การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 830 เรื่องมงคลที่หนักหน่วง?
เรื่องที่องค์หญิงจิ่นซิ่วคอยจ้องเล่นงานต้วนชิงหมิงนั้น ตู้ชิงหรวนต่างรับรู้ทั้งหมด จึงเกิดเป็นห่วงบุตรสาวคนนี้ไม่
น้อย
แต่นางเชื่อว่าต้วนชิงหมิงมีไหวพริบ เฉลียวฉลาดและสามารถปกปั้องตัวเองได้
แม้โชคชะตาจะทำให้ฐานะขององค์หญิงจิ่นซิ่วและต้วนชิงหมิงต่างกันราวฟั้ากับดิน ทว่าต้วนชิงหมิงก็เป็นคนไม่
ยอมอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว
ตู้ชิงหรวนได้แต่ยืนมองต้วนชิงหมิงที่อดทนอดกลั้นและแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงคนเดียว โดยที่นางช่วยอะไรไม่ได้เลย
ระหว่างที่ทุกๆ คนต่างต้องเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ จำต้องมีบททดสอบที่หนักหน่วงค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง
ต้วนชิงหมิงก็กำลังพยายามก้าวข้ามความยากลำบากนี้อยู่
ตู้ชิงหรวนยกมือไปจับข้อมือของต้วนชิงหมิงเอ่ยว่า “ชิงหมิง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นลูกอยากได้กลัวไป ข้างหลังยังมี
ท่านพ่อและท่านแม่คอยอยู่ข้างหลังเสมอ!”
เพราะมีพวกท่านนั่นแหละ ข้าจึงวางใจได้ไม่ได้เลย!!!
ประโยคนี้ต้วนชิงหมิงได้แต่พูดในใจเพียงเท่านั้น
นางเงยหน้ายิ้มน้อยๆ ให้ตู้ชิงหรวน “ท่านแม่วางใจได้ ลูกไม่เป็นอะไร!”
ไม่นานนัก ฮูหยินหยางก็ออกมาจากห้องหมอ หยางซือฉีเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังฮูหยินหยางอยู่ไม่ห่าง
โดยมีสตรีผู้สูงศักดิ์อีกคนเดินต่อท้าย ภายในร้านหมอจึงเหลือเพียงต้วนชิงหมิงและตู้ชิงหรวนเพียงสองคน
หลังจากนั้นห้องของท่านหมอได้เรียกชื่อตู้ชิงหรวนขึ้นมา ต้วนชิงหมิงจึงช่วยประคองพาเดินเข้าไป
ในระหว่างที่ กำลังจะเดินเข้าห้องตรวจ ตู้ชิงหรวนได้ยํ้าขึ้นอีกครั้งหนึ่งว่า “ชิงหมิง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นยังมีท่าน
พ่อท่านแม่อยู่ทั้งคน!”
ต้วนชิงหมิงกุมมือตู้ชิงหรวนด้วยความซาบซึ้ง “ลูกทราบแล้วท่านแม่!”
ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น นางยังมีต้วนอวี้และคนในครอบครัวที่อยู่เคียงข้าง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางต้องดูแลตัว
เองให้รอดปลอดภัยอยู่เสมอ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงก็หันไปพูดยิ้มๆ “เอาล่ะท่านแม่ พวกเราหาท่านหมอเสร็จแล้ว ไปเดินเล่นที่ตลาด
ต่อกันเถอะ”
ตู้ชิงหรวนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในห้องหมอ
หลังจากที่ต้วนชิงหมิงและตู้ชิงหรวน ตรวจกับท่านหมอเป็นที่เรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยมายามเจิ้งอู่[1]พอดี
ต้วนชิงหมิงถือยาหลายห่อที่มัดยาวเป็นแถว ส่วนตู้ชิงหรวนใช้มือลูบท้องที่ปั่องออกมาอย่างระมัดระวัง ด้วย
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส หากผู้ใดพบเห็นก็สามารถทราบได้ทันทีว่ามีข่าวดีแน่นอน!
ต้วนชิงหมิงที่เห็นตู้ชิงหรวนเดินอย่างรวดเร็วก็รีบพูดออกมา “ท่านแม่เดินเร็วเกินไปแล้ว เดินช้าหน่อย เดินช้าๆ
หน่อยเถิด!”
