การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 834 ต้วนชิงหมิงมีเจ้าของแล้ว?
ชิงตั๋วยังคงพรํ่าเพ้ออยู่ในภวังค์แห่งความฝัน โดยที่ต้วนชิงหมิงรู้ว่าเรื่องของเขากับนางเป็นไปไม่ได้
นางสะบัดมือเขาออก พลางพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ถ้าหม่อมฉันไม่ตอบตกลงละเจ้าคะ?”
เหอะ เหอะ เหอะ! ช่างน่าขันสิ้นดี! เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตบปากรับคำชิงตั๋วแล้วเป็นมั่นเหมาะว่าจะช่วยทุกอย่าง
ต้วนชิงหมิงจึงชายตามองไปที่ชิงตั๋วที่ไร้เดียงสาและซื่อบื้อถึงเพียงนี้
คำสัญญาเพียงประโยคเดียวอาจหนักแน่นดั่งภูผา แต่ก็เป็นดั่งสายลมที่มิอาจจับต้องได้ สำหรับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
แล้ว ใต้หล้าสำคัญมากที่สุด จิตใจคนง่ายต่อการเพิกเฉยที่สุดเช่นกัน ดังนั้นแม้จะให้คำสัญญา แต่ก็เป็นเพียงลมปากที่จับ
ต้องไม่ได้เท่านั้นเอง
ทว่าชิงตั๋วที่ไร้เดียงสาผู้นี้คิดว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องรักษาคำพูดที่ให้ไว้ โดยยึดมั่นว่าเขาได้กุมความลับที่ยิ่งใหญ่
ของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเอาไว้ อย่างนั้นสิ่งที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องทำเป็นอันดับแรก คือการกำจัดคนที่ล่วงรู้ความลับของเขา
เป็นอันดับแรก เห็นทีชิงตั๋วกำลังเล่นกับราชสีห์อยู่ หากเผลอเมื่อไหร่คงต้องกลายเป็นเหยื่ออันโอชะโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว น่า
ขันสิ้นดีที่ชิงตั๋วปกติเป็นคนฉลาดเฉลียว นึกไม่ถึงว่าจะหลงเชื่อคำสัญญาของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปได้
ต่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยทำตามที่ชิงตั๋วปรารถนาจริง โดยให้ครองคู่กับต้วนชิงหมิง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่านาง
จะตอบตกลง
ต้วนชิงหมิงส่ายหัวไปมาพร้อมกับเสียดสีชิงตั๋วกลับไป “ขอบพระทัยองค์ชายสาม หม่อมฉันเห็นว่าองค์ชาย
คำนวณผิดพลาดไปเรื่องหนึ่ง หม่อมฉันยินดีที่จะเป็นสนมตำแหน่งเช่อเฟยขององค์ชายใหญ่ ดีกว่าต้องระหกระเหินไปอยู่
แคว้นอื่นที่ห่างไกล โดยไม่รู้ว่าจะได้เป็นสนมเอกเมื่อใด!”
สีหน้าจองชิงตั๋วชะงักงันจนถอดสีไปเลย
มือที่ถือราชโองการอยู่นั้นกำจนเห็นเส้นเลือดขึ้นปูน ดูท่าเขาคงจะโมโหโกรธาเป็นที่สุด
เขาพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาใจเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ยอมช่วยจำกัดศัตรูอันดับหนึ่งอย่างเหยียนหลิ่งรุ่ย เขานึกมา
โดยตลอดว่าจะขอต้วนชิงหมิงมาเป็นภรรยา แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเมื่อได้รับอิสรภาพอีกครั้ง สิ่งแรกที่ทำ
คือให้ฝั่าบาทพระราชทานงานสมรสให้ต้วนชิงหมิงเป็นสนมเช่อเฟย!
โชคยังดีที่ราชโองการอยู่ในมือของเขา จะประกาศวันนี้หรือเมื่อไหร่ ไม่มีผู้ใดมาบังคับได้ ดังนั้นเขาจึงมาถามเพื่อ
อยากรู้ว่าต้วนชิงหมิงเต็มใจไปกับเขาไหม!
