การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 814 ชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้ของต้วนอวี้หราน
- Home
- การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง
- ตอนที่ 814 ชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้ของต้วนอวี้หราน
คำพูดเหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยอย่างเด่นชัดตรงไปตรงมา หากอั้นเยวี่ยฟังไม่เข้าใจก็ไม่ต่างอะไรกับคนซื่อบื้อ
การที่เหยียนหลิ่งอวี๋ดูปรารถนาดีพิเศษเพื่อต้องการช่วยให้อ่าวเย่คิดบัญชีชิงตั๋วให้เต็มที่ จะได้ไม่ต้องมีเวลาไปยุ่ง
ย่ามกับต้วนชิงหมิง
อั้นเยวี่ยไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการที่เหยียนหลิ่งอวี๋จะคิดได้เช่นนี้ แต่กลับรู้สึกแปลกใจที่เหยียนหลิ่งอวี๋อยาก
ให้เขาช่วยเหลือต่างหาก
อั้นเยวี่ยยักไหล่ผายมือมองไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋อย่างจนปัญญา “เฮ้อ เรียนองค์ชายที่เคารพ ความหมายที่ต้องการ
สื่อคือให้อั้นเยวี่ยผู้นี้ยื่นมือเข้าไปช่วยอ๋าวเย้ เพื่อให้เขาทรมานชิงตั๋วได้อย่างเต็มที่ใช่ไหม?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหน้าปฏิเสธ โดยตอบกลับว่า “เจ้าคิดผิดไปแล้ว… ถ้าไม่ได้สอนเจ้าให้ทำอย่างนั้นเสียงหน่อย!”
อั้นเยวี่ยแอบชะงักไปชั่วขณะ
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงพูดต่อว่า “ข้อแรก ชิงตั๋วได้รับตำแหน่งขุนนางในต้าเซี่ย ทั้งยังเป็นถึงตำแหน่งรองเจ้ากรมโยธาธิ
กา หากเกิดเรื่องขึ้นกับเขา ทางกรมราชทัณฑ์ต้องสืบสาวราวเรื่องให้ถึงที่สุด ถึงตอนนั้นการแอบเข้ามาในเมืองหลวงขอ
งอ๋าวเย้อาจถูกจับได้ หรือไม่เขาก็ไม่อาจเข้าต้าเซ่ยได้อีกตลอดไป!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยืนอยู่หน้าประตูมองทะลุออกไปภายนอกหน้าต่างที่มืดมิด จู่ๆ เขาได้เอ่ยขึ้น “พวกเราตั้งเป็นคนที่
เคยรู้จักอ๋าวเย้มาก่อน ถึงแม้จะมีนิสัยคุณหันพลันแล่นไปบ้าง แต่ก็เป็นคนพี่คิดถึงการใหญ่ อีกอย่างแม้เขาจะไม่ได้หวังดี
กลับต้าเซี่ยมากมายนัก แต่ก็ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายต่อ ด้วยเหตุนี้ คนแบบเขาจะต้องได้สืบทอดอำนาจในแคว้นของเขา
ข้าไม่หวังให้ชิงตั๋วต้องมีอันเป็นไปที่ต้าเซี่ยแห่งนี้!”
อั้นเยวี่ยพยักหน้ารับทราบ “ข้าเข้าใจแล้ว หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับชิงตั๋วและอ๋าวเย้… ทำไมเจ้าถึงต้องปกปั้อง
สองคนนั้นด้วย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าคิดผิดไปแล้ว ถ้าต้องการปกปั้องชิงตั๋วต่างหาก ข้าแค่ต้องการให้เจ้าไว้ชีวิต
ชิงตั๋วไว้ เพื่อจะได้นำไปบอกให้กับสหายเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานานยังไงล่ะ……”
อั้นเยวี่ยมองตาขวางอย่างไม่ค่อยพอใจ “ความหมายของเจ้าคือให้ข้านำเรื่องนี้ไปบอกอ๋าวเย้?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ส่ายหัวไปมา ก่อนตอบกลับว่า “ข้าแค่ต้องการอ๋าวเย้เข้าใจชิงตั๋วให้มากขึ้นเท่านั้นเอง ข้ารู้ว่าถ้า
อ๋าวเย้ที่ไม่คุ้นเคยกับต้าเซี่ยเดินเผ่นผ่านไปมา อาจเป็นจุดสนใจของคนที่รู้จักได้ ถึงตอนนั้นข่าวนี้ไปถึงแคว้นถ่าถู่ ต้องเกิด
เรื่องขึ้นกับเขาเป็นแน่”
อั้นเยวี่ยยกมือเกาหัว ถามสิ่งสำคัญที่อยากรู้ “เจ้ากำลังต้องการบอกเขาว่าให้ช่วยอ๋าวเย้อย่างเต็มที่ และขอร้อง
ให้ไวชีวิตชิงตั๋ว?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบนิ่ง “เจ้าจะเข้าใจแบบนี้ก็ได้ ขอเพียงขับไล่ไสส่งชิงตั๋วไปออกจากต้าเซี่ยไปได้ ชีวิต
ของชิงตั๋วก็จะอยู่ในกำมือของอ๋าวเย้!”
