การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 810 ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป
ใบหน้าที่แดงกํ่าของเยวี่ยหวาหากสัมผัสเข้าต้องปวดแสบปวดร้อน
อันที่จริง บ่าวใช้ไม่ได้กลัวถูกลงโทษ แต่กลัวว่าต้วนอวี้หรานจะเหยียบยํ่าศักดิ์ศรีของพวกนางจนไร้เกียรติ
เมื่อเยวี่ยหวายอมดึงมือกลับไป เยวี่ยซิ่วพูดเสียงตํ่าขึ้น “พี่เยวี่ยหวาไม่ต้องกังวลไปเดี๋ยวกลางคืนคุณหนูหลับแล้ว
พวกเราค่อยกลับกันไปเอาผ้าชุบนํ้าเย็นประคบ พรุ่งนี้เช้าก็หายแล้ว ไม่รู้ใครมองออกหรอก”
เยวี่ยหวายิ้มเจื่อนๆ แม้ในหน้าที่บวมจะดูไม่ออกแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การที่ต้วนอวี้หรานตบหน้าเยวี่ยหวาต่อหน้าเหล่าบ่าวใช้ในเรือน ทุกคนจึงเห็นกับตาและมองด้วยความสงสาร
จับใจ บางคนก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดกับเยวี่ยหวา
นางเป็นถึงหัวหน้าบ่าวใช้ในเรือน แต่ในสายตาของเจ้านายนางเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ
เยวี่ยหวาค่อยๆ หลับตาลงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “เยวี่ยซิ่วไม่ต้องสนใจพี่หรอก รีบเข้าไปรับใช้คุณหนูก่อนเถอะ… มิ
อย่างนั้นคุณหนูอาจหาข้ออ้างใส่อารมณ์กับเจ้า!”
เยวี่ยซิ่วพยักหน้าและกลับตัวกำลังจะออกไป แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตูนางหันมามอง พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “พี่
เยวี่ยหวา……”
เยวี่ยหวาที่ใบหน้าบวมแดงเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย จึงถาวกลับไปว่า “มีเรื่องอะไรอีกเหรอ?”
เยวี่ยซิ่วยกมือปาดนํ้าตาที่เอ่อขึ้น นางมองซ้ายมองขวาพูดเสียงกระซิบกระซาบให้เยวี่ยหวาฟัง “พี่เยวี่ยหวาดูไม่
ออกหรือว่า คุณหนูต้องใช้ชื่อของพี่ให้เอาของไปฝากชิวหนิง… ของเหล่านั้นจะต้องเป็นถุงผ้าที่เจอเมื่อครู่ จากนั้นคุณหนู
ใช้ข้ออ้างว่าทำหาย เพื่อเข้าไปรื้อค้นในเรือนของคุณหนูใหญ่ แต่ในความเป็นจริงคุณหนูรองไม่ได้ทำหาย แต่แค่ต้องการ
เล่นงานคุณหนูใหญ่เท่านั้นเอง……”
แต่กระนั้นต้วนอวี้หรานกลับไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เยวี่ยหวาฟัง แต่ต้วนชิงหมิงกลับพูดความจริงออกมาเพียงประโยค
ก็แทงใจดำต้วนอวี้หราน!
ดังนั้น ต้วนอวี้หรานจึงด่าทอเยวี่ยหวาว่าโง่เง่าสิ้นดี
เยวี่ยหวามองเยวี่ยซิ่วด้วยความตกใจ… นางเป็นบ่าวใช้ที่อายุน้อยกว่าแต่กลับมองทะลุหลายเรื่องได้อย่างถูกต้อง
และเข้าใจความคิดของต้วนอวี้หรานได้อย่างคาดไม่ถึง
เยวี่ยซิ่วต้องใช้สายตาหรือประสบการณ์ใดถึงจะมองทุกอย่างได้เช่นนี้
เยวี่ยซิ่วหันข้างด้วยแววตาที่สดใสแต่แฝงความนับที่ยากคาดเดาไว้ จนเยวี่ยหวารู้สึกคาดเดาไม่ถูก
ดูท่าเยวี่ยซิ่วดูเปลี่ยนไปแล้ว คนรอบข้างตัวเยวี่ยหวาเปลี่ยนไปแล้ว มีเพียงนางที่ยังโง่เขลาอยู่คนเดียว
เยวี่ยหวาที่ใบหน้าบวมแดง กลับยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความเศร้าใจ!
