การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 853 เปั้าโจมตี
น่าเสียดายตรงที่องค์หญิงซู่อวิ๋นได้เดิมพันฝังผิดไปกับฮองเฮา เพราะฮองเฮาไม่มีความคิดและที่ท่าที่จะช่วยเหลือ
นางในการขัดสิ่งที่ไทเฮาตั้งไว้
แม่นมกุ้ยที่ได้ฟังฮองเฮาเอ่ยเช่นนั้น ดวงตาก็ลุกวาวเอ่ยขึ้นทันใด “ฮองเฮา เรื่องนี้พวกเราไม่ต้องพูดออกไปเอง
หรอกเพคะ ประเดี๋ยวคนอื่นก็พูดแทนแล้ว… ฮองเฮาลองคิดดูนะเพคะ หากองค์หญิงที่ไทเฮาเอ็นดูรักใคร่อยากออกจาก
วังหลวง ไทเฮาจะคิดยังไงเพคะ?”
ฮองเฮาได้ฟังก็หยุดสาวเท้าลง “แม่นมกุ้ยหมายความว่า……”
ในตอนนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นเป็นเปั้าโจมตีไปแล้ว หากมีเรื่องอื่นที่ทำให้ไทเฮาต้องหงุดหงิดพระทัย ฮองเฮาเชื่อ
มั่นว่าต้องเป็นเรื่องดีสำหรับนาง อย่างน้อยจะได้เบี่ยงความสนใจจากเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปที่อื่น
แต่เรื่องนี้ต้องมอบให้ใครเป็นคนถึงจะดี?
ฮองเฮาลังเลใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี
แม่นมกุ้ยจึงยื่นหน้าเข้ามากระซิบกระซาบข้างหู
ไทเฮาที่ได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยไม่หยุด ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ดี ทำตามที่เจ้าว่ามาแล้วกัน!”
องค์หญิงซู่อวิ๋นและฮองเฮาต่างมีแผนในใจของตน และต่างมุ่งหน้ามาที่ตำหนักของไทเฮากันทั้งนั้น แต่สิ่งที่พวก
นางยังไม่ทราบ คือไม่ว่าพวกนางจะมาไม้ไหนกัน ไทเฮาก็ไม่มีทางสนใจแยแส เพราะตอนนี้ไทเฮายุ่งจนถอนตัวออกมาไม่
ได้
ต้นเหตุความยุ่งของไทเฮามาจากการที่อ๋าวฮั่นเข้ามาเอาเรื่องเอาราวกับนาง
อ๋าวฮั่นเข้ามาถึงตำหนักไทเฮาก็อาละวาดยกใหญ่ กระทั่งไทเฮาโกรธจนเกือบอกแตกตาย
ไทเฮาจึงรีบจัดการเรื่องใหญ่ของอ๋าวฮั่นในทันที จนไม่มีเวลามาดูเรื่องหยุมหยิมของฮองเฮาและองค์หญิงซู่อวิ๋น
สรุปแล้ว ในวันนี้ตำหนักของไทเฮาคึกคักเป็นพิเศษกว่าทุกๆ วัน
เมื่อองค์หญิงซู่อวิ๋นและฮองเฮามาถึงตำหนักของไทเฮาโดยไม่ได้นัดหมาย ก็ทูลขอเข้าเฝั้าพร้อมกัน และพอได้
เข้าไปด้านในก็ถึงกับต้องตกลงตะลึงต่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า
ไทเฮานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเก้าอี้ ส่วนอ๋าวฮั่นยืนหน้าแดงกํ่าพร้อมกับกำหมัดทั้งสองข้างไว้แน่น ดูท่าราวกับมี
ใครทำให้อ๋าวฮั่นโกรธ
เหตุการณ์เบื้องหน้าคับขับจวนตัวจนอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
ทำให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กันออกมา
ฮองเฮาและองค์หญิงซู่อวิ๋นต่างกันหน้ามาสบตากันพร้อมกับใจที่เต้นระรัวอย่างบอกไม่ถูก
พวกนางทำความเคารพไทเฮา ส่วนไทเฮาไม่มีกระจิตกระใจจะตอบแล้ว แม่นมซิ่นที่อยู่ข้างกายไทเฮาจึงส่งสายตา
ให้ทั้งสองคนถอยออกไปยืนด้านข้างก่อน
หลังจากนั้นอ๋าวฮั่นก็ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจของเขาต่อไป
เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้อ๋าวฮั่นโกรธจัด เสียกระทั่งลมแทบหูจากหูทั้งสองข้าง
อ๋าวฮั่นผู้นี้ออกสนามรบสังหารข้าศึกตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ทั้งชีวิตของเขาสังหารคนมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่เขาเป็นคน
ที่ไม่เคยเสียคำสัญญาให้กับคนที่ลั่นวาจาไว้ด้วยเลย
จนมาวันนี้เขาได้เสียคำพูดที่เคยให้ไว้เป็นการเสียที่หนักหน่วงเอาเรื่อง เนื่องจากความสะเพร่าเลินเล่อของเขา จน
เกือบทำให้ความบริสุทธิ์ของสตรีคนหนึ่งถูกบุรุษกระทำยํ่ายี!
