การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 806 ต้วนอวี้พูดทำอย่างอ้อมค้อม
ต้วนชิงหมิงแสดงความแปลกใจออกทางสีหน้า นางก้มหน้าลงจิบนํ้าชา นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา
เมื่อนึกถึงต้วนอวี้หรานช่วงนี้เข้าๆ ออกๆ เรือนค่อนข้างถี่นัก พอออกไปทีหนึ่งก็ไปทั้งวัน จนบางครั้งก็ยังมีเสื้อผ้า
ยับยู่ยี่อีก ดูท่าแล้วต้องมีเรื่องปิดบังที่มิอยากให้ใครล่วงรู้
ยิ่งนึกถึงคำพูดของต้วนอวี้เมื่อครู่ เหมือนกำลังบอกนางทางอ้อมถึงบางเรื่องบางสิ่ง
เรื่องพวกนี้หากยังไม่สามารถหาหลักฐานมาสนับสนุนได้ ก็ไม่มีใครสามารถปักใจเชื่อได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสาย
ตาที่ต้วนชิงหมิงมองเห็นใบหน้าที่ซีดของต้วนอวี้หราน ดูเหมือนนางถูกพูดแทงใจดำก็มิปาน
ต้วนชิงหมิงเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของต้วนอวี้หรานก็รู็ได้ทันที ว่านางยื่นไม้ยื่นมือออกไปนอกจวน ต้วนชิงหมิง
สังหรณ์ใจบางอย่างจนนาง ต้องเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของต้วนอวี้หรานแล้ว
จากบทสนทนาระหว่างต้วนอวี้และต้วนเจิ้ง ดูเหมือนทั้งสองคนจะมีบางอย่างที่เข้าใจตรงกัน สายตาของตู้ชิงห
รวนมองไปที่ต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานรอบหนึ่ง จากนั้นหันมองหน้าต้วนอวี้ต่อ
สายตาของต้วนเจิ้งหันมองบุตรสาวทั้งสอง พลางพูดอย่างเย็นยะเยือก “หมิงเอ๋อร์ หรานเอ๋อร์ ฟังพ่อให้ดี… พวก
เจ้าสองคนอย่าได้เลียนแบบสตรีพวกนั้นเป็นอันขาด ที่สำคัญอย่าได้หลงเชื่อคำพูดด้านเดียวของบุรุษ มิอย่างนั้นอย่าหา
ว่าพ่อใจร้าย ขับเจ้าทั้งสองคนออกจากจวนไป โดยมิให้หวนกลับมา!”
ต้วนเจิ้งพูดออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกในใจ สรุปก็คือเขามิอยากให้บุตรสาวทั้งสองเข้าไปข้องเกี่ยวกับวังหลวง
เพราะเขาคิดว่าที่นั่นมิใช่ที่ที่สตรีธรรมดาจะฝากชีวิตไว้ได้!
เมื่อได้ยินที่ต้วนเจิ้งพูดออกมา ต้วนชิงหมิงก็แอบยู่ปากเล็กน้อย
ส่วนต้วนอวี้หรานสีหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด มือของนางสั่นจนตะเกียบหล่นลงพื้น ทุกคนบนโต๊ะจึงหันมอง นาง
รีบไอกลบเกลื่อนและเอี้ยวตัวลงไปเก็บตะเกียบ ต้วนชิงหมิงยิ้มเจื่อนๆ ให้ตู้ชิงหรวน ตู้ชิงหรวนก็แอบมองขมวดคิ้วกับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อเห็นสายตาจะยิ้มก็ไม่ยิ้มของต้วนชิงหมิง ในใจของตู้ชิงหรวนกลับเต้นระรัวขึ้นมา ทว่าไม่ได้เอ่ยออกมาเท่านั้น!
