การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 868 เรื่องของสุราเซาเตาจึ
ในเมื่อต้วนอวี้ยังสามารถคาดเดาเรื่องนี้ได้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ตอนนี้เชวียจื่อซวนได้แต่ถอนหายใจกับ
สิ่งที่เกิดขึ้น ประหนึ่งต้วนอวี้เป็นเทพเซียนที่รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้
พูดมาถึงตรงนี้ เชวียจื่อซวนก็ถามอย่างสงสัยขึ้นมา “ต้วนอวี้……ยังมีเรื่องอื่นบอกไว้อีกไหม?”
ต้วนชิงหมิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนส่ายหน้าไปมา “เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาแล้ว นอกจากนั้นก็
ไม่มีข่าวคราวใดอีกเลย”
เชวียจื่อซวนจึงถามอย่างใคร่รู้ “ต้วนอวี้เขียนอะไรในจดหมายบ้าง? เขาบอกไหมว่าจะกลับมาเมื่อไหร่?”
เรื่องการแต่งงานของต้วนอวี้กับเชวียหนิงหราน ได้รอรับพระราชทานงานสมรสจากฝั่าบาท ตอนนี้ต้วนอวี้ไปนอก
เมือง คนอื่นจึงฉวยโอกาสเข้ามาแทรกความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ดังนั้นเชวียจื่อซวนจึงหวังเป็นอย่างยิ่ง ให้ต้วนอวี้รีบ
กลับมาโดยเร็ววัน
ต้วนชิงหมิงส่ายหน้าก่อนตอบกลับ “เนื้อหาในจดหมายของอวี้เอ๋อร์ แค่แสดงความคิดถึงข้า จากนั้นถามถึงสถาน
การณ์จวนเชวียในช่วงนี้ นอกจากนั้นก็ไม่ได้พูดถึงอะไรอื่นอีก!”
เนื้อหาในจดหมายแม้จะมีเพียงเท่านี้ แต่หากต้วนชิงหมิงเล่าเร็วเกินไป เชวียจื่อซวนอาจเกิดข้อกังขาได้
เพราะตั้งแต่ที่ต้วนอวี้จากไปจนถึงตอนนี้ ก็ไม่ได้มีจดหมายเขียนถึงใครเลยต่างหาก
เชวียจื่อซวนแสดงสีหน้าแห่งความผิดหวังออกมาโดยไม่ได้เอ่ยคำใดอีก
ต้วนชิงหมิงลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “” เรื่องนี้ยังต้องรอดูกันต่อไป อย่างไรเสีย ตอนนี้ตระกูลสื่อยังไม่มีความ
เคลื่อนไหว พวกเราคงทำได้แต่รอคอยดูสถานการณ์… หากพาหนิงหรานกลับจวนเชวียไปแล้ว ต้องดูแลนางให้มีความสุ
ขมากๆ”
นํ้าเสียงและจังหวะจะโคนที่ต้วนชิงหมิงพูดออกมานั้นเป็นเหมือนผู้ใหญ่ ที่พร้อมจะรับมือและแรงปะทะแทนทุก
คน
เชวียจื่อซวนรีบก้มหน้าและยกมือประสาน “ขอบคุณชิงหมิงมาก!”
ในคราวนี้ เชวียจื่อซวนไม่ได้ใช้สรรพนาม “องค์หญิง” และ “กระหม่อม” แต่คำขอบคุณกลับฟังออกว่ามาจากใจ
จริง
ต้วนชิงหมิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องขอบคุณหรอก ตอนนี้ตระกูลเชวียกับตระกูลต้วนลงเรือลำเดียวกันแล้ว!”
“เรื่องที่ต้องการขอบคุณคือเรื่องหนิงหราน ที่ต้องพบเจอเรื่องวุ่นวายอีกมากมาย แต่โชคดีที่ชิงหมิงจะช่วยแบกรับ
ไว้แทน” เชวียจื่อซวนกล่าวอย่างซาบซึ้ง
ต้วนชิงหมิงใช้มือลูบไปที่ศีรษะ “ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นหรอก! เพื่อคนในครอบครัว เพื่อสหายที่สนิท จะรู้สึก
เหนื่อยหรือเป็นภาระได้อย่างไรกัน ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แค่ช่วยเท่าที่มีกำลังความสามารถเท่านั้น!”
การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังของต้วนชิงหมิง ทำให้เชวียหนิงหรานยังมีรอยยิ้มจากใบหน้าออกมาได้ ในใจของเช
วียจื่อซวนจึงคิดว่านางเป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่อบอุ่นในร่างของสาวน้อย
ด้านนอกของศาลามีเสียงของชิวหนิงดังขึ้น “องค์หญิง… ฮูหยินกำลังหาท่านอยู่เจ้าค่ะ!”
ต้วนชิงหมิงรีบตอบทันที “อืม ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
การที่ตู้ชิงหรวนส่งให้คนมาตามกลับไป แสดงว่าเชวียหนิงหรานกำลังร้อนรุ่มใจไปหมดแล้ว
ต้วนชิงหมิงกับเชวียจื่อซวนจึงเดินกลับไปที่ห้องโถงรับรอง และเชวียจื่อซวนพาเชวียหนิงหรานกลับจวนไป
ตู้ชิงหรวนถามต้วนชิงหมิงขึ้นมา “ชิงหมิงบอกแม่มาตามตรง ลูกกับเชวียจื่อซวนไปคุยอะไรกันเมื่อครู่นี้?”
ต้วนชิงหมิงตอบกลับไปว่า “อันที่จริงก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่คุยกันเรื่องบุตรชายในภรรยาเอกของรองเจ้ากรม
ข้าราชการพลเรือนอยากหมั้นหมายกับหนิงหรานเองท่านแม่”
ตู้ชิงหรวนเอ่ยด้วยความตกใจ “จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไง… หนิงหรานกับอวี้เอ๋อร์ได้ประกาศหมั้นหมายแล้วนี่
หน่า……”
ต้วนชิงหมิงหันมองตู้ชิงหรวนจนนางไม่กล้าพูดต่อไป
โชคยังดีที่ต้วนเจิ้งมีเรื่องที่ต้องไปสะสางพอดี จึงไม่ได้อยู่ในห้องโถงรับรอง มิอย่างนั้นเขาจะเป็นห่วงขนาดไหน!
ต้วนชิงหมิงคว้าไปจับมือของตู้ชิงหรวน “ท่านแม่ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดจะรีบร้อนไม่ได้ ดังนั้นไม่ว่า
จะเกิดเรื่องใดขึ้น ให้ลูกเป็นคนจัดการเองเถอะท่านแม่ เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกท่านพ่อ เขาจะได้ไม่ร้อนรนใจท่านแม่”
ตู้ชิงหรวนพยักหน้าเป็นการตอบตกลง “เรื่องนี้แม่ไม่มีทางบอกท่านพ่อ แต่จวนเชวียกับจวนต้วนมีการหมั้นหมาย
กันไปแล้วมิใช่หรือ? ทำไมจวนสื่อถึงเข้ามายุ่มย่ามด้วย?”
ตู้ชิงหรวนท่องใต้หล้ามานานหลายปีจนมีปัญหาสุขภาพร่างกาย ตอนนี้นางไม่ค่อยเข้าใจการปกครองในตอนนี้เท่า
ที่ควร จึงต้องการคำอธิบายจากต้วนชิงหมิงให้มากกว่านี้
ต้วนชิงหมิงจึงอธิบายด้วยความใจเย็น “ตอนนี้พระวรกายของฝั่าบาทไม่ค่อยสู้ดี องค์ชายใหญ่จึงทะเยอทะยาน
อย่างมาก โดยมีไทเฮาและฮองเฮาคอยสนับสนุน ดังนั้นคนตระกูลสื่อจึงต้องการหาพรรคพวก และสาเหตุที่เลือกคนตระ
กูลเชวียไม่ใช่รักใคร่เชวียหนิงหราน แต่ตระกูลเชวียเป็นตระกูลที่สูงศักดิ์ที่มีอำนาจอยู่มิน้อยในราชสำนักต่างหาก!”
