การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 854 อ๋าวฮั่นฟั้องร้อง
ในใต้หล้าแห่งนี้ไม่เคยขาดความจริง ขาดเพียงชีวิตของคนที่พบความจริงต่างหาก!
นี่แหละถือเป็นมารยาหญิงในวังหลัง ไม่ว่าคิดเรื่องใดก็สามารถเปลี่ยนขาวเป็นดำ เปลี่ยนดำเป็นขาวได้… เช่น
เดียวกับเวลานี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยรังแกข่มเหงต้วนชิงหมิงก่อน โดยที่นางไม่รู้ตัวจนกลายเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ว่าในสายตา
ของไทเฮากลับมองว่าต้วนชิงหมิงไปยั่วเย้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย จึงเกิดเรื่องบ้าบอพวกนี้ขึ้น
หากแม่นมซิ่นส่งสายตาให้ต้วนชิงหมิงแล้ว นางเป็นคนฉลาดพอที่จะรักษาหน้าตาต้าเซี่ยไว้ ชีวิตน้อยนิดของนางก็
จะรอดปลอดภัย
ไทเฮาหันไปมองแม่นมซิ่น นางจึงรีบเอ่ยว่า “เชิญองค์หญิงเหอซั่วเข้ามาได้!”
แม่นมซิ่นรีบวิ่งไปรับ ส่วนไทเฮาส่งสายตามองไปที่อ๋าวฮั่น
อ๋าวฮั่นได้ยินว่าต้วนชิงหมิงได้สติขึ้นมาก็แอบหรี่ลงเล็กน้อย
ต้วนชิงหมิงได้สติฟืนขึ้นมาแล้ว ทำไมนางไม่ฟืนช้ากว่านี้หน่อย! ดูท่าแล้ว ไทเฮาต้อการความช่วยเหลือจากต้วน
ชิงหมิงจริงๆ
ตอนที่อ๋าวฮั่นได้ตัวต้วนชิงหมิงมาก็รู้ว่านางปลอดภัยดี จึงใช้ยาสลบโปะให้นางดมต่อ เพื่อจะได้ให้นางหลับไปทั้ง
วัน แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปได้ไม่นานนัก ต้วนชิงหมิงก็มีสติกลับมา ดูท่าแล้ว ไทเฮาผู้นี้ต้องมีวิธีที่เหี้ยมโหดแน่นอน!
หรือพูดได้ว่า ไทเฮากำลังต้องการความช่วยเหลือจากต้วนชิงหมิงมากที่สุด!
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนี้มีต้วนชิงหมิงเป็นสาเหตุ ทำให้องค์ชายทั้งสองต่างมองหน้ากันไม่ติด ถึงต่อให้เรื่องนี้ต้
วนชิงหมิงไม่รับรู้มาก่อน แต่มันดันเชื่อมโยงไปถึงตัวของนางได้!
ต่อจากนี้ท่าทางของต้วนชิงหมิงถือเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของเรื่องที่เกิดขึ้น!
ลองคิดดูว่า สตรีที่เป็นผู้ถูกกระทำ หากร้องไห้เพื่อให้ลงโทษเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างหนัก อ๋าวฮั่นจะต้องใช้จุดนี้
ทำให้เป็นเรื่องใหญ่จนรู้กันไปทั่วใต้หล้า
ถึงตอนนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะเป็นผู้กระทำ ไทเฮาเสียหน้าต่อใต้หล้า ถึงตอนนั้นความอับอายที่เกิดขึ้นกับเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยและไทเฮาต้องตกอยู่กับต้วนชิงหมิงเพียงผู้เดียว และเมื่อถึงเวลาที่อ๋าวฮั่นต้องกลับแคว้นไป ชีวิตของต้วนชิงห
มิงย่อมเต็มไปด้วยความยากลำบาก
ถ้าพูดว่ามีชีวิตยากลำบากฟังดูแล้วบางเบาเกินไป เพราะไทเฮาไม่มีปล่อยให้ว่าที่ชายาของอ๋าวฮั่นมีชีวิตอยู่ต่อไป
ได้ต่างหาก!
