การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 817 ลาก่อนชิงตั๋ว
อาจื๋อมองต้วนชิงหมิงด้วยรอยยิ้มชอบกล และพูดกระซิบกระซาบที่ได้ยินเพียงสองคน “เพราะว่าห้องบนชั้นสาม
ราคาสูงลิ่วยังไงเล่า!”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ… ถนนสายนี้ร้านนํ้าชาแห่งนี้ราคาแพงที่สุด อย่างนั้นห้องนี้ราคาต้องสูงลิบลิ่วสิท่า
แต่เหตุใดอาจื๋อถึงได้ยอมจ่ายแพงแบบนี้ด้วย
เพราะว่าต้วนชิงหมิงเห็นแล้วว่าอาจื๋ออยู่ที่นี่คนเดียว ไม่มีคนอื่นอยู่ข้างกายแม้แต่คนเดียว ไม่รู้ว่าอาจื๋อมาเพียง
คนเดียวหรือว่ามารอใครหรือเปล่า
ต้วนชิงหมิงแอบชำเลืองมอง “อาจื๋อจองใหญ่แบบนี้ไว้ทำอะไร?”
อาจื๋อพูดกับต้วนชิงหมิงอย่างภาคภูมิ “ห้องนี้ข้าไม่ได้จองหรอก เพียงแต่ข้าบอกว่าข้าชอบที่นี่ คนคนนั้นจึงจองไว้
ให้”
ต้วนชิงหมิงสังเกตเห็นอาจื๋อพูดถึง “คนคนนั้น” ด้วยใบหน้าที่ชื่นชม ราวกับเป็นรักแรกของสตรี ที่พูดถึงคนที่
ชอบพอ
ต้วนชิงหมิงเกิดมาสองชาติภพแล้ว จึงไม่รู้สึกแปลกอะไรกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นางรู้สึกเพียงว่า “คนคนนั้น” ที่อาจื๋
อกล่าวถึงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน ถ้าไม่ใช่คนที่นางชอบพอ ก็อาจเป็นคนที่ทำให้นางมีความสุขได้
เพียงแต่คนแบบนั้นเข้ามาในชีวิตของอาจื๋อตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ต้วนชิงหมิงจำได้ว่าครั้งก่อนในที่ตำหนักขององค์หญิงจิ่นซิ่ว อาจื๋อสาบานออกมาว่าชอบเหยียนหลิ่งอวี๋เป็นที่สุด
แต่ยังไม่ทันไร นางกลับไปชอบพอคนอื่นเสียแล้วเหรอ
เมื่ออาจื๋อพูดจบลง นางจ้องมาที่ต้วนชิงหมิง ราวกับว่ากำลังรอให้ต้วนชิงหมิงซักไซร้ไล่ความถึงที่มาที่ไปอยู่
ทว่าต้วนชิงหมิงกลับเม้มปากและพูดอย่างอื่นแทน “อาจื๋อโชคดีเหลือเกิน ที่มีคนตั้งใจทำแบบนี้ให้โดยเฉพาะ…
วันนี้เป็นวันประกาศผลสอบจอหงวน ท่านแม่กับข้าจึงตั้งใจมาดูผลของอวี้เอ๋อร์ แต่นึกไม่ถึงว่าที่ร้านนํ้าชาต่างเต็มไปด้วย
ผู้คน แต่โชคยังเข้าข้างที่ให้ได้มาเจออาจื๋อ มิอย่างนั้นคงต้องไปนั่งรออยู่บนรถม้าแทน!”
ต้วนชิงหมิงมิอยากละลาบละล้วงและให้ความเห็นกับคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกันมากจนเกินไป จึงเลือกที่จะพูดเฉไฉไป
ที่เรื่องอื่นเสียแทน
อาจื๋อที่ได้ยินก็แอบหัวเราะคิกคัก “ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันประกาศผลสอบจอหงวน ดังนั้นข้าจึงตามมาดูด้วย ส่วน
คนคนนั้นอีกไม่นานก็ตามมาแล้ว”
อาจื๋อยักไหล่ผายมือ “น่าเสียดายจริง ข้าไม่ได้มีคนรู้จักเข้าร่วมสอบเลย แค่มาดูเอาสนุกๆ เท่านั้นเอง”
สายตาต้วนชิงหมิงเปล่งแสงออกมา… คนคนนั้นเป็นใครกันแน่ จองห้องใหญ่ขนาดนี้ให้อาจื๋อเพียงคนเดียว?
