็จสิ้น จากนั้นเนี่ยไฉ่เยวี่ยก็เดินยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่อยจากไปด้วยใจเบิกบาน
ด้านเนี่ยไฉ่เยวี่ยเดินจากไปแล้ว เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชิวหนิงก็เดินเข้ามาในห้องโถง
ชิวหนิงเป็นคนที่พูดน้อยเป็นทุนเดิม ส่วนเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เป็นคนพูดตรงไปตรงมาจึงถามต้วนชิงหมิงขึ้น “คุณหนู
ทำไมต้องช่วยคุณหนูเนี่ยด้วย… ดูเอาแล้วกัน พอต้องการความช่วยเหลือถึงจะเห็นหน้า แต่พอไม่มีปัญหากลับไม่เห็น
แม้แต่เงาหัวเลยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงเงยหน้ามองเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เอ่ยเสียงเรียบ “ทำไมกัน เจ้ามีความเคลือบแคลงอย่างนั้นหรือ?”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง พูดด้วยสีหน้าซีดเผือด “บ่าวแค่รู้สึกเสียเวลาคุณหนูไปโดยเปล่าประโยน์
เจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงแค่ชำเลืองมองชิวหนิงปราดหนึ่ง นางจึงรีบเข้าไปลากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้วบอกว่า “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ข้า
นึกขึ้นได้ว่ายังมีงานบางอย่างที่ยังทำไม่เสร็จ ตอนนี้พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปกับข้าเถอะ ถ้าทำธุระเสร็จก็สามารถกลับไปพักผ่อน
ได้เลย”
ในวันพรุ่งนี้วนมาถึงวันพักผ่อนของชิวหนิง ดังนั้นนางจะรีบทำงานให้เสร็จทั้งหมด จะได้กลับบ้านตั้งแต่เช้าหน่อย
ถึงแม้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จะไม่ค่อยเต็มใจให้กลับบ้าน แต่พอเห็นต้วนชิงหมิงเป็นห่วงต้วนอวี้จนทุกข์ใจ จึงไม่อยากสร้าง
เรื่องหนักใจให้ต้วนชิงหมิงอีก `
นิสัยใจคอของเนี่ยไฉ่เยวี่ยเป็นอย่างไรนั้น ต้วนชิงหมิงย่อมรู้ดียิ่งกว่าใคร… นางเป็นคนที่รู้จักพลิกแพลงตาม
สถานการณ์ หากต้องการใช้ใครจะประจบสอพลออย่างเต็มที่ แต่หากไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ในสายตาของนางก็มีเพียงตัวนาง
เองเท่านั้น!
สาเหตุที่ต้วนชิงหมิงยินยอมดีกับเนี่ยไฉ่เยวี่ยนั้น แท้จริงแล้วเพราะเชวียหนิงหรานที่จิตใจดีสนิทสนมกับเนี่ยไฉ่เย
วี่ย ต้วนชิงหมิงจำต้องมองเนี่ยไฉ่เยวี่ยในแง่ดีขึ้นมาบ้าง
ในสังคมที่กว้างใหญ่เช่นนี้ คนประเภทไหนก็มีทั้งนั้นแหละ! แต่ละคนเป็นอย่างไร เราต่างมองปราดเดียวก็ทราบ
ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเตือน
เพียงแต่การที่ต้วนชิงหมิงยินยอมช่วยเหลือเนี่ยไฉ่เยวี่ยในคราวนี้ ก็ไม่ได้ช่วยโดยเปล่าประโยชน์
ข้อแรก เมืองหลวงแห่งนี้สงบเงียบมานานเกินไปแล้ว ช่วงนี้ต้องสร้างมีเรื่องขึ้นมาบ้าง ข้อสอง การสอบจอหงวน
ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว เรื่องของต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานคงถูกคนจับจ้องอยู่มิน้อย หากในเวลานี้เรื่องของเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับ
คุณชายรองจวนหลินแพร่ไปทั่วเมืองหลวง ถึงตอนนั้นคนที่จับจ้องเรื่องของต้วนอวี้กับเชวียหนิงหรานก็จะน้อยลงไปด้วย
ซึ่งเป็นผลดีกับจวนต้วและจวนเชวีย!
สิ่งที่สำคัญมากที่สุกคือ ต้วนชิงหมิงรู้ทุกอย่างที่เชวียหย่งเฉียงวางแผนเอาไว้ หากใช้พลังของเชวียหนิงหรานและฮู
หยินเชวียเกรงว่าจะไม่เพียงพอ เรื่องนี้ต้องใช้พลังจากภายนอกเข้าช่วย ซึ่งนั่นคือเรื่องหมั้นหมายระหว่างเนี่ยไฉ่เยวี่ยกับ
คุณชายรองจวนหลินนั่นเอง!
แน่นอนว่า ต้วนชิงหมิงไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ การที่นางยอมช่วยก็เพราะไม่อยากเห็นคนที่เป็นสหายอย่างเนี่ยไฉ่เย
วี่ยต้องทนทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต!
