การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 802 เรื่องงานแต่งของต้วนอวี้
เยวี่ยเจียได้ยินก็รีบหัวเราะขึ้นมาทันใด “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อย่าลืมสิว่าพี่อายุมากกว่าคุณหนูของพวกเรา
ถึงสองปี ตามอายุแล้วต้องหาคนแต่งงานแล้ว… ถ้าขืนรอให้คุณหนูแต่งก่อน มีหวังพี่จะไม่ทันการ! เอาอย่างนี้แล้วกัน
ประเดี๋ยวพวกเราไปหาคุณหนูให้คุณหนูช่วยหาบุรุษที่ดีสักคนให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์แล้วกัน”
พอเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ได้ยินก็พูดออกโกรธๆ “เชอะ พวกเจ้านี่นะ อยากแต่งงานกลับมาโบ้ยให้ข้า เมื่อก่อนตอนที่พวก
เจ้ายังไม่ได้ปรนนิบัติคุณหนู ที่นี่มีข้าเพียงคนเดียว ตอนนั้นข้าตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่แต่งงาน คอยรับใช้คุณหนูไปอย่าง
นี้ทังชีวิตนี่แหละ……”
เมื่อนึกถึงสภาพที่ต้วนชิงหมิงต้องทนทุกข์เมื่อก่อน ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่างสงบปากสงบคำในทันที
เมื่อก่อนนี้ต้วนชิงหมิงมีสภาพชีวิตเช่นไร ชิวหนิงและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ก็พอได้ยินได้ฟังมาจากปากเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์อยู่บ้าง
ถึงแม้พวกนางจะมาไม่ทัน แต่ฟังแล้วก็ต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า
เยวี่ยเจียที่เห็นสีหน้าเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เสียใจก็รีบพูดยิ้มๆ ออกมาแทน “เอาล่ะ เอาล่ะ พี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ต่อไปคำพูด
แบบนี้ ข้าไม่กล้าพูดอีกแล้ว พี่โปรดให้อภัยข้าด้วยเถอะ!”
ชิวหนิงแอบชำเลืองมองเยวี่ยเจียและพูดขึ้นว่า “เยวี่ยเจีย เจ้าไม่ได้อยู่ที่เรือนคุณชายใหญ่หรอกหรือ? ทำไมถึง
กลับมาแล้วเล่า?”
ชิวหนิงคิดๆ ดูแล้ว พลันถามขึ้นอย่างสงสัย “หรือว่าคุณชายใหญ่ตื่นแล้ว?”
เยวี่ยเจียพยักหน้ารับ “คุณชายใหญ่ตื่นแล้ว แต่ก็ถูกคนของฮูหยินเรียกให้ไปพบ ข้าจึงต้องรีบกลับมารายงานคุณ
หนูให้ทราบน่ะสิ!”
ภายในห้องมีเสียงของต้วนชิงหมิงดังขึ้น “เยวี่ยเจียเข้ามาได้!”
เยวี่ยเจียละลํ่าละลัก “คุณหนูเรียกข้าแล้ว ข้าเข้าไปก่อนแล้วกัน!”
เมื่อเดินผ่านมาด้านข้างชิวหนิง เยวี่ยเจียได้หัวเราะคิกคัก “พี่ชิวหนิง พรุ่งนี้ช่วยเอาอาหารอร่อยมาให้เยวี่ยเจีย
ทานหน่อยได้ไหม?”
ชิวหนิงพูดยิ้มเชืงตำหนิ “เจ้าเนี่ยนะ เห็นแก่กินเสียจริง!”
เยวี่ยเจียก็ยังหัวเราะคิกคักและเดินเข้าไปในห้อง
ต้วนชิงหมิงเห็นเยวี่ยเจียเดินเข้ามาแล้ว ก็ยืดตัวตรงถามขึ้น “คุณชายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง? มีตรงไหนไม่สบาย
บ้างไหม? ได้ทานอาหารอะไรบ้างหรือยัง?”