เยวี่ยซิ่วออกไปได้ไม่นาน ในห้องของต้วนอวี้หรานก็มีเสียงกร่นด่าดังขึ้น พร้อมกับเสียงอธิบายอย่างระวังของเย
วี่ยซิ่ว ด้านเยวี่ยหวาที่ได้ยินก็รู้สึกเสียใจเดินกลับไปที่ห้องพักของนาง
เดิมทีคืนนี้เป็นเวรที่เยวี่ยหวาต้องอยู่เฝั้า แต่นางทำให้ต้วนอวี้หรานไม่พอใจอย่างมาก ทั้งยังถูกตบตีจนหน้าบวม
ไปหมด ถ้าต้วนอวี้หรานยังเห็นหน้าคงต้องระบายใส่เป็นแน่ นางจึงเลือกที่จะกลับห้องไม่ไปให้พบหน้าจะดีกว่า
ต่อให้จะหลบหน้าอย่างไรนั้น บ่าวใช้ก็มิอาจหนีเจ้านายไปไหนได้ เยวี่ยหวาจึงต้องทนอยู่อย่างจำใจ
ยามคํ่าคืนได้คืบคลานเข้ามาปกคลุมท้องนภาด้วยความมืดมิด เยวี่ยหวาได้ล้มตัวลงบนที่นอนโดยไม่ได้เปลี่ยน
เสื้อผ้า นางนอนกลับตัวไปมาทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ
ส่วนที่เรือนของต้วนชิงหมิง เยวี่ยเจียได้ช่วยต้วนชิงหมิงถอดปินปักผมอย่าเบามือ “คุณหนู เมื่อครู่ทำไมไม่ถือ
โอกาสซักไซร้ไล่ต้อนให้คุณหนูรองจนมุมไปเลยละเจ้าค่ะ ว่าของที่หายทำไมยังอยู่ที่เรือนของคุณหนูรองได้… ถ้าเกิดของ
ที่หายพบในเรือนของคุณหนู คุณหนูรองมีหวังต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่แน่นอน!”
ต้วนชิงหมิงลืมตาขึ้นมองกระจกอย่างเชื่องช้า ตอบกลับเสียงเรียบ “หากซักไซร้ไล่ต้อนให้จนมุม คืนนี้คงไม่ได้
หลับไม่ได้นอนกันพอดี!”
เยวี่ยเจียพรวดหัวเราะออกมาหลังจากได้ฟัง “โอ้โห ที่คุณหนูไม่อยากสนใจคุณหนูรอง ที่แท้ก็อยากจะกลับมาพัก
ผ่อนเร็วๆ นี่เอง!”