“ใช่แล้ว ถ้าทำแบบนี้ชิงตั๋วย่อมไม่เวลาและโอกาสไปข้องเกี่ยวกับต้วนชิงหมิงอีก ทั้งยังช่วยกำจัดหนามยอกยก
ของไทเฮาได้อีก!” อั้นเยวี่ยพูดอย่างดีใจ
เหยียนหลิ่งอวี๋กลับเบะปากเอ่ยว่า “อันที่จริง ข้าไม่ได้สนใจเรื่องจะช่วยไทเฮาและฮองเฮากำจัดหนามยอกอก
หรอก แต่ชิงตั๋วกลับมาท้าทายเขาก่อน หากไม่สนใจแล้วละก็ชิงตั๋วอาจได้อกได้ใจไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น?”
แน่นอนว่า เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่มีทางกลัวกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น รวมไปถึงคงกระจิดริดอย่างชิงตั๋ว!
อั้นเยวี่ยตบปากรับคำและกำลังจะเดินออกไป จู่ๆ เหยียนหลิ่งอวี๋ได้กำชับขึ้นมาอีกประโยคว่า “ยังมีเรื่องของอ๋าว
ฮั่นอีกเรื่องที่ข้ายังเป็นกังวล ข้ากลัวว่าชิงตั๋วจะไปรวมกลุ่มกับเหยียนหลิ่งรุ่ยเล่นงานอ๋าวเย้ที่เพิ่งเข้ามาในต้าเซี่ยอย่าง
แน่นอน!”
อั้นเยวี่ยพยักหน้ารับทราบแล้วเดินจากไป
หลังจากนั้น ลั่วสุ่ยได้เดินเข้ามาพร้อมกับหวีอันนั้นที่อยู่ในมือ เมื่อเห็นเหยียนหลิ่งอวี๋ก็รีบรายงานอย่างรีบร้อน
“เรียนองค์ชาย หวีอันนี้เคยถูกแช่อยู่ในยาบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ”
เหยียนหลิ่งอวี๋หยิบหวีนั้นขึ้นมาดูอย่างพินิจจึงได้กลิ่นประหลาดโชยออกมา จึงถามขึ้นว่า “ตรวจสอบแล้วพบ
อะไรบ้าง?”
“มันเป็นผงยาที่ทำให้เกิดอาการภาพหลอนพ่ะย่ะค่ะ” ลั่วสุ่ยรายงาน
ผงยาที่ทำให้เกิดอาการภาพหลอน???
เหยียนหลิ่งอวี๋เลิกคิ้วขึ้นเหมือนคิดอะไรได้ ที่แท้เปั้าหมายของชิงตั๋วก็คืออย่างนี้นี่เอง!