หากต้วนชิงหมิงแต่งเป็นชายากับอ๋าวฮั่นเรียบร้อยแล้วคงเอาผิดไม่ได้ แต่ปัญหาคือนางเป็นเพียงว่าที่ชายาเฉยๆ
หลังจากที่อ๋าวฮั่นกลับไป นางยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในต้าเซี่ย ถึงตอนนั้นนางคงไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็น
พอคิดมาถึงตรงนี้ อ๋าวฮั่นเริ่มกังวลชีวิตของนางขึ้นมา และหวังว่านางจะฉลาดเพียงพอที่จะเอาตัวรอดในครั้งนี้ไป
ได้
ส่วนคนที่อ๋าวฮั่นสั่งให้อยู่ข้างกายต้วนชิงหมิง ล้วนถูกคนของไทเฮาหาเรื่องพาตัวไปทำอย่างอื่น ตอนนี้คนที่อยู่ข้า
งกายต้วนชิงหมิงล้วนเป็นคนของไทเฮาทั้งสิ้น ไม่ว่าไทเฮาข่มขู่นางอย่างไร เขาก็ไม่มีทางรู้และควบคุมอะไรได้เลย
จากนิสัยต้วนชิงหมิงไม่ยอมถูกใครข่มขู่โดยง่าย จุดนี้อ๋าวฮั่นรู้เป็นอย่างดี แต่ด้วยรู้เป็นอย่างดีนั่นเอง เขาจึงเกิด
เป็นห่วงนางขึ้นมาจนมิอาจสงบได้ เพราะเขาไม่หวังให้เกิดเรื่องขึ้นกับต้วนชิงหมิงอีก
แต่หากเกิดเรื่องกับนางขึ้นมา อ๋าวฮั่นจะไม่มีทางสงบสุขได้อีกเลย… เรื่องทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยทั้งหมด อีกทั้งยังเกี่ยวโยงถึงการเดิมพันของเขากับเหยียนหลิ่งอวี๋ แต่สุดท้ายคนที่จะซวยหวังว่าไม่ใช่ต้วนชิงหมิง!
อ๋าวฮั่นนั่งหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับกำหมัดทั้งสองไว้แนบแน่น จากนั้นอ๋าวฮั่นหันยิ้มจางๆ ให้ไทเฮา “ในเมื่อว่าที่
ชายาของอ๋าวฮั่นได้สติขึ้นมาแล้ว อ๋าวฮั่นก็สบายใจแล้ว ถ้ามีเรื่องใดที่ยังสงสัยรอให้นางมาถึงแล้วค่อยสอบถามกันพ่ะย่ะ
ค่ะ!”
ประโยคนี้ทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดเหมือนในตอนแรก
ไทเฮายิ้มด้วยใบหน้าที่ดูแทบไม่ได้ “ใช่แล้ว อัยเจียแค่เห็นเหอซั่วก็ชอบใจที่นางเป็นเด็กรู้ความ ที่เหลือพวกเราดู
แล้วกันว่านางจะตอบอย่างไร เพราะนางเป็นคนที่รู้เรื่องดีที่สุด!”
คำพูดของไทเฮาพูดออกมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ต้วนชิงหมิงเป็นคนที่ไทเฮาเตรียม
เชือดหากไม่เป็นไปดั่งใจ
อ๋าวฮั่นได้ฟังแอบแสยะยิ้มในใจ ดูท่าแล้วไทเฮาตั้งใจเล่นงานต้วนชิงหมิง! ที่ไทเฮาพูดว่านางเป็นคนรู้เหตุการณ์
ทั้งหมดดีที่สุด แต่ความจริงนั้น นางสลบไสลไม่รู้ความต่างหาก เพราะฉะนั้นหากคนที่สลบสามารถเล่าเรื่องได้อย่าง
ละเอียดยิบ ก็ไม่จำเป็นต้องการคนที่ได้สติดีมาเล่าแล้วกระมัง?