นึกไม่ถึงว่าต้วนชิงหมิงกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย… นางมิยอมเป็นสนมเอกขององค์ชายแคว้นอื่น
นางยังคงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง
ในเวลานี้ หัวใจของชิงตั๋วราวกับมีไฟสุมทรวง เผามอดไหม้ทุกสิ่งให้พินาศ เขาคว้ามือต้วนชิงหมิงดึงออกไปข้าง
นอก
ต้วนชิงหมิงพยายามสะบัดออกด้วยความตกใจ “องค์ชายสามจะทำอะไร ปล่อยมือหม่อมฉันเดี๋ยวนี้!”
ชิงตั๋วหันหน้ากลับไปมองด้วยดวงตาที่แดงกํ่าทั้งสองข้าง “ข้าจะพาเจ้าไปหาองค์ชายใหญ่!”
นางตกใจที่เห็นชิงตั๋วเลือดขึ้นหน้าขึ้นตา จึงขืนขัดถอยหลังไปสองก้าว “หม่อมฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
เขาจึงใช้สายตาที่ดุดันจ้องเขม็ง “เจ้าเต็มใจแต่งกับองค์ชายใหญ่ใช่ไหม?”
“แต่งหรือไม่แต่งเป็นเรื่องของหม่อมฉัน ประกาศราชโองการหรือไม่เป็นเรื่องของท่าน องค์ชายสามทำหน้าที่
ประกาศราชโองการให้ดี ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องเอามาเป็นธุระ!” นางตอบ
ทันใดนั้น ชิงตั๋วเลือดขึ้นหน้าดึงมือนางเดินต่อไปโดยไม่สนใจ “วันนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์พูดอะไรทั้งนั้น จะอยากไปหรือไม่
นั้น เจ้าก็ต้องไปกับข้าอยู่ดี!”
ต้วนชิงหมิงพยายามสะบัดมือดิ้นให้หลุด แต่กลับสู้แรงของชิงตั๋วไม่ได้ ทั้งสองคนดึงกันไปดึงกันมาจนเดินมาถึง
หน้าประตูห้องโถงรับรอง
ด้านต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนได้แต่มองด้วยความห่วงใยและตระหนกตกใจเป็นที่สุด จึงรีบเข้าไปห้ามปราม “ปล่อย
มือนะ ใต้เท้าจะพาบุตรสาวของกระผมไปไหน?”
ชิงตั๋วจ้องด้วยสายตาดุดันแข็งกร้าว ทั้งกล่าวอย่างฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด “ข้าจะพาบุตรสาวของเจ้ากระโดดเข้าไป
ในกองเพลิง!”
ต้วนเจิ้งเข้าไปจับแขนของชิงตั๋วเอาไว้เพื่อให้ปล่อยต้วนชิงหมิง แต่ทั้งสองก็ดึงนางยึกยักกันไปมา จนต้วนชิงหมิง
ถลำตัวไปซ้ายทีขวาที
ตู้ชิงหรวนที่เห็นดังนั้นก็พูดอย่างไม่พอใจ “เจ้าจะดึงแขนบุตรสาวทำไม?”
หลังสิ้นเสียงนางก็เดินเข้าไปคว้ามือหวังแย่งต้วนชิงหมิงกลับมา ทว่าชิงตั๋วกำลังจะจัดการตู้ชิงหรวน ต้วนชิงหมิง
ได้ตะโกนดังลั่นสุดเสียงออกมา “อย่าทำอะไรท่านแม่เด็ดขาด… ท่านแม่กำลังตั้งท้อง!!!”
บุรุษทั้งสองคนที่ยื้อยุดฉุดกระชากกลับนิ่งชะงักลง ต้วนชิงหมิงจึงอาศัยโอกาสดิ้นจนหลุดมือ เข้าไปประคองตู้ชิงห
รวน “ท่านแม่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?”
ต้วนเจิ้งได้ยินว่าตู้ชิงหรวนตั้งท้องจึงรีบถามอย่างยินดี “หมิงเอ๋อร์เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?”
ตู้ชิงหรวนหน้าแดงกํ่าขึ้นมาและประคับประคองให้ยืนตรงตามปกติ ก่อนตอบต้วนชิงหมิง “แม่ไม่เป็นไร!”
