การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 852 ความปรารถนาที่เป็นไปไม่ได้
เดิมทีคิดว่านี่เป็นเรื่องที่สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย แต่ฮองเฮาฟังความปรารถนาขององค์หญิงซู่อวิ๋นแล้ว ได้
แต่โบกมือปฏิเสธ “เรื่องนี้ เปินกงมิอาจช่วยได้!”
“ทำไมจะช่วยไม่ได้เพคะ?” องค์หญิงซู่อวิ๋นหลุดพูด
องค์หญิงซู่อวิ๋นถูกเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเล่นงานจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เดิมทีนางตั้งใจจะใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใช้ให้
ฮองเฮาทำตามสิ่งที่ต้องการ แต่นึกไม่ถึงว่าฮองเฮากลับปฏิเสธโดยไม่คิดแม้แต่น้อย
สาเหตุที่ฮองเฮาปฏิเสธนั้นง่ายดายเสียเหลือเกิน นั่นเพราะว่า… ตัวฮองเฮาเองก็แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว
ฮองเฮาพูดกับองค์หญิงซู่อวิ๋นอย่างจริงจังตั้งใจ “ซู่อวิ๋นเอ๋ย อย่าหาว่าปั้าอย่างนั้นอย่างนี้เลย หลานเป็นคนที่ไท
เฮาเลี้ยงดูและโปรดปรานเป็นที่สุด ก็คงรู้ดีว่าไทเฮาจะไม่รู้สิ่งที่หลานปรารถนาเชียวหรือ?”
ซู่อวิ๋นส่ายหน้าด้วยความงงงวย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ฮองเฮากล่าว
“เปินกงอยากบอกหลานเสียหน่อย งานแต่งงานของหลานเป็นเรื่องใหญ่ที่เกินขอบเขตของเปินกงจะช่วยได้ แต่
กลับอยู่ในมือของไทเฮาต่างหาก ถ้าไทเฮาอยากให้หลานแต่งงานกับคนดีก็ย่อมได้ ถ้าไทเฮาอยากให้หลานอยู่คนเดียวจน
แก่เฒ่า เปินกงก็ยื่นมือเข้าไปช่วยไม่ได้!” ฮองเฮาเล่าเหตุผล
เมื่อฮองเฮากล่าวจบได้ลูบไปที่ไหล่ขององค์หญิงซู่อวิ๋นอย่างอ่อนโยน และเอ่ยอย่างเห็นใจ “สรุปแล้วไม่ใช่ว่าเปิน
กงไม่อยากช่วย แต่ถ้าเรื่องนี้เปินกงออกหน้า จุดจบก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเสียเท่าไหร่หรอก!”
ทันใดนั้น สีหน้าขององค์หญิงซู่อวิ๋นก็ซีดขาวจนพูดไม่ออก
ฮองเฮาลุกยืนขึ้นหันไปกล่าวกับองค์หญิงซู่อวิ๋น “เปินกงขอแนะนำให้ซู่อวิ๋นไตร่ตรองให้ดีอีกครั้งหนึ่ง!”
นางสีหน้าชะงักไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าจะตอบกลับอย่างไรดี!
จากนั้นฮองเฮาได้มองหน้าองค์หญิงซู่อวิ๋นด้วยความเห็นใจ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ปล่อยให้องค์หญิงซู่อวิ๋นยืนงงงวยอยู่ตรงนั้น และนั่งฟุบลงไปกับเก้าอี้ไม้ด้วยความอ่อนแรง
ข้างกายขององค์หญิงซู่อวิ๋น มีนางกำนัลวัยรุ่นยืนอยู่ เมื่อนางเห็นองค์หญิงผิดหวังสุดซึ้ง นางรีบเข้ามาปลอบใจ
เสียงอ่อย “องค์หญิงอย่าได้ท้อแท้ใจไป ทุกอย่างต้องมีหนทางของมันเสมอเพคะ”
องค์หญิงซู่อวิ๋นหันไปพูดด้วยนํ้าเสียงสิ้นหวัง “เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่ฮองเฮาเอ่ยเมื่อครู่หรือ? ตัวฮองเฮาเองก็ไร้ความ
สามารถที่จะช่วยเหลือได้เหมือนกัน!”