ที่สำคัญสตรีผู้นี้เขาตบปากรับคำว่าจะปกปั้องให้ดีที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เข้าจะให้อ๋าวฮั่นเอาหน้าไปไว้
ที่ไหนกัน
เขาจึงตัดสินใจมาเอาผิดกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย โดยเล่ารายละเอียดและแผนการทั้งหมดของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่แอบ
ลักพาตัวต้วนชิงหมิงไปให้ไทเฮาฟังทั้งหมด
รวมไปถึงเรื่องที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้หลอกลวงเขา จนไปถึงเรื่องที่องค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้พาว่าที่ชายาของ
เขาไปแอบซ่อนในห้องลับเพื่อหวังกระทำมิดีมิร้าย!
สรุปแล้ว อ๋าวฮั่นได้สาธยายความชั่วช้าของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาไทเฮาที่นั่งฟังหน้า
ชาด้วยความละอายจนพูดไม่ออก ได้แต่นั่งนิ่งรักษาหน้าให้เป็นปกติ โดยที่ในใจกรีดร้องด้วยความเดือดดาล
ราชวงศ์ต้าเซี่ยสืบเชื้อสายกันมาอย่างยาวนาน ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วใต้หล้า แต่บัดนี้เพราะความโง่เขลาของเหยี
ยนหลิ่งเจวี๋ย ไม่เพียงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้นมีข้อพิพาทต่อกัน ยังเป็นการตบหน้าทำลายหน้าตาของบรรดา
ราชวงศ์ให้สูญสิ้น!
เมื่ออ๋าวฮั่นเห็นสีหน้าไทเฮามิอาจนิ่งเฉยจนกลายเป็นบูดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล เขาก็ยังคงเล่าต่อไป “ไทเฮา
ตำแหน่งของพระองค์เป็นถึงเสด็จแม่ของฝั่าบาท อ๋าวฮั่นจึงยังเคารพนับถือพระองค์อยู่… ดังนั้นในเวลานี้ อ๋าวฮั่นอยาก
ถามไทเฮาว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร? หากไทเฮาบอกว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยหรือเป็นเพียงความเข้าใจ
ผิด อ๋าวฮั่นยินดีพาว่าที่ชายากลับไป และนับจากนี้จะไม่กลับมาเหยียบวังหลวงแห่งต้าเซี่ยแม้แต่ก้าวเดียวอีกต่อไป……”
สิ่งที่อ๋าวฮั่นพูดออกมาทำให้ไทเฮาไปต่อไม่ถูก… หากไทเฮาไม่ลงโทษเหยียนหลิ่งเจวี๋ย อ๋าวฮั่นจะต้องพาต้วนชิงห
มิงไป และจะไม่มีวันกลับมาเหยียบต้าเซ๊่ยอีกเลย นั่นหมายความว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองแคว้นถือว่ายุติลงแต่เพียง
เท่านี้… คำพูดแม้จะดูง่ายดาย แต่ไม่ว่าใครก็ฟังออกว่าแฝงไปด้วยการข่มขู่
ว่าที่ผู้นำแห่งแคว้นอื่นลั่นวาจาจะไม่มาเหยียบต้าเซี่ยอีก นั่นหมายถึงจะตัดขาดสมันพันธ์ที่ทั้งสองแคว้นมีให้กันมา
ให้ขาดสะบั้นลง
ที่สำคัญคือหากอ๋าวฮั่นกลับไปบอกผู้นำแคว้น ว่าต้าเซี่ยนำว่าที่ชายาของเขาไปตกอยู่ในอันตรายจึงไม่ขอมาเห
ยียบต้าเซี่ยอีก?
