การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 805 ต้วนอวี้หรานตัวทำลายบรรยากาศ
ต้วนเจิ้งกลัวว่าบุตรชายที่อายุยังน้อยจะตื่นตกใจในสนามสอบที่ใหญ่ หรือไม่ก็กลัวว่าพอเจอคนที่เก่งกว่าอาจ
ประหม่าเอาได้
สำหรับต้วนอวี้นั้น เขาเป็นคนสอบที่อายุน้อยที่สุดในรอบหลายสิบปีมานี้ หากเขาสามารถสอบได้หนึ่งในสาม ชื่น
เสียงต้องกระฉ่อนไปทั่วทุกสารทิศ ต่อให้สอบไม่ได้ เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยก็จะไม่โทษเขา เพราะอายุยังน้อยอยู่
ส่วนต้วนเจิ้งรู้สึกสงสารบุตรชายจับใจ อายุน้อยนิดยังต้องมารับแรงกดดันที่มากถึงเพียงนี้ ดังนั้นจึงไม่อยากยัด
ภาระหรือตั้งความหวังใดต่อเขา
ต้วนอวี้พยักหน้าและเอ่ยตอบรับ ต้วนเจิ้งหยิบตะเกียบขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนลงมือทานอาหารเย็นได้
ต่อให้เป็นการอาหารที่จวนก็ต้องใช้กฏระเบียบของจวน หากเจ้าบ้านยังไม่ได้หยิบตะเกียบขึ้น ไม่ว่าใครก็มิอาจ
ทานอาหารก่อนได้
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งหยิบตะเกียบขึ้น ต้วนชิงหมิงก็เตรียมคีบอาหารให้ต้วนอวี้ และสั่งให้บ่าวใช้ทุกคนออกได้านนอก
เพื่อจะได้ทานเฉพาะคนในครอบครัว ภายในห้องจึงเหลือเพียงสี่คนเท่านั้น ที่ต่างสลับสับเปลี่ยนคีบอาหารให้กันและกัน
ทว่าตู้ชิงหรวนกลับไปหยิบตะเกียบขึ้นมา นางหันมองออกไปด้านนอก พึมพำเสียงแผวเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ไม่ใช่ให้บ่าวไปตามต้วนอวี้หรานมาตั้งนานแล้ว ทำไมตอนนี้ยังไม่มาอีก?”
สีหน้าของต้วนเจิ้งดูนิ่งขรึมขึ้น ตะเกียบที่คีบอาหารในมือของต้วนอวี้กลับชะงักลง
ทันใดนั้นตู้ชิงหรวนรู้สึกได้ว่านางไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกมา จึงพยายามยิ้มเข้าสู้ “ท่านพี่ ข้าคิดว่าคนในครอบครัวก็
ควรทานอาหารร่วมกัน… อวี้หรานก็เป็นบุตรสาวคนหนึ่งเหมือนกัน ข้าจึงให้บ่าวใช้ไปเชิญมา!”
เมื่อเอ่ยถึงชื่อต้วนอวี้หราน สีหน้าของต้วนเจิ้งพลันมีเรื่องราวอยู่ภายใน ในฐานะพ่อคนหนึ่ง เขาจะพูดอะไรมาก
ไม่ได้ จึงได้แต่ก้มหน้า เอ่ยเสียงเรียบ “แล้วแต่เจ้าแล้วกัน!”
พอพูดถึงต้วนอวี้หราน ต้วนอวี้กลับแสยะยิ้มออกมา
ต้วนอวี้หรานช่างวางมาดใหญ่โต จนปั่านนี้ยังไม่มาอีก ดูท่านางต้องคิดทำเรื่องร้ายบางอย่างอยู่เป็นแน่
ต้วนชิงหมิงหันมองไปด้านนอก ตู้ชิงหรวนจึงลุกขึ้นไปดูต้วนอวี้หรานว่ามาหรือยัง นางคิดว่าต้วนอวี้หรานก็เป็น
คุณหนูจวนต้วนคนหนึ่งเหมือนกัน หากปฏิบัติไม่ดีอาจเป็นที่ครหาของคนภายนอก อย่างไรเสียก็แค่อาหารมื้อเดียว
เท่านั้น เพิ่มมาอีกคนก็ไม่เห็นว่าจะไม่เหมาะสมกระไร
ไม่นานหลังจากนั้น ต้วนอวี้หรานได้เดินเข้ามาพร้อมกับแจ้งข่าวที่น่าตกใจ… ของในห้องนางหายไปแล้ว!