นางกำนัลจึงพูดอย่างมีแผนภาพในใจ “องค์หญิงอย่าได้ท้อแท้สิ้นหวังไปเพคะ เรื่องนี้ฮองเฮาช่วยไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่อง
แปลก องค์หญิงลองคิดดู ไทเฮากับฮองเฮาไม่ลงรอยกันมาแต่ไหนแต่ไร นางกำนัลในวังหลวงต่างรู้กันทั่ว หากองค์หญิง
ไปขอร้องฮองเฮาแล้วเกิดตอบตกลง นั่นก็เท่ากับหลอกลวงองค์หญิงซึ่งหน้านะเพคะ”
องค์หญิงซู่อวิ๋นเอ่ยอย่างปัดรำคาญ “เจ้านี่นะ มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ มาวกวนจนข้างงไปหมดแล้ว… ขนาด
ฮองเฮายังช่วยข้าไม่ได้ แล้วใครหน้าไหนจะมาช่วยข้าได้?”
นางกำนัลคนนี้ติดตามซู่อวิ๋นตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ และนับว่านางเป็นคนเก่าแก่ของจวนหวาง เพราะฉะนั้นนาง
จึงสนิทสนมกับองค์หญิงซู่อวิ๋นมากที่สุด
ในเวลานี้นางกำนัลได้พูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “องค์หญิง เรื่องนี้ไม่ได้ยากเลย ใครเป็นคนสร้างเรื่อง คนนั้นก็ต้อง
เป็นคนแก้”
“คนสร้าง คนแก้อะไรกัน ข้ายังไม่ค่อยเข้าใจ?” องค์หญิงซู่อวิ๋นถามกลับ
นางกำนัลจึงอธิบายอย่างหน้าชื่นตาบาน “ตั้งแต่ที่องค์หญิงเข้าวังหลวงก็ถูกไทเฮาควบคุมทุกอย่าง จนอายุล่วง
เลยมาถึงสิบแปดปีแล้ว ยังไม่ได้แต่งงานมีคู่ครองเลย ตอนนี้องค์หญิงอยากออกไปนอกวัง ไทเฮาย่อมไม่มีทางตอบตกลง
แน่นอน… เพียงแต่ว่าองค์หญิงคงไม่ลืมเรื่องที่บุรุษโผล่เข้าไประหว่างอาบนํ้า คนคนนั้นคือองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นเลยนะ
เพคะ!”
องค์หญิงซู่อวิ๋นฟังแล้วก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่ “เจ้าคงไม่ได้จะบอกข้าว่า ให้ใช้โอกาสนี้ลงมือกับองค์
ชายใหญ่อ๋าวฮั่น?”
องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นคนนั้นทำอะไรโผงผางและปั่าเถื่อนเป็นที่สุด แค่ดูหน้าก็ขยะแขยงแล้ว วันนั้นเขาไม่ขอโทษที่
บุ่มบ่ามเข้ามา ยังเอ่ยวาจาดูถูกดูแคลนข้าอีก… จนปั่านนี้ข้ายังคิดไม่ตกเลยว่าใครกัน เอาข้าไปอยู่ในอ้อมอกที่กำยำของ
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกัน!
“องค์หญิงคิดมาไปแล้ว บ่าวไม่ได้จะให้องค์หญิงลงมือกับองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น แต่จะให้องค์หญิงใช้โอกาสนี้ทำให้
องค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยและองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นทะเลาะกันเพคะ… องค์หญิงนึกดู หลายปีมานี้ไทเฮาไม่ปล่อยให้
องค์หญิงออกนอกวัง ด้วยคิดว่าองค์หญิงอายุยังน้อยเกินไป ไร้ญาติขาดมิตร พึ่งตัวเองไม่ได้ แต่ถ้าองค์หญิงมีคนนอกช่วย
พูดให้ ถึงตอนนั้นไทเฮาคงนํ้าท่วมปากพูดไม่ออกใช่ไหมเพคะ?” นางกำนัลสาธยาย
องค์หญิงซู่อวิ๋นได้ฟังเห็นว่ามีเหตุมีผลไม่น้อย แต่พอนึกให้ดีก็พบว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ค่อนข้างยาก
เพราะว่าไทเฮาไม่ใช่คนที่จะรับฟังโดยง่าย อีกอย่างถ้ามีคนนอกมาช่วยพูด ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใจอ่อนลง
แต่หากจะให้ไทเฮาฟังคนคนนั้น องค์หญิงต้องหาคนที่มีความสามารถจนไทเฮายอมรับ อีกทั้งต้องมีฐานะที่พิเศษ
ที่ตกเป็นเหยื่อที่ถูกไทเฮาเล่นงานโดยง่าย
หากพิจารณาแล้ว บุคคลที่มีคุณสมบัติข้างต้นคงมีเพียงองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น ทว่าการพบหน้าในครั้งแรก ระหว่าง
นางและเขาเต็มไปด้วยความอับอาย ตอนนี้หากต้องการให้องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าเขาจะยอมช่วยเหลือแต่
โดยดีไหม?