ตู้ชิงหรวนตีไปที่มือของต้วนชิงหมิงเบาๆ “จะกลัวอะไรเล่า ก่อนที่เข้าไปพบท่านหมอก็เดินแบบนี้ แต่เมื่อหลาย
วันก่อนเดินไม่ระวังจนเกือบลื่นล้ม”
“ท่านแม่บอกว่าลื่นล้มอย่างนั้นหรือ?” ต้วนชิงหมิงเลิกตาโตด้วยความตกใจ
หากล้มลงไปมีหวังจบเห่แน่นอน!
ตู้ชิงหรวนยกมือปฏิเสธ “แม่แค่พูดให้ฟังเฉยๆ แค่เกือบล้ม แต่ไม่ได้ล้มเสียหน่อย ดีที่จับขอบประตูไว้ทัน! ดูสิเมื่อ
ครู่ท่านหมอก็ไม่ได้พูดอะไรมิใช่หรือ?”
ต้วนชิงหมิงรีบส่ายหัวอย่างแรง “ท่านแม่ หลังจากที่กลับไปแล้วต้องเพิ่มความระวังให้มากขึ้นอยากได้ผลีผลาม
เหมือนเมื่อก่อน มิอย่างนั้นท่านพ่อและชิงหมิงต้องเป็นห่วงอย่างมาก”
เดิมทีตู้ชิงหรวนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรมากแต่เมื่อได้ฟังต้วนชิงหมิงพูดออกมา นางก็รีบตอบตกลงอย่างเร็ว “เอา
ล่ะ แม่รู้แล้วต่อไปจะระวังให้มากขึ้น!”
ส่วนจะระวังจริงหรือไม่นั้น ตู้ชิงหรวนก็ยังไม่แน่นอนตัวเองเหมือนกัน เพราะว่านางชินกับการทำอะไรว่องไวก้าว
เดินรวดเร็ว การให้ทำอะไรเชื่องช้า ระวังไปเสียทุกอย่างแบบคนอื่นคงทำไม่ได้หรอก
ต้วนชิงหมิงยังคงขมวดคิ้วด้วยไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่ท่านแม่เอ่ยออกมา นางจึงถามขึ้น “ลูกว่าบ่าวใช้ข้างกายท่านแม่ไม่
เพียงพอ พี่ชุนถาวงานยุ่งล้นมือ จนไม่มีเวลาดูแลท่านแม่ได้ตลอดลูกคิดว่าควรเพิ่มบ่าวใช้อีกสองสามคนดีไหมเอ่ย?”
หลายสิบปีมานี้ ตู้ชิงหรวนและชุนถาวใช้ชีวิตตัวติดกันและเป็นที่พึ่งให้กันเสมอ ทั้งสองคนรอนแรมไปทั่วใต้หล้า
อยู่อย่างเจ้านายจวนต้วนคนอื่นๆ ต่างมีบ่าวใช้ห้อมล้อมเต็มไปหมด แต่ตู้ชิงหรวนกลับกลัวความวุ่นวายจึงมิอยากรับบ่าว
ใช้เพิ่มเท่านั้นเอง!
เมื่อตู้ชิงหรวนได้ยินที่ต้วนชิงหมิงเอ่ยถาม นางจึงส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เอา ไม่เอา ไม่ว่าอย่างไรจะเพิ่มบ่าวใช้ไม่
ได้… ลูกก็รู้ดีนี่หน่าชิงหมิง แม่เห็นคนเยอะแยะเดินผ่านไปผ่านมาจะเวียนหัวไปหมด!”
ต้วนชิงหมิงรีบพูดอย่างจริงจังขึงขัง “แต่ท่านแม่เป็นเจ้านายนี่หน่าก็สั่งให้พวกนางไม่ต้องเดินผ่านหน้าไปมาก็สิ้น
เรื่อง ท่านแม่ดูเอาแล้วกัน ลูกกับน้องอวี้หรานต่างมีหัวหน้าบ่าวใช้คนละสี่ตำแหน่ง ส่วนข้างกายท่านแม่หัวหน้าบ่าวใช้
ไม่มีแม้แต่คนเดียว… อย่างนั้นให้อินเอ๋อร์ที่รับใช้ท่านพ่อมาดูแลท่านแม่แล้วกัน? ท่านแม่ เรื่องหาบ่าวใช้ปล่อยให้เป็นธุระ
ของลูกแล้วกันรอให้กลับไปแล้วจะช่วยหาเพิ่มให้ท่านแม่สองสามคนแล้วกัน”
ตู้ชิงหรวนรีบขอร้องวิงวอน “ชิงหมิงไม่ต้องหาให้แม่หรอก……”
ต้วนชิงหมิงทำเป็นไม่ได้ยินเอาแต่ประคองตู้ชิงหรวนเดินต่อไปข้างหน้า
นางรู้ว่าต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ตัดสินใจแล้วแน่วแน่เสมอ อีกไม่นานคงมีบ่าวใช้สองสามคนถูกพาตัวมาที่เรือน ถึง
ตอนนั้นตู้ชิงหรวนยังไม่รู้ว่าจะรับไว้หรือปฏิเสธกลับไปดี
คิดมาถึงตรงนี้ตู้ชิงหรวนได้ถอนหายใจแผ่วเบาออกมา “เอาอย่างนี้แล้วกัน จวนเก่าในเมืองหลวงของแม่ยังมีบ่าว
ใช้อยู่ที่นั่นสี่คน ได้แก่ เซียงเหมย เซียงเสวี่ย เซียงเย่เอ๋อร์และเซียงฉุน เดี๋ยวอีกสองสามวัน แม่จะให้ชุนถาวไปตามมาสัก
สองคนแล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงถามอย่างฉงน “ท่านแม่ ถ้าพวกนางมาที่นี่ ใครจะดูแลจวนเก่าที่นั่นเอ่ย?”