ตู้ชิงหรวนได้ฟังสีหน้าถอดสีแทบไม่ทัน
นางเรียกให้ต้วนอวี้หรานมาทานอาหารเย็น สงสัยจะทำผิดมหันต์ ต้วนอวี้หรานผู้นี้จะไม่ทำให้ทุกคนต้องเหนื่อย
ใจไม่ได้เชียวหรือ ทำไมเข้ามาต้องมีเรื่องร้อนตามมาด้วย?
ในวันนี้ ต้วนอวี้หรานสวมเสื้อด้านบนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ด้านล่างเป็นกระโปรงสีชมพู ที่ชายเสื้อ ชายกระโปรงปัก
ลวดลายบุปผาผลิบานเต็มไปหมด เพียงแต่ลายที่ปักกลับใช้ด้ายขาวจึงไม่เห็นสีสันชัดเจน มีเพียงรอยนูนที่ขึ้นมาเท่านั้น
พอเลื่อนมองขึ้นมาที่ใบหน้า ต้วนอวี้หรานลบแปั้งที่ผลัดออกให้ดูซีดหน้าซีดเผือด ไร้เลือดแดงฝาด ดวงตาบวม
เปั่ง
แต่เนื่องจากต้วนชิงหมิงนั่งใกล้ที่สุด แค่ปรายตามองด้วยหางตาก็รู็ได้ทันทีว่าเพิ่งเช็ดแปั้งออก เพราะยังมีกลิ่น
หอมอบอวลลอยอยู่ตามเนื้อตามตัวของนาง
เรื่องง่ายดายแบบนี้ต้วนชิงหมิงดูออก แน่นอนว่าตู้ชิงหรวนก็ต้องมองออกเช่นกัน ตู้ชิงหรวนจึงหันมองหน้าต้วนอ
วี้หรานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ลูกสาวคนรองเป็นอะไรไปหรือ? พอเข้ามาก็มีท่าทางลนลาน หรือว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น
มา?”
เจ้าดูสิว่า ทุกคนกำลังรอเจ้าทานอาหารร่วมกัน แต่เจ้ากลับมาด้วยท่าทางเช่นนี้ มิทราบว่าจะแสดงให้ใครดูกัน
ต้วนอวี้หรานมองเข้ามาในห้อง เห็นต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนนั่งเป็นประธาน ต้วนอวี้และต้วนชิงหมิงนั่งซ้ายขวา
ด้วยความยิ้มแย้มเบิกบานใจ แต่นั่นเป็นเหมือนมีดที่ทิ่มแทงใจต้วนอวี้หราน!
หากต้วนอวี้หรานจำไม่ผิด เวลานี้ในปีที่แล้วเป็นนางที่นั่งทานข้าวอย่างมีความสุขกับท่านพ่อท่านแม่ แต่ปีนี้กลับ
เปลี่ยนไป ไม่เหมือนวันวานที่ผ่านมาแล้ว
ต้วนอวี้หรานเสียใจจนแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน นางหันไปพูดกับตู้ชิงหรวน “เรียนท่านแม่ เมื่อบ่ายลูก
ออกไปนอกจวนมา พอกลับเข้ามาพบว่าห้องถูกรื้อของกระจัดกระจายไปแล้ว ของหลายอย่างของลูกหาไม่เจอแล้ว
เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้พูดเล่าเรื่องไปด้วย เลื่อนสายตามองที่ต้วนเจิ้งไปด้วย
ตามความหมายของต้วนอวี้หราน ต้วนเจิ้งอยากอ้าปากพูด แต่กลับเก็บเอาไว้กลัวจะพรวดออกมาแรงเกินไป
ในจังหวะนั้น ต้วนเจิ้งนำตะเกียบในมือที่กำลังคีบอาหาร วางไว้ลงในจานอาหารเบื้องหน้าตู้ชิงหรวน จากนั้นเอ่ย
เสียงเรียบ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันไม่ค่อยมีบ่อย… เจ้าลงมานั่งทานก่อนเสร็จแล้วค่อย
ว่ากัน”
ต้วนอวี้หรานถึงกับหน้าเสีย จนพูดสิ่งใดไม่ออกไปชั่วขณะ
เดิมทีนางตั้งใจมาระหว่างที่ทุกคนกำลังทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อให้ต้วนเจิ้งให้เห็นว่านางอยู่โดดเดี่ยวและ
อเนจอนาถเพียงใดในจวนนี้ แต่กลับนึกไม่ถึง ต้วนเจิ้งไม่แม้แต่อยากชายตามองนาง ดูเหมือนอยากไล่นางไปให้พ้นหน้า
พ้นตาเสียมากกว่า
ต้วนอวี้หรานรู้สึกพรั่งพรุความเสียใจอยู่ภายใน จนต้องเอ่ยเสียงตํ่า “ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ……”
หลังจากนั้น ต้วนอวี้หรานก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง มองต้วนเจิ้งด้วยสีหน้าท่าทางน่าสงสารจับใจ
ต้วนชิงหมิงได้แต่มองด้วยหางตาที่ต้วนอวี้หรานเสแสร้งแกล้งทำได้มากถึงเพียงนี้ นางรู้ว่าต้วนอวี้หรานวางแผน
อย่างหนักโดยการมาในสภาพน่าสงสาร คงต้องมีจุดประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน แต่ถ้าต้วนชิงหมิงเอ่ยปากถามต้วนอวี้หรา
นก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ต้วนอวี้หราน ดังนั้นนางจึงไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว!
