การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 867 มีคนมาสู่ขอเชวียหนิงหราน?
ระหว่างที่พูดคุยนั้น ต้วนชิงหมิงและเชวียหนิงหรานได้เดินจับมือเดินเข้ามาในห้องโถงรับรอง
เมื่อเห็นเชวียจื่อซวนนั่งอยู่ด้านใน เชวียหนิงหรานจึงถามขึ้นว่า “ถ้าพี่ใหญ่ไม่มารับ น้องอาจนั่งทานอาหารเย็นที่
จวนต้วนแล้ว”
ต้วนชิงหมิงพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเจ้าอยากอยู่ที่นี่ต่ออีกนานหน่อยย่อมทำได้ ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเย็น
แล้วกลับจวนเชวียนี่หน่า”
เชวียหนิงหรานมองเห็นต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวนนั่งอยู่ในห้องโถงรับรองด้วย สีหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นมาด้วย
ความเขินอาย และกุมมือต้วนชิงหมิงไว้แน่นกว่าเดิม “เมื่อครู่ข้าพูดเรื่องที่น่าอับอายใช่ไหม?”
เดิมทีการอยู่ต่อว่าที่พ่อสามีและแม่สามีต้องทำตัวเป็นกุลสตรีที่เรียบร้อย แต่การคำพูดเมื่อครู่สามารถใช้ตำหนิ
นางได้แล้ว
ต้วนชิงหมิงหัวเราะคิกคักออกมา “ตอนนี้เจ้ารู้ถึงการขายหน้าแล้วเหรอ? เมื่อครู่ยังพูดเสียงดังกว่าข้าอีก”
พอเชวียหนิงหรานได้ฟังก็รีบบิดตัวหันหน้าไปทางอื่นด้วยความอาย
ต้วนชิงหมิงจึงตบไปที่ไหล่ของนาง “เอาล่ะ เจ้าไม่ต้องเกร็งไปหรอก ในจวนต้วนของข้าไม่มีกฏระเบียบเคร่งครัด
แบนนั้น……”
ต้วนชิงหมิงพูดไปพลางจึงมือเชวียหนิงหรานเข้าไปทำความเคารพต้วนเจิ้งและตู้ชิงหรวน ถึงแม้เชวียหนิงหรานจะ
เป็นคนตรงไปตรงมา แต่นางเป็นถึงคุณหนูที่สูงศักดิ์ การแสดงความเคารพผู้อาวุโสกว่าจะเลี่ยงไม่ได้
ต้วนเจิ้งที่เห็นสีหน้าเชวียหนิงหรานเก้อเขิน เขาก็พูดยิ้มๆ ขึ้นมาว่า “หลานเชวียนิสัยตรงไปตรงมา… ชิงหมิงจุดนี้
เจ้าต้องจดจำเอาไว้หน่อย!”
ต้วนชิงหมิงได้ยินรู้สึกไม่ยอมใจจึงวิ่งเข้าไปฟั้องตู้ชิงหรวนตรงหน้า “ท่านแม่ดูสิเจ้าค่ะ ท่านพ่อกำลังจะมีลูกสะใภ้
ก็ไม่ได้อยากได้บุตรสาวคนนี้แล้วเจ้าค่ะ”
ต้วนเจิ้งยิ้มออกมาด้วยไม่รู้จะต่อปากต่อคำกับต้วนชิงหมิงอย่างไรดี
ตู้ชิงหรวนกวักมือให้เชวียหนิงหรานเข้ามาใกล้แล้วบอกนางว่า “เอาตามตรงเลยนะ ปั้าชอบนิสัยของหลานเชวีย
จริงๆ ชิงหมิงเอ๋ย ลูกต้องเอาอย่างหนิงหรานไว้บ้าง”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังแอบกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ “ชิงหมิงรู้ว่าท่านพ่อท่านแม่ลำเอียงแล้ว แต่ทุกเรื่องไม่
จำเป็นต้องพูดต่อหน้าก็ได้เจ้าค่ะ”
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ในห้องโถงหัวเราะอย่างชอบใจ ส่วนเชวียจื่อซวนก็ใช้ข้ออ้างว่ามีธุระที่ยังไม่ได้สะสางที่
จวนเชวีย จึงต้องขออนุญาตกลับจวนก่อน
เมื่อเห็นเชวียหนิงหรานกำลังจะกลับจวนเชวียไป ตู้ชิงหรวนได้คว้ามือของนางเอาไว้ให้นั่งลงบนเก้าอี้ โดยที่ต้วน
เจิ้งไม่กล้าว่าอะไรทั้งสิ้น
ทางด้านเชวียจื่อซวนได้ส่งสายตาให้ต้วนชิงหมิง
นางเข้าใจความหมายนั้นจึงหันไปกระซิบข้างหูเชวียหนิงหราน “หนิงหราน รบกวนช่วยพูดคุยกับท่านพ่อท่านแม่
ให้ก่อน ข้าลืมของไว้ประเดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ!”