จวนเก่าของตู้ชิงหรวนนั้น ต้วนชิงหมิงเคยไปมาแล้ว ที่นั่นเป็นจวนที่ตู้ชิงหรวนซื้อไว้เมื่อหลายปีมาแล้ว ตอนนี้
ไม่มีเจ้านายอยู่ จึงตกเป็นของนางไปโดยปริยาย ที่สำคัญนางอาศัยอยู่ที่นั่นก่อนที่จะแต่งงานย้ายมาอยู่ที่จวนต้วน
ส่วนเซียงเย่เอ๋อร์ เซียงเหมย เซียงเสวี่ยและเซียงฉุนล้วนเคยพบหน้าต้วนชิงหมิงมาแล้ว พวกนางล้วนเป็นบ่าวใช้ที่
มีความสามารถเป็นอย่างมาก ตู้ชิงหรวนจึงให้พวกนางอาศัยอยู่ในจวนเก่า เพื่อคอยดูแลและทำความสะอาด นึกไม่ว่าจะ
ต้องย้ายพวกนางมาที่จวนต้วนสักสองคน เพื่อมาช่วยดูแลตู้ชิงหรวนตามที่ต้วนชิงหมิงตั้งใจไว้
“บ่าวใช้ทั้งสี่คนล้วนเป็นคนที่ชุนถาวได้คัดเลือกและฝึกฝนด้วยตนเอง โดยที่เซียงเย่เป็นคนมีความสามารถสูงที่สุด
จนได้รับตำแหน่งหัวหน้าดูแลที่นั่น
คนต่อมาคือเซียงฉุน เป็นบ่าวใช้ที่มีความละเอียดรอบคอบมาก ส่วนที่เหลือสองคนเป็นคนโผงผางใจใหญ่… เมื่อ
ก่อนที่จวนเก่าเงียบงันอย่างกับเปั่าสาก พอมีพวกนางเข้ามาก็คึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง จนกระทั่งต้วนชิงหมิงแต่งมาที่
จวนต้วน ที่นั่นก็ดูเงียบลง… หากต้องเลือกบ่าวใช้มาที่จวนต้วนก็เอาเซียงฉุนและเซียงเหมยมา
ส่วนเซียงเย่เอ๋อร์และเซียงเสวี่ยอยู่ที่จวนเก่าดังเดิม” ตู้ชิงหรวน6สาธยายยืดยาว
ต้วนชิงหมิงจึงเอ่ยถามขึ้น “ทำไมถึงเอาเซียงฉุนและเซียงเหมยมาที่นี่จวนต้วนไม่ใช่เซียงเสวี่ยละท่านแม่?”
ต้วนชิงหมิงยังไม่รับรู้นิสัยใจคอของบ่าวชายทั้งสี่คนมากนัก แต่การที่ตู้ชิงหรวนวางแผนเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลในตัว
การที่เอ่ยถามก็ถามไปอย่างเฉยๆ ไม่หวังได้คำตอบ
แต่ตู้ชิงหรวนกลับตอบอย่างจริงจัง “ลูกคงไม่รู้ เซียงฉุนเป็นคนละเอียดรอบคอบที่สุด มีนางคอยดูแลแม่ย่อม
วางใจ ส่วนเซียงเหมยยิ้มแย้มแจ่มใสมองโลกในแง่ดีสามารถทำให้แม่หัวเราะออกมาได้… บ่าวใช้ทั้งสี่คนเกิดและเติบโตที่
จวนตู้ ล้วนจงรักภักดีต่อเจ้านาย ไม่ว่าบ่าวใช้คนไหนมาก็ดีทั้งนั้น!”