ต้วนชิงหมิงยกมือขึ้นนวดบีบคอและไหล่ที่เมื่อยล้า “นางชอบหาเรื่องคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าข้าจะชอบหา
เรื่องคนเหมือนนางเสียหน่อย เรื่องนี้เห็นชัดเจนแจ่มแจ้งว่านางจะระบายความแค้น20กับข้า ขืนทรมานนางกลับก็
ตกหลุมพรางที่นางเตรียมไว้นะสิ”
เยวี่ยเจียจึงพูดยิ้มๆ ออกว่า “อันที่จริง บ่าวก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดคุณหนูรองถึงต้องมาหาเรื่องไม่หยุดไม่หย่อน หรือ
ว่าคุณหนูรองมิอยากให้ทุกคนอยู่อย่างสงบสุขเจ้าคะ?” `
ต้วนชิงหมิงหัวเราะชอบใจออกมา
ต้วนอวี้หรานไม่ได้อยากให้ทุกคนอยู่อย่างสงบสุขหรอก แต่นางไม่อยากเห็นใครได้ดีกว่านางเท่านั้นเอง วันนี้ยังดี
ที่บ่าวใช้น้อยคนนั้นที่ไม่คุ้นหน้าคาดตามาพร้อมกับเยวี่ยเจีย เมื่อนางเรียกต้วนชิงหมิงกลับมิใช่ “คุณหนูใหญ่” แต่เลือกที่
จะเรียก “คุณหนู” เฉยๆ ทำให้ต้วนชิงหมิงที่ได้ยินเกิดเอะใจขึ้นมา ด้วยเหตุนี้จึงใช้เยวี่ยเจียไปบอกชิวหนิงให้รีบกลับบ้าน
ไปตั้งแต่วันนี้ตอนบ่ายแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมา เพราะกลัวว่าต้วนอวี้หรานต้องคิดลงมือในคืนวันนี้แน่นอน
ส่วนเรื่องถุงผ้าพี่บ่าวใช้น้อยคนนั้นนำมายื่นให้ชิวหนิงนั้น ชิวหนิงไม่ได้รับไว้แต่อย่างใด เพราะนางเป็นคนที่
ระมัดระวังอย่างมาก หากเยวี่ยหวาต้องการฝากให้คนอื่นเอาเงินมาให้จริง ชิวหนิงต้องออกไปเอาด้วยตัวเองแล้ว แต่นี่
กลับใช้บ่าวใช้ที่ไหนก็ไม่รู้จักเอามาให้ มีหรือที่ชิวหนิงจะกล้ารับไว้
ถุงผ้านั้นชิวหนิงมิได้รับไว้ บ่าวใช้น้อยคนนั้นจึงจนปัญญา ถือถุงผ้าเดินไปเวียนมาอยู่หน้าเรือนต้วนชิงหมิง เมื่อ
นางเห็นชิวหนิงออกจากเรือนไป นางก็แอบเดินตามออกไปด้วย
ต้วนชิงหมิงลองคิดดูแล้ว นี่อาจเป็นแผลของต้วนอวี้หรานก็เป็นได้ ถ้าถุงผ้าไม่ได้ถูกส่งถึงมือชิวหนิง แล้วจะหา
ทางยัดความผิดให้ต้วนชิงหมิงได้อย่างไรกัน ตอนนี้ชิวหนิงได้ออกจากจวนต้วนไปแล้ว ดังนั้นบ่าวใช้น้อยก็อุ้มถุงผ้าตามอ
อกไปด้วย
แต่ทำไมถุงผ้าถึงได้มาปรากฏอยู่ที่เรือนของต้วนอวี้หรานได้ จุดนี้ต้วนชิงหมิงเองก็ยังไม่เข้าใจ
หากบ่าวใช้น้อยเอาถุงผ้ากลับไปให้ต้วนอวี้หรานพร้อมบอกว่าชิวหนิงออกจากจวนต้วนไปแล้ว อย่างนั้นต้วนอวี้
หรานจะต้องเริ่มวางแผนเล่นงานใหม่ และคงไม่ดึงดันที่จะกลับไปค้นห้องของชิวหนิงอีกครั้ง นั่นแสดงว่าบ่าวใช้น้อย
ต้องตามออกไปข้างนอก และของก็ถูกคนอื่นถือโอกาสเอาไปโยนไว้ในเรือนต้วนอวี้หราน
มีคนที่ไม่หวังดีทำแบบนี้เพื่อต้องการเล่นงานต้วนอวี้หรานคืน พูดก็พูดเถอะเปั้าหมายในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือต้
วนชิงหมิง แต่คนที่ทำแบบนี้เป็นใครกันก็ยังไม่ทราบ
ต้วนชิงหมิงคิดมาถึงจุดนี้ ทันใดนั้นเยวี่ยเจียพรวดถามขึ้น “ใช่แล้ว คุณหนู เหตุใดถุงผ้าไปปรากฏที่เรือนคุณหนู
รอง และอยู่ตรงมุมนั้นด้วยเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงถามกลับว่า “ความหมายของเจ้าคือรู้ว่าถุงผ้าไปอยู่ตอนไหนอย่างนั้นหรือ?”
