การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 807 ต้วนอวี้หรานของหาย
เมื่อเห็นต้วนอวี้เดินกลับไปที่เรือนแล้ว ต้วนชิงหมิงก็ลุกขึ้นขอตัวลา ตู้ชิงหรวนไม่ได้ปฏิเสธอะไร พอมาถึงการ
ขอตัวลาของต้วนอวี้หราน ตู้ชิงหรวนกลับถามยิ้มๆ “ลูกสาวรองเมื่อครู่บอกว่าของหายที่เรือนอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้หรานฝืนยิ้มเจื่อนๆ “เรียนท่านแม่ ลูกกลับมาจากข้างนอกห้องก็ยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว ของหายไปหลายชิ้น!
ลูกจึงจะมาบอกท่านแม่ให้ช่วยหาให้ด้วยอีกแรง ไม่รู้ว่าโจรใจกล้าที่ไหนกล้ามาขโมยไป!”
ตู้ชิงหรวนกว่าจะมาหาทำไมเอาปั่านนี้ เห็นทีนางจงใจลากยาวมาถึงตอนท้าย
นางหันมองต้วนเจิ้ง “ท่านพี่ ลูกสาวคนรองบอกว่าของในห้องหายไปแล้ว”
ต้วนเจิ้งหันมองต้วนอวี้หราน “เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”
ต้วนอวี้หรานพูดเสียงเเข็ง “เรียนท่านพ่อ หายวันนี้ตอนคํ่าเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งจ้องมองไปที่ต้วนอวี้หรานอยู่อย่างนั้น จากนั้นมองไปที่ตู้ชิงหรวน “เดี๋ยวพ่อไปดูให้เจ้าเสียหน่อย”
ต้วนชิงหมิงจึงก้าวเดินขึ้นมาขวางด้านหน้าหนึ่งก้าว “ท่านพ่อ ตอนนี้ก็ดึกมาแล้ว อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนท่านแม่เถอะ
เจ้าค่ะ ของที่หายของน้องอวี้หราน ลูกไปดูให้ก็พอเจ้าค่ะ!”
ต้วนอวี้หรานชะงักไปชั่วขณะ ต้วนชิงหมิงจะตามนางกลับที่เรือน อย่างนั้นแผนการของนางก็คงพังไม่เป็นท่า ต้
วนอวี้หรานจึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก… ท่านพ่อท่านแม่ เรื่องนี้ค่อยว่ากันพรุ่งนี้อีกที ลูกขอตัวลาก่อนนะ
เจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้หรานพูดจบลงไม่รีรอฟังต้วนเจิ้งตอบ รีบยกมือประสานทำความเคารพ จากนั้นก็รีบถอยออกไปอย่าง
รวดเร็ว
ต้วนเจิ้งมองด้านหลังต้วนอวี้หรานด้วยความแปลกใจ “พี่อวี้หรานเป็นอะไร? เมื่อครู่บอกว่าของหายมิใช่หรือ?
ตอนนี้ทำไมวิ่งอย่างรีบร้อนกลับไปด้วยเล่า?”
ตู้ชิงหรวนยืนยิ้มอยู่ข้างๆ “บางทีของอาจไม่ได้หาย ไม่ก็ของไม่ได้สำคัญมากนัก ในเมื่อนางบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว อ
วี้เอ๋อร์ก็ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความไป!”
ต้วนเจิ้งคิดดูแล้วก็หันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “หมิงเอ๋อร์ เมื่อก่อนอี๋เหนียงไม่ดีกับลูกมาก พ่อรู้ทั้งหมดทว่าหรานเอ๋
อร์เป็นน้องสาว ลูกก็ควรดูแลนางให้มากหน่อย”
ต้วนชิงหมิงคำนับด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อวางใจได้ น้องอวี้หรานเป็นน้องสาวของหมิงเอ๋อร์ ลูกจะดูแลนางให้ดี
อย่างเต็มที่เจ้าค่ะ”
ไม่เพียงแต่ดูแลเท่านั้น หนำซํ้ายังจะ “ดูแล” ให้ดีเป็นพิเศษ!