แต่ด้านของต้วนอวี้ ทันทีที่เห็นสภาพของต้วนอวี้หรานถึงกับขมวดคิ้ว เอ่ยถามอย่างเย็นชา “ข้าว่าสภาพของพี่
รองมิอยากให้ทุกคนได้ทานอาหารเย็น แต่ต้องฟังเรื่องของพี่รองก่อนใช่หรือไม่?”
ต้วนอวี้หรานหันขวับจ้องมาที่ต้วนอวี้อย่างเคียดแค้นชิงชัง
ต้วนอวี้หรานมิได้กลัวต้วนชิงหมิงแม้แต่น้อย ทว่านางกลัวต้วนอวี้เป็นที่สุด เนื่องจากต้วนอวี้ในใจของต้วนอวี้หรา
นนั้นเป็นเหมือนปีศาจซาตาน ตั้งแต่ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเขา ต้วนอวี้หรานไม่เคยได้เปรียบหรือชนะมาก่อนเลย ที่น่าสะ
พรึงคือ ไม่ว่านางจะคิดจะทำสิ่งใด ต้วนอวี้แค่มองตานางปราดเดียวก็ทำให้นางเสียกระบวนท่าและแผนไปได้ทันที
ต้วนอวี้หรานจึงรีบเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ พร้อมกับเห็นสายตาต้วนชิงหมิงที่ส่งมา ต้วนอวี้หรานจึงชะงัก ค่อยยิ้ม
ออกมา “อวี้หรานขอไปนั่งข้างกับท่านพี่แล้วกัน!”
ต้วนชิงหมิงเพิ่งจะคิดแผนช่วยต้วนเจิ้ง ตู้ชิงหรวนและต้วนอวี้ออก จากนั้นนางก็พูดยิ้มๆ ออกมา “ท่านพ่อท่าน
แม่อยู่ที่นี่ น้องอวี้หรานจะนั่งตรงไหนก็ตามสบายเลย!”
สีหน้าของต้วนอวี้หรานชะงักไปชั่วขณะ… ความตั้งใจของนางคืออยากเข้าใกล้ต้วนชิงหมิง จากนั้นค่อยหาโอกาส
พูดเรื่องนี้ขึ้น แต่กลับคาดไม่ถึง คำพูดเสียงเรียบเพียงประโยคเดียวของต้วนชิงหมิง ทำให้นางแทบอยากแทรกแผ่นดิน
หรือ!
ท่านพ่อท่านแม่นั่งอยู่เหนือสุด
ต้วนอวี้หรานอยากนั่งไหนก็นั่ง แต่ทำไมต้องมานั่งข้างต้วนชิงหมิงด้วย?
เมื่อเห็นนางนั่งลงด้านข้าง ต้วนอวี้จึงพูดจากสามัญสำนึก “ท่านพ่อ ลูกได้ยินมาเรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือ
เท็จ!”