อาจื๋อไม่ได้ไม่ได้สนใจสิ่งที่เล่าออกมาเลย นางเอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูเสื้อผ้าที่นางคัดสรรมาเป็นอย่างดี แปดเปือน
เป็นรอยคราบนํ้าชาดวงใหญ่ และพูดอย่างเสียดายว่า “เสียดายเหลือเกิน ชุดของข้าสกปรกไปหมดแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงมองไปที่กระโปรงอาจื๋อ มีทั้งคราบนํ้าชาและรอยยับยู่ยี่ไปหมด จนดูแล้วไม่จรรโลงสายตาแม้แต่น้อย
มิน่าเล่า เมื่อครู่อาจื๋อถึงได้โกรธเคืองมากมายถึงเพียงนั้น นางตั้งใจสวมชุดที่งดงามนี้มาเพื่อให้คนคนนั้นชื่นชม
แต่บัดนี้ความตั้งใจมาเป็นอย่างดีกลับสูญไปเสียแล้ว
แม้เสื้อผ้าจะสกปรกไปแล้ว แต่ก็ควรที่จะหาทางแก้ไขโดยด่วนต่างหาก
ต้วนชิงหมิงควักผ้าเช็ดหน้าออกมาไปแช่ไปอ้างที่ใช้ล้างมือด้านข้าง เอ่ยออกมายิ้มๆ “อาจื๋อ ข้ามีวิธีช่วยทำความ
สะอาดให้ได้!”
อาจื๋อเอ่ยอย่างสงสัย “แต่ชุดสกปรกขนาดนี้แล้ว ทั้งเปรอะเปือนและยับยู่ยี่ จะทำให้สะอาดได้เหรอ?”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มตอบ “อาจื๋อวางใจได้!”
คราบนํ้าชานี้เพิ่งมีมาใหม่ เสื้อผ้าชุดแดงก็ยังเปียกชื้นอยู่ จึงไม่ยากที่จะกำจัดคราบออกไปให้สะอาด
ต้วนชิงหมิงบอกให้อาจื๋อยืนนิ่งๆ ส่วนนางจะใข้ผ้าเช็ดหน้าชุบนํ้าเช็ดลูบอย่างเบามือ เมื่อคราบนํ้าชาออกจนหมด
แล้ว แต่ชุดยังเปียกนํ้าโชกอยู่ นางจึงใช้มือบีบชุดให้นํ้าไหลออก ทว่าชุดก็เกิดรอยยับและเปียกอยู่นั้นทำให้สีแดงมีความ
แตกต่างกันจนไม่สวยงาม
อาจื๋อใช้มือชี้จุดพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ออกมา “ชิงหมิง นี่ยังเปั้นรอยยับอยู่…”
ถึงแม้ชุดจะสะอาดสะอ้านแล้ว ทว่ารอยยับยังทำให้ดูน่าเกลียดอยู่ดี จนอาจื๋อพูดไม่ออก
ต้วนชิงหมิงจึงส่งสายตาให้อาจื๋ออย่างมีแผนอยู่ในใจเปั้นการสื่อให้นางไม่ต้องกลัว
ต้วนชิงหมิงจับอาจื๋อเดินไปนั่งที่เก้าอี้ จับตรงชุดที่ยับย่นขึ้นมาวางบนเก้าอี้ จากนั้นใช้ผ้าเช็ดหน้าวางลงบน
กระโปรง แล้วยกกานํ้าชาที่ร้อนและฐานสะอาดมาถูวนไปมาบนรอยยับ ไม่นานนักชุดที่เปียกอยู่ก็เริ่มแห้งไปกว่าครึ่ง
และเรียบจนไม่เหลือรอยยับหลงเหลือ
ต้วนชิงหมิงก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำอย่างเงียบเชียบ จนชุดอาจื๋อเรียบเหมือนใหม่
ต้วนชิงหมิงเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้ม “อาจื๋อเรียบร้อยแล้ว!”
