การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 862 ภัยที่ไม่คาดคิด
เพียงแต่ว่าความสุขมักผ่านไปรวดเร็วเสมอ
อ๋าวฮั่นส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้เหยียนหลิ่งอวี๋ ชิงหมิงบอกข้าว่า นางหวังให้เจ้าช่วยปกปั้องนาง ดังนั้นคนที่ต้อง
ปกปั้องเจ้าอย่างแท้จริงก็ควรเป็นเจ้านั่นแหละ!”
เหยียนหลิ่งอวี๋ถอนหายใจแผ่วเบาออกมา “ยังไงข้าต้องปกปั้องดูแลนางอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เจ้าเป็นคนที่เหมาะสม
ดูแลมากที่สุด”
อ๋าวฮั่นได้ฟังกลับเกิดข้อกังขาในใจ เหตุใดเหยียนหลิ่งอวี๋ถึงเน้นยํ้าว่าคนที่เหมาะสมดูแลต้วนชิงหมิงมากที่สุดเป็น
เขา
หรือว่ามีบางเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นแล้วอย่างเหนือความคาดหมาย?
เหยียนหลิ่งอวี๋เหมือนอ่านความคิดในใจของอ๋าวฮั่นออก จึงพูดอย่างจริงจัง “อ๋าวฮั่น มีบางเรื่องที่ข้ายังไม่สามารถ
บอกเจ้าในเวลานี้ เสด็จพ่อของเจ้าถูกกักบริเวณแล้ว……”
อ๋าวฮั่นสะดุ้งโหยงขึ้นมา “ใครเป็นคนทำ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบที่ละคำอย่างชัดเจน “ถ่าหลี่มู่ ผู้เป็นเสด็จลุงของเจ้า!”
มิน่าเล่า ช่วงนี้อ๋าวฮั่นถึงไม่ได้รับข่าวคราวจากที่นั่นเลย ที่แท้เสด็จพ่อของเขาเกิดเรื่องขึ้นแล้ว?
อ๋าวฮั่นพลันโกรธขึ้งทันใด “เจ้าคนชั่วถ่าหลี่มู่!”
เขายกสุราขึ้นซดหมดในรวดเดียว จากนั้นเขวี้ยงชามลงพื้นแล้วเดินออกไป
เหยียนหลิ่งอวี๋รีบคว้ามือของอีกฝั่ายอย่างรวดเร็ว “อ๋าวฮั่น เจ้าจะไปไหน?”
“ข้าจะกลับไปช่วยเสด็จพ่อ” เขาตอบ
ถ่าถูเป็นเสด็จพ่อของอ๋าวฮั่น และยังเป็นโอรสที่เขาตั้งความหวังไว้สูงอย่างมาก ดังนั้นถ่าถูเกิดเรื่องขึ้น อ๋าวฮั่นไม่มี
ทางนิ่งดูดายโดยไม่สนใจ!
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงพูดขึ้นว่า “อ๋าวฮั่น เจ้ายังกลับไปไม่ได้ เพราะเจ้ากลับไปก็เท่ากับรนหาที่ตายเปล่าๆ!”
อ๋าวฮั่นถลึงตาโตด้วยความโมโห “ความหมายของเจ้าคือ ข้าเห็นแก่ชีวิตของตนเอง ซุกหัวอยู่ที่นี่ โดยปล่อยให้คน
ชั่วทำร้ายให้เสด็จพ่อข้าต้องตาย?”
เหยียนหลิ่งอวี๋อธิบายว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น… อ๋าวฮั่นฟังข้าก่อน ถ่าหลี่มู่ควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้แล้ว แต่นอกเขต
ออกไปยังมีคนของเสด็จพ่อของเจ้าอยู่ ดังนั้นถ่าหลี่มู่ยังไม่กล้าทำร้ายเสด็จพ่อของเจ้าอย่างแน่นอน!”