พอได้ฟังที่ต้วนชิงหมิงรับประกัน ต้วนเจิ้งก็หยักหน้าด้วยความพอใจ “หมิงเอ๋อร์เป็นลูกที่รู้เรื่องที่สุด!”
ตู้ชิงหรวนยังคงอมยิ้มอยู่ข้างๆ “ท่านพี่กำลังจะบอกว่า น้องดูแลลูกสาวรองไม่ดีอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนเจิ้งยกมือขึ้นลูบไหล่ตู้ชิงหรวน พูดด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน “ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ร่างกายของของเจ้าอ่อนแอ จึงลอง
หาแผนสำรองให้หมิงเอ๋อร์ดูแลอวี้หรานอย่างสิ่งที่เหมาะสมมากที่สุดแล้ว!”
สีหน้าของตู้ชิงหรวนพลันระเรื่อขึ้นมา นางแอบผลักไหล่ต้วนเจิ้งไปมา “ยังมีคุณหนูใหญ่อยู่ตรงนี้ ท่านพี่พูดว่า
กระไรนะเจ้าค่ะ”
บุตรสาวคนโตเป็นคำเรียกขานที่ตู้ชิงหรวนใช้เรียกสาวน้อยที่อายุน้อยกว่า ข้อแรกแสดงความสนิทสนม ข้อสองจะ
ได้แยกแยะสถานะ!
ต้วนชิงหมิงเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็น นางจึงส่งยิ้มให้ต้วนเจิ้ง จากนั้นขอตัวกลับก่อน
เมื่อต้วนชิงหมิงเดินออกจากเรือนตู้ชิงหรวนไป เยวี่ยเจียก็เดินตามอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเยวี่ยเจียถามเสียง
ตํ่าขึ้น “ได้ยินมาว่าของที่เรือนคุณหนูรองหายไป ของถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงทำหน้าเอือมระอา เรื่องนี้ต้องเป็นแผนการของต้วนอวี้หราน
เยวี่ยเจียเห็นต้วนชิงหมิงไม่ได้ตอบก็เดินตามไปแต่โโยดี จู่ๆ ต้วนชิงหมิงได้หยุดฝีเท้าลงจนเยวี่ยเจียเดินชนนาง ต้
วนชิงหมิงเข้าไปประคองเยวี่ยเจียแล้วถามขึ้นว่า “เยวี่ยเจีย ชิวหนิงอยู่ไหน?”
เยวี่ยเจียจึงตอบกลับว่า “เรียนคุณหนู พี่ชิวหนิงยังอยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้ารับทราบ จากนั้นก็รีบสาวเท้าเดินกลับอย่างรวดเร็ว
เยวี่ยเจียเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามไปติดๆ “คุณหนูช้าหน่อย เดินช้าๆ หน่อยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงรีบยกกระโปรงขึ้นมา “รีบหน่อย ข้ากลัวว่าไปช้าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น!”
เยวี่ยเจียรู้สึกว่านํ้าเสียงของคุณหนูดูเหมือนจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น
ต้วนชิงหมิงหันไปสั่งว่า “เยวี่ยเจีย เจ้ารีบวิ่งกลับไปบอกชิวหนิง……”
คำพูดต่อจากนั้นนํ้าเสียงเบามาก เยวี่ยเจียได้ยินก็รีบผงกหน้าวิ่งนำไป!ต้วนชิงหมิงเห็นเยวี่ยเจียไปแล้ว จึงค่อยลด
ความเร็วไปในก้าวลง
เมื่อต้วนชิงหมิงเดินกลับมาถึงเรือน ก็ได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวาย นางจึงรีบวิ่งเข้าไปพบต้วนอวี้หรานกำลัง
อาละวาดอยู่ในเรือน ชี้นิ้วต่อว่าด่าทอเยวี่ยเจียและเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ ด้วยท่าทางหยิ่งยโส
ต้วนชิงหมิงเดินเข้าไปโดยที่บ่าวใช้แหวกทางเดินให้ เยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์จึงเอ่ยขึ้น “คุณหนูกลับมาแล้ว!”
