การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 857 ไทเฮากริ้วโกรธ
ไทเฮาโกรธกริ้วจนเอาสร้อยไข่มุกที่ถืออยู่ในมือตบลงบนโต๊ะ พร้อมกับด่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเสียงดังสนั่น
“บังอาจ!!!”
สิ้นเสียงแล้ว ไข่มุกที่ร้อยเป็นอย่างดีบ้างหลุดกระเด็นเต็มพื้น บ้างก็แหลกละเอียดคาโต๊ะ
ทุกคนในตำหนักต่างก้มหน้าลงในฉับพลันไม่มีใครกล้าสบตาไทเฮา
เป็นที่รู้กันมาหลายปีว่าตำหนักฉือหนิงของไทเฮา ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวโลกภายนอก แต่ละวันไทเฮาจะสวดมนต์ไหว้
พระ บำเพ็ญบำเพ็ญใจให้ห่างไกลกิเลส
ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงการระเบิดอารมณ์เลย แม้แต่ต่อว่าด่าทอก็แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น ทว่าวันนี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ทำให้ไทเฮาโกรธกริ้วออกมาได้!
ไทเฮาที่พระชนมายุหกสิบกว่า ตะเบงเสียงลั่นตำหนักด้วยความกริ้วจนเรี่ยวแรงที่มีแทบไม่เหลือ
ด้านแม่นมกุ้ยรีบเข้าไปลูบหน้าอกให้ไทเฮาผ่อนลมหายใจให้ช้าลง “ไทเฮาเย็นพระทัยเอาไว้ อย่ากริ้วเลยเพคะ”
ระหว่างที่แม่นมกุ้ยพูดโน้มน้าวให้ไทเฮาเย็นพระทัยอยู่ นางได้ชำเลืองเห็นฮองเฮาแอบยิ้มอย่างมีความสุข
ในใจฮองเฮาช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน นางไม่กลัวไทเฮากริ้วจนสิ้นลม เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง โอรสของนางก็
จะได้ขึ้นตำแหน่งผู้นำองค์ถัดไปอย่างไม่ต้องสงสัย
ฮองเฮาที่ถูกไทเฮากดมานานหลายปี ไม่ว่านางจะพยายามมากเพียงใด พอมาถึงด่านไทเฮาก็มักถูกปฏิเสธเสมอ
แรกเริ่มเดิมที ฮองเฮาคิดว่าไทเฮาทำเพื่อนางและตระกูลสื่อ แต่พอนานวันเข้า นางเห็นต่างออกไป ยิ่งไทเฮาไม่
ชอบสิ่งใด นางยิ่งจะแอบทำสิ่งนั้น ราวกับมีเพียงวิธีนี้ที่จะทำให้ความไม่พอใจที่อัดอั้นตันใจทุเลาเบาลง
ในเวลานี้ ฮองเฮารีบก้าวเข้ามาพูดด้วยความห่วงใย “ไทเฮาอย่ากริ้วเลยเพคะ ตอนนี้ดูแผลของเจวี๋ยเอ๋อร์ก่อนว่า
เป็นอย่างไรก่อนดีกว่าเพคะ”
ฮองเฮาต้องรีบประจบสอพลอทำหน้าที่ให้สุดกำลัง เพื่อไม่ให้ไทเฮาลงโทษเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
พอไทเฮาเพิ่งสงบอารมณ์ลงได้ ก็หันไปตำหนิฮองเฮา “ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าสั่งสอนเจวี๋ยเอ๋อร์จนเป็นแบบนี้สิ
ท่า”
ประโยคนี้ทำให้ฮองเฮาโกรธจนสั่นไปทั้งตัว
ส่วนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยรู้ตัวทันทีว่าได้กระทำสิ่งผิดใหญ่หลวงเข้าแล้ว เขาจึงรีบคุกเข่าลงพื้นเสียงดังทันที
ไทเฮายกมือที่สั่นระริกชี้ไปที่หน้าฮองเฮากับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดต่อว่าดี นางนึกไม่ถึงว่าเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยจะทำเรื่องขายขี้หน้าและเสื่อมเสียถึงราชวงศ์เพียงนี้!
