การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 846 ความตั้งใจของไทเฮา
เมื่อได้ฟังคำพูดของต้วนชิงหมิง แม่นมจางก็ถอยออกไปช้าๆ แล้วตอบว่า “เอาตามที่องค์หญิงบอกแล้วกัน
เจ้าค่ะ”
อ๋าวฮั่นมองต้วนชิงหมิงอย่างรู้สึกเหนือความคาดหมายนิดหน่อย
อ๋าวฮั่นเติบโตอยู่ในวัง เรียกได้ว่าพบเห็นสตรีงามหลากหลายรูปแบบมาตั้งแต่เด็ก!
การที่จะดูว่าสตรีคนหนึ่งเก่งกาจหรือไม่ ถ้าไม่ใช่คนที่เอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็เป็นคนที่วางมาดใหญ่โตเพื่อตบตา
ผู้คน แต่ต้วนชิงหมิงพูดเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้แม่นมจางผู้มีประสบการณ์โชกโชนจุกจนพูดไม่ออก!
ความหมายในคำพูดของต้วนชิงหมิงไม่ได้ซับซ้อนเลย แม้แต่การปรนนิบัติข้า พวกนางยังไม่เข้าใจชัดเจน แล้วจะ
ตามข้าเข้าวังไปทำไม?
ฝูโซ่วกับฝูอันล้วนเป็นบ่าวใช้ที่รู้ความ การสังเกตสีหน้าท่าทางก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่นมจาง พวกนางก็รีบก้าวขึ้นมาบอกว่า “บ่าวเพิ่งเข้ามาที่เรือนองค์หญิงเป็นครั้งแรก ไม่
เข้าใจกฎระเบียบชัดเจน ควรตั้งใจเรียนรู้กฎระเบียบให้ดีก่อนเจ้าค่ะ!”
แม่นมจางได้ยินแล้วถอนหายใจเบาๆ นางเข้าใจความหมายที่ต้วนชิงหมิงสื่อแล้ว ต่อให้เป็นบ่าวที่มีความสามารถ
ขนาดไหน แต่หากไม่รู้จักนิสัยใจคอของเจ้านาย เช่นนั้น เมื่อเข้ามาอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบตัวอย่างในวัง
แล้ว หากไม่รู้จักสัญญาณลับต่อกัน อาจจะตายได้โดยไม่รู้ตัว!
ต้วนชิงหมิงพูดเพียงสองประโยค ก็ทำให้แม่นมจางเหงื่อแตกทั้งตัวแล้ว เป็นความกดดันเหมือนตอนที่อยู่ข้างกาย
ติงโหรว ซึ่งนางไม่ได้สัมผัสความรู้สึกอย่างนี้มานานแล้ว
เพียงเท่านี้แม่นมจางก็วางใจได้แล้ว องค์หญิงเหอซั่วที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ผู้นี้ ภายนอกดูอ่อนโยนนุ่มนวล แต่ความ
จริงกลับมีสติปัญญาและความสามารถเพียงพอที่จะปกปั้องตัวเอง!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ แม่นมจางก็ถอยหลังสองก้าว หลีกทางให้ต้วนชิงหมิงกับอ๋าวฮั่น ส่วนเยวี่ยเจียก็เดินตามชิวหนิง
ไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มสดใสแล้ว!นางได้ติดตามคุณหนูเข้าวังเชียวนะ เป็นเรื่องที่มีเกียรติที่สุด เดิมทีนึกว่าหน้าที่อัสำคัญนี้
จะถูกฝูอันกับฝูโซ่วที่ทั้งงดงามและประพฤติตัวดีแย่งไปเสียแล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าโอกาสนี้จะย้อนกลับมาถึงพวกนาง!
ชิวหนิงแตะเยวี่ยเจียเบาๆ แล้วบอกว่า “เยวี่ยเจีย ด้วยนิสัยอย่างนี้ของเจ้า เมื่อเข้าไปอยู่ในวังแล้ว ต้องสำรวม
หน่อยนะ……เข้าใจไหม?”
