การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 813 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเหยียนหลิ่งอวี๋
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 813 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเหยียนหลิ่งอวี๋
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบ “คนอย่างชิงตั๋วไม่มีทางตัดใจอย่างง่ายดาย”
หากบุรุษใดได้หลงรักสตรีสักคนแล้ว มีหรือที่จะยอมปล่อยมือตัดใจลงอย่างง่ายดาย
ในความเป็นจริงนั้น สาเหตุที่ทำให้ชิงตั๋วยืนกรานยังอยู่ที่นี่ต่อ หนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือต้วนชิงหมิง
ชิงตั๋วถูกใจกับสติปัญญาอันเฉียบแหลมของต้วนชิงหมิงและไหวพริบที่ว่องไวของนาง หากเขาได้แต่งกับต้วนชิงห
มิงย่อมผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างแน่นอน เขาจึงอยากแต่งนางกลับไปที่แคว้นให้เป็นชายา ก่อนจะผลักให้เป็น
ฮองเฮาในวันข้างหน้า
อั้นเยวี่ยที่ได้ฟังเหยียนหลิ่งอวี๋ตอบถึงกลับเสียงหลง “ชิงตั๋วยังคิดอยากได้ต้วนชิงหมิงอยู่อีกเหรอ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ปรายตาอย่างเอือมระอา “ชิงตั๋วมีหรือที่จะหยุดคิดที่จะเอาต้วนชิงหมิงเป็นภรรยา?”
ตั้งแต่วันแรกที่ชิงตั๋วได้ผ่านพบต้วนชิงหมิงได้เกิดใจปฏิพัทธ์ต่อนางอย่างแรงกล้า จนต่อมาเขาก็แอบเล็งต้วนชิงหมิ
งมาตลอด และคอยกีดกันบุรุษที่เข้าใกล้ต้วนชิงหมิงหมดทุกคน
อั้นเยวี่ยผงกหน้าเห็นด้วย ชิงตั๋วผู้นี้คงไม่ตัดใจจากต้วนชิงหมิงจริงสิน่ะ
แต่ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่เหยียนหลิ่งอวี๋ได้มั่นหมายใจไว้นานแล้ว พอทราบว่าชิงตั๋วคิดเกินเลยกับต้วนชิงหมิง เหยี
ยนหลิ่งอวี๋ย่อมไม่มีทางยอมเป็นแน่
อั้นเยวี่ยจึงพูดขึ้น “อย่างนั้นเจ้าวางแผนจะทำยังไง?”
สายตาเหยียนหลิ่งอวี๋ชะงักไปชั่วขณะ เขากำหมัดแน่น พูดเสียงแข็งกร้าว “ไอ้ชิงตั๋วมันเป็นใครกัน ตอนที่มันได้
ความดีความชอบมา ข้าไม่อยากสนใจ แต่ถ้าบังอาจมายุ่งเกี่ยวข้องแวะกับต้วนชิงหมิงก็เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ!”
ในชีวิตของเหยียนหลิ่งอวี๋มีสองอย่างที่ห้ามใครแตะต้อง หนึ่งคือเสด็จแม่และญาติสนิท อย่างที่สองคือคนที่เขารัก
ใคร่ซึ่งก็คือต้วนชิงหมิง!
บัดนี้ ท่านแม่ของเหยียนหลิ่งอวี๋ได้จากไปแล้ว จึงเหลือเพียงต้วนชิงหมิงที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา หากในใต้
หล้ายังมีต้วนชิงหมิงอยู่ เหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมไม่มีทางปล่อยนางไปเด็ดขาด ดังนั้นชิงตั๋วคิดอยากแต่งงานกับต้วนชิงหมิง ก็
จงตื่นจากฝันกลางวันอันหอมหวนได้แล้ว!
อั้นเยวี่ยแอบถอนหายใจยืดยาว “หวังว่าความคิดของคุณหนูใหญ่ต้วนกับความคิดของเจ้าคงจะตรงกัน!”
หากตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วละก็ ชิงตั๋วดูจะอ่อนโยนและวางตัวได้ดี สำหรับสตรีที่ยังมิได้ออกเรือนต่าง
ปรารถนาในตัวเขาทั้งสิ้น ยามใดที่ชิงตั๋วออกไปด้านนอก มักจะมีบรรดาคุณหนูผู้สูงศักดิ์หลายต่อหลายคนยืนเรียงรายให้
เขาเลือกจนหนำใจ ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ไหนทุกสายตาต่างจับจ้องมาทุกคน
หากตัดสินจากฐานะแล้วละก็ ชิงตั๋วเป็นองค์ชายของแคว้นอื่น แม้จะไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ทว่าการเป็นเสด็จน้อง
ของฝั่าบาทนับเป็นเกียรติยศอย่างมากแล้ว หากสตรีคนใดได้แต่งงานกับชิงตั๋ว ย่อมเสพสุขและความสำราญใจไปได้ทั้ง
ชีวิต
หากตัดสินจากสติปัญญาอันแหลมคมแล้วละก็ แผนการที่เหยียนหลิ่งรุ่ยเอาไว้ใช้เล่นงานเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ว่า
ใครก็สามารถมองออกทั้งนั้น แผนการของชิงตั๋วนี่ช่างแยบยลและชั้นสูงเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ถ้าชิงตั๋วได้เป็นขุนนางใหญ่เมื่อใด บรรดาสตรีในเมืองหลวงต่างต้องมาต่อแถวอยากได้เขาไปเป็นสามีกันทั้ง
เมือง
บุรุษเช่นนี้ที่สามารถมองข้ามสตรีทุกคน เพื่อมอบความรักให้กับสตรีที่เขารักเพียงคนเดียวได้นั้น อาจทำให้ต้วนชิง
หมิงเกิดความหวั่นไหวต่อชิงตั๋วขึ้นมาได้
สตรีแทบทุกคนนั้น หากมีใจให้กับบุรุษใดย่อมมิอาจเปลี่ยนใจไปโดยง่าย และอาจมีสิทธิ์ได้นางไปเป็นคู่ครอง
ไม่ต้องพูดถึงอื่นไกลเอาแค่ความรู้สึกของอั้นเยวี่ย หากมีองค์ชายคนหนึ่งมาไล่ตามจีบต้วนชิงหมิง ต่อให้นางมิ
หวั่นไหว แต่ในใจก็อาจมีเอนเอียงบ้าง
เรื่องนี้หากต้องการสรุปฟังธงให้มั่นเหมาะเกรงว่าจะไม่ได้
อั้นเยวี่ยจึงเอื้อมมือไปตบไหล่ของเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างเบามือ พลางถอนหายใจ “เหยียนหลิ่งอวี๋ ศัตรูของเจ้า
ปรากฏตัวขึ้นแล้ว วันข้างหน้าเจ้าต้องรักษาเนื้อรักษาตัวให้เป็นอย่างดี!”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดอย่างมีแผนการในใจที่วางไว้แล้วอย่างรัดกุม “นางไม่มีวันชอบชิงตั๋วหรอก!”
ต้วนชิงหมิงไม่มีวันชอบชิงตั๋ว จุดนี้เขาได้สังเกตแววตาที่ต้วนชิงหมิงมองชิงตั๋วตลอด… สายตานั้นบอกเขาว่าต้วน
ชิงหมิงมิได้มองชิงตั๋วด้วยความรู้สึกคุ้นเคย อย่างมากก็ทักทายกันพอเป็นมารยาทเท่านั้น ส่วนเรื่องที่องค์หญิงอวี้หลัวเล่น
งานต้วนชิงหมิง แน่นอนว่าแค้นนี้ต้วนชิงหมิงเตรียมชำระต่างๆ ให้สาสมกับที่พี่น้องคู่นั้นได้ทำกับนาง
สำหรับต้วนชิงหมิงนั้นนางแยกระหว่างศัตรูและคนสนิทอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้เหยียนหลิ่งอวี๋มั่นใจหนักแน่นว่าต้
วนชิงหมิงไม่มีทางชอบชิงตั๋ว
สิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋มั่นใจมากที่สุด คือต้วนชิงหมิงต้องชอบเขา… ไม่ว่าจะความสามารถและรูปลักษณ์ที่หล่อเหลา
ไม่มีใครเทียบได้ มีหรือที่ต้วนชิงหมิงจะไปเลือกของที่ระดับตํ่ากว่าอย่างชิงตั๋ว
จุดนี้เองจึงเป็นสิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋มั่นใจเป็นที่สุด
ทว่าอั้นเยวี่ยกลับไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋คิด
อั้นเยวี่ยจึงยกมือขึ้นลูบคางไปมา พลางมองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เรียนองค์ชายที่เคารพ หากเป็น
เมื่อก่อนอาจจะเป็นเช่นนั้น ที่คุณหนูใหญ่ต้วนอาจชอบท่านในความสามารถและความหล่อเหลา แต่บัดนี้ดูเหมือนไม่เป็น
เช่นนั้นแล้วกระมัง!”