ลั่วสุ่ยคิดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ฟังยังไม่เข้าใจ จึงพูดทวนซํ้าอีกรอบ “หวีอันนี้ผ่านการแช่ผงยาที่ผสมนํ้ามา ยาชนิดนี้
สามารถทำให้เกิดอาการภาพหลอน โดยปกติอาจไม่ทันสังเกตรู้ แต่หากหวีใช้ร่วมกับกำยานจะสามารถออกฤทธิ์รวดเร็ว
และรุนแรงเป็นพิเศษพ่ะย่ะค่ะ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยกมือขึ้นลูบคางไปมา พลางใช้สายตาดูหวีอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับว่าหวีที่วิจิตรเช่นนี้ ต้องแฝง
ความหมายพิเศษบางอย่างเป็นแน่
ลั่วสุ่ยรายงานว่า “เพราะหวีถูกแช่อยู่ในนํ้ายามาก่อน ดังนั้นหากแก้ไขดัดแปลงรูปแบบนิดหน่อยก็ดูไม่ออกแล้ว
หากหวีไปผสมกับกำยานเข้า อาจเกิดเรื่องวิเศษที่ไม่คาดคิดได้!”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย “เป็นอย่างนี้นี่เอง เดี๋ยวเจ้าเอาหวีอันนี้ส่งถวายให้ฮองเฮาโดยใช้ชื่อของเหยียน
หลิ่งเจวี๋ย!”
ลั่วสุ่ยตกใจไปสักพัก “เหตุใดต้องใช้ชื่อขององค์ชายใหญ่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเสียงเรียบ “หากใช้ชื่อของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเหยียนหลิ่งรุ่ยหรือชิงตั๋ว ฮองเฮายังไม่มีทางรับ
ไว้เป็นแน่ แต่ถ้าใช้ชื่อของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ฮองเฮาจะรับไว้ ถึงตอนที่ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของสิ่งของ ก็จะตรวจสอบรู้
ว่าใครส่งมายังไงล่ะ!”
ลั่วสุ่ยคิดได้ว่าเขาได้ถามสิ่งที่คนปัญญาดีไม่ถามกัน จึงรับหวีกลับมาแล้วไปตามคำสั่ง
เหยียนหลิ่งอวี๋เงยหน้าผินมองท้องฟั้าที่มืดสนิท อยู่ๆ เขาได้เอื้อนเอ่ยลอยๆ “ข้ายุ่งอยู่ที่นี่เป็นค่อนคืน ไม่รู้ว่าคน
คนนั้นจะหลับไปแล้วหรือยัง……”
ยามดึกดื่นเช่นนี้ผู้คนย่อมนอนหลับกันไปหมดแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
จากนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ได้ก้าวเท้าเดินออกไป เขายุ่งมาเกือบทั้งคืนแล้ว อยากไปแอบดูคนนอนหลับเอามาเป็รน
กำลังใจเสียหน่อย คงไม่ทำเกินเลยไปมั้ง
แต่ต่อให้เกินเลยไป คนคนนั้นก็คงไม่รู้เนื้อรู้ตัว
คืนวันถัดมา ที่เรือนของต้วนอวี้หรานมีคนขนร่างอันไร้วิญญาณมาวางไว้ที่นั่น
ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าร่างอันไร้วิญญาณเป็นใคร เหตุใดถึงมาปรากฏที่เรือนต้วนอวี้หราน สรุปแล้วหากบ่าวใช้คนไหน
หรือคนที่รู้เรื่องนี้ดี ต่างถูกสั่งให้ปิดปากให้สนิท มิอย่างนั้นอาจโดนลงโทษอย่างแสนสาหัส!
แม้ว่าตอนนี้ต้วนอวี้หรานไม่ได้มีหน้ามีตามีอำนาจ เช่นเดียวกับตอนที่หลิวหรงดูแลจัดการจวนต้วน
แม้ว่าอำนาจที่มีของต้วนอวี้หรานจะดูเสื่อมคลายไปเกือบจนหมดแล้ว ทว่าคนที่เข้าใจต้วนอวี้หรานยังรู้ว่านางมี
แผนการที่น่ากลัวซ่อนอยู่
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ต่อให้ต้วนชิงหมิงทราบเรื่องเข้าก็เลือกที่จะปล่อยให้มันผ่านเลยตามเลยไปก็แล้วกัน
ตั้งแต่ตามนั้นเป็นต้นมา ทุกคํ่าคืนพี่ต้วนอวี้หรานหลับใหล นางจะต้องตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจหวาดผวาอยู่หลาย
ครั้งหลายครา
ขอเพียงนางตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ต้องเห็นร่างบ่าวใช้น้อยปรากฏตัวที่หน้าต่าง เค้นถามต้วนอ
วี้หราน… ทำไมต้องให้นางทำเรื่องนั้น! ทำไมต้องให้นางตายตั้งแต่อายุเท่านี้!