เชวียหนิงหรานอยากเอ่ยปากรั้งต้วนชิงหมิงเอาไว้ ทว่านางกลับพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเชวียจื่อซวน
ที่ฉวยโอกาสนี้ออกไปข้างนอกด้วยเหมือนกัน ทั้งสองคนเดินไปที่ศาลาด้านนอกห้องโถงรับรอง ต้วนชิงหมิงมองไปพู
ดกับเชวียจื่อซวน “คุณชายเชวียที่นี่ไม่มีคนอื่นแล้ว มีเรื่องอะไรก็เชิญพูดออกมาได้เลย”
เชวียจื่อซวนมองนางด้วยแววตาที่สับสนระคนไปหมด
เมื่อสองสามวันก่อนที่เกิดเรื่องในวังหลังขึ้น เขาได้ยินได้ฟังมาแล้ว ตอนนี้ฐานะของชิงหมิงกับเขาแตกต่างกันสิ้น
เชิง ดังนั้นเชวียจื่อซวนจึงต้องทำความเคารพ “กระหม่อมเชวียจื่อซวน คารวะองค์หญิงเหอซั่ว!”
ต้วนชิงหมิงอยากยื่นมือเข้าไปห้าม แต่พอยื่นไปได้ครึ่งเดียว ก็เลือกดึงมือกลับมาดังเดิม
ไม่ว่าจะยอมรับมันหรือไม่ แต่ฐานะของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นนับแต่นี้ต่อไปต้วนชิงหมิงและคนรอบข้างต้อง
ดูเหินห่างต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
เชวียจื่อซวนทำความเคารพเป็นที่เรียบร้อย ก็ก้าวมายืนเบื้องหน้าต้วนชิงหมิง!
นางชี้ไปที่ชุดเก้าอี้หินที่อยู่ในศาลา พร้อมเอ่ยขึ้นว่า “คุณชายเชวียมีเรื่องอะไรก็รีบบอกมาเถิด พวกเราออกมา
ข้างนอกนานแล้ว ข้ากลัวหนิงหรานจะสงสัยเอา!”
เชวียหนิงหรานเป็นคนที่นิสัยตรงไปตรงมาและไร้เดียงสา แต่ไม่ถึงกับโง่เขลา เมื่อเห็นต้วนชิงหมิงเดินออกจาก
ห้องโถงรับรองไป ตามด้วยพี่ชายของนาง เชวียหนิงหรานไม่ต้องคิดอะไรมากก็เดาออกว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ซึ่งไม่อยากให้นางรับรู้
ซึ่งเรื่องที่ไม่อยากให้เชวียหนิงหรานรับรู้คงมีไม่มากนัก ยกตัวอย่างเช่น เรื่องมีคนอยากมาหมั้นหมายกับนางที่จวน
เชวีย หรือไม่ก็คงเป็นเรื่องของต้วนอวี้
เชวียจื่อซวนรู้ดีว่าน้องสาวของตนเป็นคนที่สังเกตได้รวดเร็ว ถ้าเขาออกมาข้างนอกนานเกินไป เชวียหนิงหราน
ต้องสงัสยอย่างแน่นอน
คิดมาถึงตรงนี้ เชวียจื่อซวนจึงเล่าขึ้นว่า “อย่างนั้นกระหม่อมขอพูดรวบรัดตัดตอนเลยแล้วกัน… ตอนนี้คนจวน
สื่อได้เดินทางไปขอหมั้นหมายกับคนจวนเชวีย ทำเอาท่านพ่อโกรธจนลมออกหู โดยปฏิเสธกลับไปทันควัน… เดิมที
กระหม่อมไม่ทราบเรื่องนี้ เพียงแต่วันนี้ท่านแม่ได้เล่าให้ฟัง กระหม่อมถึงได้ตกใจอยู่ไม่น้อย!”
ทันทีที่ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็ตกใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน “คิดไม่ถึงว่าคนจวนสื่อจะว่องไวเช่นนี้… อย่างนั้นรู้บ้างหรือไม่ว่า
เป็นคุณชายคนไหนของจวนสื่อ?”
จวนสื่อเป็นตระกูลของไทเฮาและฮองเฮาองค์ปัจจุบัน
เมื่อเอ่ยถึงรุ่นของฮองเฮาแล้ว ตระกูลสื่อมีคุณชายทั้งหมดสามคน คุณชายใหญ่ คุณชายรอง คุณชายสาม
แต่ไม่รู้ว่าเป็นคุณชายคนไหนที่ไปทาบทามขอหมั้นหมายกับเชวียหนิงหราน?
