การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 812 ใครทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอย่างนี้
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 812 ใครทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นอย่างนี้
อั้นเยวี่ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว “มีอยู่เหมือนกัน!”
จากนั้นเขา ได้ควักของบางอย่างออกจากเสื้อด้านใน “มีแค่สิ่งนี้!”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองดู ที่แท้ก็เป็นหวีที่ทำจากงาช้างอย่างวิจิตร ดูแล้วราคาย่อมสูงลิบลิ่ว
ทำไมมีเพียงแค่หวีอันเดียวเท่านั้น
หากเป็นคู่รักกันการมอบหวีถือเป็นสิ่งแทนใจ ที่ชายหญิงมักจะมอบให้แก่กัน แทนคำสัญญาว่าจะรักกันไปจนแก่
เฒ่า!
หรือว่าชิงตั๋วอยากใช้สิ่งนี้ในการแสดงความในใจที่มีต่อต้วนชิงหมิง?
แต่เมื่อพิจารณาใครควรอย่างดีแล้ว หวีเพียงอันเดียว มิอาจระบุได้ว่าใครเป็นผู้ให้ เหยียนหลิ่งอวี๋ เชื่อว่าถ้าการทำ
ที่โจ่งแจ้งและไม่เป็นผลดี ชิงตั๋วมิอาจมันอย่างแน่นอน!
ถ้าอย่างนั้นวีอันนี้ จะใช้ทำอะไรกันแน่?
เหยียนหลิ่งอวี๋หยิบหวีนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อยู่ในมือ สุดท้าย จึงได้เอ่ยถามขึ้น “หวีอันนี้ บ่าวใช้น้อยคนนั้นเอา
ไปวางไว้ที่ไหน?”
อั้นเยวี่ยตอบว่า “วางไว้ที่โต๊ะเครื่องแปั้งคุณหนูใหญ่ต้วน!”
การที่นำไปวางไว้บนโต๊ะเครื่องแปั้ง นั่นแสดงว่าต้องการให้ต้วนชิงหมิงเป็นคนใช้ เหยียนหลิ่งอวี๋ จึงพยายามมอง
หาบางอย่างที่อาจถูกซ่อนไว้กับหวีอันนี้ แต่ดูอย่างไรก็ ดูไม่ออกอยู่ดี!
เหยียนหลิ่งอวี๋ ยื่นหวี ส่งคืนอันเยวี่ย พร้อมกับพูดว่า “ประเดี๋ยวให้นำหวีไปให้ลั่วสุ่ย ให้เขา ไปหาคนดูให้ออกว่า
มันมี ที่มาที่ไปและจุดประสงค์ใดแอบแฝงบ้าง”
หากมอบหวีอันนี้ให้เพียงอย่างเดียว ต้วนชิงหมิงย่อมไม่มีทางรับของที่ไม่รู้ว่าใครนำมาให้อย่างแน่นอน ที่สำคัญ
ของชิ้นนี้ยังสื่อความหมาย เป็นของแทนใจของคนรักกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋มีลางสังหรณ์ว่าหวีที่อยู่ในมือนี้ ย่อมไม่มีทางเป็นหวีธรรมดาที่คนทั่วไปรู้จัก
อั้นเยวี่ยรับหวีจากมือเหยียนหลิ่งอวี๋กลับมา “ใช่แล้ว ร่างของบ่าวใช้คนนั้น ข้าให้คนนำไปจัดการเรียบร้อยแล้ว!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มมุมปาก “เจ้าเพิ่งพูดมิใช่หรือ ต้วนอวี้หรานจะใช้บ่าวใช้น้อยในการใสร้ายปั้ายสีต้วนชิงหมิง?”
อั้นเยวี่ยที่กำลังจะก้าวออกไปกลับหยึดชะงักลง ก่อนตอบว่า “นั่นก็ใช่… แต่ข้าคิดว่ามันอาจมีความเป็นไปได้อีก
อย่างหนึ่ง นั่นก็คือบ่าวใช้น้อยคนนั้นยินยอมพร้อมใจที่จะทำเอง โดยต้องการมอบหวีนั้นเป็นของขวัญให้ต้วนขิงหมิงก็
ได้!”