เยวี่ยเจียพยักหน้าช้าๆ
ส่วนแม่นมจางมีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมา มองเยวี่ยเจียพร้อมบอกว่า “เยวี่ยเจีย ชิวหนิง การเข้าวังครั้งนี้ เป็นการก้าว
เข้าสู่อันตราย พวกเจ้าต้องระวังตัวและปกปั้ององค์หญิงให้ดี อย่าให้เกิดความเสียหายต่อองค์หญิงแม้แต่น้อย เข้าใจใช่
ไหม?”
ชิวหนิงกับเยวี่ยเจียรีบพยักหน้า พร้อมตอบว่า “ขอบคุณแม่นมจางที่ชี้แนะ!”
แม่นมจางมองทั้งสองอีกแวบหนึ่ง แล้วถอนหายใจเบาๆ!
หากฝูอันกับฝูโซ่วตามเข้าไปด้วย จะต้องช่วยต้วนชิงหมิงจัดการเรื่องต่างๆ ได้เหมาะสมแน่นอน แต่ตอนนี้บ่าวใช้
ทั้งสองยังไม่เคยพบเจอสังคมมากนัก… เฮ้อ อย่างนั้นทำได้เพียงฝึกฝนกันต่อไปทีละก้าวๆ
อ๋าวฮั่นจ้องต้วนชิงหมิงด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง
ถึงแม้เขากับต้วนชิงหมิงจะรู้จักกันเพียงวันเดียว แต่สตรีคนนี้ก็เหมือนจะทำให้เขาประหลาดใจไม่รู้จบทุกนาที ไม่
ว่าจะเป็นความไร้เดียงสา จริงใจ สุภาพเยือกเย็น ใจกว้าง เฉียบขาด ดื้อรั้น หรือซุกซน……
สตรีคนนี้ก็เหมือนสมบัติลับ ทำให้คนที่ได้หลงเข้าไปแล้วไม่มีทางจะหยุดพักค้นหาได้
ในที่สุดตอนนี้อ๋าวฮั่นก็เข้าใจแล้ว ว่าเหตุใดเหยียนหลิ่งอวี๋จึงยอมเสี่ยงทำเรื่องอันตรายขนาดนั้นเพื่อสตรีคนนี้ทุก
ครั้งไป
อ๋าวฮั่นจำได้ว่าเหยียนหลิ่งอวี๋เคยบอก ว่าตอนที่นางยิ้ม จะทำให้คนรู้สึกสบายใจ ตอนที่นางเด็ดขาด ก็จะทำให้
คนรู้สึกหวาดกลัว ตอนที่นางมีความสุข นางก็จะเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ต่อให้
เจ้าอยากจะวางแผนทำอะไรกับนาง ก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะนางเหมือนเม่นตัวหนึ่งที่มีหนามแหลม ขอเพียงเจ้าไป
สัมผัสนางก็จะทำให้เจ้าเจ็บตัวไม่หาย
อ๋าวฮั่นอยากจะบอกเหยียนหลิ่งอวี๋ว่ารู้จักต้วนชิงหมิงลึกซึ้งเหลือเกิน!
สายตาของต้วนชิงหมิงมองไปข้างหน้าขณะที่เดินเนิบนาบ นางรู้สึกได้ว่าสายตาของอ๋าวฮั่นกำลังมองประเมินตัว
เองตลอด นางจึงถอนหายใจเบาๆ แล้วบอกว่า “องค์ชายใหญ่ ข้าถามได้หรือไม่ว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่?”
อ๋าวฮั่นยิ้มแล้วตอบว่า “ชิงหมิง เจ้าเก่งมาก!”
ต้วนชิงหมิงมองอ๋าวฮั่นแวบหนึ่ง แล้วถามว่า “แต่ข้าไม่อยากเก่งเลย ทำอย่างนั้นได้หรือ”
หลังจากได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ต้วนชิงหมิงได้สาบานไว้แล้ว ว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะที่ไหน จะไม่ให้โอกาส
ใครมากำเริบเสิบสานกับตัวนางเด็ดขาด เมื่อก่อนเป็นเช่นนี้ ตอนนี้เป็นเช่นนี้ และภายหลังก็เป็นเช่นนี้!