“แล้วมันจะต่างอะไรกัน? ในเขตทุ่งหญ้าเดินพื้นที่กว้างใหญ่ที่สามารถโบยบินไปได้ทั่ว แต่ถ้าถูกคนกักบริเวณก็ไม่
ต่างอะไรกับเหยี่ยวที่ถูกขังกรง เจ้าคิดว่าเสด็จพ่อของข้าจะยินดีอย่างนั้นหรือ?” อ๋าวฮั่นถามอย่างขึงขัง
เหยียนหลิ่งอวี๋รีบเตือนสติ “อ๋าวฮั่น เรื่องนี้จะรีบร้อนเกินไปไม่ได้ พวกเราต้องค่อยๆ วางแผนระยะยาว!”
“ใครจะไปมีเวลามานั่งวางแผนระยะยาวกับเจ้า ข้าต้องไปช่วยเสด็จพ่อให้เร็วที่สุด” อ๋าวฮั่นต่อว่า
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดดีโน้วน้าวไม่ได้ผลแล้ว ในที่สุดก็ระเบิดอารมณ์ออกมา “อ๋าวฮั่น เจ้าจงฟังข้าพูดให้จบก่อนได้
ไหม?”
“เจ้าพูดออกมาเถอะ ข้าดื่มสุราไหนี้หมดเมื่อไหร่ จะไปจากที่นี่ทันที!” อ๋าวฮั่นถลึงตาโตใส่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วย
ความไม่พอใจสุดขีด
ถึงแม้ปากบอกว่าดื่มสุรา แต่ในความเป็นจริงคือการให้โอกาสเหยียนหลิ่งอวี๋ เมื่อเห็นอ๋าวฮั่นเริ่มยกสุราขึ้นซดที
ละชามๆ เหยียนหลิ่งอวี๋เลยอธิบายต่อไป “ถ่าหลี่มู่สมคบคิดกับตระกูลสื่อเพื่อช่วยให้เหยียนหลิ่งเจวี๋ยขึ้นในตำแหน่ง
จักรพรรดิองค์ถัดไป ครั้งนี้ สองฝั่ายนั้นได้ปรึกษากันดีแล้ว เหยียนหลิ่งเจวี๋ยจับตัวเสด็จพ่อของข้า ส่วนถ่าหลี่มู่จับเสด็จ
พ่อของเจ้า ถึงตอนนั้นต้าเซี่ยใช้กองทัพยื่นมือไปช่วยเสด็จลุงเจ้า แย่งอำนาจเสด็จพ่อเจ้าให้เสร้จสิ้น”
“ความหมายของเจ้าคือ เสด็จพ่อของเจ้ากับเสด็จพ่อของข้า ต่างถูกควบคุมอำนาจและกักบริเวณอยู่?” อ๋าวฮั่น
ถามพลางถือชามสุราอยู่ในมือ
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าเป็นการยืนยัน “ใช่แล้ว ในคืนนั้นไทเฮากับฮองเฮาร่วมมือกัน ข้าจึงต้องหนีเอาตัวรอดไป
ก่อน จากนั้นก็แอบกลับเข้ามาในวังหลวง ค่อยๆ สืบความจริงอย่างลับๆ ถึงได้รู้ความจริงทั้งหมดนี้!”
“เรื่องต่อจากนั้นละ?” อ๋าวฮั่นมองอย่างสงสัย
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเล่าต่อไปว่า “เรื่องต่อจากนั้น คือพวกเราต้องไปช่วยเสด็จพ่อของข้าก่อน ไม่ให้ไทเฮาและตระ
กุลสื่อร่วมมือได้สำเร็จ จากนั้นค่อยให้เสด็จพ่อของข้าส่งทหารไปช่วยช่วยจัดการเสด็จลุงของเจ้า และช่วยเสด็จพ่อของ
เจ้าออกมา!”
อ๋าวฮั่นที่ฟังอย่างตั้งใจ ก็ไม่มีกระจิตกระใจยกสุราในชามขึ้นมาจิบอีกต่อไปแล้ว
เขาถามอย่างรีบร้อนขึ้นมา “เหยียนหลิ่งอวี๋บอกมาสิ พวกเราจะช่วยได้ยังไง?”
