การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 809 ทำตัวเองแท้ๆ
ใช่แล้ว ชิวหนิง!
เป็นที่รู้ว่าหัวหน้าบ่าวใช้ของต้วนชิงหมิงไม่ค่อยอยู่ห่างกายนาง ในเวลานี้เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอีก รวมถึงมีการค้น
เรือนและห้อง ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบก็ไม่เห็นหน้าชิวหนิงที่ออกมาปกปั้องต้วนชิงหมิง ซึ่งดูแล้วมันช่างแปลกเสียเหลือเกิน
เรื่องน่าแปลกนี้คงมีเหตุผลที่ไม่ธรรมดา ต้วนอวี้หรานมั่นใจว่าชิวหนิงต้องถูกต้วนชิงหมิงใช้ไปทำอย่างอื่นแทน
ไม่แน่ว่าอาจพาหัวขโมยไปซ่อนของที่หายของนาง! ความจริงต้องเป็นอย่างที่นางคิดแน่นอน
พวกนางจึงพากันกลับมาที่เรือนต้วนชิงหมิง ต้วนอวี้หรานยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเข้าไปในห้องของชิวหนิง “ใช่แล้ว ห้อง
ของชิวหนิงต้องค้นใหม่อีกครั้ง!”
ต้วนชิงหมิงขมวดคิ้วสวนกลับไป “น้องอวี้หรานอยากเข้าไปหาอะไรในห้องชิวหนิง ค้นมาแล้วครั้งหนึ่งยังไม่พออีก
เหรอ จะกลับเข้าไปค้นอีกรอบทำไม?”
ต้วนอวี้หรานเงยหน้าพูดอย่างหยิ่งยโส “พี่ไม่ต้องสนหรอกว่าข้าจะค้นอะไรเจอ ข้าบอกพี่ได้เพียงว่าห้องของชิว
หนิงต้องมีบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ ขอเพียงได้ค้นอีกรอบ ข้าต้องค้นเจอแน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงเห็นใบหน้าต้วนอวี้หรานมีความหัวรั้น ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว… ต้วนอวี้หรานเป็นเหมือนมารร้ายที่ยืน
กรานต้องเข้าไปค้นห้องชิวหนิงให้ได้ ไม่รู้นางต้องการรื้อค้นอะไรกันแน่
ต้วนชิงหมิงกำลังจะอ้าปากพูด ทว่าด้านนอกมีเสียงเยวี่ยเจียดังขึ้น “คุณหนู นี่มันคืออะไรเจ้าคะ?”
ต้วนชิงหมิงเดินออกไปนอกเรือน
เยวี่ยเจียมิกล้าแตะต้อง จึงเรียกคุณหนูให้ออกมาดู
ต้วนชิงหมิงเดินตามเสียงที่ได้ยินออกมา “เยวี่ยเจีย เจ้าหาอะไรพบอย่างนั้นหรือ?”
หลังจากชายชุดดำแวบหายไป เยวี่ยเจียร้องขึ้นเสียงดัง “คุณหนู มีของอยู่ตรงมุมกำแพงตรงนั้นเจ้าค่ะ คุณหนู
รองรีบเข้าไปดูเถอะเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นของที่หายหรือเปล่าเจ้าคะ?”
ภายใต้แสงไฟถุงผ้าสีนํ้าเงินถูกทิ้งไว้จนเห็นได้ชัดเจน บ่าวใช้ต่างเดินเข้ามามุงดูและพูดกันไปต่างๆ นานา ต้วนอวี้
หรานเดินเข้าไปถึงกับตกใจหน้าซีดที่เห็นถุงผ้านั้น
ถุงผ้านั้นเป็นของเรือนนาง ที่สำคัญของในนั้นยังเป็นของส่วนตัวที่ใช้อยู่ในทุกวัน ไม่ต้องถึงต้วนอวี้หรานมาดูเอง
แค่บ่าวใช้มาดูก็รู้ว่าเป็นของนาง
สีหน้าของเหล่าบ่าวใช้และสีหน้าของต้วนอวี้หรานที่ขบฟันรู้อยู่แก่ใจดี หากต้วนชิงหมิงเปิดถุงผ้าออก ต้องพบสิ่ง
ของที่ต้วนอวี้หรานบอกว่าหายไป!
เยวี่ยเจียจึงรีบตัดหน้าเข้าไปหยิบถุงผ้าตรงมุมกำแพงขึ้นมา แล้วกลับมายืนเบื้องหน้าต้วนชิงหมิง “เปิดมันออก
ซะ!”
