การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 804 ต้วนอวี้รู้สึกเซง
ท้องฟั้าเริ่มมืดลงแล้ว ดวงดาวบนท้องนภาส่องสว่างระยิบระยับขึ้นมา ต้วนชิงหมิงผินหน้ามองฟั้า จู่ๆ ก็หัวเราะ
ขึ้นมา “ท่านพ่อเคยได้ยินมาบ้างหรือไม่ ดวงดาวบนท้องนภาแต่ละดวงคือจิตวิญญาณของผู้ที่จากไปแล้ว… ท่านพ่อเห็น
ว่าถูกต้องไหมเอ่ย?”
ต้วนเจิ้งอมยิ้มพร้อมผินหน้ามองตาม “แต่ว่าใครจะไปรู้ได้เล่าว่าดวงดาวดวงไหนใครเป็นใครละ?”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างถอดใจ “ใช่แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าดวงดาวดวงไหนคือท่านแม่… ไม่รู้ว่าดวงดาวไหนเป็นเจียเอ๋
อร์บุตรสาวในอดีตชาติ”
การได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ทำให้เรื่องราวอนาถในอดีตชาติได้จบลงไปแล้ว ต้วนชิงหมิงรู้สึกสงสารบุตรชายบุตร
สาวในอดีตชาติจับใจ ไม่รู้ว่าวิญญาณของพวกเขาจะอยู่ที่ไหน มีความสุขดีหรือไม่ประการใด
ต้วนเจิ้งจับมือต้วนชิงหมิงไว้แนบแน่น พลางเอ่ยเสียงเบา “หมิงเอ๋อร์คิดถึงท่านแม่ใช่หรือไม่?”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าและส่ายหน้าในเวลาต่อมา นางพูดขึ้นว่า “ท่านแม่ติงโหรวอยู่ในใจลูกเสมอ ไม่จำเป็นต้อง
คิดถึงก็อยู่ตลอด ตอนนี้หมิงเอ๋อร์มีท่านแม่คนใหม่แล้ว นางดีกับลูกและอวี้เอ๋อร์ หากท่านแม่ติงโหรวทราบคงวางใจลงได้
ท่านพ่อก็จะได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง”
ต้วนเจิ้งยิ่งกุมมือต้วนชิงหมิงแนบแน่นขึ้นอีกโดยไม่พูดตำใด
ตู้ชิงหรวนเป็นคนรักตั้งแต่วัยรุ่นของเขา ส่วนติงโหรวเป็นฮูหยินคนแรกของเขา ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน
แบกรับความรับผิดชอบทุกอย่างเอาไว้คนเดียว และเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน
สตรีทั้งสองคนปรากฏตัวขึ้นมาในช่วงเวลาที่ต่างกันของชีวิต จึงมีความหมายที่ต่างกันไปตามตามช่วงเวลา
สำหรับสตรีทั้งสองคนนี้ต้วนเจิ้งต่างมีความรู้สึกที่ดีให้เสมอ
เดิมที ต้วนเจิ้งเป็นกังวลมาโดยตลอด นึกว่าต้วนชิงหมิงจะโกรธเกลียดเขาด้วยเรื่องติงโหรว และกีดกันความรักที่
เขามีให้ตู้ชิงหรวน แต่เมื่อต้วนชิงหมิงพูดออกมาเช่นนี้ ต้วนเจิ้งก็สบายใจแล้ว… ในใจของนางท่านแม่สำคัญ ความสุขของ
ท่านพ่อและอวี้เอ๋อร์ยิ่งสำคัญมากกว่า
ต้วนเจิ้งรู้สึกซาบซึ้งใจจึงพูดเสียงสั่นเครือ “หมิงเอ๋อร์ขอบใจมาก!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มน้อยมุมปาก “ท่านพ่อเป็นอะไรไป ทำไมต้องขอบใจลูกด้วยเจ้าคะ?”
