การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 845 มาก่อนได้ก่อน
ต้วนชิงหมิงเห็นสายตาของแม่นมทั้งสามคนก็อดหัวเราะไม่ได้ “ข้าดูเหมือนคนที่จะหิวเหมือนท่านแม่ติงโหรวอ
ย่างนั้นเหรอ… แม่นมจางประเดี๋ยวช่วยเตรียมของว่างไว้ที่รถม้าให้ทีแล้วกัน!”
“ห๊ะ” แม่นมจางตาเบิกโต แม่นมหลินขยี้ตา ส่วนแม่นมหนิงได้แต่ถอนหายใจ “เอาล่ะ วันนี้เป็นวันดีขององค์
หญิง… หากฮูหยินติงโหรวรับรู้ย่อมต้องคุ้มครององค์หญิงให้ปลอดภัยเจ้าค่ะ”
เมื่อเรื่องต้วนชิงหมิงถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิงแพร่ออกไป คนจวนติงต่างรีบมาแสดงความยินดี และแม่นมหนิงที่
อาการปั่วยหายดีแล้วก็ตอบรับเหล่าไท่จวินจวนติงให้กลับมา
แม่นมหนิง แม่นมจางและแม่นมหลินถือเป็นหัวหน้าแม่นม โดยมีอายุประมาณสี่สิบกว่าปีแล้ว อีกทั้งยังมีหัวหน้า
บ่าวใช้อีกสองคน และบ่าวใช้ระดับสองอีกสี่คน
แม่นมจางและแม่นมหลินเคยเป็นแมานมของติงโหรวมาก่อน ที่สำคัญพวกนางเคยอาศัยอยู่ในวังหลวงมาก่อน
เพราะมีเพียงคนที่ออกมาจากวังหลวง ถึงจะรู้กฏระเบียบต่างๆ ที่นั่น ดังนั้นเหล่าไท่จวินตระกูลติงเห็นจวนต้วนมี
เรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น จึงเรียกให้แม่นมทั้งสองรีบมาช่วยต้วนชิงหมิง
หัวหน้าแม่นมทั้งสองและบ่าวใช้ขั้นสองสี่คน ได้ช่วยต้วนชิงหมิงแต่งเนื้อแต่งตัว จนเยวี่ยเจียและชิวหนิงต้องอึ้งจน
ตาค้าง
ตอนนี้ มีหัวหน้าบ่าวใช้เพิ่มอีกสองคนชื่อว่า “ฝูโซ่ว” และ “ฝูอัน” โดยชื่อนี้เหล่าไท่จวินตระกูลติงได้ตั้งให้ เพราะ
ว่าฐานะของต้วนชิงหมิงเปลี่ยนเป็นองค์หญิงแล้ว ชื่อของบ่าวใช้ข้างกายก็ควรเปลี่ยนตามไปด้วย ส่วนบ่าวใช้ขั้นสองก็ตั้ง
ชื่อว่า “ซิ่วจู” “อวี้จู” “เหลียนจู” และ “หมิงจู”
บ่าวใช้ทั้งหมดล้วนถูกอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีจากเหล่าไท่จวินจวนติง ตอนนี้พวกนางได้ยืนเรียงรายทั้งเตรียม
ชุด เตรียมของแต่งหน้า ยกนํ้าชามาให้ จนชิวหนิงและคนอื่นๆ ไม่มีที่ยืนในห้อง
เยวี่ยเจียกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ หันไปพูดกับชิวหนิง “จบเห่แล้ว พี่ชิวหนิง ดูสิพวกนางมายืนจนพวกเรา
ไม่มีที่ยืนแล้ว!”
ชิวหนิงหัวเราะออกมา ลูบไปที่มือเยวี่ยเจีย “พวกนางเป็นบ่าวใช้ที่ถูกฝึกฝนเป็นอย่างดี เพื่อมารับใช้คุณหนู ย่อม
มีความสามารถมากกว่าพวกเราเป็นไหนๆ”
“แต่… แต่ว่า……”
ชิวหนิงเห็นท่าทางที่โมโหของเยวี่ยเจียก็อดขำไม่ได้ “อีกอย่างนะ คุณหนูของพวกเรานิสัยยังไง เจ้ายังไม่รู้ใจอีก
หรือ? หลังจากที่เจ้ามาได้รับความโปรดปรานมาแล้ว คุณหนูก็ยังปฏิบัติกับพี่เซี่ยฉ่าวเอ๋อร์เหมือนเดิมมิใช่หรือ?”
