การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 850 เหยียนหลิ่งเจวี๋ยผู้โชคร้าย
ในคราวนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตกใจจนอ้าปากค้างมองอ๋าวฮั่น จนเรี่ยวแรงที่มีหายวับไปในพริบตา
เหตุใดเขาถึงกลับมาที่นี่ได้รวดเร็วถึงปานนี้
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเห็นเลือดขึ้นตาอ๋าวฮั่นอย่างชัดเจนที่กวาดสายตามองในตำหนักจนทั่ว แน่นอนว่าสิ่งที่เขามองหา
อยู่นั่นมิอาจพบเจอได้ ในที่สุดเขาก็เดินเข้ามาข้างในด้วยอาการหงุดหงิดงุ่นง่านใจ
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมองหน้าอ๋าวฮั่นด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น
สีหน้าอ๋าวฮั่นเต็มเปียมไปด้วยความโมโหโกรธา พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ร้ายได้ตลอดเวลา
เขาจ้องไปที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย พร้อมกับยื่นมือเข้าไปโอบอุ้มต้วนชิงหมิงที่สลบไสลอยู่ในอ้อมกอดของเหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยออกมา จากนั้นได้อุ้มนางเดินจากไป
ระหว่างที่อ๋าวฮั่นใช้มือโอบอุ้มต้วนชิงหมิงนั้น เขาพยายามออกแรงให้น้อยที่สุด ในการโอบอุ้มของลํ้าค่าชิ้นนี้ ที่
อาจแตกหักได้ทุกเมื่อ
อ๋าวฮั่นรู้ว่าเขาเกือบทำพลาดไปแล้ว… คำสัญญาที่ตกลงกับเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าจะดูแลปกปั้องต้วนชิงหมิงให้ดีที่สุด
ช่วยคุ้มกันตอนนางเปลี่ยนชุดเมื่อครู่ เพียงแค่พริบตาเดียวเขาทำนางหายไป จนตอนนี้ได้ตามหานางจนเจอแล้ว หากไป
ช้ากว่านี้อีกก้าว ชีวิตของต้วนชิงหมิงอาจถูกเดรัจฉานอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยทำลายจนปั่นปี!
พอนึกถึงหน้าตาที่น่าชิงชังของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ชิงตั๋วพลันเดือดดาลขึ้นมาอย่างสุดขีด ราวกับเพลิงไฟที่เผาไหม้
ทุ่งหญ้าใช้โชกโชน จนเขาอยากจะฉีกเหยียนหลิ่งเจวี๋ยออกเป็นชิ้นๆ
การทำให้ต้วนชิงหมิงต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้ เป็นความผิดใหญ่หลวงของเขาที่รู้สึกติดค้างนาง!
อ๋าวฮั่นเงยหน้าจ้องเหยียนหลิ่งเจวี๋ยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ทันใดนั้นเขากลับแสยะยิ้มแห่งความชั่วร้ายออก
มาแทน
ดาบที่คมกริบในมือของอ๋าวฮั่นชี้ไปที่หน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย อีกมือโอบอุ้มต้วนชิงหมิงเอาไว้ “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ข้า
ขอเจ้าเพียงครั้งเดียว… เมื่อครู่เจ้าไปสัมผัสนางในส่วนไหนบ้าง?”
ดาบนั้นชี้มาเบื้องหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ราวกับพร้อมจะฟาดฟันเขาให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเงยขึ้นมองหน้าอ๋าวฮั่นที่ดวงตาแดงกํ่า ด้วยความตระหนกตกใจ
เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่… ข้าไม่ได้แตะต้องนางตรงไหนเลย!”
ที่นี่เป็นถิ่นของข้า อ๋าวฮั่นเอ๋ย… เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยวิ่งไปซ่อนตัวด้านหลังเสา พร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น “ทหาร……”
อ๋าวฮั่นดึงดาบกลับมาครึ่งเดียว พร้อมกับหัวเราะเยาะอย่างสะใจ “ถ้าข้าจะบอกเจ้าละว่า ทหารที่อยู่ด้านนอกล้ว
ถูกข้าจัดการลงหมดแล้ว เจ้าจะเชื่อไหม?”
ทหารทั้งหมดถูกเจ้าจัดการลงหมดแล้ว?
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมองอ๋าวฮั่นด้วยสายตาตื่น ราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเอ่ยออกมา… ที่นี่เป็นวังหลวงแห่งต้าเซี่ย
ไม่ใช่ถิ่นของเจ้าอ๋าวฮั่น อย่าได้คิดริอาจมาลองดีกับข้า
จากนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ไม่รู้จะตอบอ๋าวฮั่นออกมาอย่างไรดี
อ๋าวฮั่นอ่านสายตาที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยออก ก็สวนกลับอย่างมั่นใจ “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย เจ้าจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำ
ไปในวันนี้!”
