การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 849 ต้วนชิงหมิงอยู่ไหนแล้ว?
ในสายตาของอ๋าวฮั่นเปียมด้วยความเคียดแค้นที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ ในฐานะแม่ทัพที่สูงส่งและน่าเกรงขาม ไม่ว่าผู้
ใดคิดอาจหาญมาขวางกั้นทาง ย่อมมีแต่ความตายที่รอคนนั้นอยู่
นี่เป็นครั้งแรกที่อ๋าวฮั่นแสดงสายตาที่เคียดแค้นเพื่อสตรีคนหนึ่ง ต่อให้ทางข้างหน้าจะเป็นตำหนักใด หรือเป็น
ประตูสู่นรกภูมิ เขาพร้อมที่จะบุกปั่าฝั่าดงเข้าไปโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ดวงตาที่แดงกํ่าเปล่งแสงความโหดเหี้ยมไปทั่ว
องครักษ์ของอ๋าวฮั่นและพลทหารที่ยืนอยู่หน้าตำหนักต่างต่อสู้เสียงดังโฉงเฉง ระคนเสียงร้องที่เจ็บปวด องครักษ์
อ๋าวฮั่นสามารถเปิดทางเดินให้อ๋าวฮั่นได้สำเร็จ เขาเดินเข้าไปอย่างสง่างามด้วยมาดที่เข้มขลัง
ชั่วพริบตาเดียว สมญานามที่เลื่องลือว่าเทพแห่งสงครามผู้ไม่เคยผ่ายแพ้ และเป็นว่าที่ผู้นำแห่งทุ่งหญ้ารุ่นต่อไปก็
สำแดงให้องครักษ์หน้าตำหนักได้ประจักษ์แล้ว
ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งการก้าวเดินของเขาได้ นอกเสียจากความตายเพียงเท่านั้น!
อ๋าวฮั่นก้าวข้ามทหารที่ล้มบาดเจ็บ วิ่งเข้าไปในตำหนักว่องไวปานสายลม และเริ่มค้นหาต้วนชิงหมิงอีกครั้ง
ส่วนทหารที่ไม่ได้รับบาดเจ็บก็รีบรุมล้อมเขาที่ระเบิดพลังเอาไว้ พวกทหารได้แต่ชักดาบระวังการโจมตีของเขา
โดยไม่มีใครกล้าลงมือก่อน
พวกทหารที่ต้องทำตามหน้าที่ คิดเพียงแต่จะรักษาชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยต่างหาก
อ๋าวฮั่นเดินสำรวจรอบตำหนักรอบหนึ่งแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด จู่ๆ เบื้องหน้าของเขาไม่ไกล มีเสียงหัวเราะของ
บุรุษดังขึ้น อ๋าวฮั่นหันกลับไปมองด้วยแววตาโหดเหี้ยมพร้อมพุ่งเข้าไปปะทะเต็มที่ ทว่าเมื่อเปิดผ้าม่านออก เขาก็ต้องตก
ตะลึงจนตาค้าง
เพราะว่าเขาพบว่าด้านในนั้นมีบุรุษและสตรีที่เปลือยกายอยู่คู่หนึ่ง
บุรุษนั้นไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ ผมยาวปิดมาถึงเอว ได้ทับอยู่บนเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของสตรีคนหนึ่งอยู่
ช่วงบนของสตรีถูกบุรุษคนนั้นบังเอาไว้ และจากมุมที่อ๋าวฮั่นยืนดู เห็นเพียงผมดำสนิทกับเรือนร่างที่ขาวเนียน
ของสองคนนั้น
อ๋าวฮั่นเลือดสูบฉีดขึ้นหน้าจะแทบระเบิดออกมา เขาไม่สนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไปแล้ว จับดาบเข้าไป
กระชากบุรุษที่นอนบังเรือนร่างของสตรีออกเพื่อดูหน้า
ท่าทางของบุรุษก็ว่องไวยิ่ง เขาพลิกตัวไปอยู่ด้านหลังหลบการกระชากนั้นได้ พร้อมกับด่าทอด้วยความโมโห “เจ้า
เป็นใคร… รนหาที่ตายสิน่ะ!”
