การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 851 ความปรารถนาขององค์หญิงซู่อวิ๋น
ตอนนี้ฮองเฮาได้แต่มองโอรสแท้ๆ ที่ทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ
ไม่กี่วันก่อน นางเพิ่งจะจํ้าชี้จํ้าไชบอกให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยระมัดระวังตัวให้มาก
นางต้องการให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยรู้จักให้ความสำคัญกับเรื่องตำแหน่งสูงสุดในอนาคตเป็นหลัก โดยจะต้องได้รับ
ความไว้เนื้อเชื่อใจและการสนับสนุนจากไทเฮา ส่วนเรื่องต้วนชิงหมิงค่อยว่ากันทีหลัง และอย่าหาเรื่องผิดใจกับอ๋าวฮั่น
โดยไม่จำเป็น
ในตอนนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยตบปากรับคำอย่างดิบดี ว่าจะไม่เล่นงานต้วนชิงหมิงกับอ๋าวฮั่น และใช้เวลาที่มีส่วน
ใหญ่ไปกับการเอาอกเอาใจไทเฮา เพื่อหวังตำแหน่งสูงสุดในวันข้างหน้าเป็นฝั่าบาทองค์ถัดไป!
ฮองเฮาคิดว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยรับปากแล้วจะทำได้จริงตามที่ลั่นวาจาไว้ แต่นี่กระไร เผลอแค่ไม่นานเขาได้ก่อเรื่อง
ขึ้นอีกแล้ว!
หากเป็นเมื่อก่อนเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะฝั่าบาทได้มีราชโองการพระราชทานงานสมรสให้เหยียน
หลิ่งเจวี๋ยกับต้วนชิงหมิง แต่ต่อมาถูกอ๋าวฮั่นแย่งความรักจากนางไปต่อหน้าต่อตา ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นขนาดนี้แล้ว
ฮองเฮาคิดว่าฝั่ามือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยบาดเจ็บอย่างหนักและโดนฉีกหน้าที่ตำหนักของเขา แม้อ๋าวฮั่นจะมีเหตุมีผบ
เพียงใด แต่การทำให้ว่าที่ผู้นำคนต่อไปต้องบาดเจ็บ เล่นงานทหารที่คอยอารักขา รวมกันแล้วคงหักลบความผิดได้หมด
แต่เวลานี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ช่วงนี้เป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นสายตาเดียวกัน เผลอแวบเดียว
เขากลับสร้างเรื่องต่างๆ มากมายให้เกิดขึ้น
ฮองเฮาใช้นิ้วกดยํ้าไปที่หน้าผากของเขาอยู่หลายครั้ง จนอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าเขาให้ฟืนสติกลับขึ้นมา!
แต่นั่นเป็นโอรสแท้ๆ ที่นางให้กำเนิด ทั้งบาดแผลและเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้จิตใจฮองเฮาเหมือนพัง
ทลายไม่เป็นท่า
ด้านเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังคงสลบไสลอยู่บนเตียง หลับตาทั้งสองข้างสนิท ใบหน้าซีดขาวแสดงความอ่อนล้าออกมา
จนฮองเฮาเกิดใจอ่อนขึ้นมา
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนาน ฮองเฮาถึงได้ถอนหายใจออกมา “ช่างเถอะ ให้องค์ชายพักผ่อนอยู่ที่นี่แหละ มี
เรื่องใดเกิดขึ้น พวกเจ้ารีบไปแจ้งข้าที่ตำหนกโซ่วหนิงให้เร็วที่สุด!”
ตำหนักที่ฮองเฮาอาศัยคือ “ตำหนักโซ่วหนิง” ที่ฝั่าบาทได้พระราชทานนามและทรงอักษรแผ่นปั้ายด้วยพระองค์
เองกับพระหัตถ์ เนื่องจากในตอนนั้นฮองเฮาได้ให้กำเนิดองค์ชายตัวน้อยลืมตาดูโลกนั่นเอง
ต่อมาหญิงงามได้ผลัดเปลี่ยนเข้ามาในวังหลังไม่หยุดหย่อน จนฝั่าบาทไม่มีเวลาให้นางเหมือนแต่ก่อน ความ
โปรดปรานที่มีให้ก็ลดน้อยถอยลงไปตามกาลเวลา
เมื่อฮองเฮากำลังจะลุกขึ้นเดินกลับตำหนักโซ่วหนิง จู่ๆ มีนางกำนัลคนหนึ่งเข้ามาทูลว่า “ทูลฮองเฮา องค์หญิงซู่อ
วิ๋นฟืนขึ้นมาแล้วเพคะ องค์หญิงอยากขอพบฮองเฮาเป็นการส่วนตัวเพคะ!”
องค์หญิงซู่อวิ๋นฟืนขึ้นมาแล้ว?