นางยกมือลูบแขนต้วนชิงหมิงที่เป็นรอยแดงจากการฉุดไปฉุดมา จากนั้นถามอย่างปวดใจ “ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?
เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?”
“ไม่มีเลย ลูกไม่เป็นอะไรทั้งนั้นท่านแม่” นางรีบดึงแขนเสื้อบังแขน
จากนั้นต้วนชิงหมิงประคองตู้ชิงหรวนขึ้นไปนั่งเก้าอี้ด้านหลัง ก่อนหันไปเอ่ยอย่างเย็นชา “องค์ชายสามมี
ราชโองการอะไรจะประกาศก็รีบเสียเถอะ ประกาศแล้วก็จะได้เชิญกลับไป!”
ชิงตั๋วไม่นึกไม่ฝันว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเป็นเช่นนี้ไปได้ เขาอยากช่วยนาง แต่สุดท้ายกลับล่วงเกินนางโดยไม่
ได้ตั้งใจ`
เขาเห็นสายตาแข็งทื่อระคนความเย็นชาของนางจ้องมา เลยพูดขึ้นว่า “ชิงหมิง ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง!”
นางหันหลังกลับไปไม่สนใจแยแสสิ่งที่เขาเอ่ยขึ้นมาแม้แต่น้อย
เรื่องบางเรื่องให้มันจบลงอยู่ตรงนี้เสียดีกว่า พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์หาแก่นสารไม่ได้ บัดนี้ต้วนชิงหมิงไม่มีกระ
จิตกระใจจะมาพูดคุยกับเขาอีกแล้ว
ชิงตั๋วจึงกำมือราชโองการในมือสั่นระรัว และเตรียมเปิดออกประกาศเนื้อความด้านใน
ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนต่างมองไปที่ต้วนชิงหมิงอย่างกังวลใจ… หากราชโองการถูกประกาศออกมาแล้ว ฐานะของ
นางจะเปลี่ยนไปนับจากนี้ จนมิอาจย้อนกลับมาเป็นดั่งเดิมได้อีกต่อไป
ตู้ชิงหรวนได้แต่ก้มหน้าถอนหายใจ “เห้อ! ถ้ารู้อย่างนี้จะรีบหาบุรุษแต่งงานกับชิงหมิง ให้รู้แล้วรู้รอดไปก่อนเสียก็
ดี”
ต้วนเจิ้งได้ฟังจึงคิดบางอย่างออกทันใด “ใต้เท้าช้าก่อน… ราชโองการนี้ประกาศมิได้!”
“ทำไมจะประกาศมิได้เล่า?” ชิงตั๋วงุนงง
“ราชโองการในมือของใต้เท้าคือพระราชทานสมรสใช่ไหม? ที่ยกนางให้เป็นสนมเช่อเฟยขององค์ชายใหญ่?”
ชิงตั๋วพยักหน้าแทนคำตอบด้วยความงุนงงขึ้นไปกว่าเดิมอีก
เขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาต้วนชิงหมิงมีคู่หมั้นหมายไว้แล้ว แล้วทำไมจะประกาษราชโองการไม่ได้?
ต้วนเจิ้งจึงยืดอกตอบอย่างภาคภูมิ “เห้อ! เรื่องนี้ต้องโทษกระผมที่ความจำไม่ดี หลงๆ ลืมๆ ไป… ตอนที่ฝั่าบาท
จะเตรียมพระราชทานงานสมรส ไม่ได้แจ้งให้ทราบเรื่องมาก่อนเลย ตอนนี้กระผมนึกออกแล้วว่าชิงหมิงได้หมั้นหมายกับ
บุรุษไว้ตั้งนานแล้ว……”
พอชิงตั๋วได้ยินได้ฟังถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
อะไรนะ?
ต้วนชิงหมิงหมั้นหมายกับบุรุษคนไหน?
ทำไมเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน?
แต่ดูๆ แล้ว เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงใช่ไหม?
ตอนนี้เหยียนหลิ่งอวี๋เป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่มีใครรู้ ฉะนั้นเรื่องนี้คงเป็นเพียงข้ออ้างที่สร้างขึ้นกํ็าเท่านั้น!
