การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 836 พี่น้อง
ในใต้หล้าแห่งนี้มักจะมีคนอย่างนั้นเสมอ ไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจ ไม่จำเป็นต้องแสดงบารมีเลย เป็นเพราะว่า
ขอเพียงเขายืนอยู่ตรงนั้น ก็ถือเป็นการแสดงอำนาจแล้ว ถือเป็นบารมีแล้ว เป็นความน่าเกรงขามเบ็ดเสร็จที่ทำให้เจ้าไม่มี
ทางมองข้ามได้!
บางครั้งคนเราก็โมโหร้าย ไม่จำเป็นต้องประกาศ ไม่จำเป็นต้องข่มขู่ ขอเพียงเขาพูดแล้วทำจริงก็พอ…
และอ๋าวฮั่นคนนี้ แต่ไหนแต่ไรก็เป็นคนพูดจริงทำจริงอยู่แล้ว!
อ๋าวฮั่นตบบ่าชิงตั๋ว ใช้นํ้าเสียงที่คุ้นเคยกล่าวว่า “น้องสาม พี่ไปที่ต้าเซี่ยไม่บ่อย ดังนั้น พี่จึงไม่ค่อยเข้าใจหลายสิ่ง
ของต้าเซี่ย จะไปเหมือนน้องสามได้อย่างไร เหมือนขุนนางของต้าเซี่ยตั้งแต่ศีรษะจดเท้า…หึหึ น้องสาม ดูท่าแล้ว เจ้า
คงจะว่างนะ ต้องชี้แนะพี่สักหน่อยสิ!”
ชิงตั๋วพยายามเจียดรอยยิ้มฝืนทนออกมา ขณะที่เขามองอ๋าวฮั่น ก็อยากจะตอบกลับมาก แต่กลับพูดไม่ออกสัก
คำ!
อ๋าวฮั่นกลับไม่สนใจชิงตั๋วอีก เขาโบกมือไปนอกโถง พร้อมบอกว่า “ยกเข้ามา!”
หีบจำนวนนับไม่ถ้วนถูกหามเข้ามาในโถงหลัก นำมาวางตรงหน้าต้วนเจิ้ง หลังจากหีบเหล่านั้นถูกเปิดแล้ว ก็นำ
มาวางตรงหน้าต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนทั้งหมด
ต้วนเจิ้งกับตู้ชิงหรวนมองแวบหนึ่งก็ตะตะลึงแล้ว……เพราะในกรงเหล่านั้น นอกจากสินสอดตามปกติ ก็มีเครื่อง
ประดับทองคำ สินค้าลํ้าค่านอกแคว้น แล้วยังมีผ้าไหมผ้าแพรด้วย มีครบทุกอย่าง
ต้วนเจิ้งมองอ๋าวฮั่นแวบหนึ่ง แล้วถามอย่างค่อนข้างตกใจว่า “หลานชาย… ของพวกนี้?”
อ๋าวฮั่นกะพริบตา แล้วตอบว่า “ของพวกนี้ล้วนเป็นสินสอดของชิงหมิง…วันนี้ หลานมาไกล ก็เพื่อจะส่งมอบ
สินสอดด้วยตัวเอง!”
พอต้วนเจิ้งได้ฟังก็โซเซเล็กน้อย ถึงขนาดว่าคำพูดคำจาไม่ชัดเจนแล้ว “อะไร……นะ?หลานบอกว่ามาส่งมอบ
สินสอด?”
ไม่รู้ว่าเป็นองค์ชายโผล่มาจากแคว้นไหน ดูท่าทางแล้วยังเป็นพี่ชายของชิงตั๋วอีกด้วย เขาบอกว่ามาไกล ก็เพื่อจะ
ส่งมอบสินสอดเท่าไรนั้นหรือ?
ไม่ใช่เพียงต้วนเจิ้งที่ตกใจ แม้แต่ชิงตั๋วก็ตกใจจนพูดไม่ออกเช่นกัน!