เมื่อเอ่ยถึงจวนตู้ขึ้นมา ตู้ชิงหรวนพูดด้วยนํ้าเสียงเศร้าสร้อย… เรื่องในอดีตที่เก็บอยู่ในส่วนลึกของหัวใจที่คิดว่าลืม
มันไปแล้ว จู่ๆ กลับหวนระลึกนึกถึงเสมือนเพิ่งเรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
เมื่อได้ยินนํ้าเสียงที่สร้อยเศร้าของตู้ชิงหรวน ต้วนชิงหมิงที่ถือห่อยาอยู่จึงหันไปฉีกยิ้ม “ท่านแม่ เรื่องดีในวันนี้จะ
บอกท่านพ่ออย่างไรดี หากท่านพ่อทราบเรื่องเข้าว่าลูกจะมีน้องชายไม่ก็น้องสาว ไม่รู้ว่าจะดีใจขนาดไหน!”
ในช่วงนี้ที่ตู้ชิงหรวนรู้สึกอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงไม่ใช่เพราะนางปั่วยแต่อย่างใด กลับเป็นเพราะนางตั้งท้องต่างหาก
ท่านหมอบอกกับต้วนชิงหมิงว่าตั้งท้องมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว ทำให้ตู้ชิงหรวนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์เป็นทุนเดิม
จะต้องรักษาและระวังทุกอย่างมากกว่าสตรีที่อายุยังน้อย
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ยินเรื่องนี้ก็ดีใจจนแทบอยากจะกระโดดโลดเต้น และให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย
ของตู้ชิงหรวนมากขึ้นเป็นพิเศษ
ตู้ชิงหรวนกำลังคิดภาพฝันว่าต้วนเจิ้งคงจะต้องพูดจาอ่อนหวาน และดูแลนางเป็นพิเศษกว่าเดิมอีก จนนางนั้นยิ้ม
ไม่หุบและตอบกลับต้วนชิงหมิงไปว่า “เรื่องตั้งท้องนั้น… แม่ไม่รู้จะเอ่ยปากบอกยังไงดี!”
“เรื่องนี้ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ประเดี๋ยวกลับถึงจวนต้วนแล้ว บอกความจริงท่านพ่อไปตามตรงก็ได้แล้ว ท่านพ่อ
จะต้องดีใจเป็นล้นพ้นอย่างแน่นอน!” ต้วนชิงหมิงแนะนำ
ต้วนชิงหมิงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข จนความเศร้าโศกที่อยู่ในใจของตู้ชิงหรวนหายวับไปกับตา
ตู้ชิงหรวนหันหน้ามองก็พบใบหน้าที่เปียมล้นไปด้วยความสุขบนใบหน้าของต้วนชิงหมิง ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้
อิจฉาริษยากลัวว่าลูกในท้องของตู้ชิงหรวนจะมาแย่งความรักจากต้วนเจิ้งไปจากนางเลย
ตู้ชิงหรวนเป็นเพียงแม่เลี้ยงที่แต่งงานเข้ามาใหม่ หรือจะพูดให้แรงก็คือศัตรูหัวใจของติงโหรว ที่เป็นแม่แท้ๆ ของ
นาง สิ่งนี้ทำให้ตู้ชิงหรวนเกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจจนนํ้าตาเอ่อคลอขึ้นมา
ต้วนชิงหมิงที่เห็นจึงถามอย่างแปลกใจ “ท่านแม่ร้องไห้ทำไมกัน?”
ต้วนชิงหมิงนึกว่าตู้ชิงหรวนคิดถึงคนที่จวนตู้ แต่นึกไม่ถึงก็คือต้วนชิงหมิงทำนางซาบซึ้งได้มากมายขนาดนี้…สาว
น้อยคนหนึ่งต้องมีจิตใจกว้างใหญ่ขนาดไหน ถึงได้ทำให้แม่เลี้ยงและลูกในท้องของแม่เลี้ยงเกิดความซาบซึ้งใจได้ถึงเพียง
นี้?
ตู้ชิงหรวนค่อยๆ กุมมือต้วนชิงหมิงไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆ สะอึกสะอื้นขึ้นมา “ชิงหมิงขอบใจลูกมากๆ”
ด้วยความอ่อนโยนของต้วนชิงหมิง ได้หลอมหัวใจที่เย็นเฉียบดั่งนํ้าแข็งของตู้ชิงหรวน ให้หลอมละลายลงได้
[1] ยามเจิ้งอู่ คือ ช่วงเวลาเที่ยงวัน