หากไม่มี เหตุผลที่มากเพียงพอ บ่าวใช้น้อยคนนั้นย่อมไม่อาจเข้า ไปในห้องส่วนตัวของต้วนชิงหมิงได้ ต่อให้นาง
เข้าไปได้ก็ไม่มีทางวางหวีนั้นบนโต๊ะเครื่องแปั้งโดยที่ต้วนชิงหมิงไม่รู้ ในเวลานี้ข้ออ้างจากปากต้วนอวี้หรานทำให้นางไม่
ต้องเดือดเนื้อร้อนใจแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงบอกอั้นเยวี่ยไปว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็นำร่าง บ่าวใช้คนนั้นไปคืนที่เรือนต้วนอวี้หราน… จำไว้ว่า
อย่าให้นางตกใจจนหัวใจวายตายก็พอ!”
คำกำชับของเหยียนหลิ่งอวี๋ มิได้กลัวว่า ต้วนอวี้หรานจะตกใจจนตาย แต่ เหยียนหลิ่งอวี๋ กำลังจะบอกอั้นเยวี่ยว่า
เรื่องนี้ทำให้ ต้วนอวี้หรานทราบเรื่องก็พอแล้ว และอย่าให้ ต้วนชิงหมิง และคนของนางต้องตกอกตกใจก็พอ!
เหยียนหลิ่งอวี๋เชื่อว่าต้วนอวี้หรานต้องเก็บความลับ เรื่องร่างที่ไร้วิญญาณของบ่าวใช้น้อยคนนั้นไว้มิให้ผู้ใดล่วงรู้
อั้นเยวี่ยเองก็เข้าใจความคิดความอ่านของเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาจึงหัวเราะชอบใจออกมา “เจ้าวางใจได้… ข้ารัรองว่า
จะทำอย่างลับสุดยอดไม่มีผู้ใดรู้ได้!”
เรื่องทำให้ต้วนอวี้หรานตกใจเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ขอเพียงปฏิกิริยาของนางไม่ทำให้อั้นเยวี่ยผิด
หวังก็พอ
อั้นเยวี่ยหยิบหวีเดินออกไป เหยียนหลิ่งอวี๋จึงนั่งลงจิบนํ้าชาอย่างสบายใจ โดยที่คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปือย
ไม่นานนัก อั้นเยวี่ยก็กลับมา พร้อมกับหวีในมือที่หายไปแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าขึ้นถามขึ้นมา “เกิดเรื่องเหรอ?”
ตามหลักแล้ว อั้นเยวี่ยจัดการเรียบร้อยก็ควรกลับไปที่เรือนต้วนชิงหมิง แต่ตอนนี้เขาตั้งใจกลับมาที่นี่ แสดงว่าเขา
อาจมีเรื่องที่ต้องการบอกกล่าว
เป็นไปตามที่คิดไว้ อั้นเยวี่ยได้ถามขึ้น “องค์ชาย ได้ยินมาว่าชิงตั๋วอะไรนั่นเป็นขุนนางในราชสำนักแล้ว?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าตอบรับ “ใช่ เป็นรองเจ้ากรมโยธาธิการ!!!”
