การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 856 คำแก้ต่างของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เพราะจุดนี้เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยพ้นความผิด ดังนั้นฮองเฮาต้องรู้ให้กระจ่าง!
ต้วนชิงหมิงหันไปตอบฮองเฮาด้วยท่าทางสงบนิ่ง “ส่วนเรื่องต่อจากนั้น เหอซั่วจำอะไรไม่ได้ชัดเจน เพราะมันเป็น
ภาพเลือนลางว่าที่มีคนมาประคองเหอซั่วเอาไว้ เพื่อไปที่ไหนสักแห่งแต่เหอซั่วจำไม่ได้แล้วเพคะ”
เหตุการณ์สามารถมองได้ว่าเข้ามาประคอง และมองได้อีกว่าเข้ามาลักพาตัว เพราะว่าตำหนักที่ต้วนชิงหมิงเข้าไป
เปลี่ยนชุด ด้านนอกมีอ๋าวฮั่นเฝั้าอยู่ และไม่มีใครเข้านอกออกในได้ ดังนั้นการปรากฏตัวของคนคนนั้นต้องไม่ใช่เรื่อง
บังเอิญอย่างแน่นอน
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเล่ามานั้น ช่างคลุมเครือไม่ชัดเจนเสียเหลือเกิน
นางไม่บอกว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นคนลักพาตัวนางไป และไม่ได้บอกว่าจะโผล่อยู่ที่ไหน บอกเพียงว่า “เมามาย”
กับ “จำไม่ได้แล้ว” โดยปล่อยให้ที่เหลือเป็นจินตนาการของทุกคนในตำหนักแทน
คนที่อยู่ในตำหนักล้วนเป็นคนที่เฉลียวฉลาด เมื่อต้วนชิงหมิงเล่าเช่นนี้ก็เข้าใจกันถ้วนหน้า
ด้านอ๋าวฮั่นได้หัวเราะออกมา “ระหว่างที่องค์หญิงเมามาย อ๋าวฮั่นได้ไปหาองค์หญิงเจอที่ตำหนักองค์ชายใหญ่เห
ยียนหลิ่งเจวี๋ย!”
คำพูดของเขายังคงตรงประเด็นอย่างไม่บิดพริ้ว ซึ่งยืนยันในสิ่งที่เขาบอกไปตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยลัก
พาตัวต้วนชิงหมิงไป และเป็นเขาที่ช่วยนางออกจากตำหนักเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ทันใดนั้น ไทเฮาและฮองเฮาต่างหันมาจับจ้องต้วนชิงหมิงตาเป็นมัน ราวกับรอดูคำตอบที่นางจะตอบกลับอ๋าวฮั่น
ต้วนชิงหมิงหัวเราะคิกคัก “องค์ชายคงเข้าใจผิดไปแล้ว… เหอซั่วได้รับความเมตตาจากฝั่าบาทและไทเฮาแต่งตั้ง
เป็นองค์หญิง เช่นนั้นย่อมมีศักดิ์เป็นน้องสาวขององค์ชายใหญ่… น้องสาวจะไปหาเสด็จพี่ถึงตำหนักก็ไม่เห็นเป็นเรื่องผิด
แปลกอะไรนี่หน่า”
อ๋าวฮั่นถึงกับขมวดคิ้ว “หวังว่าจะเป็นตามที่องค์หญิงเล่ามา!”
ต้วนชิงหมิงจึงเน้นยํ้าไปอีกรอบ “องค์ชายใหญ่เป็นคนตรงไปตรงมา สงสัยอยากจะล้อเล่นกับเหอซั่ว ส่วนเรื่อง
องค์ชายอ๋าวฮั่นเจอนั้น อาจเป็นความเข้าใจผิดกระมัง!”
อ๋าวฮั่นกัดฟันยิ้มเจื่อนๆ “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!”
ไทเฮารู้สึกโล่งใจที่ได้ยินต้วนชิงหมิงเล่าออกมาแบบนั้น อ๋าวฮั่นจ้องจะเอาผิดสถานเดียว แต่ต้วนชิงหมิงกลับมา
ยืนยันความบริสุทธิ์ให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยแล้ว เห็นทีคงไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นแล้ว
ด้านฮองเฮาที่ฟังอย่างเงียบเชียบ คิ้วทั้งสองข้างผูกเข้าหากันแน่นแล้ว
เหตุใดต้วนชิงหมิงถึงเลือกมาช่วยแก้ต่างให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย?
ในใจของนางควรโกรธแค้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่หมายกระทำยํ่ายีความบริสุทธิ์ของนางมิใช่หรือ?
แต่ทำไมนางทำเหมือนไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางเลย?
