การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 861 สุราเซาเตาจึ
อ๋าวฮั่นมองต้วนชิงหมิงเดินจากไปด้วยความเสียดาย จู่ๆ ศาลาที่อยู่เบื้องหน้ามีกลิ่นหอมโชยเข้าจมูกมา
เขาจึงเดินตามกลิ่นหอมที่โชยเข้าจมูกไป
ที่นั่นบุรุษในชุดสีนํ้าเงินได้นั่งรอเขาอยู่ พร้อมกับสุราจองไหกับชามใหญ่สองใบ
พออ๋าวฮั่นเห็นบุรุษคนนั้นก็ตาลุกเป็นไฟ “เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าอุตส่าห์พยายามสุดชีวิตเพื่อเจ้ากับสตรีของเจ้า แม้
กระทั่งล่วงเกินเหยียนหลิ่งเจวี๋ยยังกล้าทำ แต่เจ้ากลับมีกระจิตกระใจมาดื่มสุราอย่างสบายใจอยู่ที่นี่……”
การล่วงเกินเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไม่ได้เป็นสิ่งที่อ๋าวฮั่นเป็นกังวล ในความเป็นจริง ต่อให้เขาล่วงเกินใครก็ตาม เขาก็ไม่
ได้เอามาใส่ใจอยู่แล้ว เขาแค่อยากรู้ว่าระหว่างที่เขาช่วยอย่างเต็มกำลัง เหยียนหลิ่งอวี๋กลับมาดื่มสุราอยู่ที่นี่?
เหยียนหลิ่งอวี๋หันหน้ากลับไปยิ้มให้อ๋าวฮั่น “ข้าก็กำลังนั่งรอเจ้าอยู่ที่นี่มิใช่หรอกหรือ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋กำลังรออ๋าวฮั่นอยู่จริงๆ อย่างน้อยที่สุดสุราสองไหที่อยู่เบื้องหน้ายังไม่ได้เปิดออก ชามก็ยังสะอาด
สะอ้านเหมือนรอใครบางคนมา!
แต่เหยียนหลิ่งอวี๋กำลังรอเขาอยู่จริงหรือ?
อ๋าวฮั่นที่ได้ฟังแอบชะงักไปครู่หนึ่ง “ธุระของเจ้าเรียบร้อยแล้ว? ถึงได้มีเวลามานั่งสบายใจอยู่ถึงที่นี่?”
อ๋าวฮั่นไม่ใช่คนโง่เขลา เขารู้ว่าที่เหยียนหลิ่งอวี๋ยอมให้วังหลวงเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้น รวมทั้งอดกลั้นกับสิ่งที่เกิดกับต้
วนชิงหมิงได้ แน่นอนว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังวางแผนเรื่องอื่นอยู่ ซึ่งเรื่องนั้นสำคัญกว่าเรื่องที่เกิดกับต้วนชิงหมิง
ไม่มีเรื่องที่สำคัญที่สุด มีแต่เรื่องที่สำคัญมากกว่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง!
เพียงแต่การกลับมาที่รวดเร็วของเหยียนหลิ่งอวี๋ ทั้งยังมีสุราสองไห ย่อมแสดงว่าแผนการของเขาดำเนินไปได้ด้วย
ดี ใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว
แต่อ๋าวฮั่นกับเหยียนหลิ่งอวี๋แค่ร่วมมือกันเพียงชั่วคราวเท่านั้น เรื่องของเหยียนหลิ่งอวี๋ อ๋าวฮั่นจึงไม่อยากถามให้
มากความและไม่ได้ให้ความสนใจมากขนาดนั้น
อ๋าวฮั่นเดินไปหาเหยียนหลิ่งอวี๋อย่างสง่าผ่าเผย ในเมื่อเหยียนหลิ่งอวี๋กำลังรอเขาดื่มสุราด้วยกันจึงเดินตรงเข้าไป
หา เพียงแต่อ๋าวฮั่นรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้ทำไมกลับมาได้รวดเร็วเหลือเกิน หรือว่าเรื่องของเหยียนหลิ่ง
อวี๋จะราบรื่นมากกว่าของเขา
เหยียนหลิ่งอวี๋เอ่ยเสียงเบาขึ้นมา “อ๋าวฮั่น วันนี้ขอบคุณเจ้ามากๆ”
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดคำว่า “ขอบคุณ” ออกมาจากปาก???
อ๋าวฮั่นรู้สึกแปลกใจขึ้น จากนั้นได้พยายามพูดกลบเกลื่อน “เจ้าขอบคุณข้าถือเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เพราะว่าข้า
ช่วยปกปั้องสตรีของเจ้า มากกว่าปกปั้องสตรีของอีก!”