ในที่สุด เหยียนหลิ่งอวี๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก อ๋าวฮั่นผู้นี้เข้าใจในสิ่งที่เขาอธิบายแล้ว ต่อไปเรื่องที่เหลือก็ง่ายขึ้น
แล้ว
เหยียนหลิ่งอวี๋เลยอธิบายให้ฟัง “วันนี้ ในระหว่างที่พวกเจ้าอยู่ในตำหนักไทเฮากัน ข้าไปแอบย่องเข้าไปในห้อง
บรรทมของเสด็จพ่อ แต่น่าเสียดายที่นั้นมีองครักษ์เฝั้าอารักขาอยู่แน่นไปหมด นางจึงอยู่นานมากไม่ได้ รีบเอายาถอนพิษ
ใส่ในโอษฐ์ให้เสด็จพ่อ ทว่ากลับมาองครักษ์พบเข้า ข้าจึงรีบหนีออกมาโดยไม่ได้รู้ว่าเสด็จพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง”
“ในวันนี้เจ้าก็อยู่ในวังหลวงด้วยอย่างนั้นหรือ?” อ๋าวฮั่นเลิกตาโตด้วยความตกใจ
มิน่าเล่า พอต้วนชิงหมิงเจออันตราย เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา เพราะไปตามหาเสด็จพ่อของเขา
นี่เอง!
เหยียนหลิ่งอวี๋ผงกหัว “ระหว่างที่เจ้าตามหาต้วนชิงหมิง ข้าได้ให้คนเอากระดาษไปยัดใส่มือของนาง เพื่อให้นาง
ทำตามที่ไทเฮาต้องการ… ซึ่งเวลานนั้น ข้าได้แอบลอบเข้าไปในห้องบรรมของเสด็จพ่อ”
“แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ เรื่องนี้ทำไมเจ้าถึงไม่บอกกับข้า?” อ๋าวฮั่นถามอย่าางกังขา
ทั้งเรื่องเสด็จพ่อถูกกักบรbเวณ ถ่าหลี่มู่บุกเข้าไปกจับตัวเสด็จพ่อมาบีบบังคับ ตระกูลสื่อและไทเฮาได้สมคบคิด
แผนชั่วร้ายกัน
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอบเพียงว่า “เรื่องที่ข้าได้ยินได้ฟังมาอาจจะเชื่อถือไม่ได้ทั้งหมด ข้ากลัวว่านี่เป็นการแหวกหญ้าให้
งูตื่น เพราะฉะนั้นจึงยังไม่กล้าบอกเจ้า แต่พอจะบอกเจ้า ในวังหลวงก็เกิดเรื่องขึ้นไปเสียแล้ว”
ในวังหลวงไม่ใช่ที่เหมาะสมที่เขาจะเล่าเรื่องนี้ให้อ๋าวฮั่นรู้ ดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋จึงอดเก็บเอาไว้ในใจจนรอมาถึง
ตอนนี้!
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับชิงตั๋วด้วยไหม?” อ๋าวฮั่นกุมมือทั้งสองข้างไว้แน่น กัดฟันกรอดๆ
หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเหยียนหลิ่งเจวี๋ย อ๋าวฮั่นก็พร้อมเป็นคนแรกที่เล่นงานเขาอย่างหนักหน่วง
เหยียนหลิ่งอวี๋เล่าว่า “เรื่องนี้เกี่ยวกับชิงตํ๋วหรือไม่ข้าไม่แน่ใจ แต่ข้าคาดเดาว่ามีความเป็นไปได้ที่ถ่าหลี่มู่จะให้คำ
สัญญาบางอย่างกับชิงตั๋ว!”
ฉับพลันนั้น อ๋าวฮั่นได้แสยะยิ้มออกมา
ไอ้ถ่าหลี่มู่ตัวชั่ว อยากขึ้นตำแหน่งเสด็จพ่อของอ๋าวฮั่นจนตัวสั่น เสียแรงที่เสด็จพ่อให้ความสัมพันธ์กับสายเลือด
มาก่อน แต่ตอนนี้น้องชายแท้ๆ กลับบีบบังคับให้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง!