อ๋าวฮั่นมอบสินสอด?อีกทั้งเปั้าหมายก็ยังเป็นต้วนชิงหมิงด้วย?เขาไม่รู้ว่าต้วนชิงหมิงไปรู้จักกับอ๋าวฮั่นผู้นี้ตั้งแต่
เมื่อไร?
ตู้ชิงหรวนเป็นสตรีเหมือนกันย่อมรู้ใจต้วนชิงหมิงที่สุด ตอนที่อ๋าวฮั่นเดินไปทางต้วนชิงหมิง ในดวงตานางก็เผย
ความรู้สึกผ่อนคลายจนมิอาจละสายตาได้
เมื่อเห็นต้วนเจิ้งตกตะลึงขนาดนี้ ต้วนชิงหมิงก็เดินเข้าไป รับสินสอดที่บ่าวรับใช้ของอ๋าวฮั่นใช้สองมือยื่นให้ แล้วก
ล่าวอย่างสุภาพเรียบร้อยว่า “ท่านพ่อ ท่านได้โปรดรับไว้เถิดเจ้าค่ะ!”
ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิง แล้วพยักหน้าอย่างลนลานเล็กน้อย “ได้……อย่างนั้นของพวกนี้ลุงจะรับไว้!”
ตอนนี้ ชิงตั๋วที่อยู่อีกข้างตะโกนอย่างเดือดดาล ก้าวขึ้นมาข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไร “ทำเช่นนั้นไม่ได้!”
ทุกคนตะลึงค้าง มีเพียงอ๋าวฮั่นที่สองมือกอดอก ไปยืนอยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง แล้วถามชิงตั๋วว่า “ทำไมล่ะ?ข้าจะ
แต่งงานรับนางเป็นพระชายาเอกเข้าวัง น้องสามไม่พอใจหรือ?”
ชิงตั๋วข่มอารมณ์จนหน้าแดง เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า “ท่านพี่ เรื่องนี้จะมาล้อเล่นไม่ได้นะ!”
อ๋าวฮั่นเลิกคิ้ว แล้วถามว่า “ชิงตั๋ว เจ้าเห็นท่าทางพี่เหมือนกำลังล้อเล่นหรือ?”
ชิงตั๋วกลอกตามอง นอกจากสินสอดแล้ว บ่าวคนนั้นก็ยื่นกระดาษแปดอักษรดวงกำเนิดใส่มือต้วนเจิ้ง หลังจากต้
วนเจิ้งมองปราดหนึ่ง ก็บอกใบ้ตู้ชิงหรวน ตู้ชิงหรวนก็นำแปดอักษรดวงกำเนิดของต้วนชิงหมิงออกมาเช่นกัน แล้วยื่นใส่
มือให้ผู้ที่มา!
หลังจากนับสินสอดเรียบร้อย แลกใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นกันเสร็จ ตอนนี้จวนต้วนก็รับสินสอดไว้แล้ว เช่นนั้นต้วน
ชิงหมิงก็กลายเป็นพระชายาเอกของอ๋าวฮั่นอย่างเป็นทางการแล้ว!
ชิงตั๋วได้แต่มองนางตาปริบๆ และมองอ๋าวฮั่นจนลูกตาแทบถลนออกมา ในดวงตาราวกับจะมีเลือดหยดออกมา
แล้ว!
นึกไม่ถึงเลย ว่านี่จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด……ราชโองการขาดแล้ว ไม่มีทางประกาศได้อีกแล้ว ผู้ที่ประกาศ
ราชโองการอย่างเขาก็ได้แต่มองอ๋าวฮั่นกับต้วนชิงหมิงกำหนดเรื่องราวทุกอย่างอยู่ตรงหน้าโดยทำอะไรไม่ได้!
รสชาติในใจของชิงตั๋ว มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ เขายกมือขึ้น มองอ๋าวฮั่นพร้อมบอกว่า “ท่านพี่ใหญ่…
ราชโองการของฝั่าบาทแคว้นต้าเซี่ยมิอาจถูกทำลายได้ง่ายๆ สำหรับเรื่องนี้ ข้าอยากให้ท่านพี่ตามน้องไปให้คำชี้แจงกับ
ฝั่าบาทแคว้นต้าเซี่ย!”