อ๋าวฮั่นไม่ได้สนใจในเรือนร่างของบุรุษแม้แต่น้อย ทั้งไม่อธิบายคำใดให้เขาฟัง เพราะบุรุษคนนั้นกลับเป็นเหยียน
หลิ่งเจวี๋ย!
ที่นี่เป็นตำหนักของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย การอยู่ที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขาไม่ควรกระทำสิ่งชั่วช้ากับนางแบบนี้!
อ๋าวฮั่นโกรธจนเลือดขึ้นดวงตาทั้งสองข้าง เขาคว้าชุดคลุมด้านนอกที่พริ้วไหวเข้าคลุมร่างของสตรีคนนั้น
เขายื่นมือหมายจะคว้ามือออกไปอุ้ม แต่กลับสบกับดวงตาของสตรีคนนั้น ที่มีใบหน้าสะสวย กลิ่นกายหอมหวล
แววตากลมโต
แต่ว่าใบหน้านี้กลับเป็นคนแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้ นางไม่ใช่ต้วนชิงหมิงที่เขาตามหา!
มือของเขาชะงักในท่าที่กำลังจะคว้าตัวนางเข้ามาโอบอุ้ม
ไม่ใช่ ไม่ใช่แล้ว… นี่มันเกิดอะไรขึ้น? สตรีที่ถูกเหยียนหลิ่งเจวี๋ยบังร่างเอาไว้มิใช่ต้วนชิงหมิง?
สตรีคนนั้นเป็นใครไม่รู้ที่อ๋าวฮั่นไม่เคยเห็นหน้าคาดตามาก่อน
ฉับพลันนั้น เขานึกขึ้นได้จึงกวาดสายตามองไปรอบห้องและเตียงจนทั่ว ก็พบกลับความว่างเปล่า!
ต้วนชิงหมิงไม่ได้อยู่ที่ตำหนักนี้?
สตรีคนนั้นที่เห็นอ๋าวฮั่นทำท่ายื่นมือจะเข้ามาโอบอุ้ม ก็ร้องด้วยความตกใจเสียงดังลั่นขึ้นมา “ช่วยด้วย!!!”
จากนั้นนางพลิกตัวจนตกลงไปข้างล่างเตียง อ๋าวฮั่นก็รีบคว้าเสื้อคลุมปกปิดเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของนาง!
บัดดลนั้น เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ทีจึงเอ่ยหน้าขึ้น แสยะยิ้มชั่วร้ายให้ชิงตั๋ว “องค์ชายใหญ่มาที่ตำหนักของข้า เพื่อ
ต้องการมาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มของข้ากับสนมอย่างนั้น หรือว่าเพื่อที่นี้ด้วยจุดประสงค์ใด?”
อ๋าวฮั่นหน้าชาไปหมด แต่เขากก็พยายามกวาดสายตาค้นหาต้วนชิงหมิงต่อ ทว่ากลับไม่เห็แม้แต่เงา
ในใจของเขาตอนนี้ไร้สิ้นซึ่งความหวังที่คิดไว้
ต้วนชิงหมิงมิได้อยู่ที่นี่ อย่างนั้นนางน่าจะไปอยู่ที่ไหนได้?
ในเมื่อตำหนักนี้ไม่พบ อ๋าวฮั่นก็มิอยากเสียเวลาอยู่ต่อไป เขากลับตัวเดินออกไปข้างนอกตำหนักโดยไม่สนใจเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ย
พอเห็นชิงตั๋วเดินออกจากตำหนักไป เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ใบหน้าแสดงความสาแก่ใจ ก็จงใจพูดเสียงดังเป็นพิเศษ
“องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นตามสบาย ข้าไม่ขอไปส่งแล้วกัน!”
เสียงหัวเราะของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยดังตลอด อ๋าวฮั่นพุ่งตัวเข้าไปค้นห้องทุกห้องในตำหนักนี้ในทุกซอกทุกมุม ทว่า
สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ… หาอย่างไรก็หาต้วนชิงหมิงไม่พบอยู่ดี!
ดังนั้นอ๋าวฮั่นจึงวิ่งออกไปข้างนอกตำหนักโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น โซ่วซานที่ยืนรออยู่ด้านนอกส่ายหน้าให้เขา
เป็นการบอกว่ากลิ่นกายของต้วนชิงหมิงได้หายวับไปจากจุดตรงนี้ หรือพูดได้ว่าคนที่องค์ชายใหญ่ต้องการหาตัวยังคงอยู่
ด้านในตำหนักนี้อยู่ดี!
อ๋าวฮั่นพยายามครุ่นคิดหาวิธีการอย่างเร่งด่วน
ตั้งแต่ที่เขาบุกเข้าไปในตำหนักจนถึงตอนนี้ คงมีบางสิ่งบางอย่างที่เขาอาจละเลยมองข้ามไป… ไม่รู้ว่าเป็นสตรที่
แปลกหน้าคนนั้น หรือว่าจะเป็นการแสยะยิ้มของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกัน?
อ๋าวฮั่นครุ่นคิดหาวิธีอย่างหนักทำเอาหัวปวดไปหมด จนต้องยกมือขึ้นมาบีบขมับ เขาพึมพำกับตัวเองว่า “ต้วนชิง
หมิง… เจ้าอยู่ไหนกันแน่?”
ต้วนชิงหมิง เจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่ ออกมาได้ไหม???
สิ่งที่อ๋าวฮั่นไม่เห็นระหว่างที่เขาวิ่งออกมาด้านนอก นั่นก็คือสตรีที่ท่าทางตกใจ กลับลุกขึ้นมาสวมอาภรณ์ด้วย
ใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นยกมือประสานเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ก่อนขอตัวออกไป
ดูเหมือนว่านางเพียงช่วยเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแสดงละครฉากนี้ขึ้นมา ตอนนี้ละครเล่นจบแล้ว หน้าที่ของนางก็เสร็จ
สมบูรณ์แล้ว!
สีหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเผยความชั่วร้ายที่ยากจะคาดเดาออกมา เมื่อเห็นนางถอยออกไปแล้ว ก็ยกมือขึ้นไปกดปุั่ม
ลับที่ซ่อนไว้อยู่บนหัวเตียง
ทันใดนั้นประตูลับข้างเตียงได้เปิดออก เห็นสตรีคนหนึ่งที่ดูเหมือนสลบไสลนอนอยู่อย่างเงียบเชียบ
หากใบหน้านี้อ๋าวฮั่นเข้ามาเห็นต้องคุ้นเคยเปั้นที่สุด เพราะเป็นใบหน้าของต้วนชิงหมิงนี่เอง!
ต้วนชิงหมิงอยู่ที่นี่มาตั้งนานแล้ว เพียงแต่เขาเอานางมาซ่อนในห้องลับ ดังนั้นไม่ว่าอ๋าวฮั่นจะค้นหาอย่างไรก็ไม่มี
ทางเจอได้อย่างแน่นอน!