เยวี่ยเจียกลืนนํ้าเฮือกใหญ่ ชี้ไปที่บ่าวใช้ขั้นสองทั้งสี่คน “แต่ว่า… แต่ว่า… พวกนางหน้าตาสะสวยกว่าพวกเรา”
ฝูโซ่วและฝูอันรูปร่างและหน้าตาของพวกนางดูเหมือนคุณหนูสูงศักดิ์ แม้แต่ต้วนอวี้หรานก็เทียบไม่ติดเลย ส่วน
บ่าวใช้ขั้นสอง หน้าตาสมส่วน รูปร่างได้ทรวดทรง มายืนรับใช้เบียดอยู่ในห้อง ทำให้เยวี่ยเจียที่ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องรูปร่าง
และหน้าตาเริ่มน้อยเนื้อตํ่าใจขึ้นมา
เมื่อเยวี่ยเจียเล่าจบลงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาที่ยับยู่ยี่ด้วยความสร้อยเศร้า จนกระทั่งชิวหนิงอดหัวเราะออกมา
ไม่ได้
ต้วนชิงหมิงที่ปกติไม่ชอบการแต่งหน้าที่ผลัดแปั้งหนา นางชอบแต่งหน้าบางๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่เวลานี้
บ่าวใช้จากจวนติงแต่ละคนปรากฏตัวขึ้นมา ด้วยหน้าตาที่สะสวยจนเยวี่ยเจียทนยืนดูอยู่แทบไม่ไหว!
เมื่อเห็นชิวหนิงยังคงหัวเราะชอบใจ เยวี่ยเจียก็กระทืบเท้าตึงตังเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปข้างนอก จนบังเอิญ
ไปชนเข้ากับหน้าอกที่กำยำเข้า
ด้วยความรีบร้อนทำให้จมูกของนางเจ็บจนนํ้าหูนํ้าตาไหลออกมาเป็นสาย
นางรีบยกมือขึ้นลูบจมูก และพูดด้วยความไม่พอใจ “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ทำไมกระดูกถึงได้แข็งแบบนี้… เดินมา
ชนข้าจนเจ็บไปหมดแล้วรู้หรือเปล่า?”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นที่ข้างหู นางจึงรีบเงยหน้าขึ้นเห็นบุรุษในชุดสีแดง ใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องเป็น
ยองใย คนนั้นก็คืออ๋าวฮั่นนี่เอง!
พอเยวี่ยเจียเห็นว่าคนที่ชนเป็นอ๋าวฮั่นก็รีบถลึงตาโต “หม่อมฉันก็คิดว่าเป็นองค์ชายที่ไหนกัน ที่นี่เป็นห้องส่วนตัว
ของคุณหนู องค์ชายจะมาที่นี่ทำไมเจ้าคะ?”
พออ๋าวฮั่นได้ยินยิ่งหัวเราะดังกว่าเดิม “นี่เป็นห้องส่วนตัวของคุณหนูเจ้าไม่ผิดแน่ แต่ข้าเป็นว่าที่สามีของนาง
ทำไมข้าจะมาไม่ได้เล่า?”
เยวี่ยเจียรีบยู่ปากตอบเสียงอ่อย “อนาคตเป็นอย่างไรนั้น… ยังไม่มีใครทราบว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ต่าง
เจ้าค่ะ”
แม่นมจางที่ได้ยินเสียงคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นอ๋าวฮั่น จึงรีบวิ่งออกมาเชิญเข้าด้านใน เมื่อเห็นในห้องต้วนชิงห
มิงมีบ่าวใช้เยอะจนเขาตกใจไปชั่วขณะ
“บ่าวใช้อะไรกัน ช่างไร้มารยาท ไม่รู้จักที่ตํ่าที่สูงสิ้นดี ยังไม่รีบไปยกนํ้าชามาให้องค์ชายใหญ่อีกหรือ?” แม่นมจาง
ตำหนิ
ชิวหนิงได้ชงนํ้าชายกมาตั้งนานแล้ว “องค์ชายใหญ่รอประเดี๋ยวเจ้าค่ะ องค์หญิงของพวกบ่าวใกล้แต่งตัวเสร็จแล้ว
วเจ้าค่ะ”
แม่นมจางนั้นเป็นคนที่เข้มงวดในกกระเบียบอย่างมาก เมื่อเห็นชิวหนิงต้อนรับขับสู้จึงรู้สึกพอใจมิน้อย… บ่าวคน
นี้ไม่เลวทีเดียว นับว่ารู้จักรับมือกับสถานการณ์ได้ดี!