ต้วนชิงหมิงเห็นต้วนอวี้หรานเก็บตะเกียบแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง นางพยายามฝืนยิ้มภายใต้ใบหน้าที่ซีดเซียว ต้
วนชิงหมิงยกนํ้าชาขึ้นมาจิบและเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อวางใจได้ เรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนั้น ลูกสาวไม่มีทางทำอย่างแน่นอน…
ส่วนองค์ชายพวกนั้น อย่างมากก็แค่หลอกใช้ หาได้มีความจริงใจให้ ส่วนเรื่องวังหลังที่มีแต่การต่อสู้ด้วยเล่ห์กลสารพัด
นั้น ลูกยอมเลือกอยู่จวนเป็นเพื่อนท่านพ่อท่านแม่เสียยังดีกว่า! แล้วน้องอวี้หรานคิดเห็นเป็นประการใด?”
ต้วนอวี้หรานยังคงฝืนยิ้มดังเดิม “ท่านพี่พูดได้ถูกต้อง” เมื่อพูดจบก็กำตะเกียบในมือไว้แน่น จนกดเนื้อที่มีบุ๋มเป็น
รอยลงไป
ต้วนเจิ้งได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนหันไปถามต้วนอวี้หรานขึ้น “หรานเอ๋อร์ วันนี้เป็นอะไรไป?
ไม่สบายตรงไหน? ทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย?”
เนื่องจากต้วนเจิ้งส่งหลิวหรงออกนอกจวนต้วน ทำให้ต้วนอวี้หรานยังขัดเคืองใจถึงปั่านนี้เชียวหรือ ต้วนเจิ้งเห็น
อาการซีดของต้วนอวี้หรานจึงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างอาทร
ต้วนชิงหมิงมองยิ้มๆ ให้ต้วนอวี้หราน “น้องรอง พี่รู้สึกว่าวันนี้สีหน้าเจ้าไม่ค่อยสู้ดีเลย ไม่สบายตรงไหนหรือ
เปล่า? เดี๋ยวพี่ตามท่านหมอมาตรวจให้?”
ต้วนอวี้หรานรีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธ “ไม่ต้อง ไม่ต้อง ข้าสบายดี… เพียงแต่เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย จึงรู้สึกเพลีย
นิดหน่อย”
ต้วนอวี้รีบแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ หันขวับไปถามต้วนอวี้หรานอีกแรง “พี่รอง ได้ยินมาว่าช่วงนี้ท่านพี่ออกไปนอก
จวนบ่อยครั้ง”
ต้วนอวี้หรานชะงักไปชั่วขณะ ก่อนตอบอย่างเลิกลั่ก “ไม่มีสักหน่อย……”
ตู้ชิงหรวนได้ฟังพลันเลิกคิ้วขึ้น เพราะว่านางเพิ่งแต่งงานเข้ามาและรับหน้าที่จัดการดูแลจวนต้วน ดังนั้นการใช้
ชีวิตร่วมกับต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานและต้วนอวี้ จำต้องค่อยๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆ
ส่วนเรื่องการเข้าออกจวนไม่ได้มีข้อกำจัด หากพวกเขาอยากออกไปข้างนอก แค่ขอมาตู้ชิงหรวนก็จะอนุญาต แต่
ตอนนี้ตู้ชิงหรวนกลับรู้สึกว่าต้วนอวี้หรานมีบางอย่างที่ผิดปกติ และเมื่อรวมเข้ากับสิ่งที่ต้วนอวี้ถาม ตู้ชิงหรวนจึงมั่นใจได้
ว่าต้วนอวี้หรานต้องไปสมคบคิดกับองค์ชายและทำเรื่องเสื่อมเสียเป็นแน่
ดูท่าแล้ว การมาของต้วนอวี้หรานในวันนี้ต้องเตรียมแผนการมาเป็นอย่างดี!
คิดมาถึงตรงนี้ ตู้ชิงหรวนหันมาพูดกับต้วนชิงหมิงและต้วนอวี้หรานอย่างจริงจัง “ชิงหมิง อวี้หราน มีบางเรื่อง แม่
จะบอกอะไรให้พวกเจ้า… พวกเจ้าเป็นสาวน้อยอายุสิบกว่าปีแล้ว อีกสองสามปีก็ถึงวัยหมั้นหมายแล้ว ถ้ายังออกไปนอก
จวนบ่อยๆ”
ตู้ชิงหรวนชะงักไปชั่วขณะด้วยรู้สึกว่าคำพูดของนางดูรุนแรงไปหน่อย จากนั้นนางจึงพูดต่อไปว่า “หากพวกเจ้ามี
เรื่องที่ต้องออกไปนอกจวน ต้องเรียกให้อีกฝั่ายไปด้วยกัน หรือไม่ก็เรียกแม่ไปด้วยกันได้!”