หรือว่าต้วนชิงหมิงอาจสลบไสลจนไม่ได้สติ มาฟืนอีกทีก็จำอะไรไม่ได้แล้ว?
ฮองเฮาได้แต่ก้มหน้าก้มตาผุดคำถามมากมายในใจ แต่ไทเฮากลับพูดเสียงสองประโยคก็เงียบไป
ในเวลานี้ ไทเฮาเหลือบมองฮองเฮาด้วสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์… สีหน้าท่าทางที่แสดงออกมาของฮองเฮา ดูแล้ว
ช่างไม่เหมาะสมกับฐานะฮองเฮาของแผ่นดินเอาเสียเลย!
ไทเฮาจงใจไอออกมาหลายๆ ครั้ง ฮองเฮาได้ยินก็ดึงสติกลับมา ด้วยรู้ว่าทำให้ไทเฮาไม่พอพระทัยแล้ว จึงรีบยิ้ม
กลบเกลื่อนถอยไปด้านหลัง
ทางด้านองค์หญิงซู่อวิ๋นที่อยู่ในตำหนักได้แต่เงียบไม่เอ่ยวาจาแม้แต่คำเดียว เมื่อสบโอกาสจึงหันไปพูดคุยกับไท
เฮา “ไทเฮาดูสิเพคะ องค์หญิงเหอซั่วเพิ่งได้แต่งตั้งมาใหม่ ทำเอาซู่อวิ๋นอิจฉาเหลือเกินเพคะ”
ไทเฮาหันไปยิ้มอย่างเมตตาอ่อนโยน “ทำไมกัน ซู่อวิ๋นรู้สึกว่าอัยเจียลำเอียงให้นางมากไปอย่างนั้นหรือ?”
“ซู่อวิ๋นเติบโตอยู่ข้างกายไทเฮามาตั้งแต่เล็กจนโต เรื่องที่ลำเอียงให้กับคนอื่นไม่เคยมีมาก่อนเลย… เพียงแต่
สายตาที่ไทเฮามององค์หญิงเหอซั่วทำให้ซู่อวิ๋นรู้สึกอิจฉาเหลือเกินเพคะ!” ซู่อวิ๋นพูดยิ้มๆ
ไทเฮาถึงกับหัวเราะชอบใจออกมา “เจ้าเด็กน้อย แค่สายตาที่มองแค่แวบเดียวทำให้อิจฉาถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ไทเฮาก็ทรงทราบดีว่าซู่อวิ๋นเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง ที่หวังว่าไทเฮาจะมอบรักให้ซู่อวิ๋นเพียงคนเดียว……” ซู่อวิ๋นพู
ดงอนๆ
เมื่อต้วนชิงหมิงเห็นไทเฮาและองค์หญิงซู่อวิ๋นเปลี่ยนเรื่องสนทนาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา
ทันใดนั้น ด้านนอกตำหนักมีเสียงนางกำนัลดังขึ้น “องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ… เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาแล้ว?
ไทเฮารีบทำเสียงเคร่งขรึม “ให้เข้ามาได้”
จากนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็สาวเท้าก้าวเข้ามาในตำหนักฉือหนิงอย่างรวดเร็ว
ท่าทางของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยดูแปลกแตกต่างจากเมื่อก่อน ในวันนี้สีหน้าของเขาซีดขาว ร่างกายซูบผอม และมือ
ซ้ายถูกพันแผลอย่างแน่นหนา ดูออกว่าได้รับบาดเจ็บมา!
เมื่อเห็นทุกคนในตำหนักเห็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต่างก็แสดงสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป
อ๋าวฮั่นมองด้วยสายตาที่เย็นชา
ไทเฮาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ฮองเฮามองด้วยอย่างห่วงใย
องค์หญิงซู่อวิ๋นแสดงสีหน้าชิงชังออกมา
มีเพียงต้วนชิงหมิงที่มองเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นเหมือนอากาศธาตุ ที่ไม่มีตัวตนในสายตาของนาง
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเดินเข้ามายืนเบื้องหน้าไทเฮา ทำความเคารพ “หลานคารวะท่านย่า!”
มีเพียงโอรสของฝั่าบาทเท่านั้นที่มีสิทธิ์เรียกไทเฮาว่า “ท่านย่า” ได้
ไทเฮากวักมือให้นางกำนัลยกเก้าอี้มาให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยนั่ง
เมื่อเขาหย่อนตัวนั่งลงแล้ว ก็กวาดสายตามองทุกคนในตำหนัก จนพบกับอ๋าวฮั่นที่ยืนกอดอก เหล่ตามองอย่าง
เย็นชามาที่เขา
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเห็นสีหน้าอ๋าวฮั่น พลันเดือดดาลจนลมออกหู!