การกระทำเช่นนี้ของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย แม้จะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่บังควร อย่างไรเสีย เขา
เป็นบุรุษวัยรุ่นที่ควรมีความยับยั้งชั่งใจ การได้เจอสตรีที่ถูกตาต้องใจ ย่อมมีความต้องการอันแรงกล้า จิตใจเฝั้าถวิลหา
อยากได้มาครอบครอง อีกทั้งเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้แสดงความปรารถนาที่อยากแต่งงานกับนางมาหลายครั้ง จึงทำให้เขาหู
ตามืดบอดไปชั่วขณะ กระทำในสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
เรื่องนี้หากไม่เอาเรื่องเอาความ อาจเป็นเพราะฐานะที่สูงส่งของเหยียนหลิ่งเจวี๋ย แต่ถ้าจะเอาเรื่องเอาความ อาจ
เพราะเหยียนหลิ่งเจวี๋ยบังอาจคิดไม่ซื่อกับอีกฝั่าย ซึ่งคนคนนั้นคือ “ต้วนชิงหมิง”
“ต้วนชิงหมิง” เป็นถึงบุตรสาวภรรยาเอกของขุนนางระดับสาม เดิมทีถ้าตอนนั้นนางแต่งกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
ถือว่าเป็นโชคของเขา แต่บัดนี้นางเป็นว่าที่ชายาของอ๋าวฮั่น ที่เพิ่งได้พระราชทานแต่งตั้งเป็น “องค์หญิงเหอซั่ว” เมื่อไม่
กี่วันมานี้เอง
การที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดเกินเลยกับองค์หญิงที่ฝั่าบาทและไทเฮาพระราชทานแต่งตั้งยศ นั่นเท่ากับเป็นการตบ
หน้าทั้งสองพระองค์ โทษสถานเบาคือการหยามพระเกียรติของทั้งสองพระองค์ ส่วนโทษสถานหนักคืออาจทำให้เหยียน
หลิ่งเจวี๋ยไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้อีกเลย
สิ่งเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้ คือจะจัดการกับการกระทำชั่วช้าของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างไรดี
อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น อ๋าวฮั่นไปกับตาของเขาเองและเปิดเผยเรื่องนี้ต่อหน้าทุกคน อย่างนี้จะไม่ให้ไทเฮากริ้ว
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอย่างไรได้
เมื่อเห็นไทเฮามีไฟโทสะที่พร้อมปะทุตลอดเวลา เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ยิ่งก้มหน้าตํ่าลงไปเรื่อยๆ
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นคนผิดมากที่สุด เพราะถูกอ๋าวฮั่นจับได้คาหนังคาเขา
เดิมทีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นคนวางแผนเล่นงานคนอื่นไม่เก่ง หากขอโทษขอโพยด้วยความสำนึกผิดจากใจจริงอีก
ฝั่ายคงให้อภัย แต่เขากลับไม่ทำเช่นนั้น ยังผลักความผิดทั้งหมดให้อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิง… เขาคิดว่าหากอ๋าวฮั่นไม่มา
แย่งต้วนชิงหมิงไปจากเขา หรือต้วนชิงหมิงไม่เห็นแก่ชื่อเสียงหรือตำแหน่งที่อ๋าวฮั่นให้ว่าสูงกว่าตำแหน่งสนมที่เขาให้
เรื่องการลักพาตัวในวันนี้คงไม่เกิดขึ้นหรอก
พอพูดถึงชื่ออ๋าวฮั่นก็ยิ่งน่าโมโห ทำไมมันไม่อยู่ในทุ่งหญ้า กลับมาแย่งสตรีที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยหมายปองถึงต้าเซี่ย
เพียงจุดนี้ย่อมทำให้เขาเคียดแค้นอ๋าวฮั่นจนมิอาจให้อภัยได้แล้ว
คู่หญิงชั่วชายทรามอย่างอ๋าวฮั่นกับต้วนชิงหมิงนั้น เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากจะฉีกเนื้อพวกมันออกเป็นชิ้นๆ เอาไป
โยนให้หมากินให้รู้แล้วรู้รอด!
แต่ตอนนี้ไทเฮายังกริ้วโกรธดั่งสายฟั้าผ่าลงสู่ปฐพีสนั่นเลือนลั่นไปทั่วใต้หล้า ในเวลานี้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องคิดมา
วิธีดับไฟนั้นให้มอดลง มิอย่างนั้น การแก้แค้นอ๋าวฮั่นกับต้วนชิงหมิงก็จะไม่เกิดขึ้น และเขาอาจต้องตายทั้งเป็นกับสิ่งที่
กระทำกับต้วนชิงหมิงไป
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ก้มหน้าก้มตา ค่อยๆ เอ่ยอย่างละลํ่าละลัก “ท่านย่า… เรื่องนี้ไม่ใช่อย่างที่อ๋าวฮั่นกล่าวมา!”