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะชอบใจกับคำตอบที่ได้ยินได้ฟัง
ในเวลานี้ อ๋าวฮั่นได้เปิดสุรารินใส่ชามยกดื่มเข้าไปในท้องแล้วชามหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างฉงนใจ “ห๊ะ นี่เป็นสุราเซา
เตาจึที่ขึ้นชื่อของทุ่งหญ้ามิใช่หรือ? เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าไปเอาสุรานี้มาจากไหนกัน?”
เป็นที่รู้กันว่าสุราเซาเตาจึที่หมักถึงห้าสิบปีหาได้ยากยิ่ง ต่อให้อ๋าวฮั่นอยากได้มาดื่มก็หาได้ยาก แต่เหยียนหลิ่งอวี๋
กลับไปหามาได้ถึงสองไห?
เหยียนหลิ่งอวี๋ยิ้มอ่อนๆ “อันที่จริงก็ไม่มีอะไร ข้าได้ให้คนไปที่เขตทุ่งหญ้าใช้ทองไม่น้อยกว่าจะแลกมาได้……”
ไม่ต้องพูดถึงราคาของสุรา เอาแค่การเดินทางไปและกลับอย่างเดียวต้องเสียเวลาและกำลังอย่างมาก
อ๋าวฮั่นยกสุราไหนั้นรินใส่ชามจนเต็ม แล้วยกซดขึ้นอย่างคล่องคอ “เห้อ สุราที่ทุ่งหญ้าของข้าช่างเลิศรสที่สุด”
เหยียนหลิ่งอวี๋มองยิ้มไปที่อ๋าวฮั่น “เจ้าดื่มให้เต็มที่เถอะ วันนี้ไม่เมาไม่ต้องกลับ!”
อ๋าวฮั่นปรายตามองสุราสองไหที่อยู่ด้านหน้าแล้ว แล้วสัพยอกออกมา “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าอย่าได้คิดดูถูกข้าเลย
สุราสองไหนี้ เจ้าอยากให้ข้าดื่มจนเมา? เจ้าคงไม่ได้คิดนะว่า ข้าจะคออ่อนเหมือนกับสตรีแห่งต้าเซี่ย?”
ตั้งแต่เล็กอ๋าวฮั่นเป็นคนคอแข็งอย่างมาก มีเพียงครั้งเดียวที่เขาดื่มไปสามสิบไหถึงเมามาย ชื่อเสียงในเรื่องนี้จึง
ขจรขจายไปทั่วทุ่งหญ้า
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ฟังก็แอบหัวเราะคิกตัก “ข้าไม่กล้าดูถูกว่าเจ้าคออ่อนหรอก… ข้าจึงได้เตรียมของอย่างอื่นให้เจ้า
เรียบร้อยแล้ว”
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ปรบมือขึ้น รถเข็นไม้ที่มีของใส่อยู่ในนั้นดังโคลงเคลงไปมาถูกเข็นเข้ามา เมื่อผ้าที่คลุมเปิดออกก็
พบว่าเรียงรายไปด้วยสุราที่สามารถดื่มได้ถึงหนึ่งปีเต็มๆ และทั้งหมดก็เป็นสุราเซาเตาจึอีกต่างหาก!
อ๋าวฮั่นมองด้วยสายตาปริบๆ ด้านหลังของเขามีเสียงเหยียนหลิ่งอวี๋ลอยอย่างเนิบนาบเข้าหู “ข้าบอกแล้ว สุรา
เพียงพอที่เจ้าจะดื่มได้ทั้งปี หากไม่พอเพียงละก็ ข้ายังมีอีกมากมาย…”
ยังมีอีกมากมาย?
สรุปแล้วเหยียนหลิ่งอวี๋ผู้นี้มีสุราเซาเตาจึอยู่ในครอบครองเท่าไหร่กัน?
อ๋าวฮั่นยกสุราในชามขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นได้กัดฟันพูดว่า “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้านี่มันช่างร้ายกาจเสีย
จริง!”
