การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 860 ความสับสนของอ๋าวฮั่น
เรื่องที่คนอื่นมิกล้าอดทนอดกลั้นรับไว้ได้ เหยียนหลิ่งเจวี๋ยกลับยิ่งต้องอดทน เพื่อรอเวลาให้สบโอกาสแก้แค้นคืน!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดอย่างหนักก่อนหันกลับไปบอกฮองเฮา “อีกอย่างท่านแม่ก็เห็นท่าทีของไทเฮาแล้วนี่หน่า ไท
เฮาลำเอียงเข้าข้างอ๋าวฮั่นออกนอกหน้า ดังนั้นนับจากนี้หากมีเรื่องคล้ายคลึงแบบนี้เกิดขึ้นอีก เสด็จแม่ต้องปกปั้องลูก
อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้ไม่ปล่อยให้โอกาสแก้ไขหลุดมือจนต้องรอใหม่พ่ะย่ะค่ะ!”
ส่วนเหยียนหลิ่งเจวี๋ยในวันนี้ พอเอ่ยถึงไทเฮาก็ถอนหายใจเสียงดังแสดงความไม่เคารพ เขาไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยไท
เฮาอย่างปากว่า เพียงแค่ไม่อยากให้ไทเฮามาหาเรื่องเขาเท่านั้นเอง
เนื่องจากเรื่องในวันนี้สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าไทเฮาไม่ชอบฮองเฮา จนไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนฮองเฮาที่
ยังไม่รู้ก็ยังคงช่วยพูดเข้าข้างเหยียนหลิ่งเจวี๋ย ดังนั้นเหยียนหลิ่งเจวี๋ยรู้สึกว่าหากไทเฮามีอคติต่อตัวเขาและฮองเฮาน้อย
กว่านี้ คงมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นรักใคร่มากกว่านี้
ฮองเฮาได้ฟังแล้วก็อออกปากชมโอรสอย่างซาบซึ้งใจ “แม่รู้ว่าเจวี๋ยเอ๋อร์ดีกับแม่ที่สุด!”
คนมักกล่าวว่าสตรีที่อยู่ในวังหลวงจะมีโชคเหมือนกันคือ ปรารถนาให้ตนไม่ได้มีทายาทเป็นพระธิดา
คำพูดนี้ล้วนเป็นความจริงในวังหลวง!
เพราะว่าหากฝั่าบาทหมดความโปรดในตัวลง พวกนางต่างหันมาพึ่งเลือดเนื้อเชื่อไขของพวกนางกันทั้งนั้น แต่คน
ที่เห็นแก่ตัวอย่างเหยียนหลิ่งเจวี๋ยมักไม่ค่อยได้เห็นมาก คงเป็นเพราะว่ามีผลมาจากสิ่งที่พบเจอระหว่างเติบใหญ่ รวมถึง
ได้รับความคิดความอ่านจากฮองเฮามา
เมื่อเห็นฮองเฮาชื่นชมอย่างออกปาก เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็น้อมรับและเอ่ยขึ้น “อย่างนั้น ลูกจะไปส่งเสด็จกลับ
ตำหนักแล้วกัน!”
พอไทเฮาได้ยินก็รับตอบอย่างรีบร้อน “หวงเอ๋อร์ไม่ต้องไปส่งหรอก ลูกยังมีแผลที่มือรีบกลับไปพักผ่อนก่อน
เถอะ!”
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจึงน้อมรับคำสั่งและยืนส่งฮองเฮาจนลับตา
เมื่อฮองเฮาจากไปแล้ว เหยียนหลิ่งเจวี๋ยได้ยกมือขึ้นมากวักอยู่หลายครั้ง
ชายชุดดำคนหนึ่งปรากฏตัวออกมา ยืนอยู่เบื้องหน้าเหยียนหลิ่งเจวี๋ย
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยมองไปยังทางที่อ๋าวฮั่นและต้วนชิงหมิงเดินไป แล้วสั่งชายชุดดำว่า “ตอนนี้ ข้าต้องการให้เจ้าทำ
เรื่องหนึ่งให้ข้า……”
คำสั่งของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยสิ้นสุดลง ชายชุดดำก็หายวับไปในพริบตา ภายในศาลาจึงเหลือเพียงเหยียนหลิ่งเจวี๋ยอ
ยู่เพียงผู้เดียว… อ๋าวฮั่น… เจ้าบังอาจมาฟันมือข้า ต้วนชิงหมิง… เจ้ามาฉีกหน้าหยามเกียรติข้า
นับจากนี้ต่อไป พวกเจ้าอย่าคิดจะได้อยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป หากข้ายังไม่สิ้นใจตายไป ย่อมไม่มีทางเลิกลาอย่าง
แน่นอน!