ทางด้านอ๋าวฮั่นหันขวับกลับมาแย้งทันใด “ถ้าไม่ใช่อย่างที่ว่ามา เชิญองค์ชายใหญ่ช่วยชี้แจงแถลงไขให้ทุกคนในที่
นี้ทราบความจริงที”
ต่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากกลับขาวเป็นดำ ก็ต้องสามารถกลับดำเป็นขาวได้เช่นกัน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้มีหลักฐาน
แน่นหนาจนเขาดิ้นไม่หลุด อ๋าวฮั่นไม่เชื่อหรอกว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะรอดไปได้อย่างไร!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ “เหอซั่วถูกแต่งตั้งเป็นองค์หญิงนั้น ข้ารู้สึกยินดีกับนาง
มาก ดังนั้นจึงเรียกนางมารำลึกความหลัง ใครจะคิดละว่าเจ้าจะตามมาด้วย และฟันมือข้าโดยไม่เอ่ยถามสิ่งใด อีกทั้งยัง
ใส่ร้ายปั้ายสี ตั้งโทษมหันต์มาให้ข้าอีก”
คำพูดยืดยาวของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมีจุดน่าสงสัยแทบทุกที่ จนอ๋าวฮั่นอดหัวเราะเย้ยหยันขึ้นมาไม่ได้
ส่วนไทเฮาชักจะเริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในสิ่งที่องค์ชายอ๋าวฮั่นเล่ามา
เนื่องจากในวังหลวงแห่งนี้ หากใครสามารถพูดโดยไร้จุดบกพร่องอาจเป็นคนที่ทำผิด แต่ถ้าพูดโดยมีจุดบกพร่อง
ออกมา อาจถูกมองว่าเป็นฝั่ายถูก เพราะอาจมีเรื่องลำบากใจที่ไม่อาจพูดออกมาได้
อ๋าวฮั่นเอ่ยถามเหยียนหลิ่งเจวี๋ยขึ้นว่า “ขอถามองค์ชายใหญ่หน่อยเถิด ตั้งแต่ที่กระผมมาถึงต้าเซี่ยแห่งนี้ ไปล่วง
เกินท่านตรงไหนหรือ?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยส่ายหน้าไปมาเป็นการบอกว่าไม่มี… แต่ภายในใจกลับคิดว่า เจ้าไม่เคยล่วงเกินเขามาก่อน เพียง
แต่มาแย่งต้วนชิงหมิงที่ควรเป็นสนมของเขาไป สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ล่วงเกินจนอภัยให้ไม่ได้โดยเด็ดขาด!
อ๋าวฮั่นจึงถามอีกว่า “อย่างนั้น กระผมอยากรู้ว่ามีสิ่งใดที่ทำไม่ดีหรือไม่เหมาะสมบ้าง ที่ทำให้องค์ชายไม่พอใจ?”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ยังคงส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง
แน่นอนว่า หากจะเอาผิดกับอ๋าวฮั่นโดยใช้ข้อหาในการฟันมือเหยียนหลิ่งเจวี๋ย คงมองได้ว่าไม่มีความผิด ดังนั้นไม่
ว่าอ๋าวฮั่นจะถามอะไรก็ตาม เหยียนหลิ่งเจวี๋ยล้วนส่ายหน้าปฏิเสธทั้งหมด
จนกระทั่งอ๋าวฮั่นได้ถามอย่างตกใจขึ้นมา “ในเมื่อกระผมไม่เคยล่วงเกินองค์ชายใหญ่ แล้วเหตุใดองค์ชายใหญ่ถึง
ได้บอกว่าอ๋าวฮั่นฟันมือของท่านโดยไร้เหตุผล? หรือว่าในใจขององค์ชายใหญ่ อ๋าวฮั่นเป็นคนที่ใจคอเหี้ยมโหดไร้เหตุผลใช่
ไหม?”
ทันใดนั้น เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสะอึกจนพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาถึงได้ต่อว่าอย่างหงุดหงิด “นั่นก็เพราะอ๋าวฮั่นเห็นข้ากับเหอซั่วอยู่ด้วยกันนะสิ จึงเกิดความ
หวาดระแวง และทำร้ายข้าเข้ายังไงล่ะ!”