ความคิดเหล่านี้นางมิอาจบอกล่าวให้บรรดาบ่าวใช้รับรู้ได้ ต่อให้พูดออกมา พวกนางก็ไม่อาจเข้าใจ สำหรับต้วน
ชิงหมิงแล้ว บางเรื่อง บางคำพูด นางรู้อยู่แก่ใจก็เพียงพอแล้ว ส่วนคนอื่นหากเข้าใจก็เข้าใจ หากไม่เข้าใจก็แค่ปล่อยไป
เท่านั้นเอง
ส่วนเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การช่วยเนี่ยไฉ่เยวี่ยนั่นคือเรื่องของต้วนอวี้กับเชวียหนิงหราน… ต้วนชิงหมิงต้องหาทุกวิถี
ทางที่ทำให้เชวียหย่งเฉียงยอมยกให้เชวียหนิงหรานแต่งกับต้วนอวี้ให้จงได้!
ช่วงนี้ต้วนชิงหมิงมีเรื่องที่ต้องปวดหัวเกิดขึ้นมาไม่หยุดหย่อน จนต้องยกมือขึ้นนวดขมับ หลับตาลงอย่างเชื่อง
ช้า… ต้วนชิงหมิงอาจยังไม่ทราบเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัวอยู่อย่างนี้ ไม่เพียงจะจบลงง่ายๆ แต่กลับเป็นเพียงการเริ่ม
ต้นเท่านั้น เพราะคนที่กำลังเตรียมตัวจากไป กลับเลือกที่จะอยู่ต่อและเตรียมตัวเล่นงานนางกลับแล้ว!
ด้านเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และชิวหนิงที่เดินออกไปข้างนอกแล้ว ระหว่างที่เดินนั้น เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้พูดอย่างไม่สบอารมณ์
“คุณหนูก็กระไร ทำไมยังเป็นห่วงช่วยเหลือเนี่ยไฉ่เยวี่ยด้วย… คนแบบนี้ไม่สมควรให้ค่าให้ราคาด้วยซํ้าไป!”
ในตอนที่ต้วนชิงหมิงสลบไสลอยู่นั้น มีสหายที่ดีหลายคนแวะมาเยี่ยมเยือนถามไถ่ ไม่เพียงหงเว่ยหยัง คุณหนูอาจื๋
อ แม้แต่คุณหนูเชวียหนิงหรานที่มิอาจออกมานอกจวนได้ ยังสั่งให้คนมาส่งของยามาให้ แต่เนี่ยไฉ่เยวี่ยกลับไม่เคยโผล่
หน้าคาดตามาให้เห็นแม้แต่เงา พอนึกถึงเรื่องนี้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็เดือดดาลขึ้นมา
ชิวหนิงที่อยู่ด้านข้างก็รีบพูดให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ใจเย็นลง นางเอ่ยเสียงเบาว่า “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ บางเรื่องพวกเราสอง
คนเก็บไว้ในใจก็เพียงพอแล้ว อย่าได้พูดให้คนอื่นได้ฟังเป็นอันขาด!”
เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พูดอย่างขัดเคือง “นางยังทำได้ ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้บ้าง?”
“พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไม่รู้หรือว่าความสุขของสตรีเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ถ้าคุณหนูไม่ยื่นมือเข้าไปช่วย ชีวิตที่เหลือ
ของคุณหนูเนี่ยต้องจบเห่อย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณหนูจิตใจเมตตากรุณา มิอาจนั่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ ดังนั้นพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเลย จะได้ไม่ทำให้คุณหนูรู้สึกไม่ดีเปล่าๆ”
พอพูดถึงต้วนชิงหมิงรู้สึกไม่ดีขึ้นมา เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็มิกล้าเถียงกลับ ได้แต่พึมพำแทน “ข้าแค้ทนดูคุณหนูเนี่ยไฉ่เย
วี่ยไม่ได้เท่านั้น… เจ้าลองดูนางเอาแล้วกัน พอจะใช้คุณหนูก็บีบนํ้าตาเรียกความสงสาร แต่พอไร้ประโยชน์กับนางก็ไม่
เห็นจะไปมาหาสู่ เชอะ……”
เยวี่ยเจียเดินเข้ามาในเรือน เห็นสีหน้าแปลกไปของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์พลันถามอย่างแปลกใจ “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์กำลัง
พึมพำอะไรอย่างนั้นหรือ… เอ๊ะ คุณหนูอยู่ไหน?”
พอชิวหนิงเห็นเยวี่ยเจียกลับมาแล้วก็รีบตอบว่า “พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยากให้คุณหนูช่วยหาบุรุษที่ดีให้นางสักคน
หนึ่ง… พี่เยวี่ยเจียดูเอาแล้วกันว่าพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์รีบร้อนถึงเพียงไหน!”
เยวี่ยเจียได้ยินก็หัวเราะทันใด “โอ้โห พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยากแต่งงานแล้วสินะ”
เมื่อเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็ถลึงตาโต “พวกเจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน ข้าไม่ได้อยากแต่งงานสักหน่อย คุณหนูของพวก
เรายังไม่แต่งเลย พวกเราถือดีอะไรจะแต่งก่อนด้วยเล่า?”