ต้วนเจิ้งทานได้เพียงสองคำเท่านั้น ดูเหมือนรู้สึกหงุดหงิดจนเซงไปหมดแล้ว ตอนนี้เมื่อได้ยินต้วนอวี้เอ่ยถามต้วน
เจิ้งขึ้น เขาจึงหันไปตอบอย่างสงสัย “ข่าวอะไรหรือ?”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วขึ้น ก่อนตำหนิต้วนอวี้เสียงเบา “อวี้เอ๋อร์อย่าได้รบกวนเวลาที่ท่านพ่อท่านแม่ทานข้าวเย็น”
ตามกฏของสังคม เวลาทานอาหารต้องปิดวาจา เวลาเข้านอนต้องไม่พูดเพ้อเจ้อ ทว่าต้วนอวี้กลับผิดกฏนี้ไปเสีย
แล้ว
ต้วนอวี้หรานกลับถูกต้วนเจิ้งตำหนิไปหน่อย ตอนนี้นางหวังว่าต้วนอวี้ต้องทนทุกข์ระกำไม่ต่างจากเขา
ใครจะไปนึกถึง ต้วนเจิ้งโบกมือ “เอาล่ะ หมิงเอ๋อร์ วันนี้ไม่ใช่จัดเลี้ยงอย่างเป็นทางการ แค่ทานอาหารในเรือน
เท่านั้น จึงไม่ต้องตื่นเต้นเกินไป ส่วนอวี้เอ๋อร์ ไม่ว่าเรื่องใดมาบอกพ่อได้ทันที… ระยะนี้พ่อค่อนข้างยุ่ง จึงไม่ค่อยได้รู้เรื่อง
ในจวนต้วนเท่าที่ควร!”
ต้วนอวี้หรานได้ยินที่ต้วนเจิ้งพูด ซีดหน้าที่ซีดอยู่แล้วก็ยิ่งซีดขึ้นไปอีก จนนางเม้มปากแน่นไม่เอ่ยคำใด
ต้วนอวี้วางตะเกียบในมือลง หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมือ จากนั้นยกนํ้าชาขึ้นมาจิบ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เรียนท่านพ่อ อ
วี้เอ๋อร์ได้ยินมาว่าตอนนี้องค์ชายใหญ่ถูกโค่นล้มแล้ว องค์ชายรองกำลังมีอำนาจขึ้นแทน จึงมีหลายจวนที่มีบุตรสาว
ภรรยาเอก บุตรสาวลูกอนุ ต่างมาต่อแถวหวังตำแหน่งเช่อเฟย[1]ก็ยังดี!”
ต้วนเจิ้งได้ยินก็หัวเราะอย่างเย็นชา “นั่นเป็นวิธีที่โง่เขลายิ่งนัก เป็นที่รู้กันว่าตำแหน่งพระสนมขององค์ชายรอง
ล้วนมีคนอยู่แล้ว ซึ่งจะถูกคัดเลือกจากสำนักพระราชวังต่างๆ นานา จากนั้นฝั่าบาททรงเป็นผู้พระราชทานงานอภิเษกให้
มีหรือที่จะคัดเลือกสตรีที่โง่เขลาแบบนี้!”
ต้วนอวี้จ้องต้วนอวี้หรานด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้น “อ๋อ… อย่างนี้นี่เองท่านพ่อ อวี้เอ๋อร์นึกว่าขอเพียง
องค์ชายรองถูกใจหรือไม่ก็ให้คำสัญญาต่อกัน พวกนางจะสามารถได้ตำแหน่งเช่อเฟยมาครอบครองแล้ว!”
ต้วนเจิ้งที่เป็นแม่ทัพในองค์จักพรรดิมากว่าครึ่งชีวิตย่อมเข้าใจสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดี เขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่
ต้องพูดถึงอื่นไกล เอาแค่บุตรสาวของบรรดาขุนนางจะไปใช้ชีวิตในวังหลังมิใช่เรื่องง่าย ต่อให้องค์ชายรองสัญญาจะให้สิ่ง
นั้นสิ่งนี้ ย่อมมิอาจเอามาเป็นหลักประกันได้จริง… การเกิดเป็นองค์ชายจึงมิควรให้คำสัญญาพรํ่าเพรื่อ เพียงเพื่อเอา
ความสนุกเข้าว่า เพราะหากองค์ชายไม่ทำตามสัญญา เจ้าจะไปมีวิธีใดไปเอาเรื่อง… สุดท้ายสตรีพวกนั้นก็จะกลายเป็นที่
หัวเราะเยาะของทุกคนในที่สุด!”
ด้วยความหลักแหลมของต้วนชิงหมิงจึงพบว่าต้วนเจิ้งยังพูดไม่จบ แต่ด้านต้วนอวี้หรานกลับมีท่าทางพะว้าพะวง
ราวกับสิ่งที่ต้วนเจิ้งกล่ามาทั้งหมดแทงใจดำนางทุกถ้อยคำ
[1] เช่อเฟย คือ ตำแหน่งสนมเอก