“แม่เข้าใจแล้ว ที่แท้ตระกูลสื่อต้องการหาพรรคหาพวกนี่เอง” ตู้ชิงหรวนกล่าว
“ทุกอย่างเป็นอย่างที่ท่านแม่ว่ามา การวางแผนของตระกูลสื่อในครั้งนี้ ต้องการแต่งงานดองญาติกับบุตรสาวของ
บรรดาขุนนางใหญ่ๆ เจ้าค่ะ” ต้วนชิงหมิงกล่าวเสริม
ตู้ชิงหรวนคิดๆ ดูแล้วก็อดโมโหเสียมิได้ “แต่ทำไมคนพวกนั้นต้องการจะแต่งกับเชวียหนิงหราน ไม่เอาคุณหนูคน
อื่นด้วยเล่า?” `
หลังจากได้พบหน้าคาดตาเชวียหนิงหรานแล้ว ตู้ชิงหรวนก็รู้สึกถูกชะตาว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้
ได้ยินว่ามีคนตระกูลสื่อจะแย่งเชวียหนิงหรานไปแต่ง ทำให้ตู้ชิงหรวนรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างหนัก
ต้วนชิงหมิงยิ้มเจื่อนๆ ออกมา ดูท่าแล้วตู้ชิงหรวนยังไม่ค่อยเข้าใจการเมืองเท่าที่ควร… การแต่งงานในเมืองหลวง
หากต้องการประจบอีกฝั่าย ฝั่ายชายมักไปทาบทามฝั่ายหญิง แต่ถ้าเป็นการแต่งงานที่เสมอกัน ฝั่ายหญิงมักเข้าไป
ทาบทามฝั่ายชายก่อน
คนตระกูลจวนสื่อนั้นต้องการเชวียหนิงหรานที่เป็นบุตรสาวภรรยาเอกมาเป็นเจ้าสาว นั่นหมายถึงตระกูลสื่อให้
ความสำคัญในการแต่งงานครั้งนี้อย่างมาก
ที่สำคัญไปกว่านั้น การหาพรรคพวกในครั้งนี้ตระกูลเชวียอยู่ในเปั้าหมาย ดังนั้นพวกเขาจึงเตรียมตัวมาเป็นอย่าง
ดี ทว่าถูกเชวียหย่งเฉียงยืนกรานปฏิเสธ อย่างนั้นมีหรือที่ตระกูลสื่อจะยอมเลิกลาไปโดยง่าย
ส่วนน้องสาวลูกอนุของเชวียหนิงหรานไม่ได้อยู่ในเปั้าหมายของคนตระกูลสื่อ!
คนตระกูลสื่อให้ความสำคัญกับบุตรสาวภรรยาเอก มีหรือจะสนใจแต่งกับบุตรสาวลูกอนุที่เป็นรองด้านฐานะ
ดังนั้นบรรดาบุตรสาวลูกอนุ อย่าได้คิดเพ้อฝันว่าจะได้เป็นภรรยาเอกเลย!
ตู้ชิงหรวนฟังต้วนชิงหมิงอธิบายอย่างใจเย็น ในที่สุดก็เข้าใจจนหมดสิ้น “ดูท่าแล้ว หากยังไม่แต่งงาน ว่าที่ลูก
สะใภ้ก็ต้องสุ่มเสี่ยงกับการถูกคนอื่นมาแยกไป!”
“ท่านแม่วางใจได้ ลูกจะทำทุกวิถีทางให้หนิงหรานมาเป็นลูกสะใภ้จวนต้วนให้ได้!” ต้วนชิงหมิงตอบด้วยรอยยิ้ม
ตู้ชิงหรวนจึงถามว่า “ถ้าหนิงหรานจะแต่งกับตระกูลสื่อจะทำยังไง?”
“ท่านแม่คงลืมไปแล้ว ตอนนี้ลูกเป็นองค์หญิงเหอซั่วแล้ว หากลูกเอ่ยหนิงหรานมีหรือจะข้าขัดคำสั่ง?” ต้วนชิงห
มิงพูดอย่างมั่นใจ
ตู้ชิงหรวนหัวเราะท้องแข็งออกมา “ได้ๆๆ ลูกสาวของแม่เป็นองค์หญิงไปแล้ว แม่จะได้วางอำนาจบาดใหญ่ได้
บ้าง!”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆ ชิวหนิงเดินเข้ามารายงานว่า “องค์หญิง องค์ชายอ๋าวฮั่นขอเชิญไปพบ
เจ้าค่ะ”
อ๋าวฮั่นต้องการพบหน้าต้วนชิงหมิงด้วยสาเหตุใดกันแน่?