ถ้าเป็นอย่างนั้นต้าเซี่ยในสายตาแคว้นอื่นจะมีความเชื่อมั่นและอำนาจเด็ดขาดได้อย่างไรกัน?
เพราะฉะนั้นสิ่งที่อ๋าวฮั่นกล่าวออกมาล้วนแฝงนัยยะข่มขู่ทั้งสิ้น
ที่สำคัญอ๋าวฮั่นได้ปิดช่องทางหนีทีไล่ของไทเฮาจนหมดสิ้นแล้ว… เขาเคารพไทเฮาในฐานะท่านย่าของเหยียนหลิ่ง
เจวี๋ย แต่ถ้านางลำเอียงเข้าข้างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ไม่สมควรได้รับความเคารพต่อไป?
หากเป็นอย่างหลังหน้าตาของไทเฮาจะเอาไปวางไว้ตรงไหนได้!
สิ่งที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกระทำลงไปทั้งหมดทำให้ไทเฮาเดือดดาลเป็นที่สุด จนไม่รู้จะตอบกลับอ๋าวฮั่นไปเช่นไร
อ๋าวฮั่นที่กลัวจะไม่เกิดเรื่อง ได้ลั่นวาจาทิ้งท้ายว่า “แต่ไหนแต่ไรมาไทเฮาเป็นผู้ยุติธรรม อ๋าวฮั่นเชื่อมั่นว่าไทเฮา
จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาพ่ะย่ะค่ะ”
ประโยคนี้ยิ่งทำให้ไทเฮาลำบากใจขึ้นไปเป็นทวีคูณ
เพราะว่าถ้าไทเฮาไม่สามารถให้คำตอบที่ยุติธรรมกับเขาได้ และเอนเอียงเข้าข้างหลานชาย ความไม่ยุติธรรมใน
ครั้งนี้ของนางจะต้องเลื่องลือไปทั่วใต้หล้าอย่างแน่นอน!
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรมาก เหตุเกิดเพราะต้วนชิงหมิงเพียงคนเดียว หากไทเฮาเป็นผู้ตัดสินยกนางให้กับอ๋าว
ฮั่นดังเดิม และลงโทษเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างหนักให้เขาล้มเลิกความคิดที่จะแย่งต้วนชิงหมิงมา!
ทว่าสตรีผู้นี้เกี่ยวโยงไปถึงองค์ชายใหญ่ของทั้งสองแคว้นที่เป็นว่าที่ผู้นำในอนาคต
เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหลานชายตัวดีของนาง ทว่าคนที่เดือดดาลกลับเป็นถึงองค์ชายใหญ่แคว้นอื่น
เพราะฉะนั้นการตัดสินใจในเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายกับไทเฮาเอาเสียเลย
ไทเฮาหน้าขึงขัง พูดอย่างหนักแน่น “องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นอย่าได้รีบร้อนไป รอให้หลานชายของอัยเจียได้สติขึ้น
มาแล้วค่อยไถ่ถามว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ ถึงตอนนั้นจะให้คำตอบที่องค์ชายและเหอซั่วพอใจอย่างแน่นอน”
อ๋าวฮั่นได้ฟังดังนั้นก็คำนับทันที “อ๋าวฮั่นเคยได้ยินเสด็จพ่อเล่าว่า ที่ต้าเซี่ย ฝั่าบาทและไทเฮามีแต่ความยุติธรรม
เรื่องนี้หากไทเฮารับปาก อ๋าวฮั่นก็วางใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
เพราะว่าวางใจนั่นเอง ย่อมเป็นการสร้างความกดดันให้มากขึ้น!
