การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 838 เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเดือดดาล
ทางด้านเหยียนหลิ่งเจวี๋ยชะงักจนพูดไม่ออก ในตอนนี้คนที่ยืนข้างต้วนเจิ้งคือเสนาบดีกรมข้าราชการพลเรือน เขา
ได้พูดอย่างเยือกเย็นออกมา “ใต้เท้าต้วนโชคดีเหลือเกิน บุตรสาวจะได้เป็นสนมเช่อเฟยขององค์ชายใหญ่แล้ว ตอนนี้
กลับจะได้ไปแต่งกับองค์ชายใหญ่แคว้นอื่น… ยินดีกับใต้เท้าต้วนด้วย”
ต้วนเจิ้งได้ฟังก็กะพริบตาปริบๆ “ใต้เท้าฟูั่พูดอะไรของท่านเนี่ย บุตรสาวของกระผมจะไปเป็นสนมเช่อเฟยของ
ใคร… ใต้เท้าฟูั่คงจำผิดแล้วกระมัง กระผมมีบุตรสาวสองคน บุตรสาวคนโตเพิ่งจะถึงวัยหมั้นหมาย องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น
เพิ่งนำสินสอดมาให้วันนี้ แล้วจะเป็นสนมเช่อเฟยให้องค์ชายใหญ่ได้อย่างไรกัน… ใต้เท้าฟูั่ต่อไปจะพูดอะไรระวังคำพูด
ด้วย หากคนอื่นได้ยินเข้าว่าบุตรสาวของกระผมหมั้นหมายกับบุรุษถึงสองคนจะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้”
ฟูั่เซิงได้ยินที่ต้วนเจิ้งพูดใบหน้าพลันแดงกํ่า ตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “ใต้เท้าต้วนพูดอะไรกันเนี่ย บุตรสาวคนโต
ของท่านจะแต่งงานเป็นเจิ้งเฟย[1]ขององค์ชายอ๋าวฮั่น? แต่… วันนี้ฝั่าบาทมีราชโองการพระราชทานให้บุตรสาวคนโต
ของท่านแต่งกับ……”
ฟูั่เซิงเหลือบมองเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ก่อนจะพูดเสียงแข็งออกมาเย้ยหยันต้วนเจิ้ง “หรือว่าวันนี้ใต้เม้าต้วนไม่ได้รับ
ราชโองการอย่างนั้นหรือ?”
ต้วนเจิ้งส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ “ราชโองการอะไรกัน กระผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย มีเพียงใต้เท้าชิงตั๋วที่มาที่จวนของ
กระผมเพื่อรอพบบุตรสาวของกระผมกลับจวน แต่เมื่อบุตรสาวกลับมา สินสอดทั้งหลายขององค์ชายอ๋าวฮั่นก็ตามหลัง
มาพอดี จนใต้เท้าชิงตั๋วได้นำราชโองการกลับด้วยกระมัง?”
ชิงตั๋วได้ยินที่ต้วนเจิ้งกล่าวลมก็ออกหูทั้งสองข้าง ราชโองการถูกอ๋าวฮั่นดึงจนขาดต่างหากจนมิอาจประกาศออก
มาได้
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจ้องมองอ๋าวฮั่นด้วยแววตาเคียดแค้น ราวกับอยากฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ “องค์ชายอ๋าวฮั่นเพิ่งจะ
มอบสินสอดให้คุณหนูใหญ่จวนต้วน?”
อ๋าวฮั่นตอบอย่างหน้าตาเฉย “ใช่แล้ว กระผมกับคุณหนูใหญ่ต้วนมีใจปฏิพัทธ์ต่อกันมานาน การมาวันนี้เพื่อส่ง
สินสอดคํ้าว่านางต้องเป็นเจิ้งเฟยของกระผม!”
เจิ้งเฟยของอ๋าวฮั่น นั่นเท่ากับว่านางจะเป็นฮองเฮาของเขา?
บัดดลนั้น บรรดาสายตาของขุนนาง ต่างหันมาจ้องที่ต้วนเจิ้งไปด้วยความอิจฉาริษยา!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหรี่ตาลงจ้องไปที่อ๋าวฮั่น “มิทราบว่าองค์ชายอ๋าวฮั่นไปถึงจวนต้วน ได้เจอราชโองการที่ประกาศ
ไปแล้วหรือยัง?”