เป็นที่รู้ว่างานแต่งงานหมั้นหมายไม่ใช่ว่าจะเออออห่อหมกอยู่ฝั่ายเดียว จำต้องตรวจสอบให้แน่ชัดทั้งสองฝั่าย ใน
ตอนนี้ต้วนเจิ้งกลับใช้ข้ออ้างนี้ยื้อเวลา ไม่เพียงชิงตั๋วเท่านั้น แม้แต่ตู้ชิงหรวนก็คาดคิดไม่ถึงมาก่อน
ด้านต้วนชิงหมิงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาพูดอะไรไม่ออก… มีหรือที่นางจะไม่รู้ความจริง?
“คู่หมั้นหมาย” ที่ต้วนเจิ้งพูดถึง นั่นก็คือ “ไปั๋หย่วนฮ่าว” นี่เอง
ครั้งก่อนที่ไปั๋หย่วนฮ่าวมาที่เมืองหลวง และต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง แต่สำหรับเรื่องการถอนหมั้นนั้น เขายืน
กรานไม่ยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด
บัดนี้ต้วนเจิ้งนำเรื่องเก่าขึ้นมาพูด หรือว่าชะตาชีวิตของนางจะต้องกลับเป็นเหมือนชาติที่แล้ว โดยแต่งงานกับที่
จวนไปั๋และอยู่ในนรกที่เปรียบดั่งฝันร้าย?
เมื่อต้วนชิงหมิงรำลึกถึงเรื่องราวในชาติที่แล้ว ในใจของนางพลันเปียมด้วยความทุกข์ระทมใจ!
ชิงตั๋วหันกลับมองด้วยตาเลิกลั่ก “ใต้เท้าต้วน รู้หรือไม่ เรื่องแบบนี้จะพูดเล่นมิได้เป็นอันขาด!”
ชั่วพริบตาเดียว หัวใจของชิงตั๋วกลับทุกข์ทรมานอย่างบอกไม่ถูก ต้วนชิงหมิงมีคู่หมั้นหมาย อย่างนั้นไม่จำเป็น
ต้องไปเป็นสนมเช่อเฟยของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอีกแล้ว แต่ว่าไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด เพราะหากต้วนชิงหมิงประกาศหมั้น
หมายกับใครแล้ว ย่อมยากจะยกเลิกได้!
ต้วนชิงหมิงเองก็รู้เหตุผลข้อนี้ดี นางจึงหันไปมองต้วนเจิ้งด้วยใบหน้าทุกข์ระทม
ต้วนเจิ้งได้แต่ถอนหายใจด้วยรู้ว่าต้วนชิงหมิงไม่ชอบและรังเกียจไปั๋หย่วนฮ่าวเป็นอย่างมาก
ตอนนี้การบีบให้ต้วนชิงหมิงต้องยอมรับการหมั้นหมายกับไปั๋หย่วนฮ่าว เป็นเรื่องที่ยากลำบากใจของบุตรสาวยิ่ง
นัก
แต่การแต่งกับไปั๋หย่วนฮ่าวไม่ดีตรงไหน ต้วนชิงหมิงแต่งไปก็จะเป็นภรรยาเอกของจวนไปั๋ ย่อมดีกว่าในต้อง
เข้าไปหึงหวงแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลวง ที่มีแต่สตรีที่ยอมทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งความรักจากบุรุษ หากไม่
ระวังทุกฝีก้าวอาจต้องจบชีวิตลงได้ทุกเมื่อ
ต้วนเจิ้งเอ็นดูและรักใคร่บุตรสาวคนนี้เป็นที่สุด ย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางเดินไปสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย
รอบตัว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนเจิ้งได้หันไปพูดกับชิงตั๋ว “บุตรสาวได้หมั้นหมาย ตอนที่ท่านแม่ของนางยังมีชีวิตอยู่!”
ชิงตั๋วได้เห็นสายตาที่จริงจังก็ไม่รู้ว่าจะมีความสุขหรือทุกข์ใจ… ดูจากท่าทางของต้วนเจิ้งแล้ว ไม่เหมือนกำลัง
โกหก ไม่แน่ว่าต้วนชิงหมิงอาจมีคู่หมั้นหมายไว้แล้วจริงๆ