เพียงแต่ว่าอ๋าวฮั่นมิอาจพูดออกมาเท่านั้นเอง เพราะว่าต่อให้พูดไปแล้วก็มิอาจเปลี่ยนนิสัยของไทเฮาได้
อ๋าวฮั่นพิจารณาไทเฮาก็พบว่านางเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นพอตัว นางต้องการให้คนที่ได้รับความไม่เป็นธรรม
ทั้งหมดตกไปสู่ต้วนชิงหมิง
เรื่องนี้อ๋าวฮั่นไม่ได้รู้ห่วงและเป็นกังวลแม้แต่น้อย
เพราะหลังจากที่รู้จักกับนางมาสองวัน นิสัยของต้วนชิงหมิงนั้น ชิงตั๋วพอจะคาดเดาได้บ้าง นางเป็นสุนัขจิ้งจอก
จอมเจ้าเล่ห์ที่ปลิ้นปล้อนและพร้อมฟาดฟันคนที่ต้องการทำร้ายนาง แต่หากมาอย่างเป็นมิตร นางก็พร้อมยิ้มแย้มแจ่มใส
ต้อนรับขับสู้ แต่ถ้ามาเพื่อเล่นงานนาง ก็อย่าเผลอให้นางได้มีโอกาสเอาคืนก็แล้วกัน
ในตอนนี้ อ๋าวฮั่นกำลังรอดูไทเฮาถูกเอาคืนอย่างใจจดใจจ่อ
พูดได้ว่า การได้สติฟืนกลับมาของต้วนชิงหมิง เป็นเหมือนก้อนหินมหึมาที่พร้อมสร้างเกลียวคลื่นให้กระเพื่อมไป
ทั่วทั้งมหาสมุทร
ทั้งอ๋าวฮั่นและไทเฮาต่างเตรียมแผนการของตัวเองไว้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งองค์หญิงซู่อวิ๋นที่อยู่ด้านข้างฮองเฮาก็
เตรียมแผนการรับมือไว้เผื่อแล้วเช่นกัน
ด้านฮองเฮาคิดว่าหากมีวิธีที่ให้ต้วนชิงหมิงช่วยพูดให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย นางก็พร้อมจะตอบรับเงื่อนไขทุกอย่าง
เพื่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ขยายใหญ่โตเป็นวงกว้าง
ไทเฮาในตอนนี้รอคอยจะได้เห็นหน้าต้วนชิงหมิงเดินเข้ามา เพื่อช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย!
แต่ในทางกลับกัน องค์หญิงซู่อวิ๋นกลับคิดต่างกับไทเฮา นางอยากจะช่วยเหลือต้วนชิงหมิงต่อหน้าทุกคน เพื่อให้ต้
วนชิงหมิงใช้ฐานะว่าที่ชายาของอ๋าวฮั่นโน้มน้าวให้เขา ช่วยองค์หญิงซู่อวิ๋นให้หลุดพ้นจากวังหลวงแห่งนี้ไปสู่ที่ที่เป็นของ
นางอย่างแท้จริง!
ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างจะตกอยู่ที่ต้วนชิงหมิงเพียงผู้เดียว พูดได้ว่าการปรากฏตัวของนางเป็นที่รอคอยของทุก
คนไปแล้ว เพื่อจะได้ใช้แผนการที่แต่ละคนคิดไว้
เวลานี้ขอเพียงนางปรากฏตัวเข้ามาในตำหนัก เรื่องทุกอย่างที่ทุกคนสงสัยจะได้รับการชี้แจงแถลงไข
ในที่สุด ต้วนชิงหมิงก็ก้าวเดินเข้ามาด้านในตำหนักไทเฮา
พูดได้ว่า หลังจากที่นางเข้าไปเปลี่ยนชุดที่เปียกปอนในตำหนัก สติสัมปชัญญะที่มีก็วูบดับลงไป ส่วนเรื่องที่นาง
โดนลักพาตัวไปตำหนักเหยียนหลิ่งเจวี๋ยนั้น นางไม่รู้ตัวทั้งนั้น… นางมารู้ตัวอีกทีก็ได้สติขึ้นในตำหนักของไทเฮาแล้ว หลัง
จากได้สติขึ้นมา แม่นมของไทเฮาก็พูดเป็นนัยยะเพียงไม่กี่ประโยค ทำให้ต้วนชิงหมิงเข้าใจสิ่งที่ไทเฮาต้องการให้เป็นไป!