อ๋าวฮั่นพลันหลุดขำ “ต่อให้น้องสามไม่บอก พี่ก็ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อให้มาเยี่ยมเยียนและจะขอเข้าพบฝั่าบาท
แคว้นต้าเซี่ยอยู่พอดี… แล้วก็……”
อ๋าวฮั่นมองต้วนชิงหมิงปราดหนึ่งด้วยสายตาที่สื่อความหมายลํ้าลึก แล้วบอกว่า “ว่าที่พระชายาเอกของพี่อยู่ที่นี่
ถึงอย่างไรก็ต้องให้ฝั่าบาทแคว้นต้าเซี่ยรู้เรื่องนี้ เพราะไม่อย่างนั้น ครั้งหน้าหากหมาแมวตัวไหนกระโดดออกมาบอกว่าจะ
แต่งงานกับพระชายาเอกของพี่ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้”
สีหน้ามั่นใจในความถูกต้องของอ๋าวฮั่นทำให้ชิงตั๋วมีสีหน้ายํ่าแย่กว่าเดิม แต่นางกลับต้องอดทนไว้ ไม่พูดอะไรสัก
คำ!
อ๋าวฮั่นตบบ่าชิงตั๋วอีก พร้อมกล่าวเหน็บแนมว่า “เหอะๆ น้องสาม เจ้าดูชุดเครื่องแบบต้าเซี่ยของเจ้าสิ ดูแล้วเจ้า
เหมือนขุนนางของต้าเซี่ยมากขึ้นไปทุกที ดูท่าแล้ว ความคิดของเสด็จพ่อจะถูกต้องแล้ว ให้เจ้าฝึกฝนอยู่ที่ต้าเซี่ยหลายปี
เมื่อถึงตอนนั้น เราก็จะกลายเป็นคนต้าเซี่ยขนานแท้ได้แล้ว!”
กลายเป็นคนต้าเซี่ยขนานแท้?อ๋าวฮั่นพูดเช่นนี้หมายความว่าอะไร?
ชิงตั๋วกัดฟันแล้วยื่นมือให้อ๋าวฮั่น “ท่านพี่ เชิญเถอะ!”
อ๋าวฮั่นกลับทำความเคารพต่อต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นก็ทักทายต้วนชิงหมิง แล้วเดินตาม
ชิงตั๋วไป!
ขณะมองชายหนุ่มที่ร้อนแรงเหมือนเมฆสีเพลิงเดินออกจากห้องโถงรับรองไปแล้ว ตู้ชิงหรวนถึงได้ถอนหายใจด้วย
ความโล่งอก`
ต้วนเจิ้งนำใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นวางในฝั่ามือของตู้ชิงหรวน แล้วบอกว่า “ไม่ได้ ข้าต้องตามไปดูสักหน่อย!”
ต้วนชิงหมิงยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าต้วนเจิ้งกำลังจะไป จู่ๆ นางก็ก้าวมาข้างหน้า แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “หวัง
ว่าท่านพ่ออย่าได้กังวลไป… ของแทนใจนี้ องค์ชายสามได้ไปจากมือลูกจริงๆ”
แค่แอบให้?ไม่ใช่แลกกัน?
อีกทั้งองค์ชายสามก็ไม่ใช่องค์ชายใหญ่ด้วย?
ตอนนี้ ต้วนเจิ้งอึ้งเล็กน้อย เหมือนพูดไม่ออกแล้ว!
เมื่อตู้ชิงหรวนเห็นก็พอจะเดาได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร นางก้าวเข้าไปหา แล้วรีบบอกต้วนชิงหมิงว่า “หมิงเอ๋อร์
เจ้ารีบพูดกับท่านพ่อให้ชัดเจน!”
ต้วนชิงหมิงแข็งใจตอบว่า “เรียนท่านพ่อ เป็นเหยียนหลิ่งอวี๋!”
องค์ชายสามเหยียนหลิ่งอวี๋?
ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิง ขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่พูดอะไร
ตู้ชิงหรวนกลับดีใจมาก เหยียนหลิ่งอวี๋มีท่าทีอย่างไรต่อต้วนชิงหมิง ทุกอย่างอยู่ในสายตานางหมดแล้ว ตอนนี้เมื่อ
ได้ยินต้วนชิงหมิงยอมรับด้วยตัวเอง ในใจตู้ชิงหรวนก็เริ่มเบิกบานสุขสันต์ นางรีบกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เหยียน… องค์
ชายสามนั่น ข้าชอบ!”
ต้วนเจิ้งมองตู้ชิงหรวนอย่างเคร่งขรึมปราดหนึ่ง กำลังสื่อว่าไม่ให้อีกฝั่ายพูดแทรก!ตู้ชิงหรวนจึงเดินห่างออกไป
อย่างชาญฉลาด โดยปิดปากเงียบไม่เอ่ยคำใดต่อ!
เพราะถึงอย่างไร หากเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ แล้วใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นที่อ๋าวฮั่นยื่นให้เมื่อครู่นี้เป็นของใครล่ะ?หาก
เป็นของอ๋าวฮั่น เช่นนั้น ชื่อเสียงของต้วนชิงหมิงจะไม่เสื่อมเสียหรอกหรือ?เพราะปินปักผมที่ต้วนชิงหมิงมอบให้เหยียน
หลิ่งอวี๋อยู่ในมืออ๋าวฮั่น ตอนนี้ได้ชื่อว่าแอบให้และรับของกันโดยไม่เปิดเผย เช่นนี้ไม่ใช่ว่าต้องการตัดสินต้วนชิงหมิง
หรอกหรือ?
ต้วนชิงหมิงถอนหายใจยาว แล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าต้วนเจิ้ง “ลูกไม่ได้แอบให้และรับของกับใครเลย เพียงแต่ใน
ตอนนั้นลูกกับองค์ชายสามเผชิญอันตรายด้วยกัน แล้วปินของลูกก็ตกไปอยู่ในมือองค์ชายสาม เมื่อจบเรื่องนั้นลูกก็ลืมไป
เอากลับมา นึกไม่ถึงว่าเขาจะเก็บมันไว้ตลอด……”
อีกทั้งเขาก็ได้พิสูจน์แล้ว โดยให้องค์ชายแคว้นอื่นที่ชื่ออ๋าวฮั่นนั่นมาช่วยนางไว้!
ในที่สุดตอนนี้ต้วนชิงหมิงก็โล่งอกไปที เพราะเมื่อครู่นี้ หัวใจของนางเหมือนผ่านการกลับชาติมาเกิดใหม่อีกหนึ่ง
ครั้งแล้ว!
สำหรับต้วนชิงหมิง ไม่ว่าจะเป็นไปั๋หย่วนฮ่าวสามีที่นางแต่งงานด้วยในชาติที่แล้ว หรือจะแต่งงานกับองค์ชายเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ยในชาติปัจจุบันนี้ ก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ต้วนชิงหมิงต้องการ เพราะนางตัดสินใจแน่วแน่มาตั้งแต่แรกแล้วว่าจะไม่
เอาใครมาเป็นคู่ครองทั้งนั้น
สิ่งเหล่านี้ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ถือเป็นฝันร้ายในชาติที่แล้วของต้วนชิงหมิง แม้จะได้กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง แต่
นางก็ไม่มีทางหวนกลับไปได้ ทุกครั้งที่นึกถึงก็จะเห็นเพลิงเปลวไฟมอดไหม้เต็มท้องนภาจนแดงไปทั่ว ทั้งยังมีเด็กน้อยผู้
บริสุทธิ์สองคนที่ต้องสิ้นชีวิตด้วย เรื่องเหล่านี้ต้วนชิงหมิงไม่อยากให้อภัย และนางก็ไม่เคยให้อภัยผู้ที่ไม่สมควรได้รับการ
อภัย!
คนคนหนึ่งหากมีโทษมหันต์ เจ้าจะนำอะไรมาให้อีกฝั่ายยกโทษให้ล่ะ?