ความคิดของต้วนเจิ้ง ต้วนชิงหมิงย่อมรู้ทัน เพียงแต่ต่างฝั่ายต่างไม่มีใครเอ่ยออกมาก่อนเท่านั้นเอง
ต้วนชิงหมิงคิดและเอ่ยขึ้น “ท่านแม่ตู้ชิงหรวนลำบากมากว่าครึ่งชีวิต อีกหน่อยท่านพ่อต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย
นะเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งยิ้มไม่หุบ ถามกลับว่า “หมิงเอ๋อร์ชอบท่านแม่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงตอบอย่างตั้งใจ “ลูกกับท่านแม่เปั้นสหายกันมาก่อน จากนั้นค่อยมาเป็นแม่ลูกกัน ดังนั้นในใจของห
มิงเอ๋อร์ นางเป็นท่านแม่และสหายในเวลาเดียวกัน หมิงเอ๋อร์เคารพและรักนางมาก……”
ต้วนชิงหมิงทำท่าคิดๆ ดู ก่อนเสริมขึ้นว่า “อวี้เอ๋อร์กับลุฏคิดเหมือนกันเลยท่านพ่อ!”
ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิงด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
ต้วนชิงหมิงมีความคิดลํ้าลึกรอบคอบ ต้วนอวี้กลับประมาทเลินเล่อ อีกทั้งต้วนเจิ้งดูออกว่าต้วนอวี้ปฏิบัติกับมครก็
เหมือนๆ กัน ไม่สนิทสนมและเหินห่างเกินไป แต่เขากลับสนิทสนมกับต้วนชิงหมิงอย่างมาก ดังนั้นคำพูดที่ออกจากปาก
ต้วนชิงหมิงทำให้ต้วนเจิ้งเข้าใจแล้วว่า ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้จะเคารพและให้เกียรติตู้ชิงหรวนไม่ต่างจากเขา
ต้วนชิงหมิงยิ้มขึ้น เมื่อเห็นต้วนเจิ้งจ้องมา “ลูกรู้สึกได้ว่าตอนนี้ถึงเรียกได้ว่าครอบครัวที่สมบูรณ์!”
ใช่แล้ว มีท่านพ่อท่านแม่ มีบุตรชายบุตรสาว เท่านี้ก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์และมีความสุขแล้ว
ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงกำลังคิดเรื่องใดถึงได้ออกมา “ใช่แล้วท่านพ่อ หากท่านแม่ให้กำเนิดบุตรชายและบุตรสาวอีก
ละก็ ครอบครัวก็จะสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก!”
ต้วนเจิ้งยังไม่เคยคิดเรื่องมีลูกกับตู้ชิงหรวนมาก่อนเลย แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากบุตรสาว เขาพลันรู้สึกเก้อ
เขินอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นท่านพ่อจึงยกมือเขกหัวต้วนชิงหมิงไปเบาๆ “เจ้ายังเด็กอยู่ จะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกัน!”
ต้วนชิงหมิงหัวเราะขึ้นมา “ใช่แล้ว หมิงเอ๋อร์อายุยังน้อยยังไม่ต้องรีบร้อนให้แต่งงานออกเรือนไป หมิงเอ๋อร์ยัง
อยากอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่อีกหลายๆ ปี!”
ต้วนเจิ้งเห็นใบหน้าด้านข้างต้วนชิงหมิงก็ทำให้นึกถึงใบหน้าติงโหรวขึ้นมาได้ ภายใต้ความมืดมิดยามราตรีแสง
สว่างสลัว ไม่รู้ว่าบุรุษคนไหนถึงจะคู่ควรกับบุตรสาวที่สติปัญญาลํ้าเลิศของเขาได้
ต้วนเจิ้งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “หมิงเอ๋อร์วางใจได้ พ่อจะต้องมาบุรุษที่ควรค่ากับลูกของพ่อมาให้จงได้”
ต้วนชิงหมิงซาบซึ้งตื้นตันใจ พูดเสียงเบาสั่นเครือ “ขอบคุณท่านพ่อมาก!”
บุรุษสักคนที่ควรค่ากับนาง… ย่อมต้องหาให้ไม่เหมือนไปั๋ย่วนฮ่าวที่จิตใจอำมหิตเลือดเย็น เผาให้นางตายทั้งเป็น
ในชาติที่แล้ว ในชาตินี้นางยอมเป็นภรรยาของบุคคลธรรมดาที่ไม่ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ ดีกว่าเป็นคนเชื่อคนง่าย
และถูกทรยศหลอกใช้ในที่สุด!
หึ หึ!ดูท่าแล้วความสุขทั้งชีวิตของคนเรา กุมอยู่กับมือของตัวเราเองต่างหาก!
อันที่จริง เรือนของตู้ชิงหรวนไม่ได้อยู่ไกลจากห้องหนังสือของต้วนเจิ้ง ระหว่างที่ต้วนชิงหมิงกับต้วนเจิ้งเดินมาถึง
เรือนของตู้ชิงหรวน ภายในห้องก็มีเสียงต้วนอวี้พูดขึ้นอย่างเซงๆ “ท่านพี่ทำไมถึงมาช้าปั่านนี้?”