อ๋าวฮั่นผู้นี้เป็นคนฟันฝั่ามือของเขาจนเป็นแผลฉกรรจ์ และอุ้มต้วนชิงหมิงออกจากอ้อมอกเขาไป ตอนนี้อ๋าวฮั่นยัง
มีหน้ามายืนอยู่ที่นี่อีก!
ไฟโทสะพวยพุ่งขึ้นหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจนอยากเข้าไปชกหน้าอ๋าวฮั่นสักหมัด เขาจึงด่าทอด้วยความเคียดแค้น
แทน “เจ้ามันควรตายๆ ไปซะ……”
อ๋าวฮั่นจึงง้างมือต่อยไปที่แผลของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยด้วยความรวดเร็วปานสายลมจนไม่มีใครมองทัน เหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยก้มโค้งตัวด้วยความเจ็บปวดทรมาน
เลือดได้ไหลทะลักซึมผ้าพันแผลออกมาอีกครั้ง จนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยล้มพับตกจากเก้าอี้นอนฟุบด้วยความเจ็บปวด
“เจ้าบังอาจทำร้ายข้า?”
ทางด้านต้วนชิงหมิงที่เห็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยล้มพับลงกับพื้น ก็รีบเข้ามาประคองเหยียนหลิ่งเจวี๋ยขึ้น “องค์ชาย
ใหญ่ระวังหน่อยสิ!”
คราวนี้เลือดได้ขึ้นหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเต็มที่แล้ว พอเห็นต้วนชิงหมิงยังอยู่ดีไม่เป็นอะไร เขาจึงระเบิดอารมณ์ใส่
หน้าทันที
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสะบัดมือต้วนชิงหมิงออก พร้อมกับด่าทอด้วยความเคียดแค้น “ไป ไสหัวออกไปซะ อย่าให้ข้า
เห็นหน้าเจ้าอีก!”
ระหว่างที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสะบัดแขน ต้วนชิงหมิงยังไม่ทันตั้งตัว ถลำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนมือไปชนเข้ากับ
ขอบเก้าอี้อย่างแรง จนเลือดไหลอาบออกมา!
ทันทีที่อ๋าวฮั่นเห็นก็โมโหในฉับพลัน “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย… เหอซั่วช่วยเข้าไปประคองเจ้า นางผิดอะไรถึงได้ทำกับ
นางเช่นนี้?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ยังแค้นเคืองอ๋าวฮั่นได้แสยะยิ้มออกมา “ข้าจะทำอะไรนางก็ได้ มันไม่เกี่ยวกับเจ้าสักหน่อย…
อ๋าวฮั่น เจ้ามันเก่งมีความสามารถไม่ใช่เหรอ?”
ทันใดนั้น มีเสียงตะโกนที่เฉียบขาดดังลั่นขึ้นมาในตำหนัก “พอได้แล้ว!!!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเหมือนคิดได้ จึงรีบยืนขึ้นมาโดยไม่ส่งเสียงอีกเลย
อ๋าวฮั่นหันหน้ากลับมาพูดกับไทเฮาด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ไทเฮาทอดพระเนตรเห็นกับตาแล้ว องค์ชายใหญ่เห็นเปิน
เตี้ยน[1]แล้วมีท่าทางเช่นไร ที่เหลือไทเฮาจัดการเอาเองเถิด เปินเตี้ยนขอตัวลาก่อน!”
เมื่อได้ยินอ๋าวฮั่นจะขอตัวกลับ ไทเฮารีบรั้งไว้ทันที “องค์ชายอ๋าวฮั่นอย่าได้รีบร้อน ให้อัยเจียจัดการหลานชายที่
ไม่ได้เรื่องคนนี้เสียก่อน……”
ไทเฮาหันขวับหมายจะด่าทอ แต่เมื่อเห็นเลือดที่ซึมออกมามือเหยียนหลิ่งเจวี๋ย จึงถามอย่างตกใจ “หลานเอ๋ย มือ
ของเจ้าเป็นอะไรไป?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่กำลังงุ่นง่านกับการที่เล่นงานอ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงไม่ได้ ตอนนี้ได้ยินที่ไทเฮาเอ่ยถาม จึงชี้
หน้าไปที่อ๋าวฮั่น “ท่านย่า เรื่องนี้ต้องถามอ๋าวฮั่นกระมัง?”