เมื่อถุงผ้าถูกเปิดออก เยวี่ยเจียแทบตกใจจนหยุดหายใจ
ของในถุงผ้ามีเครื่องประดับ อาภรณ์ที่ประณีตอยู่ในนั้นโดยที่ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด
เยวี่ยเจียร้องเสียงหลง “คุณหนู คุณหนู นี่มัน……”
ต้วนชิงหมิงก้าวขึ้นไปมองแล้วหันไปพูดกับต้วนอวี้หราน “นี่มันอาภรณ์ของน้องอวี้หรานนี่หน่า? ยังมีเครื่อง
ประดับที่น้องบอกว่าหายไปอีก ทำไมทั้งหมดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
บ่าวใช้ที่มาจากเรือนต้วนอวี้หรานต่างร้องด้วยเสียงตกใจ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว เป็นของของคุณหนูรอง… เครื่อง
ประดับเหล่านี้ บ่าวเคยเห็นคุณหนูรองใส่เจ้าค่ะ”
หลังจากบ่าวใช้เอ่ยเช่นนั้น บ่าวใช้ที่ใส่ชุดแดงพูดขึ้น “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ชุดกระโปรงนี้เป็นของคุณหนูรอง… บ่าวเคย
เห็นคุณหนูรองสวมเจ้าค่ะ……”
*
จากคำพูดของบ่าวใช้ทั้งสอง สีหน้าของต้วนอวี้หรานก็แทบดูไม่ได้เลย
ต้วนชิงหมิงจ้องไปที่ต้วนอวี้หราน เอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “น้องรองควรจะดูมิใช่หรือ ว่าของในถุงผ้านี้ใช่ของน้อง
หรือเปล่า?”
ต้วนอวี้หรานแย่งถุงผ้าจากมือเยวี่ยเจียมาเปิดออกดูถึงกับตกใจ จนพูดแทบไม่ออก “ใช่แล้ว ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
ได้?”
ถุงผ้านี้ควรอยู่ในห้องต้วนชิงหมิงมิใช่มาอยู่ที่นี่ ทั้งยังถูกบ่าวใช้ต้วนชิงหมิงพบเข้าอีก
ต้วนชิงหมิงหันไปพูดกับต้วนอวี้หราน “น้องอวี้หรานดูให้ละเอียดก่อน ว่าใช่ของที่หายไป!”
ทางด้านเยวี่ยหวาที่ยืนเงียบอยู่ด้านข้าง เดินเข้ามารับถุงจากมือต้วนอวี้หราน ออกเปิดดูของอย่างละเอียด พลาง
ส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณหนูดูเหมือนของทุกอย่างจะอยู่ในนี้หมดเลยเจ้าค่ะ”
สีหน้าต้วนอวี้หรานกลับชะงักจนปันหน้าไม่ถูก นางจึงจ้องเขม็งไปที่ถุงผ้าในมือของเยวี่ยหวา ของทุกอย่างอยู่ครบ
ทุกอย่างไม่ได้หายไปไหนแม้แต่ชิ้นเดียว
ต้วนอวี้หรานจงเอ่ยว่า “ของทุกชิ้นอยู่ที่นี่หมดแล้ว! ใครกันที่เอาถุงผ้ามาโยนทิ้งไว้ตรงนี้ เป็นเพราะหัวขโมยรู้ว่า
เรื่องนี้เป็นที่จับจ้องแล้ว จึงจงใจทำแบบนี้?”
ต้วนชิงหมิงจึงได้แต่ปรายตามองอย่างไม่พอใจ
ต้วนอวี้หรานถอยหลังไปครึ่งก้าว ก้มหน้าห้มตามิกล้าสบตาต้วนชิงหมิง
ต้วนชิงหมิงจึงหันไปมองเยวี่ยหวา ถามด้วยเสียงที่เยือกเย็น “เยวี่ยหวา ได้ยินมาว่าเจ้าให้ชิวหนิงช่วยเอาของกลับ
ไปฝากที่บ้านแทน… เจ้าจะเอาของอะไรไปฝากชิวหนิง ลองหยิบมาให้ข้าดูหน่อยสิ”
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันพูดจบ สีหน้าต้วนอวี้หรานก็เปลี่ยนไป นางถลึงตาจ้องไปที่เยวี่ยหวา เป็นการสื่อให้ระมัดคำ
ตอบ!
น่าสงสารเยวี่ยหวาต้องผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว นางหันกลับมาตอบต้วนชิงหมิงด้วยเสียงละลํ่าละลัก “เรียนคุณ
หนูใหญ่ บ่าวมิทราบว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของชิวหนิง และไม่เคยฝากของอะไรให้นางทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
เรื่องในครั้งก่อนชิวหนิงกับเยวี่ยหวาผิดใจจนไม่มองหน้ากันแล้ว หากต้วนอวี้หรานรู้ว่าพวกนางกลับมาคุยกันและ
แอบฝากห้องให้กันละก็ ชิวหนิงคงไม่มีวันช่วยเยวี่ยหวาส่งของให้อีก
ต้วนชิงหมิงเห็นสีหน้าเยวี่ยหวาจึงหันไปมองต้วนอวี้หราน นางพูดอย่างเยือกเย็นว่า “เรื่องนี้ช่างน่าแปลก เรื่องนี้
เหมือนว่าเยวี่ยหวาจะฝากของชิวหนิงไปให้แม่และน้องชาย!”