คนบางคน เรื่องบางเรื่องพลาดไปแล้วอาจไม่ต้องกังวลมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าเห็นจะเป็นพลาดไปแล้ว
อาจเท่ากับพลาดไปทั้งชั่วชีวิต
สีหน้าของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเต็มเปียมไปด้วยความพอใจที่เอ่อล้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ราวกับนักล่าได้ล่า
เหยื่ออันโอชะได้สำเร็จ ในที่สุดความฝันของเขาก็เป็นจริงขึ้นมาแล้ว
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยยื่นมือออกไปสวมกอดต้วนชิงหมิง และกดปุั่มลับให้ประตูปิดลงอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาหัวเราะอย่างชอบใจเป็นที่สุดออกมา “เห้อ เจ้ารู้หรือไม่? ว่าที่สามีของเจ้าเพิ่งมาตามหาเมื่อครู่นี้
เอง… แต่น่าเสียดาย ในวังหลวงเป็นถิ่นของข้า มีหรือที่จะหาเจ้าเจอโดยง่าย… ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ในที่สุดเจ้าก็เป็นขอข้า! อีกไม่
ช้าอ๋าวฮั่นจะไม่มีวันเอาเจ้าอีกต่อไป ถึงตอนนั้นเจ้าต้องซมซานกลับมาวิงวอนร้อขอแทบแทบเท้า!”
นํ้าเสียงของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเย็นชาจนไร้ความรู้สึก สายตาของเขาได้จ้องเขม็งไปที่ต้วนชิงหมิงราวกับเป็นของเล่น
ชิ้นหนึ่งเท่านั้น!
อย่างไรเสีย ต้วนชิงหมิงผู้นี้ต้องตกเป็นของเขา ไม่ว่าใครจะห้ามปรามสักเพียงใด แต่ครั้งนี้นางอยู่ในมือและ
อ้อมอกของเขาไปแล้ว
เหอะ เหอะ เหอะ!!! นางจะเป็นชายาของอ๋าวฮั่นได้อย่างไรกัน อ๋าวฮั่นเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนที่จ้องเอาแต่จะแย่ง
สิ่งที่เป็นของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
รวมทั้งอีกไม่ช้านานองค์หญิงซู๋อวิ๋นต้องไปฟั้องไทเฮาเรื่องของอ๋าวฮั่นที่แอบไปดูนางอาบนํ้า จากนั้นเขาต้องรับ
องค์หญิงที่พิลึกผู้นี้ไปเป็นชายาเอกก็แล้วกัน… ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!
นับตั้งแต่ที่ต้วนชิงหมิงนอนสลบไสลอยู่ในห้องลับแห่งนี้ อ๋าวฮั่นก็ออกตามหานางราวกับคนเสียสติ จนไปพบกับ
องค์หญิงซู่อวิ๋นกำลังอาบนํ้า สงสัยเขาคงเห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของนางเข้าแล้วกระมัง?
ต่อให้อ๋าวฮั่นตามมาถึงที่ตำหนักนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ในขณะที่เขากำลังโอบกอดต้วนชิงหมิงอยู่ในอ้อมอก… อ๋าว
ฮั่นอยู่ในถิ่นของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับกล้าลุกขึ้นมาต่อกร สงสัยจะไร้เดียงสาเต็มที!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!! อ๋าวฮั่นเอ๋ยอ๋าวฮั่น เจ้าคงนึกไม่ถึงว่าทุกอย่างอยู่ในมือการควบคุมของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ในตอนนี้
แผนการที่วางแผนดำเนินการไปได้อย่างสวยงาม จนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยรู้สึกชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของเขา!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหัวเราะชอบใจออกมา เขาใช้ปลายนิ้วลูบไล้ไปที่ริมฝีปากของต้วนชิงหมิงอย่างเบามือ หลังจาก
นั้นยื่นหน้าเข้าไปหมายจะกัดริมฝีปากของนางอย่างแรงสักที
ในตอนนั้นเอง ดาบที่แหลมคมได้พุ่งตรงเข้ามาขวางริมฝีปากของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเอาไว้ จนเขาตกใจจนแทบตั้งสติ
ไม่อยู่
คนที่ยืนเคียดแค้นด้วยไฟโทสะท่วมตัวผู้นี้ ก็คืออ๋าวฮั่นที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี่หน่า!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตกใจจนอ้าปากค้างใส่อ๋าวฮั่น ก่อนจะถามละลํ่าละลักออกมา “อ๋าวฮั่น เจ้า… เจ้าไม่ได้เดินกลับ
ออกไปแล้วหรือ?”