สิ่งที่ตู้ชิงหรวนเสนอมานั้นเห็นได้ชัดว่าต้องการควบคุมและสอดส่อง หากต้องการทำสิ่งใดที่ไม่ดีก็คงจะเป็นไปไม่
ได้สะดวกแล้ว
ต้วนชิงหมิงแอบยิ้มออกมา “คำพูดของท่านแม่ ลูกจำได้แล้ว นับแต่วันนี้ไป นับจากวันนี้ถ้าไม่มีธุระสำคัญเร่งด่วน
จริง ลูกจะไม่ออกไปนอกจวนแล้ว… ส่วนท่านแม่ หากมีเวลาก็ต้องออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง ลูกและน้องหรานเอ๋อร์จะ
ได้ออกไปด้วยเจ้าค่ะ”
ตู้ชิงหรวนพูดส่ง ต้วนชิงหมิงพูดรับกันเป็นปีเป็นขลุ่ย ดีเสียอีกที่มีตู้ชิงหรวนออกไปข้างนอกด้วย แต่ต้วนอวี้หราน
คงไม่คิดเช่นนั้นกระมัง
ต้วนอวี้หรานได้ยินบทรับส่งของทั้งสองคน ก็ถึงกับหน้าซีดเผือดขึ้นมา
ไม่ใช่เรื่อง่ายกว่าที่คนคนนั้นจะตบปากรับคำ มอบตำแหน่งเช่อเฟยให้ต้วนอวี้หราน!
แต่ติดปัญหาตรงที่ยังมีอีกสองอย่างที่ยังทำไม่สำเร็จ นางจึงคิดว่าจะใช้เวลาสองวันนี้ออกไปอีกครั้งให้เสร็จ จาก
นั้นนั่งรอราชโองการพระราชทานงานแต่งงานอยู่ที่จวน แต่นึกไม่ถึงว่าตู้ชิงหรวนกับต้วนชิงหมิงจะปิดกันทางของนางจน
มิด
หากไม่มีธุระอันใดที่จำเป็นก็อย่าออกไปข้างนอกจวน แต่หากจะออกต้องบอกเหตุผลให้กระจ่าง ว่าจะไปไหน มิ
อย่างนั้นตู้ชิงหรวนมิสิทธิ์จะปฏิเสธได้
ถ้าออกไปได้ยังต้องมีคนตามไปด้วย… เชอะ! ต้วนชิงหมิงกำลังคิดหาวิธีติดตามสอดส่องความเคลื่อนไหว ตู้ชิงห
รวนก็ช่วยนางหาข้อเสนออีกแรง!
ถ้าออกไปข้างนอกแล้วต้องเอาตู้ชิงหรวนไปด้วยคงเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี
เป็นที่รู้กันในจวนต้วน ทุกครั้งที่ต้วนอวี้หรานออกไปข้างนอก จะพาเยวี่ยหวาและเยวี่ยซิ่วออกไปด้วย แต่พอถึงที่
หนึ่ง นางก็จะให้บ่าวสองคนนี้ไปเที่ยวเล่น ส่วนนางไปที่ที่นัดหมายเอาไว้ เพราะว่าคนที่พบ เรื่องที่คุยล้วนให้คนนอกรู้ไม่
ได้เด็ดขาด จึงได้แต่รอให้เสร็จธุระค่อยเดินทางกลับไปหาบ่าวใช้สองคนที่รออยู่ที่นัดแนะ จากนั้นค่อยกลับพร้อมพวกนาง
โดยไม่เป็นที่สังเกตของใครทั้งนั้น
แต่ตอนนี้หากหนีบต้วนชิงหมิงและตู้ชิงหรวนออกไปด้วยแล้วละก็ ต้วนอวี้หรานจะมีอิสระได้ที่ไหน แค่จะหลบ
ออกห่างสายตาเพียงครึ่งก้าวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
เรื่องที่ต้วนอวี้หรานต้องทำให้เสร็จนั้นก็ติดอยู่ที่ปัญหานี้นี่แหละ
ต้วนอวี้หรานขบฟันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ตู้ชิงหรวนกับต้วนชิงหมิงรวมหัวกันมาจัดการนาง หากเป็นเมื่อก่อนที่
หลิวหรงดูแลจัดการจวนต้วน นางอยากที่ไหนทำอะไร ไม่จำเป็นต้องขอร้องวิงวอนใครทั้งสิ้น!