เยวี่ยเจียตอบกลับว่า “เรียนคุณหนู คุณชายใหญ่ไม่มีจุดที่ไม่สบาย เพียงแต่ตื่นขึ้นมาก็ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง บ่าวกับ
อิงจือจึงได้เตรียมโจ๊กเอาไว้ ให้คุณชายใหญ่ทานหลังล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อย พอทานไม่ได้เท่าไหร่คนของฮูหยินก็
พาคุณชายใหญ่ไปเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเป็นการรับรู้ “ท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วงอวี้เอ๋อร์ จึงเรียกเขาไปพูดคุยสอบถาม”
เยวี่ยเจียเห็นว่าต้วนชิงหมิงไม่ได้ตำหนินาง ก็รีบพรวดขึ้น “ใช่แล้ว ฮูหยินรีบร้อนให้คุณชายใหญ่ไปทานอาหาร
เย็นที่เรือน บอกว่าใกล้ถึงวันสอบแล้วต้องทานอาหารบำรุงให้มากๆ อีกทั้งนายท่านก็นั่งอยู่ที่นั่นด้วยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงจึงพูด “อ่อ” แล้วเงียบลงไป
ในระหว่างนี้เอง ด้านนอกหน้าต่างมีเสียงของเถี่ยเฟิงดังขึ้น “คุณหนูใหญ่ นายท่านเรียกให้ไปพบที่ห้องหนังสือ
ขอรับ!”
นิสัยของเถี่ยเฟิงเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนแปลง มีเรื่องใดต้องผ่านฉากกั้นหน้าต่าง ไม่เดินเข้ามาในเรือน เมื่อ
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ส่งสายตาให้เยวี่ยเจีย ทันใดนั้น เยวี่ยเจียก็เอ่ยเสียงดัง “พี่เถี่ยเฟิง คุณหนูของพวกเราได้ยินแล้ว อีก
ประเดี๋ยวจะเดินทางไป ขอบคุณพี่เถี่ยเฟิงมากๆ นะ”
เถี่ยเฟิงที่ได้ยินดังนั้นก็ขอตัวลากลับไป
เถี่ยเฟิงจากไปแล้ว ภายในห้องเหลือเพียงต้วนชิงหมิงและเยวี่ยเจีย เยวี่ยเจียจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ผลัดแปั้ง
เล็กน้อยก่อนไปพบท่านพ่อ
วันนี้ต้วนชิงหมิงสวมชุดกระโปรงสีเหลืองไข่ แขนเสื้อปักมวลบุปผาสีขาว แม้จะไม่ใช่ชุดใหม่แต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน
เรียบร้อย อีกอย่างไปแค่ห้องหนังสือที่ไม่ได้ไกลอีกด้วย “เยวี่ยเจียไม่ต้องชุดอีกแล้ว เจ้าช่วยข้าเปลี่ยนทรงผมแล้วกัน
ท่านพ่อจะได้ไม่ต้องรอนานเกินไป!”
เยวี่ยเจียรับคำและช่วยต้วนชิงหมิงเกล้าใหม่เป็นสองจุก จากนั้นเสียบปินที่ราคาไม่สูงแต่ทำอย่างประณีต ต้วนชิง
หมิงส่องกระจกไปมาและพูดขึ้น “เอาล่ะ พวกเราไปกันได้แล้ว!”
เยวี่ยเจียรีบเข้าไปประคองต้วนชิงหมิงเดินออกไป
ต้วนชิงหมิงเดินออกไปหน้าประตูเรือน ก็เห็นบ่าวใช้ตัวน้อยกำลังวิ่งอย่างลนลาน ไม่ทันไรนางก็วิ่งเข้าชนต้วนชิงห
มิงเข้าอย่างจัง
พอเยวี่ยเจียได้เห็นก็ร้องเสียงดังลั่น “บังอาจมาก เจ้าไม่แหกตาดูหรือไง ถึงกล้าชนคุณหนูเข้า!”
บ่าวใช้ตัวน้อยเงยหน้าขึ้นเห็นต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วจ้องมา นางตกใจจนเก่าทั้งสองข้างอ่อนระทวยลงไปกับพื้น รีบ
เอาหัวคำนับพื้นไม่หยุด “คุณหนูโปรดไว้ชีวิตด้วย… บ่าวมิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ”
บ่าวใช้ตัวน้อยคุกเข่าลงจนห่อผ้าที่กอดมานั้นตกลงกับพื้น จนเสื้อผ้าและเครื่องประดับกระเด็นออกมา
เยวี่ยเจียหยิบห่อผ้านั้นขึ้นมาเปิดดูเสื้อผ้าด้านใน เห็นได้ชัดว่าเนื้อผ้าเหล่านี้มิใช่ที่บ่าวใช้จะสวมใส่ จึงหันไปถาม
ขึ้น “เจ้าไปเอาเสื้อผ้าเหล่านี้มาจากไหน? เตรียมมันไปให้ใคร?”