ส่วนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยผู้นี้ ก็คือมารผจญที่ตัวใหญ่ที่สุดในชาตินี้ของต้วนชิงหมิง การแต่งงานกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เท่ากับก้าวเข้าไปเดินซํ้ารอย ตามเรื่องราวในชาติที่แล้ว……ไม่สิ มันน่ากลัวกว่าการเดินซํ้ารอยในชาติที่แล้วเสียอีก!
ในความเป็นจริง เหยียนหลิ่งเจวี๋ยนั่นเป็นคนอย่างไร ในใจทุกคนล้วนรู้ชัด ไม่ใช่คนดีหรือที่พักพิงของสตรีคนไหน
แน่นอน
และต้วนชิงหมิงที่ผ่านการกลับชาติมาเกิดใหม่มาแล้วอีกหนึ่งครั้ง ได้ตัดสินใจแน่วแน่มาตลอดว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อ
ตัวเองและเพื่อครอบครัว จะไม่ให้เรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด!
บุตรสาวคนนี้ที่เริ่มเติบโตขึ้นทีละนิด ต้วนเจิ้งพบว่าเขาเริ่มมองนางไม่กระจ่างและเหมือนไม่เข้าใจความคิดของ
นางแล้ว แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่ต้วนชิงหมิงต้องการ เขาก็ทำได้เพียงช่วยให้สมปรารถนา
อันที่จริงแล้ว เมื่อได้เห็นบุตรสาวของตนมีความสุข ในฐานะคนเป็นพ่อแม่จะมีอะไรที่น่าภาคภูมิใจกว่านี้อีก?
ดังนั้นต้วนเจิ้งจึงยินดีมาก เพียงต้องการให้บุตรสาวมีความสุขเท่านั้นเอง!
ในตอนนี้ เห็นเงาร่างผอมแห้งของต้วนชิงหมิงคุกเข่าอยู่บนพื้น สันหลังยืดตรง ก้มศีรษะเล็กน้อย มีบางสิ่งที่เรียก
ว่าความเจ็บปวดไหลออกมาจากตัวของนาง……ดูท่าแล้ว หากตัวเขาไม่ช่วยให้สมปรารถนา บุตรสาวคงจะคุกเข่าโดยไม่
ยอมลุกจริงๆ!
ต้วนเจิ้งมองต้วนชิงหมิงแวบหนึ่ง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะประคองนางขึ้น แล้วก็ตบบ่านางอย่างเบามือ พร้อม
กล่าวด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน “เช่นนั้น ตามความเห็นของชิงหมิง ใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นแผ่นนี้ เป็นของเหยียนหลิ่งอวี๋หรือ
เป็นขององค์ชายใหญ่ท่านนั้น?”
หากเป็นของหยียนหลิ่งอวี๋ เช่นนั้นสิ่งที่ต้วนชิงหมิงบอกก็เป็นความจริงแล้ว แต่หากเป็นอ๋าวฮั่นจริงๆ เขาจะส่ง
บุตรสาวคนนี้ให้แต่งงานไปอยู่ที่ทะเลทรายอันแสนไกลนั่นจริงๆ หรือ?
บุตรสาวที่ตัวเองรักที่สุดกำลังจะหมั้นหมาย ใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นนี้ก็เปลี่ยนแล้วเช่นกัน
ในตอนนี้ เขากลับไม่รู้ว่าได้รับหมั้นอีกฝั่ายไหนกันแน่ สิ่งนี้ทำให้ต้วนเจิ้งกระวนกระวายและรู้สึกผิดอยู่บ้าง!
ต้วนชิงหมิงกัดริมฝีปากอย่างลำบากใจเช่นกัน แต่กลับไม่พูดอะไร
ใบบันทึกวันเกิดคู่หมั้นที่ฝั่ายชายให้มา ฝั่ายหญิงไม่อาจเปิดดูส่งเดชได้ ตอนนี้แม้ต้วนเจิ้งจะไม่ถือสาเรื่องนี้ แต่ใน
ใจต้วนชิงหมิงยังรู้สึกอับอายอยู่บ้าง!