นํ้าเสียงแบบนี้ทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยรู้สึกชะงักไปชั่วขณะ
อ๋าวฮั่นแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายที่สุดออกมา “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย เจ้ามันชั่วช้ายิ่งนัก… เจ้าแตะต้องนางตรงไหน ข้าจะ
ตัดอวัยวะของเจ้าตรงนั้น……”
ในเวลานี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่คิดอะไรมากมายแล้ว จึงตะคอกกลับไป “อ๋าวฮั่น เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
อ๋าวฮั่นยังคงแสยะยิ้ม ยกดาบเฉือนฝั่ามือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เลือดกระฉูดพุ่งออกมาจากฝั่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว จนเตียงที่นอนแดงฉานไปหมด เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ร้อง
เสียงดังลั่น จากนั้นก็พูดคำใดไม่ออกอีกเลย
เพราะว่าอ๋าวฮั่นได้ควักกางเกงในของเขายัดใส่ปากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไป ด้วยความทรมานเขาก็ดิ้นทุรนทุรายไป
หมด
อ๋าวฮั่นยังคงสีหน้าดุดันไม่เปลี่ยน “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย สิ่งที่เจ้าทำกับข้าต้องชดใช้ให้มากกว่าเป็นร้อยเท่า!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนเข้าใจความหมาย “ไม่มีทาง……”
อ๋าวฮั่นไม่พูดให้มากความแล้ว เขาใช้ดาบตบเข้าไปที่หัวเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจนสลบไป ก่อนพูดเอ่ยเสียงเรียบ “โซ่ว
ซาน ที่นี่เจ้าจัดการต่อด้วย!”
เมื่อพูดจบ อ๋าวฮั่นก็โอบอุ้มต้วนชิงหมิงจากไป
โซ่วซานกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างด้วยเสียงเงียบเชียบ
แปลกตรงที่โซ่วซานได้แบกร่างของสตรีที่สลบไสล หลับตาสนิทเข้ามาด้วย เพราะนางได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรได้เห็นเข้า
สตรีคนนั้นท่อนบนเปลือยเปล่า ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกชุ่มยาวลงมากลางหลัง ถูกโซ่วซานพาดบ่าเข้ามาโยนไปที่
เตียง
โซ่วซานฉีกชุดที่เหลือของนางออก และฉีกอาภรณ์ของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยออกเช่นกัน จากนั้นจับสองคนนี้ทำท่าเมื่อ
ได้ร่วมรักกันเสร็จสิ้น และนอนพักผ่อนด้วยความอ่อนแรง
โซ่วซานแสยะยิ้มมองด้วยความพอใจ จากนั้นจับผ้าห่มมาคลุมช่วงล่างของทั้งสองคนไว้ ก่อนเดินออกจากห้องไป
ในเมื่อองค์ชายไม่กลัวอะไรแล้ว โซ่วซานก็ไม่จำเป็นต้องระวังตัวอีกแล้ว เขาเดินอย่างสง่างามออกจากประตู
ตำหนัก ผ่านทหารที่บาดเจ็บไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เรื่องนี้ต้องทำให้ยิ่งใหญ่ยิ่งดี ตอนนี้โซ่วซานเห็นองค์ชายโอบอุ้มคุณหนูใหญ่จวนต้วนไปร้องทุกข์เอาโทษกับไทเฮา
แล้ว
โซ่วซานได้แต่ยิ้มอย่างรอคอย เห็นทีเรื่องสนุกกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว เขาจึงรีบหาทางไปที่ตำหนักของไทเฮา… กลิ่น
ตัวขององค์ชายและคุณหนูใหญ่จวนต้วนยังคงมีอยู่ตามทาง นั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งสองคนยังไปได้ไม่ไกล หาก
ติดตามไปตอนนี้ต้องทันอย่างแน่นอน
อ๋าวฮั่นและโซ่วซานออกจากตำหนักของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปตามลำดับ โดยปล่อยทิ้งให้ตำหนักเงียบสนิทเหมือน
ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น
ยามปกติ ทหารและนางกำนัลที่รับใช้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมีอยู่มาก แต่เพราะวางแผนเล่นงานต้วนชิงหมิง เขาจึงสั่งให้
ทั้งหมดจะไปไหนก็ไป ตอนนี้ตำหนักจึงเหลือเพียงสตรีคนนั้นนอนหลับใหลอยู่ในอ้อมอกกำยำของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ส่วนทหารที่คุ้มกันไม่มีกล้าบุกเข้าไปหากไม่ได้รับอนุญาต พวกเขาจึงได้แต่ไปรายงานฮองเฮา เพื่อให้มาดูว่าเกิด
เรื่องใดขึ้นกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
นาิกาทรายที่วางอยู่บนโต๊ะไปไหลเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้หยุดรั้งรอคอยใคร
ฝั่ามือซ้ายของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด จนพื้นเต็มไปด้วยเลือดสีแดง ส่วนมือขวาได้โอบ
สตรีคนหนึ่งเอาไว้ ในท่าทางที่เปลือยเปล่าท่อนบนทั้งคู่ โดยไม่ได้สนใจเดือนสนใจตะวันว่าจะผันผ่านไปนานเพียงใด
หลังจากนั้นไม่นาน ฮองเฮาได้สั่งให้ทหารบุกเข้ามาด้านใน ก็ได้เห็นภาพทุกอย่างบนเตียงอย่างแจ่มชัด
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกำลังสวมกอดสตรีไว้แนบแน่นหว่างอกด้วยความอ่อนเพลีย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากิจกรรมที่องค์ชาย
ใหญ่และสตรีคนนี้มีร่วมกันนั้นคืออะไร
ด้านนางกำนัลที่เห็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้รับบาดเจ็บ ก็รีบเข้าไปช่วยอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นบาดผลใกล้ๆ ก็อ่อน
ระทวยขาพับลงกับพื้น
องค์ชายเหยียนหลิ่งเจวี๋ยถูกฟัดที่มือเป็นแผลฉกรรจ์ อยู่ในช่วงระหว่างความเป็นความตาย ทหารทั้งหมดต่างมอง
ด้วยความทึ่ง นึกไม่ถึงว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะยังนอนกอดสตรีคนนั้นอยู่ไม่ปล่อยมือ
และเมื่อมองไปที่ใบหน้าของสตรี ฮองเฮาที่เดินเข้ามาก็ร้องเสียงหลง… ที่แท้สตรีที่โอรสของเขาสวมกอดอยู่นั้น
ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นองค์หญิงซู่อวิ๋นนี่เอง!