พูดได้ว่าจุดนี้เองทำให้องค์หญิงคิดไม่ตก!!!
องค์หญิงซู่อวิ๋นส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “ถ้าเจ้าต้องให้ข้าไปขอร้องอ้อนวอนองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น ข้ายอมเหี่ยวตายอยู่
ในวังหลวงนี่แหละ!”
“องค์หญิงไม่ต้องไปขอร้องวิงวอนความช่วยเหลือจากองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นด้วยองค์เองหรอกเพคะ แต่มีคนคน
หนึ่งที่อาจช่วยองค์หญิงได้เพคะ!” นางกำนัลหัวเราะคิกคัก
“เจ้าหมายถึงใครกัน?” องค์หญิงเลิกตาโตถามขึ้น
องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นมาจากแค้วนอื่น ย่อมไม่มีผู้ใดสนิทสนมหรือใกล้ชิดมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่น้องชายของ
เขาเองก็ดูจะไม่ค่อยสนิทสนมกันอีก อย่างนั้นองค์หญิงซู่อวิ๋นจะต้องไปหาใครกันที่จะช่วยพูดกับองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นแ
ทนนาง
นางกำนัลก้มหน้า เอ่ยเสียงอ่อยๆ ออกมา “บุตรสาวภรรยาเอกจวนต้วน ที่ชื่อต้วนชิงหมิงเพคะ!”
“เจ้าว่าอะไรนะ?” องค์หญิงถามด้วยความฉงน
“บ่าวบอกว่า บุตรสาวภรรยาเอกจวนต้วนที่ชื่อต้วนชิงหมิง หรือที่คนชินปากว่าคุณหนูใหญ่จวนต้วนเพคะ!”
นางกำนัลเน้นยํ้าอีกรอบ
องค์หญิงซู่อวิ๋นทำท่าครุ่นคิด ก่อนส่ายหน้าว่าเป็นไปไม่ได้ “ข้ากับคุณหนูใหญ่จวนต้วนนั่นไม่เคยได้สนทนากันมา
ก่อน มีหรือที่นางจะช่วยข้าโดยไม่ได้รับสิ่งตอบแทน?”
นํ้าเสียงขององค์หญิงแปรเปลี่ยนเป็นความสร้อยเศร้า
เมื่อถอดต่างหูที่องค์หญิงใส่ออก นางก็เป็นเพียงสตรีไร้ที่พึ่งพิงตัวคนเดียว… คนที่ชื่อต้วนชิงหมิง นางเคยเห็นอยู่
ไกลๆ แต่ไม่เคยได้สนทนากันมาก่อ ด้วยเหตุนี้องค์หญิงจะเอ่ยปากขอร้องให้ต้วนชิงหมิงยอมตบปากรับคำช่วยเหลือได้
อย่างไร?
นางกำนัลจึงรีบอธิบาย “เดิมทีองค์หญิงไม่สนิทสนมกับต้วนชิงหมิง แต่พอเรื่องในวันนี้เกิดขึ้นแล้ว องค์หญิงก็
เท่ากับรู้จักนางแล้ว… บ่าวได้ยินมาว่า ตอนที่คุณหนูใหญ่จวนต้วนหายตัวไป องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นบ้าคลั่งจนเกือบเสียสติ
จากจุดนี้เองเห็นได้ถึงความสำคัญที่องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นมีให้นาง… หากองค์หญิงช่วยเหลือและทำให้นางเห็นถึงความ
จริงใจที่องค์หญิงมีให้ ถึงตอนนั้นพอสนิทสนมกับนางแล้ว องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นย่อมช่วยเหลือองค์หญิงอย่างง่ายดายนะ
เพคะ!”
องค์หญิงซู่อวิ๋นตอบเพียงว่า “เจ้านี่พูดง่าย แต่ข้าไร้ซึ่งอำนาจในวังหลวง จะเอาสิ่งใดไปช่วยเหลือนางได้?”
“ก็ใช้ฐานะที่เป็นองค์หญิงอย่างไรสิเพคะ คำแหน่งองค์หญิงในวังหลวง นับว่ามีอำนาจมากอยู่นะเพคะ” นาง
กำนัลไขข้อข้องใจ
องค์หญิงเห็นท่าทางจริงจังของนางกำนัล ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “หวังว่าสิ่งที่เจ้าแนะนำมายืดยาวจะมี
ประโยชน์!”