อ๋าวฮั่นเดินเข้ามานั่งด้านในได้ไม่ทันไร ฝูอันได้พูดขึ้นว่า “องค์หญิงแต่งตัวเสร็จแล้วเจ้าค่ะ!”
หลังจากนั้น เสียงของเครื่องประดับบนศีรษะได้ส่งเสียงกระทบกัน ตามจังหวะการก้าวเดิน สตรีที่แต่งตัวอย่าง
เต็มยศค่อยๆ เยื้องย่างออกมาอย่างอรชร
ภายในห้องเหมือนมีแสงออร่าเปล่งประกายออกมา ทำให้ทุกคนที่รออยู่ข้างนอกไม่ว่าจะนั่งหรือยืนต่างอ้าปาก
ค้างกันทุกคน
บางคนชมคำเดียวว่า “งาม”
บางคนชมสองคำว่า “งดงาม”
บางคนชมสามคำว่า “งามเหลือเกิน”
บางคนชมสี่คำว่า “งามเมืองเหลือเกิน”
การออกมาของต้วนชิงหมิง ไม่เพียงทำให้อ๋าวฮั่นอ้าปากค้าง ยังมีบ่าวใช้ที่อยู่รปรนนิบัติมานานต่างก็ตกตะลึงใน
ความงามกันไปหมด
นางสวมชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ที่ลากยาวไปกับพื้น ด้านนอกเป็นเสื้อคลุมลายดอกอวี้หลาน[1]ที่กำลังผลิบาน
แขนเสื้อปักด้วยด้ายทองเป็นรูปภูผาและลำธาร ผ้าคาดเอวเป็นสีทองอร่าม ต่างหูที่ใส่เป็นรูปทรงหยดนํ้าที่มีรูปลักษณ์
พิเศษ แสดงถึงความอรชรและความเป็นกุลสตรีออกมาได้อย่างเด่นชัด
ถึงแม้ตอนที่รับชุดอาภรณ์ในฐานะองค์หญิงมา ทุกคนต่างตกตะลึงในความวิจิตรงดงาม แต่นึกไม่ถึงว่าพอมาอยู่
บนเรือนร่างของต้วนชิงหมิงแล้ว ช่างขับให้ความสูงศักดิ์แผ่ออกมารอบกายของนาง
บนศีรษะของต้วนชิงหมิงมีปินหยกและปินทองที่มีสายห้อยระย้าลงมา ใบหน้าที่ผลัดแปั้งบางเบา ริมฝีปากรูป
กระจับทาสีแดงชาด คิ้วทั้งสองโก่งดั่งคันศร เมื่อดูทั้งการแต่งหน้าและอาภรณ์ที่สวมใส่ พูดได้ว่ามีมาดแห่งความสูงศักดิ์
ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด จนใครที่เห็นต่างต้องหลงใหลตราตรึงในความงาม ราวกับว่าเป็นเทพธิดาที่ลงมาจุติบนโลก
มนุษย์ก็มิปาน
อ๋าวฮั่นยิ้มมุมปากอย่างพอใจเหลือหลาย “งาม… ช่างงดงามเหลือเกิน!”
สตรีหน้าตาสะสวย แต่งหน้างดงาม อาภรณ์ประณีตสวยสด รวมกันแล้วมาลงตัวอยู่ที่ร่างกายต้วนชิงหมิง!
เมื่อต้วนชิงหมิงก้าวออกมาก็ฝืนยิ้มออกมา ยกมือขึ้นจับปินและเครื่องประดับทองบนศีรษะ “หนักเสียจริง!”