คำพูดของเขาแฝงด้วยความไม่ค่อยดีใจเสียเท่าไหร่นัก
ต้วนชิงหมิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย นางคลายมือของต้วนเจิ้งออก เดินไปด้านหน้าต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์เป็นอะไรไป?”
แววตาของเขาแดงกํ่าขึ้นมาจนมองเห็นได้จากระยะไกล วันนี้ต้วนอวี้นอนมาเกินขึ้นวัน จนตะวันลาลับขอบฟั้าถึง
จะตื่นขึ้น พออาบนํ้าชำระล้างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จเรียบร้อย ก็ถูกตามตัวมาหาตู้ชิงหรวน และบทสนทนาของ
เขาทั้งสองต่างหนีไม่พ้นเชวียหนิงหราน!
ตู้ชิงหรวนมักบอกให้ต้วนอวี้ตั้งใจสอบจอหงวนให้เต็มที่ ไม่ว่าจะได้หนึ่งในสามหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงคนที่ต้วนอวี้
ถูกใจ ตู้ชิงหรวนจะคิดหาทางช่วยให้ตบแต่งเป็นภรรยาของเขา… ไม่ว่าอีกฝั่ายเป็นใคร ไม่ว่าอีกฝั่ายจะมีฐานะอย่างไร
นางพร้อมทำให้ความฝันของบุตรชายเป็นจริงให้ได้!
ทุกคำถามที่ตู้ชิงหรวนยิงมา ต้วนอวี้มักจะเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว
ถึงแม้ท่านพี่ของเขาจะเข้มงวดกวดขันกับเขาแล้ว ทว่ายังห่างชั้นกับท่านแม่คนใหม่ราวฟั้ากับดิน ทุกครั้งที่ท่านแม่
เอ่ยปาก อีกฝั่ายจะมิอาจหลีกหนีได้ ถ้าเชวียหนิงหรานแต่งเข้าจวนต้วนมาจริง ไม่รู้ว่านางจะทนรับไหวไหม?
ต้วนอวี้ย่อมไม่กลัวตู้ชิงหรวนจะทารุณเชวียหนิงหราน เขาเพียงคิดว่าจากฝีปากและนิสัยของตู้ชิงหรวนแล้ว เชวีย
หนิงหรานจะทนรับไหวหรือเปล่าต่างหาก
แน่นอนว่าตู้ชิงหรวนไม่มีทางกลั่นแกล้งต้วนอวี้ แต่เชวียหนิงหรานอาจจะไม่แน่ เพราะว่านางได้ส่งจดหมายมา
ก่อนหน้านี้บอกให้ต้วนอวี้ตั้งใจอ่านตำราเตรียมสอบ ถ้าไม่ขยันขันแข็งก็อย่าคิดได้พบหน้านางอีก!
เชวียหนิงหรานนิสัยเหมือนเด็กสามขวบที่ยังไม่โต ตอนนี้นางกล้าเขียนจดหมายด้วยนํ้าเสียงแบบนี้ วันข้างหน้าถ้า
เข้ามาที่จวนต้วนไม่รู้ว่าจะขนาดไหน
ดังนั้นต้วนอวี้จึงรู้สึกเซงอย่างบอกไม่ถูก!
เพราะอย่างไรเสีย เขาก็เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณผู้ใหญ่อยู๋ในร่าง การที่ตู้ชิงหรวนกล้าถามทุกเรื่องเกี่ยวกับเขาโดย
ไม่สนใจอะไร และถามอย่างหน้าตาเฉย อาจทำให้ต้วนอวี้รับไม่ไหวก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้ ต้วนอวี้เกือบจะงอแงขอไปหาต้วนชิงหมิงให้จงได้!
ในเวลานี้ พอเห็นต้วนชิงหมิงมาแล้ว ต้วนอวี้จึงรีบมองค้อนเข้าไปหนึ่งที ที่ปล่อยให้เขาอยู่กับท่านแม่คนใหม่นาน
สองนาน!
ต้วนชิงหมิงที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าใจความหมายที่ต้วนอวี้ต้องการสื่อ นางจึงหัวเราะออกมา “อวี้เอ๋อร์ อีกหน่อยเจ้า
ต้องไปมาหาสู่กับท่านแม่บ่อยๆ บางเรื่องคนเป็นผู้น้อยอย่างเราคิดไม่ตก ต้องพึ่งพาท่านพ่อท่านแม่ชี้แนะถึงจะไม่ผิด
ทาง!”