ตอนนี้ต้วนชิงหมิงยังถูกไทเฮาเชิญตัวมาอีก อย่างน้อยเรื่องนี้ต้องเกี่ยวโยงกับเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างที่นางสลบไสล
อยู่
ต้วนชิงหมิงพยายามเค้นความทรงจำในหัวทั้งหมดเท่าที่จำได้ แต่ทุกอย่างกลับดูเลือนลางไปเสียหมด
นางจำได้แต่ว่าอ๋าวฮั่นรอนางเปลี่ยนชุดอยู่ด้านนอก และจู่ๆ ข้างตู้ได้มีเงาคนแวบไปแวบมา สาดผงสีขาวใส่หน้า
นางจนสติสัมปชัญญะดับวูบลงอย่างรวดเร็ว นางเห็นเลือนลางว่ามีคนมาอุ้มไปอยู่ในห้องลับที่ปิดประตูแนบสนิท จากนั้
นอ๋าวฮั่นได้บุกเข้ามาในห้อง ตะโกนเรียกชื่อนางอยู่หลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่อ๋าวฮั่นเข้าไปประตูลับที่ถูกเปิดออก จน
เลยหน้าห้องลับที่นางอยู่!
หลังจากนั้นภาพในหัวของนางก็ดับวูบลง พอได้สติฟืนคืนมา เรื่องราวทุกอย่างก็จบสิ้นลงแล้ว!
ตามที่แม่นมทั้งสองบอกคืออ๋าวฮั่นได้ช่วยนางออกมา จากตำหนักขององค์ชายใหญ่เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ด้วยความ
โกรธแค้นอ๋าวฮั่นได้ฟันฝั่ามือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นแผลฉกรรจ์ และช่วยเหลือนางออกมาเพื่อทวงความยุติธรรมจาก
ไทเฮา!
ทำไมเรื่องนี้อ๋าวฮั่นไม่ไปเข้าเฝั้าฝั่าบาท แต่กลับเลือกมาที่ไทเฮาด้วย?
แท้จริงแล้ว คำตอบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจ
ข้อแรก ต้วนชิงหมิงยังไม่ได้แต่งงานเรียบร้อย ดังนั้นหากเรื่องนี้ไปถึงท้องพระโรง คนที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็น
คนแรกย่อมหนีไม่พ้นต้วนชิงหมิง ดังนั้นอ๋าวฮั่นจึงไม่อยากทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่โต
ส่วนข้อสอง อำนาจในวังหลังที่แท้จริงอยู่ในมือของไทเฮาต่างหาก หากเรื่องที่ไทเฮาทรงทราบ ย่อมหมายความว่า
ฝั่าบาทก็ทรงทราบเช่นกัน
และข้อสาม เพื่อดูว่าอ๋าวฮั่นมีแผนการอะไรอยู่ในใจ!
อย่างไรก็ตาม การเข้าวังหลวงในวันนี้ อ๋าวฮั่นได้เตือนต้วนชิงหมิงไว้ก่อนหน้าแล้ว ว่าต้องมีเหตุการณ์บางอย่าง
เกิดขึ้น ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามที่อ๋าวฮั่นคาดการณ์เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไทเฮาในตอนนี้หวังให้ต้วนชิงหมิงช่วยพูดให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็ก ทำเรื่องเล็กให้เหมือน
ไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน
ไม่รู้ว่าอ๋าวฮั่นคิดตรงกับไทเฮาทำเรื่องใหญ่เป็นเรื่องเล็ก หรือว่าต้องการฉวยโอกาสนี้ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เพื่อไม่ให้
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกล้าไปงัดข้อกับเขาอีก?
ต้วนชิงหมิงได้แต่ถอนหายใจยืดยาวออกมา พร้อมกำมือทั้งสองข้างจนสั่นไปหมด นางไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นมาเป็น
ไปอย่างไร ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง
แต่ตอนนี้ในมือของนางกลับถือกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ ทันใดนั้น นางจึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหใดแล้วว่าเป็นเพียงฉาก
หนึ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้
เมื่อครู่นี้ในระหว่างที่แม่นมทั้งสองคนช่วยนางเปลี่ยนชุด แม่นมคนหนึ่งได้ยัดกระดาษใส่มือต้วนชิงหมิงเอาไว้!