เมื่อบ่าวใช้ตัวน้อยกินข้าวของกระจัดกระจาย ก็ไม่กล้าหยิบขึ้นมา ได้แต่ยืนสั่นงกๆ โดยไม่เอ่ยตอบคำใด
ต้วนชิงหมิงเห็นบ่าวใช้ตัวน้อยร่างเล็ก ซูบผอม ดูท่าแล้วอายุคงไม่เกินหกเจ็ดขวบ ผมเพ้ายังเหลืองดูแล้วได้สาร
อาหารไม่เพียงพอ ต้วนชิงหมิงจึงถามเสียงเรียบขึ้นว่า “เจ้าเป็นบ่าวใช้ของเรือนไหน?”
บ่าวใช้ตัวน้อยเงยหน้าขึ้นตอบต้วนชิงหมิง “เรียนคุณหนู บ่าวเป็นบ่าวรับใช้ที่มาใหม่อยู่ที่เรือนคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นบ่าวใช้ตัวน้อยมีอาการตกใจทำตัวไม่ถูก นางเอาแต่จ้องมองห่อผ้าที่อยู่ในมือของเยวี่ยเจีย
เหมือนอยากพูดบางอย่างแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกมา
ต้วนชิงหมิงจึงพูดขึ้น “รุ่ยเอ๋อร์ ข้าขอถามเจ้าหน่อย คุณหนูรองใช้เจ้ามาใช่ไหม?”
รุ่ยเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย และรีบส่ายหน้าปฏิเสธตามมา “ไม่… ไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูรองไม่ได้ใช้ให้บ่าวมา แต่
เป็นบ่าวที่มาเองเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงเหลือบมองของที่อยู่ในมือเยวี่ยเจีย จึงถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ของเหล่านี้เป็นของเจ้าอย่างนั้น
หรือ?”
การที่บ่าวใช้ตัวน้อยบอกมาเช่นนี้ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อ เพราะเสื้อผ้าเป็นชุดของสตรีที่โต ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับตัว
ของเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์
บ่าวใช่พยักหน้ารับและส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ไม่ใช่เจ้าค่ะ… เสื้อผ้าและเครื่องประดับบ่าวจะนำไปส่งให้คนอื่น
มิใช่ของบ่าวเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงมองบ่าวใช้ตัวน้อยที่ชื่อ “รุ่ยเอ๋อร์” โดยไม่เอ่ยคำใด
รุ่ยเอ๋อร์รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้เป็นวันพักผ่อนของพี่ชิวหนิง ของเหล่านี้พี่เยวี่ยหวาใช้ให้บ่าวเอามาให้พี่
ชิวหนิงเจ้าค่ะ”
อ๋อ อย่างนี้นี่เองเป็นของที่เยวี่ยหวาฝากให้ชิวหนิงนี่เอง!
ต้วนชิงหมิงมองไปที่เยวี่ยเจีย เยวี่ยเจียรีบก้มหน้าเอาของในมือส่งให้รุ่ยเอ๋อร์ พร้อมบอกว่า “ถือให้ดี ครั้งหน้าไม่
ต้องรีบร้อนแบบนี้ จนชนคุณหนูเข้าแบบนี้ ถ้าไปชนเจ้านายคนอื่นมีหวังโดนลงโทษสถานหนักแน่!”
รุ่ยเอ๋อร์รีบขอบคุณเป็นการใหญ่ จากนั้นหอบของเดินเข้าไปในเรือนต้วนชิงหมิง
เยวี่ยเจียจึงประคองงต้วนชิงหมิงเดินออกจากเรือนไปข้างนอก จู่ๆ เยวี่ยเจียได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยบ่นขึ้น “เฮ้อ น่า
แปลกเสียจริงนะเจ้าค่ะ เยวี่ยหวาฝากของมาให้พี่ชิวหนิง ดันส่งบ่าวใช้ตัวน้อยซุ่มซ่ามมาอีก ไม่รู้หมายความว่ายังไง!”