แม่นมจางให้ฝูโซ่วกับฝูอันเข้าวังย่อมมีเหตุผลของนางอยู่แล้ว แต่ต่อให้แม่นมจางจะมีเหตุผลมากขนาดไหน แล้ว
จะมีประโยชน์อะไรล่ะ?เพราะคนที่เข้าวังคือต้วนชิงหมิง คนที่ตกเป็นเปั้าของทุกคนก็มีแต่ต้วนชิงหมิง หากบ่าวใช้สองคน
ที่พาเข้าไปด้วยไม่รู้ใจกันเลย ไม่รู้จักความจงรักภักดี เมื่อไปอยู่ในสถานที่อันตรายอย่างนั้น จะต่างอะไรกับการขุดหลุมฝัง
ศพตัวเอง?
แล้วอีกอย่าง แม้เยวี่ยเจียจะตรงไปตรงมา แต่ชิวหนิงละเอียดรอบคอบ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ บ่าวใช้สองคนนี้ล้วน
มีศักยภาพที่ทำให้วางใจได้เต็มที่ ไม่ว่าต้วนชิงหมิงจะต้องการอะไร อยากทำอะไร โดยปกติแค่ส่งสายตานิดเดียว พวก
นางก็จะทำแทนด้วยรู้ใจกันมานาน!
อ๋าวฮั่นตอบพร้อมรอยยิ้ม “ที่จริง เจ้าก็ทำได้ดีมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเองอีก!”
ต้วนชิงหมิงพูดอย่างไม่เกรงใจกับอ๋าวฮั่น “องค์ชายใหญ่ยืนอยู่ในจุดที่สูงกว่า ขออนุญาตถามหน่อย ว่าท่านไม่
กดดันตัวเองไหวหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามของต้วนชิงหมิง อ๋าวฮั่นก็อดอึ้งไปชั่วขณะ… เขาอยู่ในจุดสูงขนาดนั้นเชียวหรือ?เขากดดันอะไร
ตัวเองมากเลยหรือ?
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาเป็นอย่างนี้มาตลอด!ไม่มีดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่านี้!
ในตอนนี้ มีคนมาบอกเขาว่า เขายืนอยู่ในจุดที่สูงมากพอแล้ว!
จุดที่ยืนอยู่สูงมากจริงๆ หรือ?`
สูงจนเขาเริ่มจะรู้สึกว่าไม่มีสหายแล้ว ญาติมิตรก็เขินห่าง นอกจากสายตาชื่นชมของท่านพ่อ ในโลกนี้ก็มองไม่เห็น
ความอบอุ่นใดๆ อีกแล้ว
แต่ในตอนนี้ สตรีคนนี้บอกเขาว่า เขายืนอยู่ในจุดที่สูงมากพอแล้ว จะไม่กดดันตัวเองอีกแล้วได้หรือ?
อ๋าวฮั่นพลันหัวเราะ “ชิงหมิง นี่เจ้ากำลังหัวเราะเยาะข้าหรือ?”
ต้วนชิงหมิงตอบว่า “องค์ชายใหญ่ ท่านเกิดในราชสำนัก เติบโตในราชสำนัก เบื้องล่างมีน้องชายน้องสาว แล้วก็มี
ขุนนาง สายตาของทุกคนแทบจับจ้องมาที่ท่าน ดังนั้น ท่านคุ้นชินกับการยืนอยู่ในจุดที่สูงแล้ว แต่ก็ต้องสูงขึ้นมากขึ้น
เรื่อยๆ… ชิงหมิงเป็นเพียงสตรีตํ่าต้อยคนหนึ่งเท่านั้น และสตรีตํ่าต้อยคนนี้ ก็มีน้องชายน้องสาว มีบิดามารดา ชีวิตนี้บิดา
มารดาเป็นผู้ให้ แต่อย่างอื่นล้วนต้องพึ่งความเพียรพยายามของตัวชิงหมิงเองทั้งนั้น”
ต้วนชิงหมิงมองอ๋าวฮั่นด้วยสายตาที่เรียบเฉย “ที่จริงท่านกับข้าก็เหมือนกัน ไม่ว่าพวกเราจะยืนในจุดที่สูงหรือไม่
ก็ล้วนต้องพยายามกันทั้งนั้น มิหนำซํ้ายังไม่กล้าปล่อยให้ตัวเองหยุดอยู่กับที่ด้วย!”
