การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 833 เจ้าเต็มใจไปกับข้าไหม?
ต้วนเจิ้งมองชิงตั๋วด้วยสายตาแข็งทื่อ
เขาไม่ชอบท่าทางชิงตั๋วที่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ซ่อนความรู้สึกภายใต้หน้ากากมากที่สุด
คนเช่นนี้จิตใจลํ้าลึกยากจะคาดเดา และไม่มีทางรู้ได้เลยว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ คนประเภทนี้หากได้เป็นสหายก็
สามารถเป็นไปได้ทั้งชีวิต แต่ถ้าต้องเป็นศัตรูแล้วล่ะก็ นับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่น่าหวาดกลัวที่สุด
ดังนั้นต้วนเจิ้งได้แต่มองชิงตั๋วด้วยไม่อยากให้เขาเข้ามาในชีวิต และออกห่างจากชีวิตไปให้ไกลที่สุด
ภายนอกห้องมีเสียงของเถี่ยเฟิงดังขึ้น “ฮูหยินกลับมาแล้วขอรับ”
ชิงตั๋วตาเป็นประกายขึ้นมาฉับพลัน… เขาได้ตรวจสอบจนรู้ชัดว่าต้วนชิงหมิงและตู้ชิงหรวนไปข้างนอกด้วยกัน
บัดนี้ตู้ชิงหรวนกลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงจะกลับมาด้วยไหม
ชิงตั๋วกำราชโองการที่อยู่ในมือไว้แน่น ต้วนชิงหมิงเจ้ากลับมาแล้วใช่ไหม รู้หรือไม่ว่าข้าสามารถช่วยเจ้ากัน
ภยันตรายทุกอย่างได้ แต่ทุกสิ่งต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าด้วย
ต้วนเจิ้งใช้สายตาเย็นชามองไปที่ชิงตั๋วและแสยะยิ้ม… ฮูหยินกลับมาแล้ว ไม่ได้บอกว่าคุณหนูใหญ่กลับมาด้วย ดู
ท่าแล้ว ต้วนชิงหมิงฟังที่หลิวยวนไปโน้มน้าว ไม่เอาตัวกลับเข้ามาเสี่ยงอันตราย!
ตู้ชิงหรวนรีบสาวเท้าเดินเข้ามาในห้อง พอเห็นต้วนเจิ้งเอ่ยอย่างร้อนใจ “ท่านพี่!”
ต้วนเจิ้งเข้าไปประคองตู้ชิงหรวนที่หน้าตาตื่น พลางถามด้วยความตกใจ “ฮูหยินเป็นอะไรไป?”
นางส่ายหน้าเป็นการสื่อว่าไม่ได้เป็นอะไร
ระหว่างที่ต้วนเจิ้งจับมือนางอยู่นั้น ตู้ชิงหรวนแอบบีบมือเบาๆ เหมือนต้องการสื่อบางอย่างให้รับรู้
อย่าบอกนะว่าบุตรสาวยอมกลับมาด้วย?
หรือว่านางไม่รู้ว่าที่นี่มีอะไรรออยู่?
ไม่รู้หรือว่าการกลับมาครั้งนี้ของนางต้องมาเจอกับโซ่ตรวนที่จะพันธนาการไปทั้งชีวิต?
ตู้ชิงหรวนพยายามอดกลั้นสายตาที่เศร้าสร้อยนี้เอาไว้ภายใน นางจับมือของต้วนเจิ้งแน่นอีกครั้ง “ชิงหมิงบอกว่า
นางจะเผชิญหน้าด้วยตัวเอง!”
ต้วนเจิ้งฝืนยิ้มออกมา… นางจะเผชิญหน้าอะไร?
สตรีตัวน้อยร่ายกายอ่อนแอจะเอาอะไรไปสู้?
ราชโองการเป็นดั่งวาจาสิทธิ์ สามารถให้คนนับหมื่นนับแสนหลังเลือดปลิดชีพได้ ตัวนางเป็นใครกัน คิดจะเอา
อะไรไปต่อกร?