อ๋าวฮั่นตอบอย่างเมินเฉย “อั๊ยย่ะ พูดถึงเรื่องนี้ต้องขออภัยด้วย… กระผมไปถึงจวนต้วนในวันนี้ได้มอบสินสอด
เป็นหลักประกัน แต่บังเิญได้เจอน้องสามเข้า จึงทักทายและถามนู้นถามนี่ น้องสามบอกมาประกาศราชโองการ ด้วย
ความอยากรู้อยากเห็นว่าราชโองการต้าเซี่ยเป็นเช่นไร จึงคว้ามาเปิดดูไม่คิดว่ากระดาษที่ต้าเซี่ยจะบางและขาดง่ายถึง
เพียงนี้……”
อ๋าวฮั่นแสดงสีหน้าที่รู้สึกผิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขามองไปที่ฝั่าบาทกล่าวอย่างสำนึกผิด “ทูลฝั่าบาท ด้วย
ความอยากรู้หม่อมฉันจึงเปิดแรงไปหน่อย… ทำ… ทำให้ ราชโองการขาดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อะไรนะ? ราชโองการขาดไปแล้ว?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยร้องออกมาเสียงดังลั่นเหมือนแมวที่ถูกเหยียบหาง “เจ้าพูดว่า ราชโองการขาดแล้วหรือ?”
ราชโองการขาดก็จะไม่สามารถประกาศได้ ด้วยเหตุนี้อ๋าวฮั่นจึงมอบสินสอดได้อย่างหน้าชื่นตาบาน ส่วนเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยที่อยากได้ต้วนชิงหมิงมาเป็นสนมเช่อเฟยก็ต้องฝันสลายไปโดยปริยาย
อันที่จริง นางเป็นเพียงสตรีคนหนึ่งเท่านั้น ที่ฐานะไม่ได้สูงศักดิ์อะไรนัก รูปร่างหน้าตาก็สวยงามพอไปวัดไปวาได้
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจึงอยากรับนางเข้าตำหนัก แต่นึกไม่นึกว่ากลับถูกอ๋าวฮั่น แย่งนางไปต่อหน้าต่อตาเฉยๆ
อ๋าวฮั่นยังรีรอให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตอบอะไร เขาเลือกหันไปหาฝั่าบาทที่ได้ทำผิดใหญ่หลวงลงไป “อ๋าวฮั่นทำการ
ด้วยความไม่รอบคอบ ขาดการระมัดระวัง ฝั่าบาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขุนนางในท้องพระโรง ต่างมองหน้ากันไปมาโดยไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใด!
เป็นที่รู้ว่า หากราษฎรของต้าเซี่ยบังอาจกระทำการที่ขัดราชโองการ ต้องมีโทษถึงชีวิตสถานเดียว แต่อ๋าวฮั่นผู้นี้
เป็นถึงองค์ชายใหญ่แคว้นอื่น ได้ยอมรับผิดในการกระทำที่มิได้มีเจตนา โดยการเปิดราชโองการออกดูด้วยความใคร่รู้ แต่
ด้วยแรงดึงที่ออกมากเกินไปทำให้ราชโองการขาดไปแล้ว
การกระทำเช่นนี้มิได้มาจากเจตนา หากต้องรับโทษเกรงว่าจะสร้างความบาดหมางให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสอง
แคว้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ อ๋าวฮั่นมายอมรับต่อหน้าพระพักตร์ถึงท้องพระโรง ที่มีเหล่าขุนนางต่างมองดู ด้วยเหตุนี้จะให้ฝั่า
บาทลงโทษได้อย่างไรกัน
ไม่เพียงห้ามลงโทษเท่านั้น ยังต้องปลอบขวัญและให้อภัยอย่างเลี่ยงไม่ได้!