ฮองเฮาชะงักงันไปแวบหนึ่ง ก่อนตอบว่า “เจ้ากลับไปบอกองค์หญิง เปินกง[1]จะไปหาโดยเร็วที่สุด!”
เดิมทีฮองเฮาเอาแต่เป็นห่วงเป็นใยโอรส จนกระทั่งลืมเรื่องที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสวมกอดองค์หญิงซู่อวิ๋นไว้แนบแน่น
ในตอนนั้น นางสั่งให้นางกำนัลพาองค์หญิงกลับไปส่งที่ตำหนักของฮองเฮาก่อน และสั่งให้ไปตามหมอหลวงมาตรวจ
อาการ จากนั้นก็ไม่ได้สนใจไถ่ถามอาการอีกเลย!
บัดนี้ นางกำนัลได้เอ่ยชื่อองค์หญิงซู่อวิ๋นขึ้นมา ฮองเฮาจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเรื่องแก้ยากมาเยือนแล้ว
ฮองเฮาปรายตามองเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่สลบไสลอยู่ โดยถอนหายใจยืดยาวออกมา “หวงเอ๋อร์… ลูกได้สร้างเรื่อง
ให้แม่คนนี้อีกแล้ว!”
เนื่องด้วยเรื่องของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้แพร่ไปทั่ววังหลวงแล้ว อีกไม่ช้านานนางก็จะต้องไปอธิบายให้ไทเฮาเรื่อง
ราวที่เกิดขึ้น หากมิสามารถจัดการเรื่องขององค์หญิงซู่อวิ๋นได้อย่างเรียบร้อย เกรงว่าไทเฮาคงต้องเอาเรื่องกับเหยียนหลิ่ง
เจวี๋ยเป็นแน่แท้!
เพราะฉะนั้น ฮองเฮาจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!
เมื่อฮองเฮาไปถึงตำหนักขององค์หญิงซู่อวิ๋น พบว่านางกำลังโมโหโกรธากับสิ่งที่เกิดขึ้น
พูดได้ว่านางประสบกับการหยามเกียรติมาถึงสองครั้งสองคราในวันเดียวกัน โดยเริ่มจากมีบุรุษโผล่เข้าไปในห้อง
อาบนํ้า โดยที่ไม่กล่าวขอโทษ หนำซํ้ายังดูถูกนางอีก ทำเอาองค์หญิงโกรธจนลมออกหู และคิดจะไปฟั้องไทเฮาให้จับตัว
มันคนนั้นมาลงโทษ… จากนั้นก็เกิดเรื่องที่สองขึ้นโดยไม่คาดคิด มีคนบุกเข้ามาลักพาตัวนางถึงในตำหนัก และนางกำนัล
ก็เล่ากันไปทั่วว่า องค์หญิงได้นอนสวมกอดองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตัวเกลียวอยู่หว่างอกที่กำยำเป็นมัดๆ โดยที่
ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งสองคน!
เหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นทำเอาองค์หญิงโกรธจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด
และหลังจากที่องค์หญิงซู่อวิ๋นได้สติขึ้นมา เรื่องแรกที่นางทำคือเขวี้ยงปากข้าวของจนแตกกระจัดกระจายเต็ม
ตำหนักไปหมด เพื่อระบายความแค้นที่อัดอั้นสุมทรวง จากนั้นให้นางกำนัลมาเชิญฮองเฮาไปพบ
ในตอนนี้สิ่งที่องค์หญิงซู่อวิ๋นปรารถนามีเพียงสิ่งเดียวคือทวงความยุติธรรมให้กับตัวนางเอง โดยต้องการคำ
สัญญาจากปากฮองเฮาเพียงเรื่องเดียว
ฮองเฮารีบมาหาองค์หญิงที่ตำหนักอย่างรวดเร็ว ได้พบข้าวของแตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้น จึงทราบได้ทันที
องค์หญิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอยู่
หากยึดตามตำแหน่งแล้ว ฮองเฮาในฐานะประมุขแห่งวังหลังที่มีอำนาจจัดการทุกอย่างในวังหลัง ฐานะจึงสูงส่ง
กว่าทุกคน ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาก็ไม่มีความจำเป็นลดตัวลงไว้หน้าองค์หญิงซู่อวิ๋น แต่ว่าองค์หญิงถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือ
กุมความลับของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยู่ อีกทั้งช่วงนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ดังนั้นฮองเฮาจึงต้อง
ยอมก้มหัวทำตามสิ่งที่องค์หญิงปรารถนา!
“ฮองเฮาเสด็จแล้ว” หลังสิ้นเสียงฮองเฮาได้เดินเข้ามาในตำหนักขององค์หญิงซู่อวิ๋น เมื่อองค์หญิงได้ยินรีบ
ทำความเคารพ “องค์หญิงซู่อวิ๋น คารวะฮองเฮาเพคะ!”
