การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 858 ความจริงบางส่วน
สายตาของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยแสดงความไม่เป็นธรรมที่เขาได้รับ เขาตอบไทเฮาไปว่า “มีท่านย่าที่รักหลานแบบนี้
หลานไม่เจ็บสักนิดขอรับ”
ระหว่างที่นั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ลืมที่จะส่งสายตาเย้ยหยันให้อ๋าวฮั่น… เชอะ! เจ้าคิดหรือว่าไทเฮาจะเข้าข้าง?
อย่าลืมสิว่า ข้าเป็นหลานแท้ๆ และเป็นความหวังในวันข้างหน้าของทุกคน……
อ๋าวฮั่นได้แต่เม้มปากแน่น มองด้วยความไม่พอใจ
ด้านฮองเฮาค่อยๆ เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า “ไทเฮา เจวี๋ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าทำผิดไปแล้วก็ควรได้รับการอภัย… แต่บางคนที่
บังอาจบุกเข้าไปฟันมือของเจวี๋ยเอ๋อร์ถึงในตำหนักโดยพลการ คนประเภทนี้ไม่รู้ว่าวันดีคืนดีอาจบุกไปฟันคอคนที่ไม่ถูก
ชะตาก็เป็นได้นะเพคะ?”
ไทเฮาขมวดคิ้วเข้าหากันทันที หลังจากที่ได้ฟังฮองเฮาพูดออกมา
สตรีในตระกูลสื่อแต่ละคนล้วนโดดเด่นที่สุด สูงศักดิ์ที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด สตรีเหล่านี้เกิดมาเพื่อคุมอำนาจในวัง
หลัง และใช้ชีวิตอยู่ในวังหลัง พวกนางล้วนพึ่งความขยันหมั่นเพียร ความสามารถและการช่วยเหลือของคนรุ่นก่อน เพื่อ
ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสุงสุดในวังหลัง เพื่อผลิตทายาทให้กับฝั่าบาท
ไทเฮาตระกูลสื่อก็เจริญรอยตามเช่นนี้เหมือนกัน ในตอนนั้นนางเข้าวังหลังมาด้วยตำแหน่ง “ไฉเหริน[1]” และ
ฝึกฝนอบรมทุกอย่างมานานหลายปี จนอดีตฝั่าบาทยอมรับในตัวของนาง ในขณะเดียวกันสตรีรุ่นก่อนในตระกูลสื่อก็
ยอมรับในตัวนางเช่นกัน หลังจากนั้นนางเพียรพยายามก้าวเดินทีละก้าว จนมาสู่ตำแหน่งประมุขในวังหลัง! เดิมที
ตำแหน่งนี้ก็เหมือนการสืบทอดระหว่างองค์จักรพรรดิกับองค์รัชทายาทที่จะสืบกันเป็นทอดๆ ต่อไป
จนมาถึงรุ่นของไทเฮาตระกูลสื่อ ที่แม้ภายนอกดูเหมือนวางอำนาจในมือจนหมดสิ้น แต่ในความเป็นจริงกลับกุม
อำนาจเบ็ดเสร็จไว้แต่เพียงองค์เดียว จนกระทั่งมาถึงฮองเฮาองค์ปัจจุบัน ก็ค่อยๆ ก้าวเดินเพื่อมาถึงจุดสูงสุดในวังหลัง
แล้วเช่นกัน
ไทเฮาตระกูลสื่อเห็นว่าฮองเฮาลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติและลุ่มหลงในอำนาจมากเกินไป แทนที่ไทเฮาจะได้พักผ่อน
ในบั้นปลายอย่างสบายพระทัย ไทเฮากลับค่อยๆ พบว่าคนที่จะฝากให้ควบคุมวังหลัง มิอาจแบกรับหน้าที่อันหนักอึ้งนี้ไว้
ได้
เนื่องจากฮองเฮาองค์นี้ไม่เพียงเล่ห์เหลี่ยมไม่แพรวพราวสู้ไทเฮาได้ อีกทั้งเส้นสายก็ยังกว้างขวางไม่พออีก ดูท่า
แล้วความสามารถที่นางมือจะเทียบไทเฮาตระกูลสื่อไม่ติดแม้แต่น้อย
คนมักกล่าวว่ายิ่งยืนอยู่ในจุดที่สูงยิ่งมองเห็นอีกฝั่ายเล็กกว่าตน ยิ่งคิดว่าอีกฝั่ายขัดหูขัดตาก็ยิ่งสิ้นหวัง สุดท้าย
ลามไปถึงความสิ้นหวังและละทิ้งในที่สุด
ไทเฮาตระกูลสื่อก็มีความรู้สึกเช่นนี้ให้กับฮองเฮา ยิ่งเห็นคนรุ่นหลังตระกูลสื่อเป็นแบบนี้ก็สิ้นหวัง หลายต่อหลาย
ครั้งที่ไทเฮาถอดถอนใจ ถ้าฮองเฮายังไม่ได้สติขึ้นมา คนที่จะสืบทอดตำแหน่งประมุขวังหลังคนต่อไปของตระกูลสื่อ คง
ต้องจบสิ้นลงที่นางกระมัง!
