การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 839 องค์หญิงกับจวิ้นจู่
บรรดาขุนนางที่เสแสร้งยกย่องตัวว่าสูงศักดิ์ ต่างมองต้วนเจิ้งด้วยสายตาที่ร้อนผ่าวๆ ด้วยความอิจฉา
คราวนี้แหละ พวกเขาต้องรีบกลับไปนำบุตรสาวแต่งเนื้อแต่งตัวให้งดงามหยาดเยิ้ม จะได้ส่งให้องค์ชายอ๋าวฮั่น
เผื่อบุตรสาวจะได้มีชื่อแต่งตั้งเป็นองค์หญิงแคว้นต้าเซี่ยและจะได้เป็นสตรีของอ๋าวฮั่น
ต้วนเจิ้งยืนตะลึงงันอยู่อย่างนั้น โดยที่ลืมขอบพระทัยฝั่าบาทไป
พูดตามความจริงแล้ว ต้วนเจิ้งไม่เคยคาดคิดว่าบุตรสาวของเขา จะได้กลับกลายเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ในชั่วพริบ
ตาเดียว… แม้ต้วนเจิ้งจะมิอาจนั่งเสมอทัดเทียมตำแหน่งเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ แต่ต่อไปเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็คงจะเล่นงาน
บุตรสาวของเขาได้ยากขึ้น!
การแต่งตั้งในครั้งนี้นับว่าสูงเกินความหมายของเขาเป็นอย่างยิ่ง!
ด้านชิงตั๋วที่ยืนอยู่ด้านข้างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้แต่ก้มหน้าก้มตา กำราชโองการในมือไว้จนสั่นไปหมด
จุดนี้เป็นความเฉลียวฉลาดของอ๋าวฮั่น… องค์ชายใหญ่จากแคว้นอื่นย่อมเหมาะสมกับองค์หญิง ดังนั้นเขาจึง
ขอบพระทัยฝั่าบาทที่ยกองค์หญิงเหอซั่วให้เขา
สายตาของชิงตั๋วจ้องอ๋าวฮั่นอย่างเคียดแค้น ด้วยสายตาที่แหลมคมดั่งคันธนู หากสายตานั้นสามารถสังหารคนได้
อ๋าวฮั่นคงไม่มีชีวิตยืนอยู่ในท้องพระโรงอย่างสบายใจจนถึงตอนนี้!
อ๋าวฮั่น..เจ้านี่มัน… ร้ายกาจที่สุด!
เจ้ากับข้าแม้จะมีเสด็จพ่อองค์เดียวกัน แต่เจ้ากลับกดหัวข้ามาโดยตลอด
ไม่ว่าเรื่องไหน ขอเพียงชิงตั๋วปรารถนา อ๋าวฮั่นล้วนแย่งชิงไปอยู่ในมือทั้งสิ้น ทั้งความรักของเสด็จพ่อ ตำแหน่งที่
สูงศักดิ์ จนถึงตอนนี้ยังแย่งสตรีที่เขาหมายปองไปอีกทั้งคน……
ดวงตาทั้งสองข้างของชิงตั๋วพลันแดงกํ่าขึ้นมา จนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ยืนข้างฝั่าบาทถึงกับอ้าปากค้าง
เกิดอะไรขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
อ๋าวฮั่นต้องการแต่งกับบุตรสาวจวนต้วน?
บุตรสาวชั้นตํ่าผู้นั้นที่กลับกลายเป็นองค์หญิงในชั่วพริบตา?
ตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นต้าเซี่ยมา องค์หญิงที่ถูกแต่งตั้งสูงศักดิ์เช่นนี้มีเพียงไม่กี่คน มิหนำซํ้าแคว้นต้าเซี่ยยังไม่เคยให้
องค์หญิงคนไหนแต่งงานกับองค์ชายแคว้นอื่นมาก่อน จึงไม่ต้องคิดเลยว่าการแต่งตั้งองค์หญิงในวันนี้นับว่าเป็นกรณี
พิเศษ
ที่สำคัญต่อให้ต้วนชิงหมิงไม่ได้แต่งงานกับอ๋าวฮั่น ฐานะของนางก็ยังคงเป็นองค์หญิงอยู่ และเหยียนหลิ่งเจวี๋ยใน
ฐานะองค์ชายใหญ่ก็มิอาจรับ “น้องสาว” เป็นสนมเช่อเฟยได้อีกต่อไป!