ต้วนชิงหมิงได้แต่ยิ้มจางๆ ไม่ได้กล่าวสิ่งใด
เยวี่ยเจียเห็นคุณหนูไม่สนใจนางก็คิดว่านางคงคิดมากไปเอง อย่างไรก็ตามเยวี่ยหวาปรนนิบัติรับใช้ต้วนอวี้หราน
เป็นเวลานาน แต่เยวี่ยเจียคิดว่านางโชคดีที่ได้ต้วนชิงหมิงเป็นเจ้านาย ถ้าได้ต้วนอวี้หรานเป็นเจ้านายมีหวังคงถูกโขกสับ
จนเละไปหมดแล้ว
นายบ่าวทั้งสองคนเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพียงไม่นานเยวี่ยเจียก็เลิกที่จะพูดถึงรุ่ยเอ๋อร์ ถ้าไม่ใช่เพราะมีเรื่อง
หนึ่งเกิดขึ้น เกรงว่าเยวี่ยเจียคงพูดเรื่องนี้ไปต่อไม่หยุด
ต้วนเจิ้งเรียกต้วนชิงหมิงมาพบ เพื่อต้องการสอบถามเรื่องของต้วนอวี้และเชวียหนิงหราน
พูดได้ว่าต้วนเจิ้งเพิ่งทราบเรื่องนี้ในวันนี้นี่เอง เพราะตู้ชิงหรวนได้บอกว่าหลังจากต้วนอวี้สอบจอหงวนเรียบร้อย
จะพาเขาไปสู่ขอที่จวนเชวีย
อันที่จริง เรื่องนี้ต้วนเจิ้งเหมือนพอผ่านหูมาบ้าง เขาคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นของบุตรชายบุตรสาวเท่านั้น แต่พอได้
ยินจากปากตู้ชิงหรวนจึงได้ทราบว่าต้วนอวี้เอาจริงเอาจังที่สุด
ในราชวงศ์ต้าเซี่ย อายุของบุรุษที่ถึงวัยแต่งงานจะอายุราวๆ สิบห้าสิบหกปี แน่นอนว่าอาจเร็วกว่านี้หน่อยก็ได้ แต่
ปีนี้ต้วนอวี้อายุเพียงแปดปี กลับอยากภรรยาตบแต่งแล้วและยังตั้งใจจะสอบจอหงวนให้ผ่านอีก
เรื่องนี้ ต้วนเจิ้งฟังแล้วรู้สึกน่าขันเป็นอย่างมาก เดิมทีเขาอยากเรียกต้วนอวี้มาอบรมสักหน่อย แต่ตู้ชิงหรวนกลับ
เรียกต้วนอวี้ไปพบก่อน ต้วนเจิ้งจึงได้แต่เรียกต้วนชิงหมิงให้มาพบเพื่อถามข้อสงสัยให้กระจ่าง!
ต้วนชิงหมิงเข้าไปในห้องก็รีบทำความเคารพ จากนั้นจึงนั่งเก้าอี้ลง นางเอ่ยถามขึ้น “ท่านพ่อเรียกหมิงเอ๋อร์มาที่นี่
มิทราบว่ามีเรื่องใดให้รับใช้เจ้าคะ?”
“หมิงเอ๋อร์เอ๋ย สองปีมานี้อวี้เอ๋อร์ใช้ชีวิตเป็นอย่างไรบ้างพอรู้บ้างไหม?” ต้วนเจิ้งเอ่ยถาม
ต้วนชิงหมิงจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “เรียนท่านพ่อ อวี้เอ๋อร์อายุยังน้อย มักออกไปข้างนอกอยู่บ่อยๆ บางเรื่อง
ลูกก็พอทราบบ้าง บางเรื่องลูกแทบไม่ชัดเจนเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงตอบคำถามอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
หากมีเรื่องขึ้น ต้วนอวี้ไม่ค่อยมาพูดกับต้วนชิงหมิง ข้อแรกกลัวนางจะเป็นกังวล ข้อสองกลัวนางขัดขวาง แต่มีอยู่
เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเชวียหนิงหราน ต้วนชิงหมิงรู้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง!
ต้วนเจิ้งมิอยากอ้อมค้อมแล้ว จึงถามขึ้นอย่างตรงๆ “พ่อขอถามเกี่ยวกับคุณหนูรองจวนเชวียหน่อย!”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ “เรียนท่านพ่อ เรื่องนี้หมิงเอ๋อร์ทราบเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งจึงถามด้วยความแปลกใจ “อ่า เรื่องนี้อวี้เอ๋อร์มิได้ปิดบังเจ้าอย่างงั้นหรือ?”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยๆ ออกมา เรื่องนี้ต้วนอวี้จริงๆ แล้วก็อยากปิดนาง แต่น่าเสียดายที่ปิดไว้ไม่ได้อีกแล้ว!