ตำแหน่งรองเจ้ากรมโยธาธิการเป็นมือซ้ายมือขวาของเจ้ากรมโยธาธิการอีกที ตำแหน่งนี้อันที่จริงไม่ได้มีอำนาจ
อะไรหรอก
อั้นเยวี่ยได้ยินก็ยกมือขึ้นโบก “ข้าไม่ได้สนใจว่าเขามีตำแหน่งอะไรหรอก แค่เเปลกใจว่าทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่ โดยไม่
กลับไปแคว้นของเขาเอง?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มเจื่อนๆ “เรื่องนี้เจ้าควรไปถามชิงตั๋วถึงจะรู้”
แม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะพอคาดเดาความคิดของชิงตั๋วได้ แต่เขาเลือกที่ไม่บอกให้อั้นเยวี่ยได้รู้
“ข้าคิดว่าฝั่าบาทอาจเลอะเลือนไปแล้ว ถึงได้แต่งตั้งให้ชิงตั๋วเป็นขุนนางในราชสำนัก เขาอาจเป็นภัยต่อแคว้น
ของเรา” อั้นเยวี่ยกล่าว
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงหนักแน่น “ใช่นะสิ ชิงตั๋วอยู่ที่เมืองหลวงย่อมนำภัยมาอย่างแน่นอน แต่เสด็จพ่อยังทรง
อนุญาต!”
อั้นเยวี่ยเลิกคิ้วอย่างจนปัญญา… องค์ชายกลับมาเป็นขุนนางในต้าเซี่ย มันช่างน่าแปลกพิลึกสิ้นดี
อย่างไรก็ตาม ชิงตั๋วฉวยโอกาสที่อยู่ที่ต้าเซี่ยต่อไป ด้วยฐานะรองเจ้ากรมโยธาธิการ
ไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งของชิงตั๋วไม่เหมาะสม เพียงแต่เอาคนแคว้นอื่นอยู่ อาจสร้างภัยให้กับต้าเซี่ยอย่าง
แน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบกลับเสียงนิ่ม “แม้แต่เจ้าก็ยังเข้าใจเรื่องนี้ มีหรือที่เสด็จพ่อจะมองไม่ออก…การเก็บชิงตั๋วไว้ที่
เมืองหลวงไม่ผิดหรอก หากเจ้าคิดว่าชิงตั๋วอยากหาพรรคหาพวกมาสมคบคิด ข้าว่าชิงตั๋วมิใช่คนประเภทนั้น!”
คนอย่างชิงตั๋ว หากคิดแต่ทำการใหญ่ ย่อมไม่สนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาจึงต้องไขว่คว้าตำแหน่งที่สูงเพื่อทำอะไร
บางอย่างที่ทุกคนอาจคาดไม่ถึง
อั้นเยวี่ยเข้าใจสายตาที่เหยียนหลิ่งอวี๋ส่งมา จึงตอบไปว่า “ข้ารู้ว่าชิงตั๋วไม่ใช่คนธรรมดา จึงทำให้เกิดความหนักใจ
หรือว่าองค์ชายไม่กังวลว่าเขากลับมาสร้างเรื่องที่นี่?”
ชิงตั๋วคนนี้นับว่าเป็นศัตรูคนฉกาจของเหยียนหลิ่งอวี๋คนหนึ่ง เนื่องจากไม่ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋คิดทำสิ่งใด ชิงตั๋วต้อง
ยื่นมือเข้ามาขัดอย่างแน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋อดส่ายหน้าไม่ได้ “ถ้าเขาคิดมาทำลายแผนการที่ข้าต้องการทำ ก็ต้องดูว่ามีความสามารถหรือ
เปล่า!”
ชิงตั๋วล่วงเกินองค์ชายใหญ่ของเขา องค์ชายใหญ่ย่อมไม่มีทางปล่อยเขาไว้อย่างแน่นอน ดังนั้นชิงตั๋วจึงเลือกที่จะ
ปักหลักอยู่ที่ต้าเซี่ยฆ่าเวลาไปพลางๆ ก่อน
อีกอย่างชิงตั๋วกับเหยียนหลิ่งรุ่ยร่วมมือกันโค่นล้มเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ในเวลานี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยพลาดท่า แต่ฝั่ายไท
เฮาและฮองเฮายังไม่ล้ม อีกทั้งองค์ชายใหญ่กับฮองเฮาก็เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พวกเขาไม่มีทางคนที่ทำร้ายเหยียนหลิ่ง
เจวี๋ยให้ลอยหน้าลอยตาเป็นแน่
ดังนั้นไทเฮาและฮองเฮา หากสบโอกาสย่อมเล่นงานชิงตั๋วและเหยียนหลิ่งรุ่ย รวมไปถึงเหยียนหลิ่งอวี๋อีกหนึ่งคน!