อ๋าวฮั่นถึงกับตะลึงงันจนพูดไม่ออกทันที!
รถม้าอยู่ข้างหน้าแล้ว เก้าอี้เหยียบขึ้นรถม้าก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว อ๋าวฮั่นกระโดดขึ้นรถม้าไปก่อน จากนั้นจูงต้
วนชิงหมิงขึ้นรถม้าตามไปด้วย
ในรถม้าที่กว้างใหญ่หรูหราเหลือคนเพียงสองคนเท่านั้น ต้วนชิงหมิงหลับตาลงเล็กน้อย พร้อมบอกว่า “องค์ชาย
ใหญ่เชิญตามสะดวก ข้าจะพักผ่อนเสียหน่อย!”
อ๋าวฮั่นพยักหน้า “วันนี้เจ้าเข้าวัง เจ้าไม่มีทางได้สงบแน่… เหยียนหลิ่งเจวี๋ยคงไม่ปล่อยข้าเหมือนกัน เจายังมีเรื่อง
อีกมากมายต้องไปรับมือ… ชิงหมิง ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องอะไร ขอให้เจ้าบอกข้าด้วย!”
ต้วนชิงหมิงตอบเบาๆ ว่า “อืม” แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก!
รถม้าเดินทางมาหยุดอยู่นอกประตูวัง จากนั้นเปลี่ยนมาขึ้นเกี้ยวแทน ก่อนจะมุ่งตรงไปยังตำหนักของไทเฮา ต้วน
ชิงหมิงกำลังจะเผชิญหน้ากับบุคคลระดับสูงของแคว้น หากนางไม่ระวังแม้เพียงนิดเดียว อาจเผชิญเคราะห์กรรมที่มิอาจ
เอาชีวิตรอดกลับมาได้!
เนื่องจากมีอ๋าวฮั่นอยู่เป็นเพื่อน ต้วนชิงหมิงจึงราบรื่นมาตลอดทาง นางคำนับฝั่าบาทก่อน จากนั้นคำนับไทเฮา
แล้วก็ก้มศีรษะแสดงความเคารพฮองเฮา สุดท้ายก็ทำความเคารพบรรดากุ้ยเหรินและองค์หญิง!การเดินวนทำความ
เคารพรอบนี้ ทำให้ต้วนชิงหมิงหัวใจแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังด้วยความตื่นเต้นและกังวล
อ๋าวฮั่นมองต้วนชิงหมิง พร้อมถามอย่างเป็นห่วง “ชิงหมิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ต้วนชิงหมิงฝืนยิ้มพร้อมตอบว่า “ข้าสบายดีมาก!”
อ๋าวฮั่นถอนหายใจ แล้วบอกว่า “อย่าบอกนะว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยบอกเจ้า ว่าสตรีที่ทำตัวแข็งแกร่งเกินไป
ผู้ชายไม่ค่อยพึงพอใจอย่างแน่นอน?”
“องค์ชายอ๋าวฮั่นชอบสตรีที่นั่งอยู่จวนเฉยๆ โดยที่รอให้คนอื่นมาปกปั้องอย่างนั้นหรือ?” ต้วนชิงหมิงถามอย่างไม่
ยอมแพ้
อ๋าวฮั่นยิ้มแล้วส่ายหน้าบอกว่า “ชิงหมิง อย่ามัวแต่อยากเอาชนะ!ทำเช่นนี้เจ้าจะลำบากมาก!”
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่อธิบายความคิดของเขา!