เชวียจื่อซวนจึงตอบว่า “ท่านแม่ของกระหม่อมบอกว่าเป็นคุณชายรอง บุตรชายในภรรยาเอกของรองเจ้ากรม
ข้าราชการพลเรือนขอรับ”
ต้วนชิงหมิงหันไปคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “คนที่กำลังพูดถึงนั้นเป็นคนสอบจอหงวนได้ลำดับที่สิบ นามว่า
สื่อเหวินจาง?”
คนของตระกูลสื่อล้วนแล้วเเต่เป็นผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวง และมักเหยียดตระกูลอื่นๆ ทำให้มีความสัมพันธืที่ไม่ดี
กับตระกูลอื่น แต่ตอนนี้เป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน คนตระกูลสื่อกลับมีกระจิตกระใจมาสู่ขอหมั้นหมายถึงจวนเชวีย นั่น
หมายความว่าพวกเขาต้องการอยากดึงจวนเชวียเข้ามาเป็นพวก?
เชีวยจื่อซวนพยักหน้ารับ “ถูกต้องแล้ว คุณชายคนนั้นนามว่าสื่อเหวินจาง… กระหม่อมเคยเห็นหน้าคาดตามา
แล้ว นิสัยใจคอเขาไม่เลว จงเกลียดจงชังอำนาจมืด นับว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์ในใจขอรับ”
ต้วนชิงหมิงคิดในใจ ไม่ว่าสื่อเหวินจางจะเป็นคนแบบไหนก็ไม่อาจแต่งงานกับหนิงหรานได้ทั้งนั้น แต่ก่อนที่ต้วนอ
วี้จะจากไปได้กำชับนักกำชับหนา ไม่ว่าใครมาหมั้นหมายที่จวนเชวียก็ห้ามปฏิเสธ แต่เลือกแบ่งรับแบางสู้ประวิงเวลาเอา
ไว้ให้ยืดยาวที่สุด
พอคิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงแอบถอนหายใจออกมา “เรื่องนี้หนิงหรานยังไม่รู้ใช่ไหม?”
คำถามนี้ต้วนชิงหมิงได้เอ่ยถามเชวียหนิงหรานก่อนหน้านี้ไม่นานนัก นางตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่มี!” ถ้าอย่างนั้น
แสดงว่านางไม่รู้เรื่องนี้โดยสิ้นเชิง
แต่เชวียจื่อซวนกลับส่ายหน้า “ท่านพ่อได้ตอบปฏิเสธกลับไปอย่างหนักแน่น ท่านแม่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต
ดังนั้นมีเพียงกระหม่อมที่ทราบเรื่อง แม้แต่เชวียหนิงซวนก็ยังไม่ทราบขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับว่า “ทำได้ถูกต้องแล้ว ตอนนี้เรื่องที่ว่านี้ห้ามบอกให้หนิงหรานทราบ และไม่ต้องเอ่ยให้ค
ยอื่นฟังอีก ข้าคิดว่าหากคนตระกูลเชวียอยากดองญาติกับคนจวนเชวีย เรื่องนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น นับจากนี้
ต้องมีความเคลื่อนไหวอื่นตามมา… เดี๋ยวสองวันนี้ ข้าจะให้คนไปสืบมาง่าคนจวนสื่อต้องการทำอะไรกันแน่ เจ้ากลับไป
บอกฮูหยินเชวียให้โน้มน้าวนายท่านเชวีย ครั้งหน้าหากคนจวนสื่อไปด้วยเรื่องหมั้นหมายอีก ให้แบ่งรับแบางสู้ อย่าได้ยืน
กรานปฏิเสธจะได้ไม่เป็นการล่วงเกินคนจวนสื่อ!”
เรื่องนี้พูดออกมาง่าย แต่ทำจริงแล้วไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย!
ในตอนนี้ เรื่องที่เชวียหย่งเฉียงปฏิเสธคนตระกูลสื่อคงได้ยินไปถึงหูของเหยียนหลิ่งอวี๋แล้ว ทุกอย่างเป็นเหมือนที่
เหยียนหลิ่งอวี๋พูดไว้ก่อนหน้านี้ คนตระกูลสื่อจะขอให้ฝั่าบาทพระราชทานงานสมรสให้กับสื่อเหวินจางและหนิงหราน
แต่คนตระกูลเชวียเป็นขุนนางที่ภักดีซื่อตรง ไม่ฝักฝั่ายฝั่ายใด ดังนั้นเชวียหย่งเฉียงจึงไม่ต้องการพึ่งพาอำนาจจากตระกูล
ไทเฮาและฮองเฮา
แต่ถ้าฮูหยินเชวียพูดโน้มน้าวแล้วเชวียหย่งเฉียงเปลี่ยนใจดองญาติกับตระกูลสื่อ ถึงตอนนั้นเรื่องนี้คงซับซ้อนขึ้น
ไปอีกเป็นกอง
คิดมาถึงตรงนี้ ต้วนชิงหมิงหัวเราะออกมา “คุณชายเชวีย ข้ามีข้อแนะนำอยู่ มิทราบว่าคุณชายเชวียอยากฟังหรือ
ไม่?”