ฮองเฮารีบเข้าไปประคององค์หญิงซู่อวิ๋นให้ลุกขึ้นยืน “องค์หญิงไม่ต้องมากพิธี อัยเจีย[2]ได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นกับ
องค์หญิง จึงรีบมาหาอย่างรวดเร็ว… ไม่รู้ว่าสุขภาพขององค์หญิงดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
เนื่องด้วยองค์หญิงซู่อวิ๋นรักษาตัวอยู่ที่ตำหนักโซ่วหนิงของฮองเฮา ประกอบกับฐานะที่พิเศษขององค์หญิงซู่อวิ๋น
ฮองเฮาจึงยังไว้หน้าให้เกียรติอยู่มาก
เมื่อองค์หญิงซู่อวิ๋นได้ยินที่ฮองเฮาถามไถ่ นางก็แสยะยิ้ม “ซู่อวิ๋นขอบพระทัยฮองเฮาที่เป็นห่วงเป็นใย เอาเข้าจริง
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้ซู่อวิ๋นไม่เคยพบเจอมาก่อน จึงอยากให้ฮองเฮาช่วยให้ความยุติธรรมกับซู่อวิ๋นด้วยเพคะ!”
อันที่จริง องค์หญิงซู่อวิ๋นไม่ได้ต้องการให้ฮองเฮามอบความยุติธรรมอะไรให้กับนางทั้งนั้น แต่ถ้าไม่หาเรื่องมากด
ฮองเฮาเอาไว้บ้าง ไม่รู้ว่าฮองเฮาจะไปปันเรื่องเปั่าหูแบบไหนให้ไทเฮาได้ฟัง
โดยปกติแล้ว องค์หญิงซู่อวิ๋นไม่ได้หวาดกลัวฮองเฮาเลย แต่ปัญหาเรื่องนี้เกี่ยวโยงไปถึงองค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่ง
เจวี๋ย ซึ่งไทเฮาและฮองเฮาเป็นญาติกัน ดังนั้นองค์หญิงซู่อวิ๋นจึงยังคงไว้หน้าฮองเฮาอยู่
เมื่อฮองเฮาได้ยินที่องค์หญิงขอร้องก็แอบโล่งใจ “ซู่อวิ๋นเอ๋ย เอาเข้าจริง หลานและเจวี๋ยเอ๋อร์อายุไล่เลี่ยกัน อีกทั้ง
ปั้าก็ถูกใจในตัวหลานอยู่มิน้อย แต่ไทเฮากลับรักและเอ็นดูหลานมาก ไม่ว่าปั้าจะขอหลานกี่ครั้ง ไทเฮาก็ไม่ยังไม่ตอบ
ตกลงเสียที”
พอองค์หญิงซู่อวิ๋นได้ยินก็หัวเราะชอบใจออกมา
ฮองเฮาผู้นี้ก็ดีแต่พูดกลับกลอกปลิ้นปล้อนไปมา… ถูกใจมานาน อายุไล่เลี่ยกัน ขอร้องไปหลายครั้ง ทั้งหมดล้วน
แล้วแต่ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของฮองเฮามาก่อนเลย
องค์หญิงซู่อวิ๋นเชื่อว่า หากไม่เกิดเรื่องในวันนี้ขึ้นมา ฮองเฮาคงไม่มาพบหน้านางแบบนี้แน่นอน!
อย่างไรก็ตาม สำหรับฮองเฮาแล้ว องค์หญิงซู่อวิ๋นไม่มีใครคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง อย่างมากก็แค่องค์หญิงที่ถูก
แต่งตั้งขึ้นเป็นพิเศษ เอาเข้าจริง ถ้าไม่มีไทเฮาที่โปรดปรานนางอยู่ นางย่อมไม่มีที่ยืนอยู่ในวังหลังแห่งนี้! องค์หญิงอย่างนี้
ไม่มีทางเป็นชายาเอกของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้อย่างแน่นอน เพราะเหยียนหลิ่งเจวี๋ยฐานะสูงส่งเกินกว่านางจะอาจเอื้อมได้
อย่างมากนางก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนสตรีที่จะมาเป็นคู่ครองของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องมีอำนาจและคน
สนับสนุนอยู่ข้างหลัง เพื่อช่วยส่งเสริมตำแหน่งผู้นำให้มั่นคงมิสั่นคลอน
ตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นแล้ว ฮองเฮาแม้จะพูดให้ดูสวยงามขนาดไหน แต่เอาเข้าจริงใจลึกๆ ก็ไม่ได้คิดตามนั้นหรอก
องค์หญิงซู่อวิ๋นจึงตอบยิ้มๆ “ความปรารถนาดีของฮองเฮา ซู่อวิ๋นน้อมรับแล้ว เพียงแต่ซู่อวิ๋นอยู่ตัวคนเดียว จึงไม่
เหมาะจะเคียงคู่กับองค์ชายใหญ่… แต่ถึงแม้จะตัวคนเดียว แต่ก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เรื่องในวันนี้ที่เกิดขึ้น ขอให้ฮองเฮา
ช่วยให้ความยุติธรรมกับซู่อวิ๋นด้วยเพคะ”
ทันทีที่ฮองเฮาได้ยินประโยคนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ในใจของนางก็เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง
อั๊ยย่ะ… ข้าบอกเป็นนัยโดยให้โอกาสเจ้าแต่งกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแล้ว แต่นี่ยังจะต้องการความยุติธรรมอะไรอีก?