คำพูดประโยคนี้ของอ๋าวฮั่นเป็นการผลักให้ไทเฮาต้องสวมบทบาทยุติธรรมตรงไปตรงมา จะลำเอียงเข้าข้างหลาน
ชายมิได้
ไทเฮาแอบชำเลืองตามองไปที่แม่นมซิ่น
แม่นมซิ่นจึงเอ่ยขึ้นว่า “บ่าวได้ยินมาว่าองค์ชายใหญ่บาดเจ็บอย่างหนัก จนคนที่ส่งไปยังไม่กลับมาทูลรายงานเลย
พ่ะย่ะค่ะ”
องค์ชายใหญ่ได้รับบาดเจ็บ?
ไทเฮาร้องด้วยความตกใจและจ้องไปที่อ๋าวฮั่น
อ๋าวฮั่นแสยะยิ้มราวกับไม่ได้ยินที่ไทเฮาร้องออกมา
บาดแผลของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย อ๋าวฮั่นรู้เป็นอย่างดีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่ตอนนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้รับบาดเจ็บ เรื่องที่
ร้องขอความเป็นธรรมต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน?
อย่างไรก็ตาม วันนี้อ๋าวฮั่นต้องช่วยต้วนชิงหมิงระบายความแค้น และที่สำคัญยังต้องถ่วงเวลาให้ยืดยาวออกไป
เพื่อจะได้เป็นผลดีกับเขามากยิ่งขึ้น
ตอนนี้อ๋าวฮั่นไม่มีความรีบร้อนแม้แต่น้อย เขาหวังว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาในวันนี้ เพื่อลากเรื่อง
ที่เกิดขึ้นไปจัดการในวันพรุ่งนี้แทน
เพียงแต่ว่าความปรารถนาของเขากลับต้องหยุดลง เพราะนอกตำหนักมีแม่นมเดินเข้ามา “ทูลไทเฮา องค์หญิง
เหอซั่วได้สติขึ้นมาแล้วเพคะ”
ต้วนชิงหมิงได้สติขึ้นมาแล้ว?
ไทเฮาชะงักไปชั่วขณะ พร้อมกับไม่ค่อยสบอารมณ์เสียเท่าไหร่… ต้วนชิงหมิง ตอนอยู่ที่ตำหนักเพิ่งจะขอร้องช่วย
เหลือคุณหนูคนนั้นไป ทำไมเผลอแวบเดียวได้สติขึ้นมาแล้ว? การที่นางไปอยู่กับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยสองต่อสองทำให้หน้าตา
ของต้าเซี่ยสูญสิ้นไปหมด ช่างน่าจับนางมาลงโทษให้เข็ดหลาบ……
ในตอนนี้การที่นางได้สติขึ้นมาก็นับว่าเป็นเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะไทเฮาจะได้ดูท่าทางของนาง ถ้านางเป็นคนฉลาด
รู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่ฉลาดเฉลียวพอ ก็อย่าหาว่าไทเฮาใจไม้ไส้ระกำก็พอ!
ไทเฮาสามารถรับประกันได้ว่า ถ้าว่าที่ชายาของอ๋าวฮั่นตอบคำถามไม่ระมัดระวังจนทำให้เกิดผลเสียขึ้นมา นาง
จะต้องตายในจวนต้วนอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไทเฮายังมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่มีคนนอกล่วงรู้ ทั้งไม่สามารถตรวจหาความผิด
ปกติจากการตายโดยกะทันหันของต้วนชิงหมิงได้ ยิ่งไปกว่านั้นอ๋าวฮั่นก็มิสามารถใช้เรื่องเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาเอาผิดกับไท
เฮาได้อีก