ส่วนชิงตั๋วก็เป็นตัวเสี้ยมหลัก เรื่องนี้ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับชิงตั๋วก็รอดตัวไป แต่ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องอ๋าวฮั่นไม่มีทาง
ปล่อยเขาไว้แน่นอน!
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยขึ้นว่า “อ๋าวฮั่น ตอนนี้ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า พวกเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
“ข้าจะช่วยอะไรเจ้าได้? จะช่วยเหลือยัง?” อ๋าวฮั่นถามอย่างฉงนใจ
เหยียนหลิ่งอวี๋อธิบายความว่า “แม้ถ่าหลี่มู่จะกุมอำนาจส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่ยอดทหารฝีมือดีที่มีอยู่ในมือของเจ้า
เกินกว่าครึ่งหนึ่งมิใช่หรือ? ดังนั้นถ่าหลี่มู่จึงยังทำอะไรเสด็จพ่อของเจ้า และไม่กล้าลงมือด้วยอีกต่างหาก เพราะว่าเขา
ต้องคิดหาทำทุกวิถีทาง เพื่อแย่งสิ่งที่เจ้ามีในมือมาทั้งหมด”
“ต่อจากนั้นละ?” อ๋าวฮั่นพยักหน้าเห็นด้วย กับสิ่งที่เหยียนหลิ่งอวี๋พูดออกมาได้อย่างมีเหตุมีผล
“เรื่องที่ข้ารู้นี่ ไทเฮาและตระกูลสื่อก็ย่อมต้องรู้ พวกเขาแค่กำลังรอให้ถึงเวลา จะได้มีโอกาสแย่งของในตัวเจ้า
มายังไงล่ะ” เหยียนหลิ่งอวี๋บอก
อ๋าวฮั่นกลับส่ายหน้าและพูดแทรกขึ้น “ไม่มีประโยชน์หรอก เสด็จพ่อของข้าคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าต้องมีเรื่อง
เช่นนี้เกิดขึ้นสักวัน ดังนั้นต่อให้มีตราโฮ่วฝูั่[1] แต่ไม่มีจดหมายลายมือข้าประกอบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดว่าทหาร
สามกองทัพจะไว้หน้า!”
พูดได้ว่าสิ่งนี้เป็นการเตรียมการที่รอบคอบมากที่สุดของอ๋าวฮั่น
เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้าพร้อมกับตอบว่า “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว ทำไมไทเฮาถึงได้ปฏิบัติดีกับเจ้าถึง
เพียงนี้ ต่อให้ฟันมือของเหยียนหลิ่งเจวี๋ยไป ก็ยังรอดปลอดภัยมาถึงตอนนี้ได้……”
อ๋าวฮั่นมองค้อนไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะสตรีของเจ้าไม่ใช่หรือ?
เหยียนหลิ่งอวี๋ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงอ่อย “อ๋าวฮั่น ไม่รู้ว่าเจ้าเชื่อมั่นในตัวข้าบ้างหรือไม่?”
อ๋าวฮั่นหรี่ตาลง พูดอย่างไม่เกรงใจ “ในฐานะของสหาย ข้าเชื่อใจเจ้า แต่ในฐานะขององค์ชาย ข้าไม่เชื่อใครหน้า
ไหนทั้งนั้น ข้าเชื่อมั่นได้แต่ตัวข้าเองเท่านั้น!”
คำพูดของอ๋าวฮั่นทำให้เหยียนหลิ่งอวี๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก
อ๋าวฮั่นไม่เชื่อใจใครนอกจากตัวเขาเอง นั่นแสดงให้เห็นว่านอกจากตราโฮ่วฝูั่แล้ว ยังมีของอย่างอื่นที่เขาเก็บรักษา
เอาไว้เป็นอย่างดี ไม่ได้แพร่งพรายให้ใครทราบ!