นั่นหมายความว่า ความคิดของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่อยากได้ต้วนชิงหมิงเป็นสนมเช่อเฟย ได้พังทลายจนหมดสิ้นไป
แล้วนับจากนี้
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหันกลับไปมอง คนที่นั่งอยู่ด้านหลังฉากกั้นลม ที่มีอำนาจทั้งสองคนผู้สามารถกำหนดชีวิตของต้
วนชิงหมิงและอ๋าวฮั่นผู้จองหองคนนี้ได้!
ผลที่เสด็จพ่อตัดสินออกมาเช่นนี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่มีทางยอมรับได้
เขาหันมองคนที่อยู่ด้านหลังฉากกั้นลมก่อน จากนั้นหันมองไปที่ฝั่าบาท พูดด้วยเสียงเเผ่วเบาออกมา “เสด็จพ่อ…
โปรดฟังลูกด้วย……”
จากนั้นฝั่าบาททอดพระเนตรเหยียนหลิ่งเจวี๋ย พร้อมตอบอย่างขึงขัง “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดให้มากความแล้ว เรื่องนี้
ตกลงตามนี้แล้วกัน!”
พอเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ฟังใบหน้าก็พลันเศร้าสร้อยลงทันที
หรือว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว?
ต้วนชิงหมิงที่เขาคอยเพ้อฝันปรารถนาอยากได้ไว้ในครอบครอง ต้องตกไปอยู่ในมือของคนอื่นจริงๆ แล้วหรือ?
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมองไปที่ฉากกั้นลมด้วยดวงตาที่แดงกํ่าขึ้นมา… เขาไม่ยอม ไม่มีทางยอม ไม่มีทางยอมให้ทุก
อย่างเป็นอย่างนี้ไปได้!
ในท้องพระโรงต่างเต็มไปด้วยเสียงแซ่ซ้องยินดี ที่อ๋าวฮั่นจะได้แต่งงานกับองค์หญิงเหอซั่ว เขาจึงรีบหันทำความ
เคารพอย่างเต็มรูปแบบให้กับจักรพรรดิต้าเซี่ย… คำขอบคุณต่างพรั่งพรูออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง ด้วยความดีใจเป็น
ล้นพ้น
ต้วนเจิ้งที่ยืนชะงักด้วยความตกใจจนลืมขอบพระทัยฝั่าบาท จนกระทั่งใต้เท้าฟูั่ที่อยู่ด้านข้างสะกิดถึงได้สติกลับ
มา “หม่อมฉันใต้เท้าต้วน ขอบพระทัยฝั่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
เขาคุกเข่าคำนับหัวจรดพื้นในในความเมตตาของฝั่าบาทที่มีให้
ทุกคนในท้องพระโรงต่างจับจ้องด้วยสายตาอิจฉาริษยาในบุญวาสนาของเขาและอ๋าวฮั่น โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะ
มีโชคหล่นโปรยปรายลงจากเบื้องบนมาที่พวกเขาบ้าง
คงมีเพียงเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ยืนเหงื่อออกเต็มตัวไปหมด พร้อมกับสายตาที่เคียดแค้นและเย็นชา มือทั้งสองข้างกำ
ไว้จนแน่น ราวกับพร้อมจะพุ่งใส่หน้าที่ยิ้มอย่างจองหองพองขนของอ๋าวฮั่น
ใช่แล้ว ความเดือดดาลของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้เพิ่มมาจนถึงขีดสุด จนมิอาจอดทนอดกลั้นเอาไว้ได้อีกต่อไป อยาก
จะเดินเข้าไปด้านหลังฉากกั้นลม ทันใดนั้นเสียงคนด้านหลังฉากกั้นลมได้ดังขึ้นมา
เสียงนั้นเป็นเสียงของสตรีคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเหี้ยมโหด “หวงเอ๋อร์ แค่สตรีคนเดียวเท่านั้นเอง
แผนการของเราสำคัญกว่า!”