“องค์หญิงวางใจได้เพคะ วิธีของบ่าวจะต้องได้ผลอย่างแน่นอน” นางตอบอย่างมั่นใจ
องค์หญิงซู่อวิ๋นจึงหันไปสัพยอก “หวังว่าจะได้ผลดี ไม่ใช่ผลร้ายกลับมาก็พอแล้ว!”
นางกำนัลหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจยิ่งนัก
หลังจากนั้นองค์หญิงซู่อวิ๋นได้ลุกยืนขึ้น “ไปกันเถอะ พวกเราไปหาไทเฮากันเถอะ!”
“องค์หญิงจะไปหาไทเฮาประเดี๋ยวนี้เลยหรือ ไม่กลัวว่าฮองเฮาเอาเรื่องที่องค์หญิงคุยกับนางฟั้องไทเฮาหรือ
เพคะ?” นางกำนัลถามเสียงหลงด้วยความตกใจ
องค์หญิงซู่อวิ๋นแสยะยิ้ม “ข้ากุมไพ่ความลับของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยู่ในมือ ฮองเฮาย่อมไม่กล้าฟั้องอย่างแน่นอน!”
“บ่าวคิดว่าองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นไม่ใช่คนที่จะเจรจาง่าย ตอนนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังสร้างเรื่องขึ้นอีก ฮองเฮายังวิ่ง
วุ่นแก้ปัญหาให้เขาก็แทบจะไม่ทันแล้วเพคะ” นางกำนัลเสนอความคิด
สิ่งที่องค์หญิงซู่อวิ๋นกล่าวมาไม่ผิดแม้แต่น้อย ตั้งแต่ที่ฮองเฮาจากไป นางก็รีบกุลีกุจอไปเข้าเฝั้าไทเฮาที่ตำหนักฉือ
หนิงทันที
ทางด้านแม่นมกุ้ยที่อยู่ข้างกายฮองเฮาได้พูดขึ้นว่า “ฮองเฮาไม่รู้สึกแปลกใจ ในสิ่งที่องค์หญิงซู่อวิ๋นพูดเมื่อครู่เลย
หรือเพคะ?”
ในเวลานี้ฮองเฮามาครุ่นคิดดูก็รู้สึกแปลกใจอย่างมาก องค์หญิงที่ถูกแต่งตั้ง ไร้ญาติจาดมิตรภายนอก กลับอยาก
ออกไปนอกวังหลวง เรื่องนี้ไม่ว่าใครก็คงจะคิดหาคำตอบไม่ออกกระมัง
แต่ตอนนี้ฮองเฮาไม่มีกระจิตกระใจคิดถึงเรื่ององค์หญิงซู่อวิ๋น จึงโบกมืออย่างหงุดหงิดใจ “เรื่องของซู่อวิ๋นนั่นวาง
ไว้ก่อน สิ่งสำคัญตรงหน้าคือจะโน้มน้าวไทเฮาอย่างไรต่างหาก!”
เมื่อครู่นี้ฮองเฮาได้รับรายงานว่า องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นได้มาอาละวาดที่ตำหนักไทเฮา ประกอบกับเหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยยังไม่ได้สติขึ้นมา คำพูดของอ๋าวฮั่นจึงเป็นคำพูดเพียงด้านเดียว แต่ฮองเฮารู้จักนิสัยของไทเฮาเป็นอย่างดี หากนางคิด
ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นคนผิด ต่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะแก้ตัวมากมายเพียงใดก็มิอาจลบล้าง ความคิดแรกของไทเฮาที่
ยึดติดได้!
ดังนั้น ฮองเฮาจึงรีบมาที่ตำหนักฉือหนิงให้เร็วที่สุด เพื่อหาหนทางช่วยเหยียนหลิ่งเจวี๋ยให้พ้นจากสิ่งที่ทำไปใน
ครั้งนี้
ฮองเฮารีบสาวเท้าวิ่งไปให้เร็วขึ้น จนแม่นมกุ้ยที่วิ่งตามอยู่ด้านหลังได้เอ่ยถามขึ้น “อย่างนั้น สิ่งที่องค์หญิงซู่อวิ๋
นพูดเมื่อครู่ ต้องทูลให้ไทเฮาทราบไหมเพคะ?”
ฮองเฮาส่ายหัวไปมา “เจ้าซู่อวิ๋นฉลาดเป็นกรด นางรู้เต็มอกว่าเจวี๋ยเอ๋อร์ทำผิดต่อนางก่อน ตอนนี้ข้าทำได้แต่
ประนีประนอมดูตามสถานการณ์ ไม่ว่าซู่อวิ๋นจะพูดอะไร ข้าไม่มีทางเล่าสิ่งที่นางพูดเมื่อครู่ออกไป!”