ด้วยเหตุนี้ ต้วนอวี้หรานจึงเกลียดชังตู้ชิงหรวนและต้วนชิงหมิงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ!
ด้านต้วนเจิ้งที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้น “ฮูหยิน พี่แค่พูดเล่นๆ เท่านั้น อย่าได้นำไปใส่ใจเลย!”
ต้วนเจิ้งไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ที่ดูแลกวดขันบุตรสาวเข้มงวดเกินไป ในฐานะสตรีคนหนึ่ง การมีอิสระในชีวิตก็
น้อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังไม่ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเรียนรู้งานบ้านงานเรือน เรียนรู้กฏระเบียบต่างๆ บังเอิญว่าสิ่ง
เหล่านี้ ต้วนเจิ้งไม่ได้ให้ความสำคัญแม้น้อยนิด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ พอบุตรสาวแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ชีวิตที่เหลือก็ไร้อิสระ ดังนั้นหากโอกาสยังอำนวย ต้วนเจิ้ง
ปรารถนาให้บุตรสาวได้มีเวลาเป็นของพวกนางเอง ในการทำสิ่งที่รักและชอบ
ตู้ชิงหรวนได้ฟังแล้วก็หัวเราะออกมา “พี่ต้วนพูดอะไรอย่างนั้นเล่า! หญิงสาวที่ออกไปไหนมาไหนคนเดียวจะเป็น
ที่ครหานินทาของผู้คนเอาได้ การที่ให้พี่สาวน้องสาวหรือท่านแม่ไปด้วยกัน ย่อมหลีกเลี่ยงในจุดนี้ได้ พี่ต้วนวางใจเถอะ
ท่านแม่คนนี้จะไม่จำกัดความเป็นอิสระ และพาพวกนางไปที่ที่อยากไปตามที่โอกาสและเวลาจะอำนวย!”
ต้วนเจิ้งใคร่ครวญ ก่อนเอ่ยว่า “อย่างนี้ก็ดี แต่นับจากนี้ต่อไปต้องลำบากฮูหยินแล้ว!”
ตู้ชิงหรวนตอบอย่างนอบน้อม “เรื่องของท่านพี่ก็คือเรื่องของเชี่ยเสิน ท่านพี่อย่าได้เกรงอกเกรงใจไปเลย!”
อาหารเย็นมื้อนี้ดูเหมือนทุกคนจะไม่ได้รับอรรถรสจากอาหารอย่างเต็มที่ ต้วนเจิ้งจึงสั่งให้บ่าวใช้ยกอาหารที่เย็น
ชืดออกให้หมด
ตู้ชิงหรวนรู้ว่าทุกคนยังทานไม่อิ่มท้อง จึงสั่งให้บ่าวใช้ยกนํ้าชาและของว่างมาแทน
ต้วนอวี้ที่หายตัวไปอยู่ข้างนอกจวนต้วนถึงสองวัน ได้สวาปามอาหารที่อยู่บนโต๊ะก่อนหน้านี้จนอิ่มหมีพีมัน เมื่อ
เห็นทุกคนกำลังจิบชาทานของว่าง เขาจึงขอตัวออกมาก่อนด้วยท้องจุกแน่นไปหมดแล้ว
เนื่องจากต้วนอวี้ต้องเตรียมตัวสอบจอหงวนในรอบที่สอง ประกอบกับไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ดังนั้นต้วนเจิ้ง
และตู้ชิงหรวนจึงไม่รั้งเขาเอาไว้ เพียงแต่กำชับบางอย่างและปล่อยให้ต้วนอวี้กลับเรือนไป