แผนการสำคัญกว่า
แววตาของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเผยแสงแห่งความชั่วร้ายออกมา… ใช่แล้ว แผนการที่วางไว้สำคัญกว่า แต่ดูแล้ว
อำนาจจะอยู่ในมือของคนอื่น เขาจึงสาบานกับตัวเองว่า หากได้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จจะต้องทำลายงานสมรสให้พังพินาศ
จะต้องให้บุตรสาวตระกูลต้วนอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ จะต้องให้นางมาเป็นของเขา จะต้อง……
ในความคิดของเขามีแต่ความต้องการที่จะแย่งต้วนชิงหมิงให้กลับมาให้ได้… ไม่ว่าจะต้องเหยียบหัวใครก็ตาม
หรือต้องบาดเจ็บรวดร้าว เขาไม่มีทางยอมให้อ๋าวฮั่นดีกว่าไปได้
ต้วนชิงหมิงเป็นของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!
ภายใต้ฉากกั้นลมได้มีเสียงค่อนข้างสูงวัยดังขึ้นอย่างดุดัน “เจวี๋ยเอ๋อร์ เจ้าต้องเข้าใจเรื่องหนึ่ง ความสัมพันธ์
ระหว่างสองแคว้นก็เป็นเช่นนี้แหละ ถ้าเรื่องเหล่านี้ยังจัดการได้ไม่ดี อย่างนั้นอัยเจีย[1]จะวางใจมอบใต้หล้าไว้ในมือของ
เจ้าได้อย่างไร?”
“เจวี๋ยเอ๋อร์รับทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เขาตอบอย่างมุ่งมั่น
หลังจากนั้นเสียงจากฉากกั้นลมด้านหลังก็เงียบกริบลงไป
ในท้องพระโรงที่เสียงเต็มไปด้วยความยินดี จนไม่มีใครทันสังเกตบทสนทนาเสียงแผ่วเบาของเขา เหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยพยายามดึงสติกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด เขามองไปที่อ๋าวฮั่นกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “เช่นนั้น ยินดีกับองค์ชายอ๋าว
ฮั่นด้วย!”
อ๋าวฮั่นที่มีความสุขได้ตอบเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับไปว่า “ขอบใจองค์ชายใหญ่มาก คิดไม่ถึงว่าการมาต้าเซี่ยในครั้งนี้
จะได้รับของขวัญชิ้นใหญ่เกินความคาดหมาย… ดูท่าเสด็จพ่อตรัสได้ถูกต้อง ที่ข้าควรมาที่นี่ตั้งนานแล้ว……”
จากนั้นเขาก็หัวเราะชอบใจเสียงดังออกมา บัดนี้ไม่มีขุนนางในท้องพระโรงคนไหน กล้ามองเขาเป็นคนที่ไม่เฉลียว
ฉลาด… ดูจากการเปิดราชโองการจนขาด แย่งวางสินสอดตัดหน้าองค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ย และการได้ว่าที่ภรรยาที่เพิ่ง
ได้ตำแหน่งองค์หญิงมาหมาดๆ … เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ไม่รู้ว่าองค์ชายใหญ่แคว้นอื่นที่ทำตัวยิ่งใหญ่ จะซ่อนแผนการ
ชั่วร้ายใดไว้ในใจบ้าง
แผนการชั่วร้ายนั้นไม่รู้ว่าจะสามารถทำให้ใต้หล้าเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน!
คนประเภทนี้ หากต้องมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตคงยากจะรับมือ หากมาเป็นสหายที่ดีต่อกันคงให้ความช่วยเหลือได้ไม่
น้อยทีเดียว
องค์ชายที่โดเด่นอย่างอ๋าวฮั่น สามารถทำให้เหล่าขุนนางยอมสยบอยู่ใต้อาณัติ และพร้อมขึ้นยืนในตำแหน่งสูงสุด
ของคนใต้หล้า คนประเภทนี้ที่ไม่แสดงจุดอ่อนออกมาให้รู้เลย นับว่าเป็นบุคคลที่น่าอันตรายยิ่งนัก!
คงมีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่เป็นผู้นำแห่งทุ่งหญ้าได้ เพราะมีทั้งความโหดร้าย ปั่าเถื่อนและเด็ดเดี่ยว
พออ๋าวฮั่นได้รับคำชื่นชมยินดีจากเหล่าขุนนางทำให้เขายิ้มแย้มจนลืมเนื้อลืมตัว
เหอะ เหอะ เหอะ! การเดิมพันครั้งนี้ เขาเป็นผู้ชนะอีกแล้ว
เขาไม่เพียงสามารถฉีกราชโองการโดยไร้ความผิด และช่วยให้ต้วนชิงหมิงเปลี่ยนฐานะเป็น “องค์หญิง” จนเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ยอะไรนางไม่ได้อีก นับจากนี้ต่อไป หากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังกล้าคิดไม่ดีไม่ร้ายกับนางอีก ตำแหน่งสูงสุดของ
แคว้นต้าเซี่ยและใต้หล้าที่เขาปรารถนา ก็อย่าได้คิดได้ฝันมันอีกเลย!
ไม่สิ ต่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมิต้องการตำแหน่งสูงสุดในใต้หล้า แต่คนที่คอยหนุนและปกปั้องอยู่เบื้องหลัง ไม่มีทาง
ยอมให้เขาเลิกล้มความปรารถนานี้ไปโดยง่ายแน่นอน
หากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องเลือกระหว่างใต้หล้าและหญิงงามอย่างเดียว คนที่คอยอยู่สนับสนุนอยู่เบื้องหลังไม่มีทาง
ยอมให้เขาเลือกหญิงงามก่อน ตามด้วยใต้หล้ามาทีหลัง!
เนื่องจากบรรพบุรุษหลายต่อหลายรุ่นที่สืบทอดอำนาจกันลงมา ไม่มีทางยอมให้ความรักความใคร่เข้าครอบงำปิด
หูปิดตา จนสิ่งที่เดิมพันไว้ด้วยชีวิตต้องพบกับความพ่ายแพ้
เพราะว่ามิอาจพ่ายแพ้ได้ พวกเขาจึงไม่มีทางยอมให้เรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้น หากเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็จะไม่
ลังเลที่จะกำจัดอันตรายนั้นให้พ้นทาง!
ด้วยเหตุนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ฉลาดเฉลียวมากพอจะเลือกเดินในเส้นทางที่อยู่ในแผนการต่อไป ไม่มีทางหันหลัง
กลับหรือหยุดลงเพื่อใครคนเดียว
รอให้ทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขาเสียก่อน อำนาจและการกำหนดชะตาชีวิตของทุกคนจะอยู่ในมือของเขา ถึง
ตอนนั้นต้องการสิ่งใดล้วนเนรมิตได้ดั่งใจปรารถนาทั้งสิ้น
ทุกอย่างในตอนนี้รอเพียงแค่ถึงเวลาที่สุกงอม แม้อาจถูกมองข้ามหรือไม่เป็นที่ยอมรับในสายตาของใคร แต่ต้อง
อาศัยความอดทนอดกลั้นเอาไว้เท่านั้น
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ต้วนชิงหมิงและเหยียนหลิ่งอวี๋คงฉกฉวยโอกาสตัดหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ในการกำจัด
ขวางหนามอุปสรรคที่ขวางนางพวกเขาทั้งพ้นทางไป
เฉกเช่นเดียวกับการวางหมากในกระดาน ต้องมีทั้งผู้ลงหมากและตัวหมากที่ใช้เดิน สุดท้ายจะมีเพียงผู้ลงหมาก
คนเดียวเท่านั้น ที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของทุกคนให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการได้
[1] อัยเจีย เป็นสรรพนามที่ไทเฮาใช้เรียกแทนตนเอง