เหยียนหลิ่งเจวี๋ยผินหน้ามองท้องฟั้า พลางใช้มืออีกข้างลูบมือที่เจ็บ จากนั้นค่อยๆ หลับตาลงอย่างช้าๆ… อ๋าวฮั่น
ต้วนชิงหมิง พวกเจ้าสองคนเตรียมตัวรอให้ดีเถอะ!
ทางด้านอ๋าวฮั่นพาต้วนชิงหมิงกลับไปส่งที่จวนต้วน นางก็มีอาการอ่อนเพลีบไร้เรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด
อ๋าวฮั่นเลยกล่าวขอโทษว่า “ชิงหมิงต้องขอโทษด้วย วันนี้เป็นข้าเองที่ละเลยเจ้าไป!”
นางส่ายหน้าไปมา “องค์ชายอย่าได้เอ่ยเช่นนั้น เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจิตใจอำมหิตผิดผู้ผิดคน ย่อมไม่มีทางปล่อยชิงห
มิงไว้แน่ ดังนั้นเรื่องในวันนี้ ถ้าไม่มีองค์ชายช่วยปกปั้องดูแล ชิงหมิงไม่รู้จะเป็นอย่างไร!”
ความคิดที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยอยากลงมือกับต้วนชิงหมิงมีมาตั้งนานแล้ว แน่นอนว่าต้วนชิงหมิงที่รูปโฉมงามเมืองจน
กระทั่งเหยียนหลิ่งเจวี๋ยปรารถนาต้องการนางมาไว้ครอบครองแล้ว
ทุกครั้งที่เหยียนหลิ่งเจวี๋ยวางแผนคิดชั่วกับต้วนชิงหมิงจะต้องมีเหตุการณ์ให้ชวดไปเสียทุกครั้ง เมื่อก่อนเขาไม่
เข้าใจว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แต่หลังจากที่เหยียนหลิ่งอวี๋หายตัวไป เหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็ค่อยๆ พบว่าเรื่องทั้งหมดทั้งมวลที่
เกิดขึ้นเป็นฝีมือของเหยียนหลิ่งอวี๋ที่ชักใยอยู่เบื้องหลัง
ในเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋หายตัวไปแล้ว คงไม่มีใครดูแลปกปั้องต้วนชิงหมิงได้อีกต่อไป เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจึงจะยืมมือไท
เฮาและฮองเฮา ช่วยมีราชโองการแต่งตั้งต้วนชิงหมิงเป็นสนมตำแหน่งเช่อเฟยของเขา!
แต่นึกไม่ถึงว่ายังไม่ทันที่ไทเฮาและฮองเฮามีราชโองการ อ๋าวฮั่นได้ปรากฏตัวขึ้นมาในเมืองหลวง และขอพระ
ราชโองการจากฝั่าบาท พระราชทานงานสมรสแต่งตั้งต้วนชิงหมิงเป็นชายาเอกของเขา!
สตรีคนหนึ่งที่สามารถเชื่อมสัมพันธ์กับทั้งสองแคว้นให้แน่นกระชับขึ้นได้ ไทเฮาจึงไม่ลังเลใจยกต้วนชิงหมิงให้อ๋าว
ฮั่น พร้อมกับช่วยดันให้ฝั่าบาทช่วยพระราชทานยศศักดิ์ตำแหน่งองค์หญิงให้ต้วนชิงหมิง
ตำแหน่ง “องค์หญิง” ถือว่าไม่ได้มีค่ามากมายเท่าไหร่นัก แต่หากมองต้วนชิงหมิงกับฐานะว่าที่ภรรยาของอ๋าวฮั่น
ที่จะเป็นผู้นำคนถัดไป องค์หญิงแห่งต้าเซี่ยก็จะกลายเป็นฮองเฮาไปโดยปริยาย
เดิมทีคิดว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยจะมองเรื่องใหญ่เป็นหลักยอมปล่อยต้วนชิงหมิงไป แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะลักพาตัวนาง
ไปไว้ในตำหนัก เพื่อหมายกระทำยํ่ายีความบริสุทธิ์ของนางให้สิ้นไป! `
อ๋าวฮั่นเดิมพันสาบานกับเหยียนหลิ่งอวี๋ว่าจะต้องปกปั้องต้วนชิงหมิงให้ดีที่สุด ด้วยความโกรธเลือดขึ้นหน้า อ๋าว
ฮั่นจึงฟันมือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไปโดยไม่รังรอ
พอย้อนกลับมานึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขาก็อกสั่นขวัญแขวนอยู่ไม่น้อย ด้วยกลัวว่าหากวันนี้มิอา
จรักษาต้วนชิงหมิงให้รอดปลอดภัย จะมีหน้าไปพบเหยียนหลิ่งอวี๋ได้เช่นไร
เรื่องที่เกิดชึ้นนี้มาจากความประมาทพลาดพลั้งของเขา ทว่าต้วนชิงหมิงไม่ตำหนิเขา ยังช่วยเขาแก้ต่างอีก อ๋าวฮั่น
จึงพูดอย่างซาบซึ้งใจ “ชิงหมิงขอบคุณเจ้ามาก!”