ต้วนอวี้ไม่ต้องการคำชี้แนะจากพวกเขาแม้แต่น้อยนิด!
สิ่งที่เขาคิดเกือบหลุดปากออกไป ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าที่ซูบซีดของต้วนชิงหมิงมีรอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นมา
ต้วนอวี้ก็ไม่รู้จะพูดคำใดออกมา
เขาโบกมือไปมาให้ต้วนชิงหมิง “เอาล่ะ ท่านพี่ อวี้เอ๋อร์รู้แล้ว… อวี้เอ๋อร์จะไปมาหาสู่กับท่านแม่บ่อยๆ”
ตู้ชิงหรวนที่ยืนฟังอดกลั้นหัวเราะไม่ไหว “ชิงหมิง แม่แค่พูดคุยกับอวี้เอ๋อร์นิดหน่อย ดูท่าเขาคงตื่นตกใจไปหมด
แล้ว……”
ต้วนชิงหมิงเหลือบมองต้วนอวี้ ไม่เห็นเขามีท่าทางตื่นตกใจแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนคนที่รำคาญมากเสียกว่า!
ต้วนชิงหมิงจึงตอบด้วยเสียงอ่อนโยน “ท่านแม่ ตั้งแต่เล็กจนโตอวี้เอ๋อร์ไม่ได้มีท่านแม่ที่คอยมอบความรัก ดังนั้น
จึงไม่ค่อยเข้าใจการเข้าหาและพูดคุยกับท่านแม่ ขอให้ท่านแม่อภัยให้ด้วย!”
ตู้ชิงหรวนคิดว่านางอาจพูดคำใดผิดไปแล้ว แต่เมื่อต้วนชิงหมิงเอ่ยเช่นนี้ นางกลับพบว่าได้มองข้ามนิสัยของต้วนอ
วี้ไป… บุตรชายคนหนึ่งที่ไม่ขาดท่านแม่ตั้งแต่ไม่รู้ประสีประสา จะเข้ากันง่ายกับท่านแม่คนใหม่อย่างนางได้อย่างไร
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ตู้ชิงหรวนก็จับมือของต้วนอวี้พูดขึ้น “อวี้เอ๋อร์ อีกหน่อยแม่จะลองมองเจ้ากับชิงหมิงเหมือนกัน
โดยคิดว่าพวกเจ้าเป็นสหายคนหนึ่งก็แล้วกัน!”
ต้วนอวี้พยักหน้ารับ “อวี้เอ๋อร์รับทราบแล้วท่านแม่!”
พอเห็นท่าทางของต้วนอวี้ ต้วนชิงหมิงก็อดขำไม่ไหว ก่อนจะพูดว่า “อย่างนี้สิถึงจะถูก… อวี้เอ๋อร์ การสอบในวัน
พรุ่งนี้ต่อเตรียมตัวเป็นอย่างไรบ้าง”
ต้วนอวี้ยักไหล่ผายมือ “ได้ยินมาว่าการสอบในวันนี้จะเปลี่ยนสนามสอบแล้ว… แต่การสอบในวันนี้อวี้เอ๋อร์ทำได้
ไม่เลว!”
ต้วนชิงหมิงจึงพูดขึ้น “การสอบจอหงวนมีสามรอบ ยังเหลืออีกสองรอบนะ เจ้าต้องแสดงความสามารถออกมาให้
เต็มที่… จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ คนมีความรู้ความสามารถมากมาย เจ้าจะหยิ่งทระนง ทำตัวเป็นเหมือนนํ้าเต็มแก้วไม่ได้!”
ต้วนอวี้พยักหน้างกๆ อยู่หลายครั้งแทนคำพูด
ต้วนเจิ้งยื่นมือเข้ามาจับต้วนอวี้ “อวี้เอ๋อร์ ขอแค่ทำอย่างสุดความสามารถแล้วที่เหลือเป็นเรื่องของสวรรค์ ขอ
เพียงทำเต็มที่ ผลจะเป็นอย่างไรอย่าได้ไปกังวลให้วุ่นวายใจ!”
คำพูดนี้เป็นเหมือนพลังที่ต้วนเจิ้งปลุกเร้าอารมณ์ความฮึกเหิมให้ต้วนอวี้!