องค์หญิงซู่อวิ๋นเป็นบุตรสาวแท้ๆ ของน้องชายฝั่าบาทนามว่า “เฮ่อชินหวาง” แต่ด้วยที่เขาออกรบทำศึกอยู่ชาย
เเดนมานานหลายปีจึงกลับมาที่เมืองหลวงน้อยครั้ง เมื่อสิบแปดปีก่อน เขาได้ปกปั้องอดีตฝั่าบาทและไทเฮาองค์ปัจจุบัน
โดยใช้ชีวิตเขาเข้าแลกกับศัตรูจนตัวตาย เหลือเพียงบุตรสาวต่างหน้าที่ทิ้งไว้ ซึ่งนางก็คือองค์หญิงซู่อวิ๋นนั่นเอง
อดีตฝั่าบาทได้แต่งตั้งนางเป็นองค์หญิงที่สูงศักดิ์ และนำตัวกลับมาชุบเลี้ยงในวังหลวง นับแต่นั้นมานางก็มีฐานะ
พิเศษในวังหลวงแห่งนี้
ไทเฮารักและเอ็นดูองค์หญิงซู๋อวิ๋นเป็นอย่างมาก พูดได้ว่าทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ส่วนว่าที่สามีของนาง
นั้น ไทเฮาได้พยายามคัดสรรหาคนที่เหมาะสมและคู่ควรอยู่ ตอนนี้นางกลับมาอยู่ในอ้อมอกของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ไม่
อยากคิดเลย หากไทเฮาทราบเรื่องนี้จะต้องกระอักเลือดด้วยความโกรธเกรี้ยว!
ถึงแม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดเรื่องใดขึ้นที่นี่ แต่ชีวิตโอรสย่อมสำคัญที่สุด ฮองเฮาไม่สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มพื้น
สั่งนางกำนัลหาอาภรณ์สวมใส่ให้องค์หญิงซู่อวิ๋น พร้อมกับให้ทหารไปเชิญหมอหลวงมาเพื่อรักษาแผลที่ฝั่ามือ จากนั้นให้
ปลุกองค์หญิงซู่อวิ๋นขึ้นมาเพื่อสอบถามความจริงที่เกิดขึ้น
ส่วนสตรีที่ช่วยเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแสดงละครร่วมกันเป็นสนมของเขา และเมื่อเห็นแผลฉกรรจ์ที่ฝั่ามือของเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยก็เกือบเป็นลมล้มพับลงไป
ฮองเฮาเค้นถามสนมคนนั้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ว่าแท้จริงแล้วที่นี่เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่
สนมคนนั้นได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดตั้งแต่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยวางแผนลักพาตัวต้วนชิงหมิงมา รวมถึงพาต้วนชิงห
มิงไปนอนอยู่ในห้องลับข้างเตียง รวมถึงการแสดงละครเพื่อตบตาอ๋าวฮั่น ส่วนเหตุการณ์ที่เหลือนั้นนางจำไม่ได้แล้ว
เพราะหลังจากที่นางออกไปแล้วก็ถูกตีจนสลบไสลไป
ฮองเฮาฟังเรื่องราวที่สนมเล่าอย่างละเอียดจนแทบเป็นลมล้มหมดสติไป นางพยายามทุกอย่างเพื่อรักษาตำแหน่ง
ให้มั่นคงมิสั่นคลอน!
เรื่องนี้ทำให้นางหายใจไม่ทั่วท้อง เหยียนหลิ่งเจวี๋ยช่างไม่ฟังคำเตือนของนางแม้แต่น้อย ยังกล้าทำเรื่องใหญ่ให้
เกิดขึ้นอีก!