ต้วนชิงหมิงอมยิ้มน้อย ตอบเพียงว่า “ตั้งแต่ที่ชิงหมิงเข้าไปก็ถูกสาดยาใส่หน้า จากนั้นถูกคนอุ้มตัวไป ภาพในหัว
ก็วูบดับลง หากยึดตามสิ่งที่องค์ชายใหญ่เล่ามา อีกนิดเดียวเหยียนหลิ่งเจวี๋ยก็คงพรากความบริสุทธิ์ของชิงหมิงไป แต่น่า
แปลกที่ทำไม องค์ชายใหญ่เข้าไปช่วยชิงหมิงได้อย่างทันท่วงที”
ในวังหลังที่กว้างใหญ่เช่นนี้ ต้วนชิงหมิงเห็นกับตาด้วยว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยคิดลงมือกับนาง จึงยากที่จะรับมือได้ทัน
แต่อ๋าวฮั่นไปช่วยนางได้ทันท่วงทีได้อย่างไร จุดนี้ต้วนชิงหมิงยังคงแปลกใจอยู่?
อ๋าวฮั่นฟังแล้วหัวเราะชอบอกชอบใจและเอ่ยออกมาว่า “อันที่จริง เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ข้ามีผู้ช่วยชื่อโซ่วซาน
เขาจมูกไวถนัดในการตามหาร่องรอยคนที่หายตัวไป โซ่วซานเคยได้กลิ่นกายของชิงหมิงจึงไล่ตามไปตลอดทาง แม้จะไป
หาครั้งแรกที่ตำหนักเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังไม่พบ แต่โซ่วซานยืนยันกับข้าว่ากลิ่นกายหายไปจากจุดนี้ เพราะฉะนั้นข้าจึงคิด
ว่าเหยียนหลิ่งเจวี๋ยต้องพาชิงหมิงมาหลบอยู่ในตำหนัก เพื่อรอข้าออกไปแล้วรังแกชิงหมิง……”
เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงแสดงสีหน้าประหลาดใจ อ๋าวฮั่นจึงเล่าต่อไป “ดังนั้นข้าจึงแสร้งทำเป็นไปหาต่อที่อื่น จากนั้น
กลับเข้ามาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว จนจับได้คาหนังคาเขา!”
หากอ๋าวฮั่นเข้ามาช่วยเหลือช้ากว่านี้อีกหน่อย ชีวิตของนางคงปั่นปีไม่เหลือชิ้นดี!
อ๋าวฮั่นถอนหายใจออกมาช้าๆ “หากวันข้างหน้าต้องเข้าวังใหม่ ชิงหมิงต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้!”
คำพูดของเขาเหมือนบอกเป็นนัยว่า อย่างไรเสียต้วนชิงหมิงไม่ใช่ว่าที่ภรรยาของเขา แต่เป็นของเหยียนหลิ่งอวี๋
ต่างหาก เขาไม่กล้าพาต้วนชิงหมิงกลับแคว้นถ่าถูไป จึงขอเตือนต้วนชิงหมิงที่อยู่ต้าเซี่ยต่อไป ให้รู้จักระวังตัวจากเหยียน
หลิ่งเจวี๋ยจอมอันตรายเอาไว้
มาถึงตรงนี้จู่ๆ อ๋าวฮั่นรู้สึกเสียใจขึ้นมา… เห้อ! ถ้าต้วนชิงหมิงเป็นว่าที่ชายาของเขาคงเป็นเรื่องดีมากเลยเดียว
เพราะที่แคว้นถ่าถูย่อมไม่มีใครกล้ามารังแกต้วนชิงหมิงแน่นอน!