อาจื๋อที่จ้องมองต้วนชิงหมิงอย่างเพลิดเพลิน พูดอย่างละลํ่าละลัก “ชิงหมิงมีความสามารถไม่เบาเลย คิดไม่ถึงว่า
จะทำให้ชุดกลับมาเรียบได้… ไม่เคยมีใครสอนให้ข้าทำแบบนี้มาก่อน จึงไม่รู้จะแก้ไขได้อย่างไร!”
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เรื่องนี้ไม่เห็นยากเลย ข้าเห็นบ่าวใช้ทำแบบนี้จึง
เรียนแบบพวกนางมา”
ดวงตาทั้งสองข้างของอาจื๋อเริ่มมีนํ้าตาคลอขึ้น “ชิงหมิง… อาหงพูดถูก ข้าเทียบกับเจ้าไม่ติดเลย!”
“ทำไมจู่ๆ มาพูดถึงอาหงด้วย นางไปพูดเล่นอะไรกับเจ้าอีก” ต้วนชิงหมิงสัพยอก
อาจื๋อจึงดึงแขนเสื้อต้วนชิงหมิงพร้อมบอกว่า “ชิงหมิง… ข้าเคยครุ่นคิดมาแล้ว องค์ชายสามชอบพอเจ้า ดังนั้นข้า
จะไม่ลงไปแย่งชิงด้วย… พวกเรามาเป็นสหายที่ดีต่อกันดีกว่าไหม?”
องค์ชายสาม? หมายถึงเหยียนหลิ่งอวี๋?
ในบรรยากาศแบบนี้เอ่ยถึงคนที่ไม่ควรกล่าวถึง สีหน้าของต้วนชิงหมิงจึงถอดสีในทันใด ตู้ชิงหรวนที่ยืนอยู่ด้าน
ข้างกลับเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ นางจึงยิ้มกลบเกลื่อนให้กับอาจื๋อ “อาจื๋อพูดถึงใครนะ? เรื่องขององค์ชายสามเกี่ยว
อะไรกับปั้าด้วย?”
อาจื๋อตาแดงขึ้นมา พูดเสียงอ่อย “อาหงเคยบอกข้าว่าช่วยเจ้าส่งจดหมายให้องค์ชายสาม…”
ต้วนชิงหมิงรีบยกมือขึ้นกุมหน้าผาก ส่ายหน้าให้กับอาจื๋อ “เอาล่ะ อาจื๋อวันนี้พวกเราไม่พูดถึงเรื่องนี้!”
อาจื๋อพยักหน้าตกลง สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ “ดังนั้นข้าตัดสินใจแล้ว พวกเรามาเป็นสหายที่ดีต่อกันเถอะ?”
“พวกเราเป็นสหายที่ดีต่อกันมาตลอดนี่หน่า อาจื๋อลืมไปแล้วเหรอ?” ต้วนชิงหมิงถาม
อาจื๋อตอบ “ข้าไม่มีทางลืมหรอก……”
แต่ยังไม่ทันที่อาจื๋อจะพูดได้จบ ด้านนอกประตูมีเสียที่อ่อนโยนดังขึ้น “อาจื๋อ เจ้าไม่ได้ลืมเรื่องอะไรใช่ไหม?”
