การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 835 ว่าที่สามีของต้วนชิงหมิง
ชิงตั๋วชะงักงันไปชั่วขณะ “ไม่รู้ว่าให้ต้วนชิงหมิงจะแต่งกับคุณชายท่านไหนหรือ?”
ดูจากหน้าตาและความสามารถของต้วนชิงหมิง ไม่รู้ว่าต้วนเจิ้งจะยกนางให้แต่งกับบุรุษคนไหนในเมืองหลวง ชิง
ตั๋วจึงรู้สึกไม่ค่อยจะพออกพอใจมากนัก
ถ้าชิงตั๋วได้เป็นว่าที่คู่หมั้นหมายของต้วนชิงหมิง เขาจะไม่มีทางสนใจพระราชโองการที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเอามาใช้
บีบบังคับ แต่เลือกจะลุกขึ้นยืนปกปั้องผู้หญิงของเขา
แต่ว่าเขาไม่ใช่ว่าที่คู่หมั้นหมายต่างหาก
ชิงตั๋วพูดออกมาเสียงเบาโดยมีนัยยะแฝงไว้ “ใต้เท้าต้วน เรื่องนี้มองว่าใหญ่ก็ใหญ่ มองว่าเล็กก็เล็ก หวังว่าใต้เท้าต้
วนคิดให้ชัดเจนก่อนแล้วค่อยพูดออกมา”
ต้วนเจิ้งจึงหันกลับไปตอบ “บุตรสาวได้มีคู่หมั้นหมายตั้งแต่เยาว์วัยแล้ว……”
ต้วนชิงหมิงค่อยๆ หลับตาลงเชื่องช้าราวกับไม่อยากฟังต่อไปอีก ฝันร้ายในชาติที่แล้ว ได้ปรากฏขึ้นมาในมโนภาพ
จนนางต้องข่มจิตข่มใจยังยั้งเอาไว้
เพราะถ้าต้วนเจิ้งเอ่ยชื่อไปั๋หย่วนฮ่าวออกมา ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงงานพระราชทานสมรสครั้งนี้ไปได้
แต่การหลอกลวงราชวงศ์และฝั่าบาทถือว่าเป็นโทษหนักที่ไม่มีใครสามารถรับได้ทั้งนั้น
ทางด้านตู้ชิงหรวนได้ยื่นมือออกไปกุมมือของต้วนชิงหมิง
ตั้งแต่ที่นางแต่งงานเข้ามาในจวนต้วน ยังไม่เคยได้ทราบเรื่องที่ต้วนชิงหมิงมีว่าที่คู่หมั้นหมาย สำหรับความคิด
เห็นที่ต้วนชิงหมิงมีต่อว่าที่คู่หมั้นหมาย พูดได้ว่าไม่ได้มีความรู้สึกปฏิพัทธ์แม้แต่น้อย ในเวลานี้นางดูเหมือนจะสิ้นหวัง มือ
เย็นเฉียบทำเอาตู้ชิงหรวนไม่รู้จะพูดอะไร!
ชิงตั๋วจ้องมองมาที่ต้วนเจิ้ง ราวกับตั้งหน้าตั้งตารอชื่อที่เขากำลังจะเฉลยออกมา!
ต้วนเจิ้งค่อยๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้า “อันที่จริงบุตรสาว……”
ในเวลานี้เสียงดังกังวานดังขึ้นมาจากข้างนอก เป็นเสียงที่ทรงพลังและเด็ดเดี่ยว “คุณหนูจวนต้วน ได้หมั้นหมาย
กับข้ามาตั้งนานแล้ว”
เสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นมาจนคนในห้องต่างอึ้งกันไปทั่ว
ต้วนชิงหมิงหันมองไปข้างนอกด้วยความแปลกใจ
สายตาของตู้ชิงหรวนก็ปรากฏความตระหนกออกมาเช่นกัน
แต่คนที่ตื่นตกใจมากที่สุดเห็นจะเป็นต้วนเจิ้งที่กำลังจะพูดชื่อของ “จวนไปั๋” ออกมา
พอได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ต้วนเจิ้งแอบงุนงงไปชั่วขณะ
แม้กระทั่งคนที่ไม่แสดงออกทางสีหน้าอย่างชิงตั๋วก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัด
ในมือของชิงตั๋วถือราชโองการกำแน่นไว้ในมือ ด้วยสีหน้าซีดเซียว แววตาเผยความตระหนก คาดคิดไม่ถึง รวมถึง
โมโหเดือดาลระคนผสมปนเปกันไปหมด
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้สึกว่าเสียงที่พูดมาจากด้านหลังนั้นคุ้นเคยเป็นที่สุด ที่แท้ก็เป็นพี่น้องคนสายเลือดเดียวกัน
นี่เอง
ภายใต้แสงที่ส่องเข้ามาในห้องโถงรับรอง ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หน้าประตู เห็นบุรุษหนุ่มอายุราวยี่สิบปีเดินเข้า
มาด้านในพร้อมกับสายลมในพัดแรงละทุเข้ามา
เขาก้าวย่างเดินเข้ามาว่องไวปราดเปรียวราวกับสายลม และท่าทางที่เต็มไปด้วยมาดที่เหี้ยมโหดและเด็ดเดี่ยว
บุรุษคนนั้นเป็นว่าที่ผู้นำของแคว้นถ่าถู่ นามว่า “อ๋าวฮั่น”
อ๋าวฮั่นเดินเข้ามาข้างในเห็นต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนก็ทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งสอง “หลานอ๋าวฮั่น คารวะท่านลุง
คารวะท่านปั้า!”