พออ๋าวฮั่นแอบได้ยินแอบหัวเราะชอบใจออกมา จนต้วนชิงหมิงหน้าแดงกํ่า มองค้อนขวับกลับไป “เจ้ายังจะ
หัวเราะเยาะอีก ประเดี๋ยวเหล่าแม่นมต้องบ่นข้าแน่นอน!”
“ชิงหมิงกลัวแม่นมอย่างนั้นหรือ?” เขาถามตาใส
“พวกนางเป็นแม่นมรับใช้สมัยที่ท่านแม่ติงโหรวยังมีชีวิตอยู่” นางตอบเสียงเบา
อ๋าวฮั่นพยักหน้ารับราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วย
ทางด้านแม่นมจาง เดินเข้าไปทำความเคารพอ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิง “องค์ชายใหญ่ องค์หญิง รถม้าถูกจัดเตรียม
ไว้เป็นที่เรียบร้อยสำหรับทั้งสองท่านแล้วเจ้าค่ะ”
อ๋าวฮั่นมองปราดเดียวก็ทราบได้ทันทีว่าแม่นมจางและแม่นมหลิน ไม่ใช่แม่นมธรรมดาทั่วไป พวกนางดูเหมือนคน
ที่เคยใช้ชีวิตในวังหลวงมาก่อน จึงมีท่าทางและการวางมาดที่ดี!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ อ๋าวฮั่นนึกขึ้นได้ว่าบ่าวใช้ในเรือนต้วนชิงหมิงแต่ละคน อายุยังน้อยนิสัยโผงผาง ตรงไปตรงมา
เอะอะเสียงดัง การมีแม่นมที่เข้มงวดเข้ามาอยู่ด้วย พวกนางจะต้องอึดอัดเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน
ในชั่วพริบตาเดียว เขาเหลือบไปเห็นเยวี่ยเจียกำลังมองต้วนชิงหมิงด้วยแววตาเศร้าสร้อย ที่แท้สิ่งที่เขาคิดไว้นั้น
ถูกต้องยิ่งกว่าจับวาง
ด้านต้วนชิงหมิงหันไปพูดกับแม่นมจาง “ที่เรือนมีแม่นมหนิงและแม่นมหลินสองคนอยู่เฝั้าเรือน ข้าวางใจเป็น
อย่างมาก วันนี้พาเยวี่ยเจียกับเซี่ยฉ่าวเอ๋อร์ไปกับพวกเราแล้วกัน!”
แม่นมจางรีบกดเสียงตํ่าออกมา “องค์หญิง วันนี้เป็นครั้งแรกที่เข้าวังหลวง… ขอให้องค์หญิงไตร่ตรองอีกครั้งด้วย
เจ้าค่ะ”
เมื่อแม่นมจางพูดจบก็ยืดตัวตรงขึ้น รอฟังคำตอบจากปากต้วนชิงหมิง… อ๋าวฮั่นได้แต่ส่ายหน้า บ่าวใช้แบบนี้มี
ความสามารถสูงก็จริง แต่สร้างความกดดันให้กับเจ้านายไม่น้อย ไม่รู้ว่าคราวนี้ ต้วนชิงหมิงจะรับมืออย่างไร?
อ๋าวฮั่นแอบชำเลืองมองต้วนชิงหมิงอยู่เงียบ ในที่สุดนางก็ตอบยิ้มๆ “ข้าเข้าใจความหมายของแม่นมจางแล้ว แต่
ในเมื่อเป็นคนข้างกายของข้า วันหน้ายังคงต้องเข้าวังหลวงอีกมาก เช่นนั้นฝูอันกับฝูโซ่วยังไม่ต้องรีบร้อนเข้าวังในวันนี้ ให้
แม่นมทั้งสองพาทำความคุ้นเคยในเรือนของข้าเสียก่อนแล้วกัน”
[1] ดอกอวี้หลาน หรือบางครั้งเรียกว่า ดอกมู่หลาน ซึ่งเป็นพันธุ์หนึ่งของดอกแม็กโนเลีย มีทั้งสีขาวและสีชมพู