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ยินเสียงนั้น สีหน้าต้วนชิงหมิงซีดเซียวในทันใด เพราะนางฟังออกว่านั่นเป็นเสียงของชิงตั๋ว
นั่นเอง
ชิงตั๋วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้? เขากับอาจื๋อไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันได้เอ่ยถาม ประตูก็ถูกเปิดออก บุรุษในชุดสีนํ้าเงินอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาได้เดินเข้ามา “คน
คนนั้น” ที่อาจื๋อกล่าวถึงก็คือชิงตั๋วนี่เอง
ชิงตั๋วยืนส่งยิ้มอ่อนโยนให้อาจื๋อ ก่อนจะส่งสายตาที่เป็นมิตรให้ พร้อมทักทายขึ้น “ฮูหยินต้วน ชิงหมิงสบายดี
นะ!”
ต้วนชิงหมิงมองชิงตั๋วและหันมองอาจื๋อต่อ บัดดลนั้นนางสามารถร้อยเรียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้แล้ว!
เมื่อได้ยินที่ชิงตั๋วทักทาย ต้วนชิงหมิงก็รีบทำความเคารพ “คารวะองค์ชายชิงตั๋ว!”
องค์ชายชิงตั๋วได้ให้คนมาส่งของขวัญที่จวนต้วนหลายครั้งหลายครา แต่ทุกครั้งกลับถูกต้วนชิงหมิง ต้วนเจิ้ง หรือ
ไม่ก็ตู้ชิงหรวนปฏิเสธกลับไป ในตอนนี้ชิงตั๋วมาปรากฏตัวที่นี่ ไม่รู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่?
สายตาของชิงตั๋วหยุดอยู่ที่ต้วนชิงหมิงและตู้ชิงหรวนเพียงแวบเดียว ก่อนเขาจะเดินเข้ามาในห้องมาถามอาจื๋อ
“เกิดอะไรขึ้น? ได้ยินว่าไปทะเลาะกับเสี่ยวเอ้อของร้านเหรอ?”
อาจื๋อยกมือขึ้นปิดปากพูดพึมพำ “ก็เสี่ยวเอ้อทำเสื้อของอาจื๋อเลอะหมดอะสิ!”
ชิงตั๋วเลิกคิ้วขึ้นมองไปที่ชุดของอาจื๋อ แล้วพูดอย่างฉงนใจ “เสื้อของเจ้าก็ยังสวยดีนี่หน่า ไม่เห็นมีตรงไหนที่
เลอะเทอะเลย!”
ไม่มีสตรีคนไหนที่ไม่อยากได้รับคำชมจากคนอื่น โดยเฉพาะจากคนที่ชอบพออีก อาจื๋อจึงยิ้มแก้มไม่หุบ “โดนนํ้า
ชาจนเลอะไปหมด เพียงแต่ว่า……”
ต้วนชิงหมิงเดินขึ้นมาก้าวหนึ่ง พูดต่อจากอาจื๋อ “อาจื๋อ ที่แท้เจ้าก็รอสหายมาที่นี่นี้เอง… ท่านแม่กับข้าจะต้องลง
ไปรออวี้เอ๋อร์ก่อน ประเดี๋ยวกลัวว่าอวี้เอ๋อร์จะหาพวกเราไม่พบ อย่างนั้นพวกเราสองคนขอตัวก่อนแล้วกัน!”
เมื่อต้วนชิงหมิงกล่าวจบก็เดินไปยืดต่อหน้าตู้ชิงหรวน “ท่านแม่ พวกเราลงไปรออวี้เอ๋อร์ข้างล่างเถอะ”
ตู้ชิงหรวนพยักหน้ารับและเดินลงไปพร้อมกับต้วนชิงหมิง
หลังจากนั้นมีเสียงใสกังวาลดังขึ้น “ทั้งสองคนกำลังตามหาคุณชายใหญ่ต้วนใช่ไหม… ข้าเพิ่งเจอเขาที่ใต้ด้านล่าง
ดูเหมือนเขากำลังเดินตามหาใครอยู่”
อะไรนะ? ต้วนอวี้ตามมาหาถึงที่ร้านนํ้าชา?
ตอนนี้เขาจะอยู่ที่ไหน? ได้พบหน้าชิงตั๋ว? ชิงตั๋วส่งคนสะกดรอยตามต้วนอวี้?