ต้วนเจิ้งคิดมาถึงตรงนี้ ก็ถามขึ้นเสียงแผ่วเบา “หมิงเอ๋อร์อยู่ไหนละ?”
ตู้ชิงหรวนชี้นิ้วไปทางเรือนของต้วนชิงหมิง “นางกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าท่านพี่!”
เพราะว่าราชโองการเป็นเหมือนการเข้าเฝั้าต่อหน้าพระพักตร์ฝั่าบาท สิ่งสำคัญจึงต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์
ชั้นสูง ดังนั้นหลังจากที่กลับมาแล้ว นางก็รีบไปเปลี่ยนชุดที่เรือน
ต้วนเจิ้งส่งสายตาเป็นนัยให้กลับตู้ชิงหรวน “เดี๋ยวพี่จะไปหาหมิงเอ๋อร์”
ถึงแม้หลิวยวนและตู้ชิงหรวนมิอาจโน้มน้าวต้วนชิงหมิงได้ แต่ต้วนเจิ้งคิดแล้วต้องจับนางมัดไว้ให้ได้ เพื่อไม่ต้องมา
รับราชโองการที่บ้าบอแบบนี้
ต้วนชิงหมิงเป็นบุตรสาวของเขา ขอเพียงนางเลือกสิ่งที่มีความสุขให้กับตัวเอง หาคนรักที่ถูกใจ เรื่องอื่นนั้นต่อให้
เป็นฝั่าบาทหรือองค์หญิงองค์ชายคนไหน มิอาจมากีดกันความสุขของนางได้
ต้วนเจิ้งทำท่าจะเดินออกไป ชิงตั๋วจึงส่งเสียงเรียกขึ้นมา “ใต้เท้าต้วนกำลังจะไปไหนหรือ?”
เขาหยุดชะงักลงหันหน้ากลับมามองชิงตั๋ว “ใต้เท้าชิงตั๋วรับหน้าที่อ่านประกาศราชโองการ แต่ไม่ได้มีอำนาจมา
แทรกแซงสิ่งที่กระผมจะทำ ที่นี่เป็นจวนของกระผมที่จะเดินไปไหนมาไหนได้ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร”
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งหัวร้อนใส่ชิงตั๋ว ด้านตู้ชิงหรวนจึงส่งสายตาให้เขาด้วยความห่วงใย และต้องการบอกว่าไม่ต้องต่อ
ปากต่อคำแล้ว
ต้วนเจิ้งจึงหันหน้ากลับและเดินออกจากห้องโถงไป
ชิงตั๋วยกราชโองการขึ้น พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ “นี่เป็นจวนของใต้เท้าต้วนไม่ผิด ใต้เท้าจะไปไหนมาไหนก็ไม่ผิด
แต่ถ้าใต้เท้าต้วนอยากโน้มน้ามให้คุณหนูต้วนขัดราชโองการ กระผมขอบอกว่าอย่าได้กระทำเช่นนั้นเลย เพราะองค์ชาย
ใหญ่ให้กระผมมาประกาศราชโองการที่นี่ แน่นอนว่าต้องต้องแผนรับมืออื่นรอไว้อยู่แล้ว!”
สิ่งที่ชิงตั๋วพูดออกมาทำเอาต้วนเจิ้งชะงักจนก้าวแทบไม่ออก
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้เล็งเปั้ามาที่ต้วนชิงหมิงมาเป็นเวลานานแล้ว หากเขาต้องการตัวตชิงหมิง ย่อมมีแผนสำรอง
มากมายหลายร้อยหลายพัน เพื่อให้นางต้องยอมตกหลุมหนีหายไปไหนไม่ได้เลย
ชิงตั๋วเดินเข้ามายืนเบื้องหน้าต้วนเจิ้งอย่างเชื่องช้า พร้อมกับยกราชโองการในมือขึ้นมา ด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ใต้
เท้าต้วนคงรีบร้อนจะไปหาคุณหนูต้วนกระมัง บังเอิญเสียจริง กระผมอยากไปหานางพร้อมกับใต้เท้าต้วนขึ้นมาพอดี จะ
ไปดูว่านางกลับมาแล้วหรือยัง?”