ฝั่าบาทมองไปอ๋าวฮั่น พลางแย้มโอษฐ์ยิ้มขึ้น “หากไม่ได้มีเจตนากระทำ ย่อมไม่มีความผิดแต่ประการใด!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยแอบชำเลืองมองเสด็จพ่ออย่างไม่ค่อยพอใจ ด้วยรู้ว่าตอนนี้เสด็จพ่อกำลังเข้าข้างและปกปั้องคน
ทำผิดมหันต์อยู่
ในเมื่อฝั่าบาทไม่ถือสาเอาความ ทว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับมิอาจยอมรับได้
เขากัดฟันกรอดๆ แววตาแดงกํ่า ก่อนเอ่ยถามขึ้นมา “องค์ชายอ๋าวฮั่นรู้หรือไม่ว่า นั่นเป็นราชโองการเกี่ยวกับ
เรื่องใด?”
อ๋าวฮั่นเบิกตาโตมองอย่างไม่ประสีประสา “กระผมยังไม่ทันได้อ่านเนื้อความด้านใน……” `
ทันใดนั้น สายตาของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นดั่งเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง เหมือนจะเผาอ๋าวฮั่นที่ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ให้แหลก
เป็นจุน ทว่าอ๋าวฮั่นกลับพูดต่อด้วยสีหน้าอมยิ้ม “กระผมรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไม่ได้อ่านเนื้อความในราชโองการ
แต่ดูจากท่าทางขององค์ชายใหญ่แล้ว กระผมคงอยากรับนางเป็นสนมคนหนึ่งใช่หรือไม่?”
ระหว่างที่ที่อ๋าวฮั่นพูดไปถามไปได้แสดงสีหน้าที่สร้อยเศร้าออกมา “อั๊ยย่ะ หากเป็นเช่นที่กระผมกล่าวมา อย่างไร
ก็ต้องขออภัยองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นอย่างมาก ที่มิอาจให้ต้วนชิงหมิงเป็นสนมขององค์ชายได้แล้ว……”
อ๋าวฮั่นยังคงพูดต่อด้วยท่าทางไม่รีบไม่ร้อน จากนั้นมองไปที่จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย ยกมือประสานแสดงความ
เคารพอย่างนอบน้อม “ทูลฝั่าบาท อ๋าวฮั่นกระทำความผิดไปแล้ว เห็นลวดลายราชโองการที่งดงามมิควรใคร่รู้อยากเปิด
อ่านจนทำให้ราชโองการที่บอบบางขาดเสียหาย… บัดนี้ อ๋าวฮั่นสำนึกผิดไปแล้ว ฝั่าบาทโปรดลงโทษตามสมควร และขอ
ให้ฝั่าบาทช่วยออกราชโองการฉบับใหม่พระราชทานยกชิงหมิงให้กับกระผม เพื่อสานความฝันของนางให้เป็นจริง ส่วน
เสด็จพ่อของหม่อมฉันทราบความตั้งใจที่ฝั่าบาทแห่งต้าเซี่ยพระราชทานว่าที่พระชายาเอกให้ ต้องดีพระราชหฤทัยอย่าง
แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ……”
อ๋าวฮั่นกล่าวไปพลาง ยกมือประสานขอร้องด้วยความจริงใจและหนักแน่น กระทั่งเหล่าขุนนางต่างส่งเสียงพูดคุย
กันอย่างแผ่วเบา
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ยืนบนตำแหน่งที่สูงกว่า เอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน “องค์ชายอ๋าวฮั่น เรื่องราชโองการฉบับใหม่
นั้น……”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่มีทางปล่อยให้ความปรารถนาของอ๋าวฮั่นเป็นจริงขึ้นมาได้… เชอะ! สตรีที่เขาอุตส่าห์หมาย
ปองไว้นานแล้ว มีหรือที่จะปล่อยให้องค์ชายแคว้นอื่นมาปาดเอาไปได้ หนำซํ้ายังให้ตำแหน่งที่สูงกว่าเขาอีกด้วย
ไม่… ไม่มีทาง เขาไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่นอน!
เมื่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกำลังจะอ้าปากพูดออกมา ฝั่าบาทที่นั่งเป็นประธานได้ตรัสเสียงเรียบนิ่ง “องค์ชายอ๋าวฮั่นมิ
ต้องกระทำเช่นนั้นหรอก… ราชโองการขาดไปแล้วก็ปล่อยให้ขาดไป จะให้เขียนขึ้นมาใหม่ก็ไร้ความหมายไปแล้ว!”