หรือว่าชื่นเสียงของเจ้าที่ปั่นปีนี้ จะมีผู้ใดยินยอมอยากได้เจ้า มากกว่าองค์ชายใหญ่ของข้าอีก?
เอาเข้าจริง หากวันนี้คนที่เกิดเรื่องเป็นต้วนชิงหมิงละก็ ฮองเฮาจะรีบหาคนมาสลับแทนที่ ไหนเลยจะต้องมายุ่ง
ยากลำบากเหมือนกับองค์หญิงซู่อวิ๋นด้วย
แต่ว่าองค์หญิงซู่อวิ๋นถือไพ่เหนือกว่าและยังกุมความลับของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไว้อีก ฮองเฮาจึงไม่มีทางเลือกต้อง
ยอมไว้หน้านาง
“ซู่อวิ๋นพูดอะไรอยู่นั่น พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน หลานต้องการอะไรมีหรือที่เปินกงจะไม่ให้ตามปรารถนา…
เอาอย่างนี้แล้วกัน ประเดี๋ยวปั้าจะไปเข้าเฝั้าไทเฮาที่ตำหนัก ขอให้ไทเฮาพระราชทานงานสมรสให้หลานกับเจวี๋ยเอ๋อร์ดี
ไหม?” ฮองเฮาอมยิ้ม
องค์หญิงซู่อวิ๋นขบฟันแน่น ก่อนตอบเพียงว่า “ถ้าซู่อวิ๋นไม่ตกลงละเพคะ?”
การแต่งกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ใช่ไม่ดี แต่ทั้งสองคนไม่ได้มีความรู้สึกปฏิพัทธ์ชู้สาวแบบนั้นต่อกัน จึงเป็นเหตุให้ซู่อ
วิ๋นบ่ายเบี่ยง นางรู้อยู่เต็มอกฮองเฮาสามารถยัดเยียดงานสมรสให้นางเพื่อปิดปากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ให้เหมือนไม่มี
อะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าฮองเฮากลับไม่ทำเช่นนั้น ซู่อวิ๋นจึงมั่นใจหนักแน่นว่าถ้าอยากให้แต่งกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจริง คง
ไม่ต้องรอให้พูดยํ้าถึงสองครั้งแบบนี้
ดังนั้นหากฮองเฮาจัดงานสมรสให้ก็ต้องมีเหตุผลอยู่แค่สองข้อ ข้อแรกเพื่อให้องค์หญิงซู่อวิ๋นสบายใจ ข้อสองเพื่อ
สยบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้
เมื่อฮองเฮารู้ว่าองค์หญิงซู่อวิ๋นไม่ค่อยเต็มใจแต่งงานกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็พลอยตกใจขึ้นมา เพราะวันข้างหน้า
หากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ขึ้นตำแหน่งเป็นผู้นำคนต่อไป ตำแหน่งขององค์หญิงซู่อวิ๋นก็จะเป็นถึงฮองเฮาไปโดยปริยาย!
แต่ว่าองค์หญิงซู่อวิ๋นกลับยืนกรานไม่ยินยอมแต่งกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย?
คราวนี้ ฮองเฮาชักคาดเดาไม่ออกแล้ว ว่าในความคิดของนางนั้นต้องการสิ่งใดกันแน่!
ฮองเฮาพยายามครุ่นคิดและฝืนยิ้มออกมา “เรื่องในวันนี้คนที่เสื่อมเสียก็มีแต่ซู่อวิ๋น ไม่ว่าหลานต้องการอะไร เปิน
กงจะให้สมปรารถนาได้หมด”
องค์หญิงซู่อวิ๋นขบฟันไตร่ตรองสิ่งที่นางปรารถนา จากนั้นหันไปบอกความปรารถนากับฮองเฮา
[1] เปินกง สรรพนามที่องค์หญิงเรียกแทนตนเอง
[2] อัยเจีย สรรพนามที่ไทเฮาและฮองเฮาเรียกแทนตนเอง