เยวี่ยเจียที่กำลังช่วยต้วนชิงหมิงหวีผม ช่วยรวมผมไว้ที่ข้างหลังและมัดอย่างเรียบง่าย
จากนั้นเยวี่ยเจียได้เก็บโต๊ะเครื่องแปั้งและเครื่องประดับเข้ากล่อง พร้อมกับพูดไปด้วย “ใช่แล้วคุณหนู… ที่ตรงนั้น
บ่าวพาคนไปค้นถึงสองรอบ รอบแรกไม่เห็นจะมี แต่พอรอบสองกลับมีถุงผ้าวางไว้ตรงนั้น บ่าวจึงคิดว่าต้องมีคนที่ฉวย
โอกาสในขณะที่ท้องฟั้ามืดแอบเอาถุงผ้านั้นไปวางทิ้งตรงนั้นเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าเป็นการเห็นด้วย
เยวี่ยเจียพูดได้ถูกต้องคงจะต้องมีคนแอบไปขโมยถุงผ้ามา แต่เป็นใครนั้นยังมิอาจรู้ได้
เยวี่ยเจียจึงพูดอย่างถอดใจ ระคนหยอกเย้า “คืนนี้เยวี่ยหวาจะต้องโดนจัดการแน่นอนเลยเจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงนิ่งเงียบโดยไม่แสดงความคิดเห็นใด
เยวี่ยเจียมองไปที่ต้วนชิงหมิง “คุณหนูคงไม่รู้ เมื่อก่อนนั้นบ่าวกับเยวี่ยหวาได้เรียนรู็มาด้วยกัน ฝีมือของเยวี่ยหวา
ดีที่สุด หยิบจับอะไรทำได้เหมือนทุกอย่าง ส่วนบ่าวทำอะไรไม่ได้เรื่องเลย ในตอนนั้นทุกคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่าง
สนุกสนาน พี่ชิวหนิงมักยิ้มให้บ่าวบ่อยๆ ส่วนเยวี่ยหวากลับบอกการได้เจ้านายไม่ดีถือเป็นความซวยของชีวิต……”
ทว่าตอนนี้คนที่หาเจ้านายได้ไม่ดีคือเยวี่ยหวา ไม่ใช่เยวี่ยเจียเสียหน่อย
ต้วนชิงหมิงแอบนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “ทุกคนต่างมีชะตากำหนดชีวิตไว้แล้ว ถ้ายอมรับชะตาก็ต้องอยู่แบบนี้
ถ้าไม่ยอมรับชะตาก็มีจงหาทางออกอื่น!”
เยวี่ยเจียที่ดวงตาลุกวาวกลับนิ่งชะงักในทันที
คำพูดของต้วนชิงหมิงแลกมากับชีวิตที่อเนจอนาถ น่าสมเพชและถูกทรยศในชาติที่แล้ว มาในชาตินี้ที่ได้กลับมา
เกิดอีกครั้ง ไม่ว่าเยวี่ยเจียหรือเยวี่ยหวาล้วนไม่มีทางสู้นางได้
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงมีท่าทางเหนื่อยล้าเต็มประดา เยวี่ยเจียก็ปล่อยมุ้งคลุมเตียงลง จับผ้าห่มให้ต้วนชิงหมิง ค่อย
เดินออกจากห้องไป
แสงไฟภายในห้องดับลงแล้ว จนกระทั่งความมืดมิดภายในห้องและท้องนภารวมเป็นหนึ่งเดียว สายลมพัดผ่าน
จากไหนไม่รู้จนมุ้งกระเพื่อมไปมา ราวกับมือของคนรักกำลังลูบหน้าไปมา
ต้วนชิงหมิงหลับใหลสู่ห้วงนิทรา ดูจากหน้าแล้วเหมือนนางกำลังฝันหวานอยู่
ทันใดนั้น มีชายชุดดำโรยตัวลงมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ สีของเสื้อและความมืดมิดในห้องได้รวมเป็นหนึ่งเดียว
จนแยกไม่ออก