การพยายามเล่นงานต้วนชิงหมิงที่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ต้วนอวี้หรานโกรธจนลมออกหู ต่อว่าตบตีด่าทอ
บ่าวใช้น้อยสารพัด แต่นางคงนึกไม่ถึงว่าบ่าวใช้น้อยได้เปลี่ยนเป็นร่างที่แน่นิ่งปราศจากลมหายใจไปแล้ว
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีดทำให้บ่าวใช้ในเรือนทุกคนตื่นขึ้นมา รีบวิ่งมาดูต้วนอวี้หรานนอนคลุมโปงอยู่ใน
ห้องด้วยความมึนงง
ต้วนอวี้หรานเอาแต่พล่ามถึงผีบ่าวใช้น้อย ที่คอยตามหลอกหลอนว่าใช้นางไปส่งถุงผ้าจนต้องจบชีวิตลง ตอนนี้
นางตั้งใจมาทวงหนี้ชีวิตจากต้วนอวี้หรานแล้ว!
นับจากนั้นเป็นต้นมา ทุกคํ่าคืนนางจะมิอาจข่มตาหลับลงได้ พอถึงกลางคืนภายในห้องของนางจะจุดตะเกียง
นํ้ามันให้สว่างไสวไปหมด จนนํ้ามันที่ใช้เพิ่มากขึ้นกว่าปกติ จนกลายเป็นภาระไปแล้ว
แต่ต่อให้จะจุดสว่างไสวมากเพียงใด ต้วนอวี้หรานก็ยังคงมิอาจข่มตาหลับลงได้ ขอเพียงนางหลับลง ภาพมืดมิด
จะปรากฏ ทำให้ต้องตกใจตื่นในทุกๆ วัน ทุกๆ คืน
สิ่งที่น่ากลัวมากไปกว่านั้น คือหลังจากที่บ่าวใช้น้อยเสียชีวิตครบเจ็ดวัน ต้วนอวี้หรานได้เห็นบ่าวใช้น้อยปรากฏตัว
ขึ้นมา ฝันร้ายนั้นทำให้นางกรีดร้องเสียงดังลั่น จนต้องคลุมโปงสั่นสะเทิ้มไปทั้งตัว ต้วนอวี้หรานนึกถึงภาพแรกที่ได้เคย
พบ กับตอนนี้มายืนตรงหน้าต่างจ้องถลึงตาโตใส่อยู่
ในครั้งนี้ ต้วนอวี้หรานกรีดร้องเสียงลั่นจนเป็นลมล้มพับลงไป
เรื่องนี้ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงไปทั่วเรือน
ร่างไร้วิญญาณของบ่าวใช้น้อยถูกสั่งให้นำไปฝังอีกครั้ง ครั้งนี้ต้วนเจิ้งสั่งให้สืบหาข้อเท็จทั้งหมดให้กระจ่าง ไม่ว่า
จะเรื่องการถูกใส่ร้ายของชิวหนิง หรือการใส่ร้ายต้วนชิงหมิง ส่วนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตของบ่าวใช้น้อย ถูกสรุปสำนวน
เป็นการเสียชีวิตจากการดื่มยาพิษ
ถึงแม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้ว ทว่าต้วนเจิ้งกลับยังโกรธเคืองอยู่ และในเมื่อต้วนอวี้หรานเดินเข้ามายอมรับผิดว่า
เป็นฝีมือนาง ต้วนเจิ้งก็สั่งให้กักบริเวณนางอีกครั้ง
หลังจากเจอเหตุการณ์นั้นในยามดึกดื่น ต้วนอวี้หรานมักผวาตื่นอยู่เป็นประจำ ยามข่มตาหลับลงแล้วมักฝันถึง
บ่าวใช้น้อยคนนั้นจนไม่เป็นอันหลับอันนอนได้เต็มอิ่ม
ไม่นานนัก ต้วนอวี้หรานก็เริ่มกลายเป็นคนฟันเฟือนอ่อนๆ ที่ทุกครั้งความมืดมิดเข้าปกคลุม จะนั่งตัวสั่นสะเทิ้ม
อยู่บนเตียง