คนมักกล่าวอีกว่า คนโง่เขลาไร้ความผิด จะผิดก็ตรงที่คนโง่เขลาคิดว่าตัวเองเก่งเลอเลิศ เหนือกว่าคนอื่นเท่านั้น
นี่เอง
เห็นทีฮองเฮาที่อยู่เบื้องหน้านี้ แม้นางจะไม่ใช่คนเฉลียวฉลาดมากนัก แต่ถ้ารู้จักเจียมตัวและรู้จุดอ่อนของตน ส่ง
เสริมผลักดันให้โอรสขึ้นตำแหน่งจักรพรรดิองค์ต่อไป รวมถึงจะได้อบรมฟูมฟักว่าที่ฮองเฮาองค์ถัดไปได้เลย
แต่ฮองเฮาไม่ได้คิดตรงกับไทเฮา นางไม่เพียงโง่เขลา หนำซํ้ายังมองคนอื่นด้วยสายตาหยามเหยียด
ในตอนนี้ ไทเฮายุ่งอยู่กับการช่วยปลอบประโลมเหยียนหลิ่งเจวี๋ยเป็นอันดับแรก เพื่อให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยสงบ
ความแค้นที่มีต่ออ๋าวฮั่น ทุกอย่างจะได้จบลงตรงนี้
แต่ฮองเฮากลับไม่ได้คิดแบบนี้ นางคิดแต่จะสาดนํ้ามันเติมเชื้อเพลิงเข้าไปในกองไฟ ให้ความแค้นที่เหยียนหลิ่งเจ
วี๋ยลุกโชนต่อไป!
แต่ไทเฮาก็คือไทเฮาผู้ที่กุมอำนาจในวังหลังมากว่าสิบกว่าปี
นางจ้องไปที่ฮองเฮา ถามขึ้นว่า “อย่างนั้นตามที่ฮองเฮาคิด เรื่องนี้ควรจัดการอย่างไร?”
ฮองเฮารู้ขึ้นมาทันทีว่าไทเฮาต้องยืมมือนางจัดการเรื่องของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยและอ๋าวฮั่น
ถึงแม้การลงโทษอ๋าวฮั่นจะไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ว่าฮองเฮาจะยอมทนการหยามเกียรติเหยียนหลิ่งเจวี๋ยโดยการถู
กอ๋าวฮั่นฟันได้หรือ?
เมื่อได้ยินที่ไทเฮาบอก ฮองเฮาก็ครุ่นคิดก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ตามความคิดของหม่อมฉันควรให้องค์ชายอ๋าวฮั่นขอโทษ
เจวี๋ยเอ๋อร์เพคะ”
ไทเฮายิ้มจางและถามต่อไปว่า “แล้วหลังจากนั้นละ?”