เยวี่ยหวาแอบชำเลืองมองต้วนอวี้หรานกลัวนางจะสงสัยความสัมพันธ์ของพวกนาง เยวี่ยหวาจำต้องส่ายหน้า
ปฏิเสธอย่างลนลาน “คุณหนูใหญ่ต้องจำผิดไปแล้วเป็นแน่… บ่าวไม่เคยทำเรื่องแบบนั้นเลยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจยืดยาวก่อนยิ้มคิกคัก สาดสายตาไปที่ต้วนอวี้หราน “ในเมื่อน้องอวี้หรานเจอของแล้ว พี่
ต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว… เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ เยวี่ยเจีย พวกเราไปกลับกันเถอะ!
สีหน้าของต้วนอวี้หรานบอกมิรับบุญ นางจ้องเคียดแค้นเยวี่ยหวาเป็นอย่างมาก พอได้ยินว่าต้วนชิงหมิงจะออกไป
แล้ว พลันตอบเสียงเรียบ “ท่านพี่ เรื่องนี้ต้องสืบให้รู้ความจริงทั้งหมด!”
“ถูกต้องแล้ว… ของน้องอวี้หรานหายจนต้องไปปค้นเรือนพี่ให้วุ่นวาย สุดท้ายของกลับอยู๋ในเรือนของน้องอวี้หรา
นเสียเอง ดูท่าแล้ว เรื่องนี้ต้องสืบให้ถึงที่สุด!” ต้วนชิงหมิงพูดยิ้มๆ
คำพูดของนางทำเอาต้วนอวี้หรานกัดฟันกรอดๆ กระทืบเท้าอย่างเคียดแค้น แต่กระนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร
ต้วนชิงหมิงก็หาได้สนใจนางไม่ เลือกกลับตัวและจากไปโโยมีเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์และเยวี่ยเจียตามกลับไปด้วย
ภายในเรือนของต้วนอวี้หรานจึงว่างเปล่า เหลือเพียงต้วนอวี้หรานยืนหน้าเสียอยู่ที่เดิม
ทางด้านเยวี่ยหวาค่อยๆ เขยิบเข้ามาใกล้ๆ พอเห็นต้วนอวี้หรานหน้านิ่วคิ้วขมวดจึงสั่นสะเทิ้มด้วยความกลัว
ใครได้อยู่ข้างกายรับใช้ต้วนอวี้หรานมาเป็นเวลานาน ย่อมไม่รอดพ้นถูกตบตีด่าทอ แต่สายตาที่น่าสะพรึงกลัว
แบบนี้ของต้วนอวี้หราน เยวี่ยเจียได้พบได้เห็นเป็นครั้งแรก นางจึงเอ่ยเสียงอ่อยอย่างระวัง “คุณหนู บ่าว……”
เยวี่ยหวายังไม่ทันจะพูดจบ ฝั่ามือต้วนอวี้หรานก็ประทับลงบนหน้าดัง “เปรี๊ยะ” จนเยวี่ยหวาหน้าชา หูอื้อไปชั่ว
ขณะ
ต้วนอวี้หรานลงมือหนัก ตบเอาเสียจนดาวขึ้นมาลอยวนเวียนบนหัว แต่เยวี่ยกลับกลั้นร้องไห้ มิกล้ายกมือขึ้นปั้อง
แก้ม ได้แต่ยืนตัวสั่นงกๆ
ต้วนอวี้หรานสะบัดมือลงพร้อมเชิดหน้าใส่ด้วยความไม่พอใจ
เยวี่ยหวารีบคุกเข่าลงไปกับพื้น ก้มหน้าก้มตาสะอึกสะอื้น… บ่าวใช้ในสมัยโบราณเป็นข้ารับใช้ของเจ้านาย เจ้า
นายให้อยู่ก็อยู่ได้ เจ้านายให้ตายก็ต้องไปตาย”
ต้วนอวี้หรานรู้สึกว่าการตบตีเมื่อครู่ยังไม่สาแก่ใจ นางหันไปมองเยวี่ยซิ่วที่อยู่ด้านข้างตัวสั่นระริกด้วยความกลัว
นางจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เชอะ ช่างเป็นบ่าวใช้ที่โง่เง่าสิ้นดี”
จากนั้นต้วนอวี้หรานก็สะบัดหน้าเดินไปข้างนอก
เยวี่ยซิ่วจึงค่อยกล้าเดินเข้าไปประคองเยวี่ยหวาลุกขึ้นยืน
ใบหน้าเยวี่ยหวาไร้ซึ่งนํ้าตา ทว่าใบหน้ากลับแดงกํ่า เป็นรอยมือ ให้ดูว่าเจ้านายของพวกนางเป็นคนมือไม้หนัก
เพียงใด
เยวี่ยหวามีเลือดไหลซิบออกมาที่ริมฝีปาก นางกลับฝืนยิ้มออกมา ราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด
เมื่อนางจะยกมือขึ้นลูบแก้มนั้น เยวี่ยซิ่วกลับพูดอย่างรีบร้อน “พี่เยวี่ยหวาอย่าจับแก้มโดยเด็ดขาด……”