จากนั้นพวกนางก็รีบเดินเข้ามาหาต้วนชิงหมิง
พอต้วนอวี้หรานได้เห็นต้วนชิงหมิงพลันเพิ้มระดับการอาละวาดให้มากขึ้น บ่าวใช้ในเรือนต้วนชิงหมิงถูกไล่ตะเพิด
ออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงบ่าวใช้ที่ต้วนอวี้หรานพามาเท่านั้น
เห็นได้ว่าบ่าวใช้ที่ต้วนอวี้หรานพามามีไม่น้อย พวกนางยืนล้อมรอบจนไม่มีทางหนีไปไหนได้ แต่ต้วนชิงหมิงที่หูตา
ไวมองปราดเดียวก็รู็ได้ทันทีว่า บ่าวใช้ต้วนชิงหมิงยืนปิดทางเข้าออกทั้งหมด คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า ต่อให้ต้วน
ชิงหมิงอยากออกไปก็สายไปเสียแล้ว
ต้วนอวี้หรานตาเป็นประกายที่เห็นต้วนชิงหมิงเดินเข้ามา นางเดินขึ้นไปสองก้าว หันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ท่านพี่
มาที่นี่เพื่อจับหัวขโมยใช่ไหม?”
ต้วนชิงหมิงมองต้วนอวี้หรานด้วยสายตาเรียบเฉย เอ่ยด้วยเสียงที่แฝงพลังอันน่าหงาดกลัว “หากน้องจะมาจับหัว
ขโมยก็ควรแจ้งท่านพ่อให้นำคนจับถึงจะถูก น่าแปลกเสียจริง ทำไมน้องอวี้หรานมาจับถึงที่เรือนพี่ด้วย หรือว่าหัวขโมย
แอบมาซ่อนตัวที่นี่?”
ต้วนอวี้หรานผงกหัวรับ “ใช่แล้ว วันนี้ตอนเย็น บ่าวในจวนน้องบอกมีหัวขโมยเอาของวิ่งเข้ามาในเรือนท่านพี่ จน
ตอนนี้ยังไม่ออกมาเลย น้องรู้เรื่องเข้าก็พาบ่าวใช้มารอจับถึงที่นี่!”
ต้วนชิงหมิงหันหลังส่งสายตาให้เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เข้าใจความนัยจึงมองไปที่บ่าวใช้โดยรอบ “ที่นี่ไม่มี
เรื่องอะไรแล้ว พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว!”
บ่าวใช่พวกนี้ต่างเหน็ดเหนื่อยกับงานที่ทำมาทั้งวัน พอล้มลงเอนตัวลงพักผ่อน ก็มีเสียงต้วนอวี้หรานดังเอะอะ
โวยวายขึ้นมา จนตอนนี้คุณหนูใหญ่กลับมาแล้ว พวกนางจึงต่างกลับไปพักผ่อน
จากนั้นต้วนชิงหมิงหันกลับมามองต้วนอวี้หราน “” ถ้าน้องอวี้หรานยืนไม่เหนื่อยก็ยืนต่อไปได้ พี่จะกลับห้องไป
พักผ่อนแล้ว!
เมื่อกล่าวจบนางก็หันหลังเดินเข้าห้องไป
ต้วนอวี้หรานที่เห็นดังนั้น นางก็จับกระโปรงยกขึ้นเดินตามต้วนชิงหมิงเข้าห้องไป
ต้วนชิงหมิงเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ รับถ้วยนํ้าชาที่เยวี่ยเจียยกมาให้ขึ้นจิบ จากนั้นค่อยเงยหน้าขึ้นมองต้วนอวี้หรา
น พูดอย่างเย็นชา “น้องอวี้หรานไหนบอกพี่มาสิ จะมาจับหัวขโมยที่นี่อย่างนั้นหรือ?”