ต้วนเจิ้งในฐานะเจ้าของจวนก็รีบต้อนรับขับสู้ ด้วยนํ้าเสียงที่อ่อย “หลานไม่ต้องมากพิธี!”
ตู้ชิงหรวนที่หายใจไม่ทั่วท้องได้เอ่ยเสียงเบาว่า “หลานมาจากแดนไกลคงลำบากไม่น้อย!”
อ๋าวฮั่นพยักหน้ารับ จากนั้นสอดส่ายสายตาไปที่สตรีน้อยที่ยืนข้างกายต้วนเจิ้ง
ในเวลานี้ ต้วนชิงหมิงอายุได้สิบสองสิบสามปีแล้ว ใบหน้าของนางจึงดูได้สัดได้ส่วนงดงามไปเสียหมด แววตาเป็น
ประกายเปล่งแสงออกมา
อ๋าวฮั่นที่จ้องมองการแต่งกายของนางก็รับรู้ได้ทันที ว่านางแตกต่างจากสตรีบุตรสาวขุนนางโดยทั่วไป เพียงมอง
แค่ปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่านางไม่ธรรมดา
ต้วนชิงหมิงปรายตามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งบังเอิญสบเข้ากับสายตาอ๋าวฮั่นที่มองมาโดยมิได้ตั้งใจ
ตอนนี้ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ขอแค่มาช่วยเหลือนางได้ก็เพียงพอแล้ว
ก่อนที่เขาจะมาที่นี่ ได้รับการไหว้วานจากคนคนนั้นให้เข้ามาช่วยเหลือสตรีคนหนึ่ง
สตรีในสายตาของอ๋าวฮั่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวขุนนางหรือบุตรสาวตระกูลเศรษฐี สำหรับเขาแล้วล้วนเป็น
เพียงของเล่นและเป็นเพียงคนที่ต้องให้กำเนิดทายาทแก่เขาเท่านั้นเอง
สำหรับเขา สตรีเป็นเพียงของเล่นแก้เหงา และเครื่องระบายอารมณ์ผลิตทายาทให้เขาเท่านั้นเอง!
ด้วยสติปัญญาอันเฉียบแหลมของเขา ไม่เคยให้ค่าให้เวลากับคนที่ไม่คู่ควร ดังนั้นหากต้องให้คนอย่างเขามาเสีย
เวลากับ “ของเล่น” พวกนี้ นับว่าเป็นการดูถูกดูแคลนในสติปัญญาของเขา
แต่กระนั้น อ๋าวฮั่นได้เดิมพันกับคนคนนั้นเอาไว้ ว่าหากได้พบสตรีผู้นี้และเห็นว่าคุ้มค่าก็จงช่วยนางเสีย แต่ถ้าไม่
คุ้มค่าก็ไม่ต้องแยแส และถือว่าคำสัญญาที่มีให้ต่อกันยังคงมีผลอยู่
การเดิมพันในครั้งนี้ทำให้อ่าวฮั่นกระหายใคร่รู้จนต้องมาดูให้เห็นกับตา สายตาคู่นั้นของเขาเผยให้เห็นความโหด
เหี้ยมและเด็ดเดี่ยวที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย
อ๋าวฮั่นกำลังรอคอยอยู่
เขารอให้ต้วนชิงหมิงเกิดความหวาดกลัว เขารอให้ต้วนชิงหมิงตระหนกตกใจ เขารอให้ต้วนชิงหมิงเข้ามาวิงวอน
ขอร้องให้เขาช่วยเหลือ
แต่ความหวังของเขากลับพังไม่เป็นท่า!
ต้วนชิงหมิงเอาแต่ปรายตามองโดยไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น!
สายตาของนางความหมายว่าอย่างไรกันแน่?