ความแค้นส่วนตัวของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่มีต่อชิงตั๋วยังชำระไม่หมด ยังเหลือเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนต้วนชิงหมิง เรื่องยา
พิษในครั้งที่แล้วอีก หากนับบัญชีแค่นี้ร่วมกันสามวันสามคืนก็ยังไม่หมด
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางปล่อยให้ชิงตั๋วลอยนวลไปได้ เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเขาต้องชำระสะสาง เป็นที่รู้กันว่าหากเหยี
ยนหลิ่งอวี๋จะแก้แค้นใครสักคน ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวมากที่สุด จนไม่รู้ว่าจะหนีรอดไปไหนได้
อีกอย่างฝั่าบาทได้ทรงอนุญาตให้ชิงตั๋วอยู่ในต้าเซี่ยต่อ นั่นไม่ได้หมายความว่าฝั่าบาทจะเชื่อใจให้องค์ชายแคว้น
อื่นอยู่ที่นี่โดยไม่มีแผลรับมือ
จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่างๆ นานา ชิงตั๋วมีเหตุผลอะไรที่เหมาะสมจะอยู่ในที่นี่ต่อไปได้?
การให้เขากลับแคว้นของตัวเองไป ย่อมมีชีวิตที่ดีกว่าที่นี่เป็นไหนๆ
เหตุผลข้อนี้ อั้นเยวี่ยยังไม่เคยได้คิดมาก่อน ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กลับคิดแทนเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋เล่าว่า “การที่ชิงตั๋วยอมอยู่ที่นี่ย่อมมีเหตุผลในตัว ข้อแรก ชิงตั๋วอยู่ที่แคว้นต้าเซี่ย องค์ชายใหญ่
เสด็จพี่ของชิงตั๋วย่อมมิกล้าส่งคนมาจัดการเขา ต่อให้ส่งคนมา ฝั่าบาทก็ไม่มีทางให้เกิดเรื่องคอขาดบาดตายขึ้นที่ต้าเซี่ย
เด็ดขาด”
อั้นเยวี่ยได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ส่วนฝั่ายของไทเฮากับฮองเฮานั้น ชิงตั๋วต้องวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีแล้ว ตอนนี้พวกนางต้องรักษาฝั่ายสนับสนุน
และปลอบใจเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมิให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก ส่วนชิงตั๋วยังรีบร้อนจัดการในเวลานี้ไม่ได้!”
อั้นเยวี่ยได้ฟังก็พูดขึ้นว่า “มีเหตุผล!”
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋พูดเสริมขึ้น “ส่วนเรื่องข้านั้น… ในเมื่อชิงตั๋วกล้าอยู่ที่นี่ก็แสดงว่าเขาไม่ได้กลัวข้าแม้แต่
น้อย……”
เหยียนหลิ่งอวี๋แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาโดยไม่ได้พูดคำใด
ชิงตั๋วไม่ได้กลัวเหยียนหลิ่งอวี๋หรอก เพราะว่าเขารู้ว่าจุดของเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ที่ต้วนชิงหมิง หากใช้จุดนี้เหยียน
หลิ่งอวี๋ย่อมมิกล้าทำอะไรชิงตั๋ว
เหยียนหลิ่งอวี๋เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าชิงตั๋วจะใช้แผนนี้
น่าเสียดายที่ความคิดของชิงตั๋วนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋รู้ทันหมด เขาจึงสามารถเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าได้อย่างทัน
ท่วงที
มาถึงตรงนี้แผนการของชิงตั๋วพังลงไม่เป็นท่า อั้นเยวี่ยจึงพูดเสียงตํ่าว่า “ชิงตั๋วคนนั้นคงยังไม่ตัดใจจากคุณหนู
ใหญ่จวนต้วนกระมัง”