พอเงยหน้าขึ้นมาต้วนชิงหมิงก็ยิ้มให้อ๋าวฮั่น “เรื่องระวังเหยียนหลิ่งเจวี๋ยนั้น ชิงหมิงไม่เคยกังวล เพราะข้อแรก
เรื่องนี้จะไม่มีวันแพร่ออกไปนอกวัง เพราะไทเฮาและฮองเฮาไม่ทรงอนุญาต ส่วนข้อสอง……”
หลังจากนั้นนางก็เงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยอย่างมีความสุข “ถ้าเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋ เขาก็ต้องปกปั้องชิงหมิง
เหมือนที่องค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นทำนั่นแหละ”
นํ้าเสียงแห่งความสุข ความภูมิใจ และความเชื่อมั่น ทำให้อ๋าวฮั่นฟังแล้วดีอกดีใจอยู่นานสองนาน
ใช่แล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋คอยปกปั้องต้วนชิงหมิงมาตลอด… ไม่ว่านางจะเห็นหรือไม่เห็น ขอเพียงเพื่อต้วนชิงหมิง
แล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ยอมทำโดยไม่อิดออด และไม่ต้องขอร้องก็ได้
อ๋าวฮั่นส่ายหน้าเผยยิ้มมุมปากออกมา “ชิงตั๋ว เจ้าเชื่อมั่นในตัวเหยียนหลิ่งอวี๋ขนาดนั้นเชียวหรือ?”
ถึงแม้คนอย่างเหยียนหลิ่งอวี๋จะเชื่อถือได้ แต่อ๋าวฮั่นจะไม่มีทางยอมรับเหยียนหลิ่งอวี๋ต่อหน้าต้วนชิงหมิงเป็นอัน
ขาด
ต้วนชิงหมิงฟังแล้ว ยกมือขึ้นรวบผมที่หลุด “แน่นอนว่าข้าต้องเชื่อในตัวเหยียนหลิ่งอวี๋ เพราะเขามาช่วยได้ทัน
ท่วงทีเสมอ!”
แน่นอนว่าปัญญาอันเฉียบแหลมของเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เป็นรองใครในใต้หล้า รวมกึงเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น
ชั่วพริบตานั้น อ๋าวฮั่นอยากลุกขึ้นค้านสิ่งที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมา เพราะอ๋าวฮั่นก็เป็นคนคำพูดคำไหนคำนั้นไม่
ต่างอะไรกันหรอก!
ในห้องหัวใจของนางมีเหยียนหลิ่งอวี๋เข้าไปอยู่ก่อนเขาเป็นแวลานานแล้ว ต่อให้อ๋าวฮั่นจะพยายามทุ่มเทมากมาย
เพียงใด ก็คงไม่มีทางเข้าไปในใจของนางได้!
มาถึงตรงนี้ อ๋าวฮั่นก็ผงะไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่?
เขามาที่นี่เพื่อต้องการค้นหาสิ่งปรารถนามานาน ดังนั้นเขาจึงเดิมพันกับเหยียนหลิ่งอวี๋ จากนั้นช่วยสตรีที่เหยียน
หลิ่งอวี๋หมายปอง แต่ตอนนี้อ๋าวฮั่นกลับคิดอยากแย่งนางมาจากเหยียนหลิ่งอวี๋ไปเสียแล้ว
อ๋าวฮั่นฝืนยิ้มอำลาต้วนชิงหมิง เขามองต้วนชิงหมิงเดินหายเข้าไปในสวนดอกไม้ ก่อนพึมพำกับตัวเขาเองว่า
“อ๋าวฮั่นเอ๋ยอ๋าวฮั่น ข้าว่าตัวเจ้ากินยามาผิดแล้วกระมัง……”
โดยปกติแล้ว อ๋าวฮั่นจะแยกเรื่องงายใหญ่กับสตรีแยกออกจากกันอย่างชัดเจน จึงไม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อนหรือ
ลุ่มหลงจากสตรีคนใดมาก่อน เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าต้วนชิงหมิงได้ทำเรื่องที่ไม่ควรทำ และสติปัญญาของนางก็ช่างเกินสิ่งที่
เขาคาดหมาย!