งานเลี้ยงวันเกิดจัดในพระราชวัง แต่ไหนแต่ไรมาล้วนมีสตรีชนชั้นสูงมาร่วมงาน เพราะนั่นคือการเข้าสังคมที่หลีก
เลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้กินเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของพวกนาง แต่พวกนางก็ต้องฉลาดที่จะเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ให้มาก
ตอนที่ต้วนชิงหมิงมาถึง ที่นี่เต็มไปด้วยสตรีชั้นสูงในเมืองหลวง รวมทั้งผินเฟยและกุ้ยเฟย
ต้วนชิงหมิงเดินไปข้างหน้า คำนับไทเฮาก่อน ตามด้วยฮองเฮาและบรรดากุ้ยเฟย จากนั้นก็ทำความเคารพทีละ
คนๆ
องค์หญิงจิ่นซิ่วนั่งอยู่ข้างฮองเฮา กำลังมองต้วนชิงหมิงที่สวมเครื่องแต่งกายหรูหราเดินเนิบนาบเข้ามา รู้สึกโมโห
จนอกแทบแตกตาย
นางแพศยาคนนั้น มีสิทธิ์อะไรได้แต่งตั้งเป็น “องค์หญิง” เหมือนกับนาง แล้วถือดีอะไรมาเป็นพระชายาขององค์
ชายใหญ่อ๋าวฮั่น?
ถือดีอะไร?นางถือดีจากอะไร?
องค์หญิงจิ่นซิ่วหรี่ตาพร้อมพยักหน้าให้สตรีคนหนึ่งที่อยู่ในงาน
เห็นเพียงสตรีคนนั้นถือจอกสุรายืนขึ้นมา เดินมาตรงหน้าต้วนชิงหมิงกับอ๋าวฮั่น แล้วกล่าวด้วยนํ้าเสียงดัดจริต
“องค์ชายใหญ่ หม่อมฉันคารวะท่านหนึ่งจอกเพคะ”
เห็นต้วนชิงหมิงนั่งอยู่ข้างกายแท้ๆ แต่สตรีคนนี้ยังทำสีหน้าประจบเอาใจอ๋าวฮั่น โดยไม่ปิดบังเลยสักนิดเดียว!
นางพยายามเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอบวลโผเข้ามาตรงจมูกอ๋าวฮั่น เห็นผู้หญิงคนนั้นยื่นจอกสุรามาตรงหน้าอ๋าว
ฮั่น ทั้งยังไม่ลืมที่จะส่งสายตาท้าทายต้วนชิงหมิงด้วย
ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝั่ายจะมาหาถึงที่ ต้วนชิงหมิงจะมีเหตุผลอะไรให้ไม่รับมือล่ะ?
นางใช้มือบังจอกสุราของสตรีคนนั้นเอาไว้ แล้วกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ ว่า “นี่ไทเฮานั่งอยู่เบื้องบน ยังไม่ได้
กล่าวเปิดงานเลย เจ้าก็นำสุรามาคารวะองค์ชายใหญ่เสียแล้ว ไม่ทราบว่าไม่เข้าใจธรรมเนียมจริงๆ หรืออยากจะให้องค์
ชายใหญ่ถูกตำหนิว่าเสียมารยาท?”
ประโยคเดียวของต้วนชิงหมิง ทำให้สตรีคนนั้นหน้าซีดมือสั่น ทำสุราในมือกระฉอกใส่ตัวต้วนชิงหมิงเข้าแล้ว
เมื่อเห็นว่าอาภรณ์ของต้วนชิงหมิงเปียกจนหมด อ๋าวฮั่นก็ยกหลังมือมาบัง ทำให้สุราที่เทกลับไปบนตัวของสตรี
คนนั้นทั้งหมด!
ชุดงานเลี้ยงถูกทำให้เปียกแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เสียมารยาทมาก สตรีคนนั้นกรีดร้องโวยวาย กระแทกจอกสุราในมือ
ลงพื้นจนแตก แล้วก็วิ่งหนีออกไปพร้อมเสียงกรี๊ด
สีหน้าของไทเฮาบึ้งตึงทันที นางมองสตรีคนนั้นแวบหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมที่สุดว่า “ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา
ลากนางออกไปโบยจนตายซะ!”