ต้วนเจิ้งมองตาแข็งทื่อกำลังจะอ้าปากต่อว่า ทว่าตู้ชิงหรวนกลับขัดขึ้นก่อน “ใต้เท้ามาประกาศราชโองการ เกรง
ว่าห้องส่วนตัวของสตรีมิควรจะเข้าไปยุ่มย่าม… ถ้าเป็นราชโองการพระราชทานงานสมรสเกรงว่าการบุกเข้าไปประกาศ
ถึงห้องส่วนตัวของสตรีนั้นยังไม่เคยมีผู้ใดกระทำเช่นนั้นมาก่อนเจ้าค่ะ”
คำพูดของตู้ชิงหรวนเหมือนดงสติชิงตั๋วให้กลับมา นางหันกลับมาตอบเสียงเย็นยะเยือก “อย่างนั้น กระผมจะรอ
คุณหนูต้วนอยู่ที่นี่!”
ทันทีที่สิ้นเสียงของชิงตั๋ว ด้านนอกห้องโถงมีเสียงกังวานดังขึ้น “ไม่ต้องรอแล้ว ข้าอยู่ที่นี่!”
หน้าประตูมีเสียงหยกที่ประดับบนศีรษะดังกระทบส่งเสียงขึ้นมา จากนั้นสตรีในชุดอาภรณ์สูงศักดิ์ได้เยื้องย่างเข้า
มาในห้องโถง
พอชิงตั๋วเงยหน้าขึ้นมองถึงกับต้องชะงักไปชั่วขณะ
ต้วนชิงหมิงที่อยู่เบื้องหน้าไม่เคยสวมอาภรณ์ชุดแบบนี้มาก่อนเลย เขาจึงละลานตาในความงามไปหมด
อาภรณ์ที่นางสวมในวันนี้เป็นชุด้าฝั้ายสีแดงสด ปักเป็นรูปดอกเหมยที่กำลังแข่งขันชูชัน ที่เอวคาดด้วยผ้าสีม่วงรัด
จนเห็นทรวดทรงองค์เอวโค้งเว้าไปมา เผยให้เห็นความอรชรและสูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมา ด้านนอกคลุมด้วยผ้าตาข่ายโปร่ง
สีขาวบริสุทธิ์ ยามย่างก้าวจะพริ้วไหวไปมาตามสายลม
ผมหน้ามาที่ยาวลงมาคลุมหน้าผากอย่างเป็นระเบียบ คิ้วที่ดกดำสนิท รวมไปถึงผิวพรรณที่ขาวผ่องเป็นยองใย
แววตากลมโตเปล่งแสงประกายระยิบระยับ ทำให้ใครมองเป็นอันต้องลืมหายใจไปชั่วขณะ
ท่าทางอรชรและก้าวย่างที่งดงาม ทำให้ชิงตั๋วที่เห็นหญิงงามมานับไม่ถ้วน ยังรู้สึกประหม่าต้วนชิงหมิงขึ้นมาอย่าง
บอกไม่ถูก
นางเดินเข้ามายืนเบื้องหน้าชิงตั๋ว ก่อนเผยยิ้มที่หวานเยิ้มส่งมา “มิทราบว่าชิงหมิงควรมองท่านเป็นใต้เท้าชิงตั๋ว
หรือว่าองค์ชายสามจากแคว้นถ่าถู่เจ้าคะ?”
เดิมที “องค์ชายสาม” เป็นชื่อนางเรียกเหยียนหลิ่งอวี๋จนชินปากไปแล้ว
ชิงตั๋วพยายามกลืนนํ้าลายเฮือกใหญ่สุดกำลัง “ชิงหมิงเรียกเหมือนเมื่อก่อนว่า ‘ชิงตั๋ว’ ก็แล้วกัน”
ต้วนชิงหมิงยิ้มจางๆ “ทำอย่างนั้นมิได้เจ้าค่ะ… การเรียกชื่อโดยตรงมักใช้กับสหาย องค์ชายสามกับชิงหมิงมิได้
เป็นสหายกัน หารเรียกชื่อโดยตรงนั้นเป็นการหยามเกียรติองค์ชายสาม และแสดงให้เห็นว่าชิงหมิงไม่ได้รับการอบรมสั่ง
สอนเจ้าค่ะ!”