ไทเฮาหันขวับกลับมามองอ๋าวฮั่น ราวกับต้องการถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
อ๋าวฮั่นจึงตอบอย่างขอไปที “มือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย เปินเตี่ยนเป็นคนทำเอง……”
ด้วยความตกใจ ไทเฮาจึงชี้ไปที่หน้าอ๋าวฮั่นสลับกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย “นี่มัน… เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
อ๋าวฮั่นหันหน้าไปพูดกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย เจ้ากล้าบอกไทเฮาไหมเล่า ทำไมข้าต้องทำให้มือของ
เจ้าอยู่ในสภาพนี้?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยพูดด้วยความโกรธขึ้นหัว “เพราะเจ้าบุกเข้ามาในตำหนักข้า เพื่อหาว่าที่ชายาอะไรของเจ้ามิใช่
หรือ?”
อ๋าวฮั่นเลิกคิ้วตอบกลับไปว่า “ข้าตามหาว่าที่ชายาไปหลายตำหนัก ไม่เห็นมือใครมีแผลแบบนี้ ทำไมมีแต่มีแต่มือ
ของเจ้าที่เป็น… เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ถ้าเจ้าเป็นสุภาพบุรุษมากพอ กล้าบอกไทเฮาหรือไม่ ว่าตอนที่ข้าฟันมือเจ้านั้น เจ้า
กำลังเตรียมทำอะไรอยู่?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกำลังจะอ้าปากพูด แต่ไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าจึงซีดขาว พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว!
เขามิอาจบอกไทเฮาออกมาได้ ว่าตอนนั้นเขากำลังจะแก้อาภรณ์ที่ต้วนชิงหมิงใส่ออก เพื่อหมายกระทำยํ่ายีความ
บริสุทธิ์ของนาง
คำพูดเหล่านี้ หากเอ่ยออกไปไม่เพียงแต่ไทเฮาเท่านั้น แม้แต่เสด็จพ่อก็ไม่มีทางให้อภัยเขาอย่างแน่นอน!
พอเห็นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยนํ้าท่วมปาก อ๋าวฮั่นก็หัวเราะเยาะออกมา “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ต้องให้ข้าพูดแทนเจ้าหรือ
ไม่?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจู่ๆ เงยหน้าพูดเต็มปากเต็มคำ “ข้ากับองค์หญิงเหอซั่วรำลึกถึงความหลังกัน!”
รำลึกถึงความหลัง?
อ๋าวฮั่นกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ จนเขาต้องส่ายหน้า “เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ถ้าเจ้าจะหาข้ออ้างก็หาที่ดีกว่านี้หน่อย
เถอะ… มีการรำลึกความหลังแบบที่เจ้าทำด้วยเหรอ? เจ้าเอายาสลบสาดให้เสด็จน้องดม แล้วพานางไปซ่อนในห้องลับ
จากนั้นมือของเจ้าหมายจะถอดอาภรณ์ของเสด็จน้องออกกระทำยํ่ายี… เหยียนหลิ่งเจวี๋ย ข้าเพิ่งรู้ว่าราชวงศ์ต้าเซี่ยมีการ
รำลึกความหลังเช่นนี้ด้วย?”
คำพูดของอ๋าวฮั่นทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสีหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
ไอ้สารเลวอ๋าวฮั่น… ข้าทำสิ่งใดลงไป มันสาธยายเสียละเอียดเป็นฉากเป็นตอน จนไม่มีจะแก้ตัวอย่างไร!
เหมือนมีสายตาอาฆาตจับจ้องเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมาจากด้านบน พอเขาเงยหน้าขึ้นก็รู้ว่าเป็นสายตาไทเฮา เขาจึงรีบ
ก้มหน้าเอ่ยเสียงอ่อย “ท่านย่า……”
ไทเฮาเค้นถามอย่างดุดัน “เจวี๋ยเอ๋อร์ สิ่งที่องค์ชายอ๋าวฮั่นกล่าวมานั้นเป็นความจริงหรือไม่?”
เดิมทีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยตั้งใจตอบว่า “ไม่ใช่ความจริง” แต่เมื่อเห็นสายตาที่อาฆาตของไทเฮา กับรายละเอียดที่ยัง
ไม่ได้ถูกเล่าออกมา เขาจึงอํ้าอึ้งออกมา “เรื่อง… เรื่องนี้……”
เมื่อเห็นท่าทางนํ้าท่วมปากของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ไทเฮาก็เข้าใจในฉับพลัน
ที่แท้ นางคิดในใจเสมอว่าอ๋าวฮั่นตั้งใจทำเรื่องไม่เป็นเรื่องจากเล็กให้เป็นใหญ่ ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดที่
อ๋าวฮั่นกล่าวมาจะเป็นความจริง!
[1] ปินเตี้ยน สรรพนามที่องค์ชายเรียกแทนตนเอง