เมื่อก่อนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋อาจเป็นองค์ชายที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในต้าเซี่ย มีทั้งรูปโฉมที่งดงาม เป็นที่โปรดปราน
ของฝั่าบาท รวมทั้งเป็นที่หมายปองของบรรดาสตรีทั้งหลาย แต่หลังจากที่เขาได้รับพิษร้าย รูปโฉมผิวพรรณที่มีกลับไม่ได้
งดงามดั่งเดิม ทว่านิสัยกลับลุ่มลึกจนยากคาดเดาใจได้
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เหยียนหลิ่งอวี๋ยังเป็นว่าที่คู่หมั้นหมายขององค์หญิงอวี้หลัวอีก สรุปแล้วเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่กลัวที่
จะต้องต่อสู้กับชิงตั๋วเพื่อแย่งใจของต้วนชิงหมิงให้มาอยู่กับตัว
แต่บัดนี้หากให้ต้วนชิงหมิงต้องเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ครอง ดูแล้วคงจะยังไม่มีคำตอบในเร็ววัน!
เมื่อได้ยินอั้นเยวี่ยสาธยายมาดังนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ก็แสยะยิ้มโดยไม่เอ่ยคำใด
ต้วนชิงหมิงนั้นเป็นคนที่ยืนหยัดในความคิดอย่างสูง จุดนี้ทำให้นางและเหยียนหลิ่งอวี๋มีความคล้ายคลึงกัน หาก
เลือกสิ่งใดหรือเลือกใครสักคนแล้ว ย่อมไม่มีทางเปลี่ยนแปลงกลางคัน!
ในจุดนี้นั้นเหยียนหลิ่งอวี๋เชื่อมั่นในตัวต้วนชิงหมิงเป็นที่สุด
เชื่อมั่นในตัวใครสักคนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะมันต้องมาจากส่วนลึกที่สุดในหัวใจ
พูดโดยสรุปแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋เชื่อมั่นในต้วนชิงหมิง เฉกเช่นเดียวกับที่ต้วนชิงหมิงเชื่อมั่นในตัวเหยียนหลิ่งอวี๋
เสมอมาเช่นกัน!
อั้นเยวี่ยสัพยอกขัดเหยียนหลิ่งอวี๋ขึ้นมา “เฮ้อ องค์ชาย… ชิงตั๋วผู้นั้นได้เคยบอกอะไรท่านหรือเปล่า?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ฉีกยิ้มสู้
ชิงตั๋วไม่มีทางให้โอกาสเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน
เหยียนหลิ่งอวี๋จำได้แม่นยำ หลังจากที่เลิกประชุมราชสำนักในท้องพระโรงแล้ว ชิงตั๋วแสยะยิ้มเดินผ่านเหยียน
หลิ่งอวี๋กระซิบเสียงเบาว่า “องค์ชายสสาม นับจากนี้พวกเราเสมอกันแล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่ใครจะช่วงชิงได้มาก็เท่านั้น!”
เหยียนหลิ่งอวี๋รู้เต็มอกในทันทีว่าชิงตั๋วกำลังท้าทาย เขาจึงจ้องมองตอบเสียงแผ่วเบากลับไป “ไม่ต้องช่วงชิงให้ได้
มาหรอก ยังไงเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์แย่งนางไปได้แน่นอน!”