นั่นหมายความว่าอ๋าวฮั่นในตอนนี้ยังคงอยู่รอดปลอดภัย
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดขึ้นว่า “เจ้าจะเชื่อหรือไม่เชื่อข้าก็ดี ตอนนี้ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า เพราะว่าทหารที่
กำลังเฝั้าเสด็จพ่อของข้า มีคนของในราชวงศ์ของเจ้าด้วย!”
อ๋าวฮั่นตกใจจนอ้าปากค้าง “เจ้าว่าอะไรนะ?”
เหยียนหลิ่งอวี๋ยักไหล่ผายมือ “ทหารข้างกายเสด็จพ่อของข้า มีคนของเสด็จลุงเจ้า!”
อ๋าวฮั่นถลึงตาโต คิดไม่ถึงว่าถ่าหลี่มู่จะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้
“แล้วจะให้ข้าช่วยเจ้ายังไง?” อ๋าวฮั่นถาม
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงตอบว่า “เจ้าจงไปขอเข้าเฝั้าฝั่าบาทที่ห้องทรงพระอักษร โดยทูลว่าจะจากเมืองหลวงไปในอีก
สองสามวัน ถึงตอนนั้นข้าจะไปเข้าเฝั้าเป็นสหายเจ้า เจ้าก็จัดการคนของเจ้า ข้าก็จะช่วยเสด็จพ่อของข้า!”
อ๋าวฮั่นได้ฟังก็พยักหน้าตกลง “เหยียนหลิ่งอวี๋ เจ้ามั่นใจนะว่าคนพวกนั้นเป็นคนของเสด็จพ่อข้า?”
“ตอนแรกข้าก็ไม่ค่อยมั่นใจ แต่เมื่อข้าเห็นชิงตั๋วมิอาจสั่งให้คนพวกนั้นทำตามคำสั่งได้ ข้าจึงมั่นใจว่าพวกเขาจะ
ต้องไม่ใช่คนของเสด็จลุงถ้าหลี่มู่ แต่เป็นคนของเสด็จพ่อของเจ้าต่างหาก!”
แล้วอย่างนี้ ถ่าถูให้ทหารอยู่ข้างกายฝั่าบาทแห่งต้าเซี่ยด หมายความว่าอะไร?
จุดนี้แม้แต่อ๋าวฮั่นก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ
แม้แต่คำสั่งของชิงตั๋วยังมิอาจทำให้มหารพวกนั้นทำตามคำสั่งได้ ทว่าอ๋าวฮั่นสามารถสั่งให้พวกเขาทำทุกอย่าง
ตามใจปรารถนาได้?
อ๋าวฮั่นตอบตกลง “ได้ เหยียนหลิ่งอวี๋ ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก!”
เหยียนหลิ่งอวี๋จึงเอ่ยว่า “อ๋าวฮั่น รอให้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเสด็จพ่อของข้าได้แล้ว จากนั้นพวกเราค่อยขอ
ปรึกษาหารือกับเสด็จพ่อของข้า ดูสิว่าจะช่วยเหลือเสด็จพ่อของเจ้าได้อย่างไรบ้าง……”
อ๋าวฮั่นได้แต่กำหมัดแน่น “ตอนนี้ก็ทำตามนี้ไปก่อนแล้วกัน!”
สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ คือช่วยฝั่าบาทแห่วต้าเซี่ยให้ได้ก่อน หลังจากนั้นฝั่าบาทต้าเซี่ยจะส่งทหารไปช่วย!
อ๋าวฮั่นกัดฟันจ้องเขม็งไปที่เหยียนหลิ่งอวี๋ด้วยความโกรธเคือง “เหยียนหลิ่งอวี๋ ในตำหนักของเสด็จพ่อข้ามีคน
ของเจ้าแฝงอยู่ด้วยใช่หรือไม่?”
“เป็นเช่นนั้น!” เหยียนหลิ่งอวี๋พยักหน้ารับ
[1] ตราโฮ่วฝูั่ คือ ตราที่ใช้ควบคุมกองทหาร