ประโยคนี้เป็นเหมือนการปัดความสนิทสนมที่เคยมีให้กันมา ชิงตั๋วฝืนยิ้มตอบกลับว่า “ชิงหมิงเกร็งเกินไปแล้ว
กระมัง!”
“โปรดเรียกว่าคุณหนูต้วนจะเหมาะสมกว่าเจ้าค่ะ… ชิงหมิงเป็นสตรี นอกจากท่านพ่อท่านแม่และสหายจะเรียก
ได้แล้ว คนอื่นก็ควรเรียกตำแหน่งมากกว่า เหตุผลนี้องค์ชายสามคงเข้าใจดีนะเจ้าค่ะ”
ประโยคนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเหินห่างเพิ่มขึ้นไปอีก ก่อนหน้าให้รักษาระยะห่าง ถ้าพูดต่อไปคงเป็นคน
แปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนกระมัง
สิ่งที่นางสาธยายยืดยาวทำเอาชิงตั๋วที่ทระนงตัว เหมือนถูกตีกระหนาบไม่ไว้หน้าแต่อย่างใด
ชิงตั๋วสีหน้าซีดเซียว แววตาสร้อยเศร้า แต่ไม่นานเขากลับดึงสติให้กลับมาอย่างรวดเร็ว “ชิงหมิง มีบางเรื่องที่ข้า
อยากพูดกับเจ้าเป็นการส่วนตัว!”
ต้วนชิงหมิงเผยยิ้มออกมามองไปซ้ายทีขวาที พบต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนกำลังมองนางด้วยความเป็นกังวล
นางจึงปฏิเสธไปว่า “องค์ชายสามมีเรื่องที่จะพูดเพียงลำพังย่อมทำได้ แต่ครั้งนี้กลับมาพร้อมกับราชโองการ
หม่อมฉันเกรงว่าหากไปพูดคุยตามลำพัง จะเป็นที่ครหาของคนอื่นที่รู้เรื่องเข้า ยิ่งองค์ชายใหญ่รู้เข้าทีหลังจะคิดเช่นไรเจ้า
คะ?”
คำพูดนี้ทำเอาชิงตั๋วผงะถอยหลังจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
ชิงตั๋วกำมือไว้แนบแน่น “ชิงหมิง… เจ้าก็รู้เต็มอกว่า……”
ต้วนชิงหมิงรีบพูดแทรกขึ้นมา “ต้องให้หม่อมฉันยํ้าอีกครั้งไหม โปรดอย่าเรียกชื่อโดยตรงเลยเจ้าค่ะ!”
ในที่สุด ชิงตั๋วได้ถอนหายใจด้วยความอิดโรย พูดด้วยความผิดหวัง “คุณหนูต้วน รู้หรือไม่ว่ามีเพียงกระผมเท่านั้น
ที่สามารถช่วยคุณหนูได้!”
มีเพียงกระผมที่สามารถช่วยคุณหนูได้?
ชิงตั๋วกลัวว่าต้วนชิงหมิงจะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดออกมา จึงเข้าไปคว้ามือนางขึ้นมา “เหยียนหลิ่งอวี๋เคยร่วมมือกับ
กระผมเล่นงานเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ที่สำคัญเขามีความลับสุดยอดกุมไว้ในมือ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยรับปากว่าจะยอมช่วยเหลือ
ครั้งหนึ่งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ไม่ว่าต้องการสิ่งใด เขาจะรับปากทุกเรื่อง ดังนั้นเขาสามารถบอกให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ยกเลิกคำสั่งนี้ เพื่อพวกเราสองคน……”
ให้ยกเลิกคำสั่งนี้เพื่อให้นางและชิงตั๋วได้ครองคู่แทน?
ต้วนชิงหมิงใช้สายตาที่ดูแคลนมองไปยังชิงตั๋ว จนเกือบอดกลั้นเสียงหัวเราะออกมาไม่ไหวแล้ว!