สุราที่เขาได้ดื่มลงไปทุกชามล้วนเป็นสุราเซาเตาจึที่หมักมานานกว่าห้าสิบปี ทั้งยังเป็นสุราเซาเตาจึที่มาจาก
ตระกูลเซาเตาจึที่มีชื่อเสียงอีกด้วย
สุราชนิดนี้ความเข้มข้นกำลังพอดี กลิ่นหอมหวลและนํ้าใสแจ๋ว ถือว่าเป็นสุราเซาเตาจึชั้นเลิศ เมื่อก่อนสุราของ
พวกเขาจะขายให้กับเข่อฮั่น ดังนั้นอ๋าวฮั่นจะได้ลิ้มรสในทุกปี และพอถึงฤดูหนาวมาเยือน อ๋าวฮั่นก็ชอบดื่มสุราเซาเตาจึ
พร้อมกับควบม้าวิ่งทะยานไปอย่างสำราญ `
จนมาถึงปีที่แล้ว ตระกูลเซาเตาจึไม่มีสุราออกส่งให้เข่อฮั่น เนื่องจากสุราที่หมักไว้กว่าห้าสิบปีถูกคนเหมาด้วย
ราคาที่สูงลิบลิ่วไปหมดแล้ว
ในตอนนั้นอ๋าวฮั่นก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเขาได้มีสุราเซาเตาจึกักตุนเอาไว้ อยากดื่มเท่าไหร่ก็ย่อมได้
พอมาถึงหน้าหนาว สุราเซาเตาจึที่มีขายแทบหาซื้อไม่ได้ ราคาถูกจึงดีดขึ้นไปสูงลิบลิ่วยิ่งกว่าทองคำเสียอีก
เดิมที อ๋าวฮั่นอยากไปสืบว่าใครกันที่ทำให้เกิดการขาดแคลนสุราเซาเตาจึ แต่นึกไม่ถึงว่าคนคนนั้นจะมีอยู่เบื้อง
หน้าเขาในตอนนี้แล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋ได้ยินอ๋าวฮั่นต่อว่าเขาก็ไม่ได้โกรธ เอาแต่หัวเราะชอบอกชอบใจ “ทำไมกัน พวกเจ้าหาเงินจากต้า
เซี่ยได้ ข้าจะหาเงินจากพวกเจ้าบ้างไม่ได้เลยหรือ?”
แต่นี่ไม่ใช่เอากำไรเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการดีดราคาจนสูงลิบลิ่วจนกำไรสูงเป็นหลายสิบหลายร้อยเท่าตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้สูงศักดิ์แห่งทุ่งหญ้า ที่ดื่มสุราเซาเตาจึจนเคยชินไปแล้ว พวกเขาไม่ได้กักตุนสุรามากเห
มือนกับอ๋าวฮั่น จึงต้องใช้เงินที่มากขึ้นไปขอซื้อจากตำหนักอ๋าวฮั่น
สรุปแล้ว เหยียนหลิ่งอวี๋ถือว่าช่วยอ๋าวฮั่นหาเงินหาทองได้เป็นกอบเป็นกำจากงานนี้แหละ!
อ๋าวฮั่นขว้างชายสุราลงพื้นดังเพล้ง และเอ่ยด้วยความโกรธ “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้าดูสิว่าหนังสุนัขจิ้งจอกที่พวกข้า
นำมาขายต้องแลกด้วยชีวิต แต่เจ้ากลับนำสุราเซาเตาจึของพวกเรามาขายกลับในราคาที่สูงลิบลิ่วแบบนี้!”
เหยียนหลิ่งอวี๋หัวเราะท้องแข็งพลางโบกมือไป “เจ้ารู้ได้ยังไงว่าสุราเซาเตาจึ ข้าไม่ได้แลกด้วยชีวิตเหมือนกัน..การ
ไปขายหน้าจวนของอ๋าวฮั่นไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยที่ใครๆ จะทำได้”
หรือว่าเหยียนหลิ่งอวี๋จะไปที่เขตทุ่งหญ้ามาแล้ว?
อ๋าวฮั่นถามด้วยความตกใจ “เจ้าไปที่นั่น?”
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับ “แน่นอน ถ้าข้าไม่ไปจะมีสุราเซาเตาจึดื่มได้ยังไง?”
หลังจากมีคนเอาสุราเซาเตาจึขายได้พอประมาณและหายตัวไปแล้ว อ๋าวฮั่นก็สืบหาตัวยังไม่ได้ว่าใครทำ เพียงแต่
เขาคำนวณคร่าวๆ พบว่าคนที่แอบมาขายสุรานี้ได้กำไรจากชาวทุ่งหญ้าไปนับหมื่นตำลึง
พอพูดถึงเรื่องนี้ก็น่าแปลก คนที่ขายจะขายให้เฉพาะคนที่สูงศักดิ์ในราคาที่สูงลิบลิ่ว แต่ขายให้ชาวบ้านธรรมดา
ราคาจะไม่สูงมากนัก ดังนั้นผู้สูงศักดิ์จึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบ่าวใช้ไปซื้อสุรา แต่ไม่ว่าจะปลอมตัวมาซื้ออย่างไร คนขาย
ก็ดูออกได้ในทันที ทั้งปฏิเสธการขายให้
อ๋าวฮั่นที่ไม่ค่อยพอใจที่มีคนมาขายสุรา แต่พอเห็นบรรดาผู้สูงศักดิ์ถูกสั่งสอนแบบนี้ ก็ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไป
ไร่
นึกไม่ถึงว่าเรื่องนี้คนที่ออกหน้ามาทำจะเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋นี่เอง!
เหยียนหลิ่งอวี๋เผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “วันนั้นข้าทำเพื่อธนูชวนเย่ว์กง แต่พอไปถึงตรงนั้นว่างจนไม่รู้จะทำอะไร
เห็นสุราที่รสชาติไม่ถูกปาก กลับขายดีเป็นเทนํ้าเทท่า ดังนั้นข้าจึงคิดหาวิธีหาเงิน โดยไปกวาดซื้อสุรามาให้หมดร้าน จาก
นั้นเอามาขายต่อจนได้กำไรมากโขอยู่”
เหยียนหลิ่งอวี๋ใช้วิธีการกักตุนสินค้า ในฤดูร้อนเป็นช่วงที่สุราขายไม่ค่อยดี เขาจึงซื้อมากักตุนได้ในราคาที่ตํ่า พอ
ล่วงเลยเข้าฤดูใบหน้าร่วง ราคาค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้น จนเหยียนหลิ่งอวี๋สามารถขายสุราจนได้กำไรมาเต็มๆ กว่าสามหมื่น
ตำลึง
อ๋าวฮั่นร้องอย่างตกใจ “ห๊ะ! เจ้านี่มันร้ายกาจมาก!”
ถึงแม้เหยียนหลิ่งอวี๋จะร้ายและหัวหมอไปบ้าง แต่เขาก็หามาได้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง อ๋าวฮั่นจึงรู้สึกว่าเขาสู้เหยียนหลิ่ง
อวี๋ไม่ได้ในเรื่องนี้
เขาจึงยกสุราในชามขึ้นมาซดอีกจนหมด… ก็ได้ ข้ายอมรับว่าด้านกลยุทธ์แผนการสู้เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้ แต่ต่อไป
จะให้เขามาเอาเปรียบชาวทุ่งหญ้าของเขาไม่ได้อีกแล้ว
ทันใดนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋ได้เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังขึงขัง “อ๋าวฮั่น ครั้งนี้ขอบคุณเจ้ามาก… ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงไปทำ
ธุระอื่นไม่สำเร็จ!”
อ๋าวฮั่นจึงตอบอย่างใจกว้าง “เจ้าขอบคุณข้าก็ดี ไม่ขอบคุณข้าก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ข้าขอคืนสตรี
ของเจ้ากลับไปอยู่ในความดูแลของเจ้าดังเดิมแล้วกัน!”
เมื่อเอ่ยถึง “สตรีของเจ้า” ในจิตใจของอ๋าวฮั่นก็รู้สึกทรมานด้วยเจ็บปวดขึ้นมา
ทำไมต้วนชิงหมิงถึงต้องเป็นสตรีของเหยียนหลิ่งอวี๋ด้วย?
ทำไมต้องเป็นเหยียนหลิ่งอวี๋?
เห็นชัดแล้วว่า เขาสามารถพาต้วนชิงหมิงออกจากวังวนแห่งอันตรายในเมืองหลวงนี้ไปได้ และสามารถมอบความ
อิสระเสรี มอบผืนฟั้าที่กว้างใหญ่ ให้ แต่ทำไมอ๋าวฮั่นกลับปากหนักจนพูดไม่ออก?
อ๋าวฮั่นพึมพำไปก็รินสุรายกซดอยู่อย่างนั้นชามแล้วชามเล่า
อ๋าวฮั่นคิดว่าเหยียนหลิ่งอวี๋คงต้องเกรงใจ และคงรับต้วนชิงหมิงกลับไปดูแลตามเดิม
ทว่าเหยียนหลิ่งอวี๋กลับส่ายหน้าปฏิเสธ “ยังไม่ใช่เวลานี้อ๋าวฮั่น ชิงหมิงนั้นคงต้องรบกวน ลำบากเจ้าช่วยดูแล
ระยะหนึ่ง… จนถึงตอนนี้ธุระนั้นก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์”
“ที่ว่ามาจริงเหรอ?”
อ๋าวฮั่นตาลุกเป็นประกายโชติช่วง ราวกับมีความหวังที่ฟูคับเต็มหัวใจ เปียมล้นด้วยความสุขที่ล้นออกมาจาก
ดวงตาและใบหน้า