เชวียจื่อซวนคิดว่าคำแนะนำของต้วนชิงหมิงเมื่อครู่ใช้ได้ แต่ดูแล้วจะควบคุมผลลัพธ์ได้ยาก หากเชวียหย่งเฉียง
เปลี่ยนใจดองญาติกับตระกูลสื่อจริง ถึงตอนนั้นคงลำบากมากกว่านี้
คิดวนเวียนไปมาถึงตรงนี้ เชวียจื่อซวนจึงตอบว่า “เชิญองค์หญิงช่วยชี้แนะด้วยขอรับ!”
ต้วนชิงหมิงยิ้มมุมปากเล็กน้อย “เรื่องนี้ง่ายมาก ด้านหนึ่งเจ้าต้องให้ฮูหยินเชวียเล่าถึงผลด้านลบของการตัดสินใจ
นี้ อีกด้านหนึ่งอี๋เหนียงรองที่จวนเชวียได้รับการโปรดปรานใช่ไหม? ข้าลองคิดดูหากหนิงหรานจะได้แต่งงานกับหลาน
ชายของฮองเฮา… นางจะคิดยังไง?”
ยังมีอี๋เหนียงสามที่ถนัดใส่ไฟอีก หากพวกนางรู้เรื่องหนิงหรานจะได้แต่งกับตระกูลที่ไทเฮาและฮองเฮาให้ท้าย มี
หรือที่พวกนางจะยอมนิ่งอยู่เฉย คงต้องรีบแห่ไปเปั่าหูเชวียหย่งเฉียงให้เชื่อฟังในสิ่งที่พวกนางพูด
อี๋เหนียงรองมีบุตรสาวอยู่คนหนึ่งชื่อว่า “เชวียหนิงเชี่ยน” นางย่อมปรารถนาแรงกล้าให้บุตรสาวได้แต่งกับ
ตระกูลสื่อของไทเฮาและฮองเฮา
ความหมายที่ต้วนชิงหมิงต้องการสื่อนั้น ไม่ได้ต้องการให้เชวียหนิงเชี่ยนแต่งกับตระกูลสื่อ ซึ่งอีกฝั่ายก็คงไม่
ยินยอมแต่งกับบุตรสาวลูกอนุเช่นกัน เรื่องนี้ต้องยืมมืออี๋เหนียงรองมาปันปั่วน คอยห้ามปรามไม่ให้เชวียหย่งเฉียงมีความ
คิดที่จะดองกับตระกูลสื่อก็เพียงพอแล้ว
เชวียจื่อซวนฟังแล้วหน้าแอบแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความหนักใจ “เรื่องนี้… จะได้ผลหรือขอรับ?”
แต่เพื่อน้องสาวของนางแล้ว หากต้องก้มหัวไปขอร้องอี๋เหนียง เขาอาจจะยอมทำก็เป็นได้
ต้วนชิงหมิงเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเชวียจื่อซวน ก็ทราบได้ทันทีว่าเขาเข้าใจผิดแล้ว ต้วนชิงหมิงจึงหัวเราะ
ออกมา “ใครใช้ให้เจ้าไปทำเองเล่า… เจ้าแค่ส่งบ่าวใช้หนุ่มไปเล่าเรื่องนี้ในจวน ข้าเชื่อว่าต้องไปถึงหูอี๋เหนียงรองอย่าง
แน่นอน!”
อี๋เหนียงรองได้รับการโปรดปรานมานานหลายปี ย่อมมีแผนการและวิธีการไม่น้อย
ต้วนชิงหมิงเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้อี๋เหนียงรองจะสกัดไม่ให้ช่วยเชวียหนิงหรานแต่งกับตระกูลสื่อได้
ตอนนี้ เชวียจื่อซวนเข้าใจที่ต้วนชิงหมิงแนะนำแล้ว จึงพูดขึ้น “อีกอย่าง การมาในครั้งแรกของคนตระกูลสื่อไม่
สำเร็จ ดังนั้นครั้งหน้าท่านลุงเชวียคงรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร!”
เชวียจื่อซวนพยักหน้าเข้าใจ “กระหม่อมก็คิดเหมือนกัน หากคนตระกูลสื่อให้ความสำคัญกับจวนสื่อและหนิงหรา
นจริง ย่อมไม่มีทางเลิกราอย่างง่ายดาย ดังนั้นที่กระหม่อมมารับน้องรองเพื่อต้องการบอกเรื่องนี้กับองค์หญิง หวังว่าคน
จวนเชวียจะรอดพ้นภัยในครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัยขอรับ!”