อ๋าวฮั่นได้แต่ส่ายหน้ามองเหยียนหลิ่งเจวี๋ยด้วยแววตาสมเพชเวทนา เย้ยหยันในเรื่องที่เขาปันนํ้าเป็นตัว!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยถูกอ๋าวฮั่นฟาดกลับจนมิกล้าสบตา หันหน้าไปทางอื่นทันที
ทว่าอ๋าวฮั่นยังคงถามต่อไป “อย่างนั้น อ๋าวฮั่นขอถามองค์ชายใหญ่หน่อยแล้วกัน องค์ชายใหญ่ไปเชิญองค์หญิง
เหอซั่วมารำลึกความหลังด้วยกันที่ไหนและเมื่อไหร่?”
“แน่นอนว่าก็ต้องเป็นตอนที่เหอซั่วเปลี่ยนอาภรณ์ยังไงเล่า!” เหยียนหลิ่งเจวี๋ยตอบ
เดิมทีอ๋าวฮั่นคิดว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ทราบว่าต้วนชิงหมิงหายตัวไปตอนที่เปลี่ยนชุด แต่มันกลับไม่ใช่เช่นนั้น
จู่ๆ อ๋าวฮั่นแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา “ตอนที่เหอซั่วเปลี่ยนชุดอยู่นั้น กระผมยืนเฝั้าอยู่นอกตำหนัก ไม่มีผู้ใดเข้า
ออกได้… แต่กลับมีคนใช้ยาสลบสาดใส่เหอซั่ว จากนั้นลักพาตัวนางไป อย่างนั้นกระผมขอถามองค์ชายใหญ่เสียหน่อย
องค์ชายใหญ่บอกเต็มปากเต็มคำว่าไปรำลึกความหลังกับเหอซั่ว แต่ตั้งแต่เริ่มจนจบเหอซั่วสลบไสลอยู่ตลอด จนถูกนำ
ตัวนางมาส่งที่ตำหนักฉือหนิงของไทเฮาแห่งนี้ และไทเฮาก็หาวิธีช่วยให้เหอซั่วได้สติสัมปชัญญะกลับมาดังเดิม……”
อ๋าวฮั่นสาธยายยืดยาว ในขณะที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเลือกจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว “กระผมรู้สึกแปลกใจเหลือ
เกิน องค์ชายใหญ่จะรำลึกความหลังกับคนที่สลบไสลยังไงเอ่ย? ถึงได้รำลึกกันเสียนานสองนาน?”
คราวนี้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยนํ้าท่วมปากจนพูดไม่ออกอีกหนึ่งคำรบ!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอุตส่าห์คิดแต่งเรื่องอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วเชียว กลับลืมจุดสำคัญไปว่าต้วนชิงหมิงสลบไสลอยู่
ตลอด เขาจึงจุกปากจนเถียงมิออก
ตอนนี้ ทุกคนต่างทราบมาโดยตลอดว่าต้วนชิงหมิงสลบไสลไม่ได้สติ ดังนั้นไม่ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะบอกว่าได้
รำลึกความหลังกับต้วนชิงหมิง สิ่งที่พูดออกมาทั้งหมดก็เป็นการตบหน้าตัวเขาเองชัดๆ
เมื่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว อ๋าวฮั่นจึงหันไปทำความเคารพไทเฮา “ทูลไทเฮาเป็นอ๋าวฮั่นเองที่
ฟันมือขององค์ชายใหญ่ ในตอนนั้นอ๋าวฮั่นเห็นว่าที่ชายาที่สลบไสล อาจถูกคนลักพาตัวไปทำมิดีมิร้าย ด้วยความโกรธจึง
ฟันไปที่มือของคนคนนั้น พอดูให้แน่ชัดจึงพบว่ามือของคนคนนั้นเป็นมือขององค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
อ๋าวฮั่นทูลไปด้วยหร้อมกับยกมือขึ้นมาเบื้องหน้า “หากไทเฮาบอกว่าอ๋าวฮั่นมีความผิด อ๋าวฮั่นยอมฟันมือของตน
เป็นการไถ่โทษองค์ชายใหญ่พ่ะย่ะค่ะ!”
อ๋าวฮั่นมองไทเฮาด้วยแววตาที่โกรธเคือง และแฝงไปด้วยการทวงถามถึงความเป็นธรรม
ไทเฮาได้แต่ถอดถอนใจลงอย่างแผ่วเบา พลางยื่นมือกวักเรียกเหยียนหลิ่งเจวี๋ยให้เข้ามาหา
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยลุกขึ้นเดินไปอยู่เบื้องหน้าไทเฮา
นางได้มองดูบาดแผลที่มีเลือดไหลซึมออกมาจากผ้าพันแผล พร้อมถามเสียงแผ่วเบา “เจ็บมากไหม?”