ฮองเฮากัดฟันมองไปที่อ๋าวฮั่น “เจวี๋ยเอ๋อร์แม้จะมีความผิด แต่ไม่ควรถึงกับฟันมือจนเป็นแผลฉกรรจ์ เรื่องนี้องค์
ชายอ๋าวฮั่นควรอธิบายให้ชัดเจนด้วย……”
ภายในตำหนักเงียบสงัดเป็นที่สุด เงียบเสียจนกระทั่งเข็มตกลงพื้นก็ได้ยินชัดเจนแจ่มแจ้ง
ทันทีที่ฮองเฮาพูดออกมาจนหมดแล้ว กลับรู้สึกได้ว่าบรรยากาศภายในตำหนักแปลกไป
นางเงยหน้าขึ้นเห็นไทเฮามองด้วยสายตาเหี้ยมโหด ราวกับตำหนิและสมเพชกับความคิดของนาง
ฮองเฮานึกไม่ออกว่านางผิดตรงไหนถึงทำให้ไทเฮามองนางด้วยสายตาแบบนั้น
หลังจากนั้น อ๋าวฮั่นได้เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อฮองเฮาคิดว่าอ๋าวฮั่นเป็นคนผิด ก็ถือว่าอ๋าวฮั่นเป็นคนผิดแล้วกัน ตอนนี้
ฮองเฮาให้อ๋าวฮั่นขอโทษองค์ชายใหญ่ อ๋าวฮั่นก็จะขอโทษก็แล้วกัน”
นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะราบรื่นได้ถึงเพียงนี้ จนฮองเฮารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
อ๋าวฮั่นหันไปขอโทษอ๋าวฮั่น “อ๋าวฮั่นต้องขอโทษองค์ชายใหญ่ด้วย ที่คิดผิดว่าองค์ชายใหญ่หมายกระทำยํ่ายีว่าที่
ชายาของอ๋าวฮั่น ที่จริงอ๋าวฮั่นควรถามให้ชัดเจนก่อนจะลงมือ… ประเดี๋ยวรอให้อ๋าวฮั่นกลับแคว้นไปจะให้เสด็จพ่อมา
ขอโทษองค์ชายใหญ่อีกครั้ง……”
นี่คงไม่ใช่การขอโทษ แต่ดูเหมือนจะเป็นการตำหนิเสียดสีเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมากกว่า
แม้การรำลึกความหลังไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่บุรุษที่รู้ว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นว่าที่ภรรยาของใคร ก็ควรให้ความเคารพ
ยำเกรง ทว่าสิ่งที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยทำลงไปนั้นกลับเป็นการเหยียบยํ่าศักดิ์ศรีขององค์ชายใหญ่อีกแคว้นถ่าถูจนหมดสิ้น
อย่างนี้คนของแคว้นถ่าถูคงจะมาเอาเรื่องมากกว่าที่จะจะขอโทษกระมัง!
ฮองเฮาคิดไม่ถึงว่าอ๋าวฮั่นจะยอมขอโทษแต่โดยดี จนนางอ้าปากค้างพูดไม่ออกไปเลย
ส่วนไทเฮาได้แต่ส่ายหน้า อยากจะเข้าไปต่อว่าฮองเฮา แต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น เพราะว่าตามหลักแล้ว
ฮองเฮามีอำนาจใหญ่ที่สุดในวังหลัง และอ๋าวฮั่นกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็มีฐานะเป็นองค์ชายคนโตของแคว้น
คิดมาถึงตรงนี้ ไทเฮาตระกูลสื่อได้ลุกขึ้นเดินลงมาขอโทษหน้าอ๋าวฮั่น “องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น อัยเจียต้องขอโทษ
ด้วยที่ไม่ได้สั่งสอนกวดขันเป็นอย่างดี จึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หวังว่าองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นจะยกโทษให้ด้วย!”
อ๋าวฮั่นกลับชำเลืองมองไปที่ฮองเฮาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ “ฮองเฮารักบุตรยิ่งกว่าสิ่งใด จนความรักที่มีบังตาจนมืด
บอดแล้ว!”
การรักบุตรของฮองเฮามากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องผิด แต่อ๋าวฮั่นกำลังจะบอกฮองเฮาว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยดูอ่อน
ปวกเปียกเกินไป เกินกว่าจะรับภาระอันหนักอึ้งไว้ได้
ส่วนไทเฮาที่เป็นคนระแวดระวังมากเป็นทุนเดิม ถ้าเชื่อคำพูดของอ๋าวฮั่น ย่อมตีความได้ว่าอนาคตของเจวี๋ยเอ๋อร์
คงไปได้ไม่ไกล
ฮองเฮาได้ฟังที่74พูดแล้ว ก็รีบเอ่ยอย่างรีบร้อน “ไทเฮา……”
ไทเฮาไม่สนใจจะหันกลับไปมองฮองเฮา นางเพียงกวักมือเรียกให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยที่ยืนดูอย่างสนุกเข้ามาหา ไท
เฮาได้จับมือของเขาขึ้นมาอย่างเเผ่วเบา “เจวี๋ยเอ๋อร์ ทำสิ่งใดย่อมได้รับผลตามสิ่งนั้นเสมอ จงจำไว้ให้ขึ้นใจ ต่อแต่นี้ต้อง
ประพฤติตัวอย่างเสด็จพ่อของเจ้า!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยแอบเบือนปาก ในใจของเข้าได้หัวเราะเยาะเสียงดัง… ทำตัวแบบเสด็จพ่อที่ถูกลักพาตัว ถูกคน
วางยาพิษ ถูกคนที่สนิทที่สุดตีกรอบจนไร้อิสระอย่างนั้นเหรอ?