ต้วนอวี้หรานก็รับถ้วยนํ้าชาจากเยวี่ยเจียขึ้นมารวดเดียวจนหมด นางพูดอย่างจริงจัง “เมื่อครู่น้องก็บอกท่านพี่
แล้วนิ บ่าวในเรือนของน้องบอกว่าหัวขโมยวิ่งเข้ามาในเรือนท่านพี่ และยังไม่เห็นออกไปเลย ดังนั้นน้องจึงพาบ่าวใช้มา
จับด้วยกัน!”
ดูจากท่าทางของนางแล้ว หากต้วนอวี้หรานมิอาจจับหัวขโมยได้ คงไม่ยอมเลิกราอย่างแน่นอน!
ต้วนชิงหมิงปรายตามองต้วนอวี้หรานเอ่ยว่า “เมื่อครู่น้องอวี้หรานได้เห็นกับตาหรือไม่ ว่าหัวขโมยเข้ามาที่เรือน
ของพี่?”
ต้วนอวี้หรานส่ายหน้าไปมา
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ในเมื่อหัวขโมยจับไม่ได้ น้องอวี้หรานก็กลับไปนอนได้แล้ว พี่ง่วงแล้ว
ต้องการพักผ่อน น้องกลับไปได้แล้ว!”
ต้วนชิงหมิงสิ้นเสียงก็เดินเข้าไปห้องนอน
ต้วนอวี้หรานเห็นเช่นนั้นรีบเดินเข้าไปขวางหน้าทันที ถลึงตาโตใส่ต้วนชิงหมิง “แต่ว่าเรือนของท่านพี่ใหญ่ขนาดนี้
มีตั้งหลายห้อง น้องจะไปรู้ได้ยังไงว่าหัวขโมยไปซ่อนตัวไว้ที่ไหน ถ้าน้องจับหัวขโมยไม่ได้จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
ต้วนชิงหมิงทำหน้าเอือมระอา พูดอย่างโมโห “น้องอวี้หรานเห็นที่นี่เป็นที่ไหนกัน… ที่อยากจะมาค้นก็ค้นได้ เรื่อง
นี้ได้บอกท่านพ่อท่านแม่หรือยัง? ถ้าไม่มีทั้งสองท่านมาด้วย ก็อย่าคิดเข้าออกตามอำเภอใจ โดยใช้หัวขโมยมาเป็นข้อ
อ้าง!”
สายตาของต้วนชิงหมิงแหลมคมประดุจมีดที่เพิ่งลับเสร็จ ที่พร้อมแทงทะลุกลางขั้วหัวใจ นางแค่มองปราดเดียวก็
รู้แผนการชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ด้านใน จนในใจต้วนอวี้หรานแอบสั่นสะเทิ้มไปหมด
ต้วนชิงหมิงจ้องเขม็ง “น้องอวี้หราน เรื่องบางเรื่องต้องรู้จักขอบเขต ถ้าทำเป็นเรื่องใหญ่ถึงหูท่านพ่อท่านแม่ คิด
หรือว่าจะเอาชนะได้?”
ต้วนอวี้หรานผงะถอยหลังไปสองก้าว ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
เมื่อก่อนต้วนเจิ้งเอนเอียงไปทางต้วนชิงหมิงยังพอทน ตอนนี้กลับเอนเอียงไปให้ตู้ชิงหรวน ไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ต้
วนอวี้หรานย่อมตกเป็นรองเสมอ
ต้วนอวี้หรานหันมองต้วนชิงหมิงด้วยความไม่พอใจ “พี่อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ ท่านพ่อเอนเอียงให้พี่ด้วยวาจาอัน
หว่านล้อม จึงไม่มีที่ให้ข้าได้พูด… เช่นเดียวกับวันนี้ เรือนของข้าของหายไป ท่านพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร… เชอะ! ตอนนี้หัว
ขโมยซ่อนตัวในเรือนของพี่ ถ้าท่านพ่อมาก็ดีจะได้ให้ค้นเรือนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”