คำพูดประโยคนี้ทำให้สีหน้าของชิงตั๋วเปลี่ยนไปชั่วขณะ จากนั้นเขาก็รวบรวมสติกลับมาท้าทายเหยียนหลิ่งอวี๋ต่อ
ไป “คอยดูก็แล้วกัน ข้าต้องการสิ่งใดแล้วต้องเอามาให้ได้อย่างแน่นอน!”
หลังจากนั้นทุกครั้งที่เหยียนหลิ่งอวี๋นึกถึงสายตาของชิงตั๋ว ก็มักจะพูดลอยๆ กับตัวเองขึ้นว่า…เจ้าไม่มีทางทำได้!
ในตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับมาโบกมือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อั้นเยวี่ยพูด และตอบกลับอั้นเยวี่ย “เจ้าจงจำให้
ดี ไม่ว่าชิงตั๋วจะเคยพูดอะไรมาก็ตาม ข้ามองว่าเขากำลังผายลมออกจากปากก็เท่านั้นเอง!”
อั้นเยวี่ยเผยหน้าผินฟั้าอย่างจนปัญญาโต้ตอบ ก่อนพูดตะกุกตะกักออกมา “เหยียนหลิ่งอวี๋ รูปลักษณ์ภายนอก
เจ้าดูเปลี่ยนไปมาก แต่ความมั่นใจดูจะมากขึ้นกว่าแต่ก่อน!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่แยแสว่าอั้นเยวี่ยจะพูดสิ่งใดต่อไปอีกแล้ว ก่อนเขากำลังเตรียมตัวจะเดินออกไปนั้น ได้เสริมขึ้น
มาประโยคว่า “ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายใหญ่แคว้นอื่นแอบลักลอบเข้ามาในเมืองหลวง… อั้นเยวี่ย เจ้าสนิทกับองค์ชาย
ใหญ่คนนั้นมากมิใช่เหรอ?”
อั้นเยวี่ยได้ฟังถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมา “อะไรนะ? หมายถึงอ๋าวเย้หรือ?”
อ๋าวเย้… เป็นองค์ชายใหญ่แคว้นถ่าถู่ โดยชื่อของเขาก็แปลได้ว่า โอรสคนโต
การที่อั้นเยวี่ยรู้จักอ๋าวเย้ เพราะในตอนนั้นเขาได้เดินทางไปแคว้นอื่น บังเอิญไปล่าสัตว์และได้รู้จักอ๋าวเย้ นับจาก
นั้นเป็นต้นมาได้สองได้เป็นสหายไปไหนมาไหนด้วยกันถึงสามปี หลังจากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ได้เรียกอั้นเยวี่ยกลับไปที่เมือง
หลวง เขาจึงไม่ได้ติดต่อกับอ๋าวเย้อีกเลย
อั้นเยวี่ยรู้ว่าอ๋าวเย้เป็นคนน่านับถือ นิสัยตรงไปตรงมา ไม่มีทางพิษมีภัยอย่างชิงตั๋ว เป็นแน่
เพียงแต่ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋บอกว่าอ๋าวเย้แอบลักลอบเข้ามาที่ต้าเซี่ย เพื่อจุดประสงค์แฝงบางอย่าง อั้นเยวี่ยจึง
เดาจากความรู้สึกว่าอ๋าวเย้ปรากฏตัวขึ้น จะต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ชิงตั๋วคบคิดกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
สิ่งที่เขาคิดเป็นดังนั้นจริงๆ เหยียนหลิ่งอวี๋กล่าวว่า “อ๋าวเย้มาที่ต้าเซี่ยเพื่อคิดบัญชีกับชิงตั๋ว… อั้นเยวี่ย เรื่องนี้เจ้า
เป็นแค่ผู้ดูอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว… ถ้ามีสิ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการยื่นมือเข้าช่วยสหายเก่าอย่างอ๋าวเย้
นั้น เรื่องนี้ข้าก็ไม่ขัด!”
ทันใดนั้น อั้นเยวี่ยได้เห็นฝูงกาดำบินร้อง “ก๋า ก๋า ก๋า” ผ่านมาฝูงใหญ่