เหอะ! คนอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่มีทางทำเรื่องสิ้นคิดแบบนั้นหรอก เขาปรารถนาเพียงสิ่งเดียวคือครองใต้หล้า
แต่เพียงผู้เดียว
แต่เมื่อครู่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้เกรี้ยวกราดออกไป จนเข้าใจว่าเรื่องราวมิอาจย้อนกลับไปได้แล้ว ไทเฮาไม่มีทางช่วย
เขาระบายความโกรธที่มี หากต้องการแก้แค้นต้องให้เขาเป็นคนทำมันเอง ขอเพียงมีอำนาจในมือครองใต้หล้า ถึงตอน
นั้นเขาอยากให้ใครอยู่ อยากให้ใรตาย อยากได้ใครล้วนง่ายดายเพียงคำเดียวเท่านั้น!
ดังนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้รีบเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อครู่ให้ดีขึ้น เขาหันไปโค้งคำนับไทเฮา “ท่านย่า เจวี๋ยเอ๋อร์ผิดไป
แล้วขอรับ… เจวี๋ยเอ๋อร์ไม่ควรเชื่อคำพูดของบ่าวไพร่ ทำเรื่องอับอายเช่นนั้นไป จนทำให้ท่านย่าต้องเสียใจ ทำให้องค์ชาย
ใหญ่อ๋าวฮั่นต้องโกรธเคือง… ดังนั้นมือของเจวี๋ยเอ๋อร์ที่ถูกฟันก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้วขอรับ!”
ไทเฮาได้ฟังที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกล่าวขอโทษ นางรู้สึกผงะไปแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยถามว่า “เจวี๋ยเอ๋อร์คิดอย่างนี้จริงๆ
เหรอ?”
ถ้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดได้เช่นนี้ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเขาตอบแบบส่งๆ ขอไปที ไทเฮาคงไม่กล้าวางใจได้
เขาไม่มีทางบอกความคิดที่แท้จริงในใจให้ไทเฮาฟังแน่ เขาจึงพยักหน้าตอบอย่างจริงจังกลับไป “เรียนท่านย่า เจ
วี๋ยเอ๋อร์สามารถสาบานกับฟั้าดินได้เลยขอรับ!”
เพราะวันหนึ่งเขาต้องเป็นเจ้าแห่งใต้หล้า ที่แม้แต่ฟั้าดินก็ต้องยอมรับในตัวเขา
ความคิดนี้ทำให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมีกำลังใจฮึกเหิมขึ้นเต็มเปียม เขาหันไปกล่าวกับไทเฮาว่า “เจวี๋ยเอ๋อร์ต้อง
ขอโทษองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น กับองค์หญิงเหอซั่วอย่างสูงขอรับ”
แต่กระนั้นไทเฮาก็คงสงสัยในคำพูดของเขาอยู่ดี นางพยายามจ้องดูตาไม่กะพริบก็มองไม่ออก ว่าเขาจะมีทีท่าผิด
คำขอโทษที่ให้ไว้
เพียงแต่ว่าได้ยินที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยยอมขอโทษอ๋าวฮั่น ไทเฮาก็พยักหน้าเห็นด้วย “อืม พวกเจ้าอายุยังน้อย มี
ปัญหาอะไรก็ต้องไปแก้ไขกันเอง อัยเจียแก่แล้วกำลังถดถอยไปมาก พวกเจ้าจะแก้ไขอย่างไรก็ดูตามความเหมาะสมแล้ว
กัน!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยเดินเข้าไปพูดเบื้องหน้าอ๋าวฮั่นด้วยท่าทางจริงใจ “องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่น เรื่องก่อนหน้านี้เป็น
ความผิดของกระผมเอง หวังว่าองค์ชายใหญ่จะไม่ถือโทษโกรธเคือง!”
โบราณว่า สันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก!
ในเมื่อเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยอมลดตัวขอโทษก่อนแล้ว แต่ในใจแท้จริงของเขาคิดอย่างไร อ๋าวฮั่นย่อมรู้ดี!
แค่รู้อยู่ในใจก็เพียงพอแล้ว จากนี้จะทำอย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง… รู้ความจริงแต่ไม่จำเป็นต้องพูดทั้งหมด ยังนับ
ว่าเป็นสหายที่ยังคบได้อยู่
สำหรับความจริงที่อ๋าวฮั่นรู้อยู่เต็มอก เขาไม่มีทางหลุดปากออกมาแน่นอน
[1] ไฉเหริน ตำแหน่งพระสนมในองค์จักรพรรดิ ขั้นที่ห้า