สายตาที่เปล่งประกายดั่งจันทรา ส่องแสงกระทบผิวนํ้าในทะเลสาบที่เรียบนิ่ง สะท้อนภาพทุกสรรพสิ่งที่อยู่เหนือ
มันให้เห็นเด่นชัด
สายตาของนางมองมาที่เขา โดยเป็นเหมือนนํ้าในทะเลสาบที่นิ่งเรียบ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวสงบราบเรียบ
อ๋าวฮั่นหัวเราะด้วยความชอบใจ เดินเข้าไปเบื้องหน้านาง แล้วหยิบปินประจำตัวออกมา “นี่เป็นปินประจำตัวที่
เจ้ามอบข้าในวันนั้นยังจำได้ไหม?”
ต้วนชิงหมิงหัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
นั่นเป็นปินประจำตัวที่นางมอบให้เหยียนหลิ่งอวี๋นี่หน่า… ในครั้งก่อน ตอนที่นางและเหยียนหลิ่งอวี๋ประสบกับ
อันตรายจนสลบไสล ต้วนชิงหมิงได้หยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมา โดยหวังว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะไม่ต้องฝันร้ายและหวาดกลัวอีก
ในตอนนั้น ต้วนชิงหมิงไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงนำปินประจำตัวใส่ไว้ในมือเหยียนหลิ่งอวี๋ ต่อมาทั้งสองคนได้รับ
การช่วยเหลือจนรอดปลอดภัย ต้วนชิงหมิงได้ลืมหยิบปินนั้นกลับมาด้วย นึกไม่ถึงว่าอ๋าวฮั่นจะใช้ปินนี้ในเหตุการณ์ที่
คับขันเช่นนี้!
อ๋าวฮั่นเห็นต้วนชิงหมิงพยักหน้าด้วยความพอใจยิ่ง จึงหันมองชิงตั๋วและหลุดหัวเราะออกมา “น้องสาม ไม่เจอกัน
หลายปี เป็นอย่างไรบ้าง?”
รอยยิ้มในเสียงหัวเราะของเขา ช่างเยือกเย็นราวกับหิมะนํ้าแข็ง ที่ทิ่มแทงจนชิงตั๋วสั่นสะเทิ้มไปทั้งตัว
จนกระทั่งชิงตั๋วต้องยกมือขึ้นบังสายตาของอ๋าวฮั่น แต่ดูเหมือนจะไร้ผล
อ๋าวฮั่นแสยะยิ้มพลางคว้าไปหยิบราชโองการที่อยู่ในมือของชิงตั๋วมาเปิดดู “น้องสามมาที่จวนผู้หญิงของพี่มีอะไร
หรือเปล่า ถ้าจะมาประกาศราชโองการละก็จงหยุดความคิดนั้นซะ… เอาเถอะ พี่ยังไม่เคยเห็นราชโองการของแคว้นต้าเซี่
ยมาก่อน ไหนขอเปิดดูหน่อยแล้วกัน!”
แม้ชิงตั๋วพูดอย่างเกรงใจ ทว่าการกระทำของเขากันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาหยิบราชโองการในมือชิงตั๋วมาเปิด
ออกดู… อั๊ยย่ะ! ราชโองการที่เขียนด้วยกระดาษหนาขาดเสียแล้ว โดยที่ยังไม่เห็นเนื้อความด้านในเลย!
อ๋าวฮั่นจึงรีบพับราชโองการให้กลับอยู่ในสภาพเดิม พร้อมกับขอโทษ “พี่ไม่รู้ว่ากระดาษนี่จะห่วยขนาดนี้ เทียบ
กับกระดาษหนังสัตว์ของพวกเราไม่ได้เลย… เจ้าดูเอาแล้วกัน พี่ยังไม่ทันได้ออกแรงสักนิด ราชโองการก็ขาดเสียแล้ว!”
แม้ว่าจะพูดขอโทษขอโพยออกมา แต่สายตาของเขาไม่ได้เผยให้เห็นความรู้สึกผิดออกมา ราวกับว่าราชโองการ
เป็นเหมือนกระดาษของเล่นเด็กน้อย ที่ขาดแล้วก็ขาดไป โดยไม่คิดรับผิดชอบและรู้สึกผิดแต่อย่างใด
ชิงตั๋วมองราชโองการที่อยู่ในมือด้วยสายตาเดือดดาล และพูดออกมาด้วยความขัดเคือง “ท่านพี่ตั้งใจ… ตั้งใจจะ
ทำให้มันเป็นแบบนี้!”
ถึงแม้อ๋าวฮั่นจะตั้งใจทำแบบนั้น แต่ปัญหาคือชิงตั๋วที่รู้ทั้งรู้ กลับคิดหาทางปั้องกันไว้ไม่ทัน
อ๋าวฮั่นแสดงสีหน้าสงวนท่าทีจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จนชิงตั๋วได้แต่มองอย่างจนปัญญา