เรื่องนี้นางยังคงสงสัย จึงเดินไปส่งตู้ชิงหรวนให้เรียบร้อย จากนั้นค่อยไปเรือนที่อ๋าวฮั่นอาศัยอยู่
เมื่อเดินเข้าไปในเรือน ต้วนชิงหมิงได้กลิ่นสุราคละคลุ้งเต็มไปหมด นางพลันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความฉงน ตั้งแต่กลับ
จากวังหลวงเขายังดีๆ อยู่เลย ทำไมแค่วันเดียวถึงดื่มหนักเพียงนี้?
ต้วนชิงหมิงและชิวหนิงเดินเข้าไปเรือนอ๋าวฮั่นพร้อมกัน เห็นไหสุราเปล่าวางเกลื่อนกลาดทั้งบนโต๊ะและใต้โต๊ะ
รวมกันได้สิบแปดไห ตอนนี้เหลือสุราอีกหนึ่งไหที่ดื่มไปแล้วครึ่งหนึ่งวางตะแคงอยู่บนโต๊ะ
ชิวหนิงเดินเข้าไปตั้งขึ้น พร้อมส่งเสียงเรียก “องค์ชาย… องค์ชายชิงตั๋ว องค์หญิงมาแล้วเจ้าค่ะ!”
เยวี่ยเจียก็เดินตามเข้าไปเห็นอ๋าวฮั่นนอนเมาอยู่บนพื้น จึงยืนเท้าสะเอวยืนหน้าเข้าไปตะโกนข้างหูเขา “ไฟไหม้
แล้ว!!!”
อ๋าวฮั่นได้ยินรีบลุกขึ้นนั่งพรวด มองไปรอบตัวอย่างลนลาน “ไฟไหม้ตรงไหม้… ไฟไหม้ตรงไหน?”
เยวี่ยเจียหัวเราะจนท้องแข็งแทบยืนไม่อยู่
นางชี้นิ้วไปที่อ๋าวฮั่น “ฮ่า ฮ่า ฮ่า องค์ชายถูกหลอกแล้ว!”
ต้วนชิงหมิงปรายตามองไปที่เยวี่ยเจีย นางจึงหยุดหัวเราะลงทันใด รีบเข้าไปช่วยต้วนชิงหมิงยกเก้าอี้
ชิวหนิงได้เดินออกไปกำชับบ่าวใช้ให้ไปเตรียมต้มยาแก้เมามา
ต้วนชิงหมิงวางเก้าอี้ลงและมานั่งตรงหน้าอ๋าวฮั่น ถามเสียงเรียบ “องค์ชายมีเรื่องอะไรในใจอย่างนั้นหรือ?”
อ๋าวฮั่นยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตั้งสติ “บนหน้าของข้าเขียนว่ามีเรื่องในใจด้วยเหรอ?”
เนื่องจากเหยียนหลิ่งอวี๋กำชับหนักหนาห้ามอ๋าวฮั่นบอกเรื่องนี้กับต้วนชิงหมิงเด็ดขาด ด้วยกลัวนางเป็นห่วงเป็น
ใยและส่งผลกระทบต่อจิตใจ ดังนั้นอ๋าวฮั่นคิดว่าเขาแสดงได้สมบทบาทแล้ว แต่ต้วนชิงหมิงกลับยังมองออกอีก
คิดได้ดังนี้ อ๋าวฮั่นรีบก้มหน้าหันไปทางอื่น
เยวี่ยเจียยกนํ้าชาไปให้อ๋าวฮั่น พร้อมกับสังเกตเห็นเขามีท่าทางสำนึกผิดเหมือนกับเด็กน้อย จึงอดขำเสียมิได้
“องค์ชาย ท่าทางของท่านดูแล้วน่าขันเหลือเกินเจ้าค่ะ”
ครั้งนี้ ต้วนชิงหมิงโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว
นางจ้องเขม็งไปที่เยวี่ยเจีย พูดอย่างโมโห “เยวี่ยเจียรู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร?”
การที่เยวี่ยเจียไม่รู้จักที่สูงที่ตํ่าจะต้องนำภัยมาถึงตัวไม่ช้าก็เร็ว อีกอย่างฐานะของอ๋าวฮั่นเป็นถึงองค์ชายใหญ่ การ
ที่เยวี่ยเจียไม่ให้ความเคารพ แสดงถึงต้วนชิงหมิงอบรมสั่งสอนบ่าวใช้ไม่ได้เรื่องไม่ความแม้แต่น้อย