หลังสิ้นเสียงฝั่าบาทลง เหยียนหลิ่งเจวี๋ยแสดงสายตาและท่าทางที่ได้ใจออกมา
ดูท่าแล้ว ความปรารถนาของอ๋าวฮั่นต้องมลายหายไปในอากาศ… สตรีที่คนอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยผู้นี้ต้องการ ต่อ
ให้ต้องเหยียบใครจมธรณีก็ไม่หวั่นไหวหวาดกลัวทั้งนั้น!
แต่ดูเหมือนอ๋าวฮั่นจะไม่แยแสสายตาของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยสักนิดเดียว เขากลับทูลถามฝั่าบาทขึ้น “อย่างนั้น
ความประสงค์ของฝั่าบาทคือ ตำแหน่งพระชายาเอกของต้วนชิงหมิงถือว่าเป็นโมฆะหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
จากนั้นเขาได้เผยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ทูลต่อไปว่า “อย่างนั้นก็ไม่เป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสีย สตรีที่หม่อมฉันปฏิ
พัทธ์อย่างต้วนชิงหมิง ไม่ว่านางจะอยู่ในฐานะใด ยากดีมีจนย่อมไม่ผลต่ออะไรต่อหม่อมฉันทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
ถึงแม้อ๋าวฮั่นจะทูลว่าไม่เป็นอะไรทั้งนั้น แต่สายตาในส่วนลึกของเขากลับมีความผิดหวังเผยออกมา
จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยแย้มสวรลอย่างถูกพระทัย “องค์ชายอ๋าวฮั่นเข้าใจผิดแล้ว ความหมายของเจิ้น[2]คือ
ราชโองการฉบับเก่าขาดไปแล้วก็ไม่เป็นไร เจิ้นจะออกราชโองการใหม่แต่งตั้งบุตรสาวภรรยาเอกจวนต้วนเป็นองค์หญิง
เหอซั่ว……”
สิ้นเสียงตรัสของฝั่าบาทแล้ว เหล่าขุนนางต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า!
บุตรสาวของขุนนางระดับธรรมดาได้ก้าวกระโดเป็นถึง “องค์หญิง” แห่งต้าเซี่ยในชั่วพริบตา ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้
ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์……
เหล่าขุนนางและบรรดาองครักษ์ต่างจับจ้องไปที่ต้วนเจิ้ง ด้วยสายตาอิจฉาริษยาในบุญวาสนาบุตรสาวของเขา
หลังจากต้วนเจิ้งไม่ได้เป็นท่านแม่ทัพแล้วก็ใช้ชีวิตธรรมดาไม่ได้สร้างผลงานมากมายนัก แต่คราวนี้เหมือนส้มหล่น
ได้รับทั้งเกียรติและชื่อเสียงอย่างคาดไม่ถึง!
บรรดาขุนนางในท้องพระโรงต่างคิดไปในทางเดียวกัน นั่นก็คือหลังจากกลับจวนแล้ว จะให้บุตรสาวของพวกนาง
ชำระล้างกาย แต่งเนื้อแต่งตัวให้งดงามหยาดเยิ้มที่สุด จากนั้นส่งไปให้อ๋าวฮั่น เพื่ออาจจะได้ส้มหล่นเหมือนต้วนเจิ้งบ้าง
ตำแหน่งฮองเฮาแคว้นอื่น พร้อมกับเป็นองค์หญิงแห่งต้าเซี่ยไปพร้อมกัม ฐานะเช่นนี้ ความสูงศักดิ์เช่นนี้ มีหรือที่
ใครจะไม่อยากได้มาครอบครอง
เอาแค่เกียรติยศและฐานะที่สูงศักดิ์ ก็เพียงพอให้ทุกสายตาต่างจับจ้องด้วยความอิจฉาริษยาแล้ว!
[1] เจิ้งเฟย คือ ตำแหน่งพระชายาเอก
[2] เจิ้น สรรพนามบุรุษที่หนึ่งที่จักรพรรดิหรือฝั่าบาทเรียกแทนตนเอง