การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 869 เยวี่ยเจียเสียมารยาท
เยวี่ยเจียถูกต้วนชิงหมิงตำหนิอย่างหนักหน้าซีดเผือดจนรีบคุกเข่ายอมรับความผิด อันที่จริงเยวี่ยเจียเพียงแค่รู้สึก
ว่าอ๋าวฮั่นได้ทำให้หน้าตาของคุณหนูต้องเสีย จึงตะโกนใส่หน้าอ๋าวฮั่นแบบนั้นไป นึกไม่ถึงว่าคุณหนูจะโกรธเคืองถึงเพียง
นี้
เยวี่ยเจียรู้สึกใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ เห็นอ๋าวฮั่นโบกมือให้กับต้วนชิงหมิง “ชิงหมิงไม่ต้องโทษเยวี่ยเจียหรอก ข้ารู้สึก
ถูกใจนิสัยของบ่าวใช้คนนี้นัก ทำตัวเป็นม้าดีดกะโหลกจนบางครั้งรู้สึกเวียนหัวทุกทีที่เจอหน้า!”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังจึงรู้สึกผ่อนหน้าตาที่บึ้งตึงลงมาได้บ้าง นางอธิบายว่า “แต่ที่นี่คือต้าเซี่ย องค์ชายใหญ่เป็นสูง
ศักดิ์ มิหนำซํ้ายังเป็นผู้มีพระคุณของเหอซั่วอีก มีหรือที่จะยอมให้คนอื่นมากระทำหยามเกียรติได้”
คำพูดนี้ดูเหมือนต้องการบอกเยวี่ยเจียต่างหาก “อีกอย่าง หากเยวี่ยเจียแสดงกิริยาเช่นนี้ออกมากับเจ้านายคนอื่น
เหอซั่วอยากช่วยก็คงยากเต็มที!”
อ๋าวฮั่นหันมองเยวี่ยเจียด้วยแววตาที่ครุ่นคิด “เยวี่ยเจีย เจ้าโชคดีเหลือเกินที่เจอเจ้านายแบบข้า เจ้าต้องสำนึก
เสมอว่าโชคดีเพียงใดเข้าใจไหม?”
เยวี่ยเจียก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอายใจที่กระทำไม่สมควร
อ๋าวฮั่นเห็นบรรยากาศไม่ค่อยสู้ดี จึงตั้งใจหัวเราะเสียงดังเรียกความสนใจ “เจ้านายของเจ้าเป็นคนเจ้าระเบียบ ข้า
ไม่ค่อยชินเสียเท่าไหร่ อีกหน่อยเจ้ากับข้าอยู่เจอหน้ากันอีก ไม่ต้องสนใจกฏระเบียบอะไรให้มากความรู้ไหม?”
เยวี่ยเจียรู้ได้ในทันทีว่าอ๋าวฮั่นกำลังช่วยนางแก้สถานการณ์อยู่ จึงรีบคำนับอย่างซึ้งใจ “บ่าวรู้ตัวว่าทำผิดไปแล้ว
จากนี้ต่อไปจะระมัดระวังปากให้มากขึ้นเจ้าค่ะ”
ต้วนชิงหมิงเห็นว่าอ๋าวฮั่นแสดงการปกปั้องเยวี่ยเจียจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
อ๋าวฮั่นเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบกฏเกณฑ์ที่มัดตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเยวี่ยเจียจะใช้เหตุผลนี้กระทำตัว
กำเริบเสิบสานต่อเจ้านาย หากเปั้นเจ้านายคนอื่นคงต้องจ้องลงโทษนางอย่างหนักหนาสาหัสไปแล้ว!
ด้านเยวี่ยเจียที่สำนึกผิดแล้วในการกระทำที่ไม่บังควร นางยืนกุมมือถูไปมาโดยปิดปากเงียบ!
อ๋าวฮั่นยกมือขึ้นลูบผมเผ้า ดวงตายังคงแดงกํ่า กลิ่นสุราแผ่ซ่านออกจากกาย เขาหันไปพูดกับต้วนชิงหมิง “ชิงห
มิง ข้าอยากบอกเจ้าหน่อย พรุ่งนี้พวกเราต้องเข้าวังไปขอบพระทัยไทเฮาและฮองเฮา”
ต้วนชิงหมิงพลันถามอย่างแปลกใจ “ทำไมยังต้องเข้าไปขอบพระทัยอีก?”
นี่เป็นเพียงแค่การแสดงละครตบตาไทเฮาและฮองเฮา ยังไม่ถึงสองวันต้องเข้าไปขอบพระทัยอีกแล้วหรือ?
อ๋าวฮั่นคิดว่าต้วนชิงหมิงเกิดกลัวขึ้นมาแล้ว จึงเอ่ยขอโทษออกมา “ข้ารู้ว่าเรื่องในครั้งก่อนทำให้เจ้าไม่สบายใจ
แต่เจ้าเป็นชายาของข้า พวกเราจำต้องไปคารวะขอบพระทัยฝั่าบาทด้วยมิใช่หรือ?”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าอ๋าวฮั่นเข้าใจตัวนางผิดแล้วจึงอธิบายให้ฟัง “ข้าไม่ได้กลัวใครทั้งนั้น ที่สำคัญเป็นแค่ตำแหน่ง
ลอยๆ อีกหน่อยถ้าต้องไปอยู่ในวัง จะมัวกลัวโน้นกลัวกลัวนี่อยู่ได้ยังไง? ข้าแค่รู้สึกว่าน่าแปลกใจ ตรงที่การเข้าเฝั้าในวัน
นั้นไม่ได้พบพระพักตร์ฝั่าบาทเท่านั้นเอง”
อ๋าวฮั่นไม่มีทางปริปากบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงในการเข้าวังหลวงในครั้งนี้ เขาแค่อธิบายให้ดูกว้างๆ เข้าไว้
“ประเดี๋ยวอีกสักพัก ข้าต้องกลับไปที่เขตทุ่งหญ้า จึงต้องทูลลาฝั่าบาทต้าเซี่ยตามมารยาทก่อนเดินทางกลับไป!”
พอต้วนชิงหมิงได้ยินก็แอบตกใจ “องค์ชายจะต้องกลับไปอย่างนั้นหรือ… แต่ตอนนี้เป็นปลายเดือนเก้าแล้ว
เหมันต์ฤดูกำลังใกล้เข้ามาเต็มที หิมะมักปกคลุมทางเหนือก่อนเสมอ เช่นนั้นองค์ชายจะกลับไปได้อย่างไรกัน?”
ปลายเดือนเก้าหิมะทางเหนือเริ่มโปรยปรายอย่างหนัก ยากต่อการเดินทางอย่างมาก ดังนั้นผู้คนทางเหนือต่าง
หลบอยู่กันในโดมปิงอาหารทานและสร้างความอบอุ่นโดยการดื่มสุราเซาเตาจึ ทว่าอ๋าวฮั่นอยากเดินทางกลับไปคงต้อง
รอถึงปีหน้าเดือนสามเดือนสี่ถึงจะสะดวก!
อ๋าวฮั่นฝืนยิ้มออกมา “ข้าก็อยากกลับไปปีหน้าเหมือนกัน แต่ติดปัญหาตรงที่เสด็จพ่อมีอันตรายถึงชีวิต ด้วยเหตุ
นี้คงรอกลับปีหน้าไม่ไหวหรอก”
ต้วนชิงหมิงรู้ว่าโน้มน้าวอย่างไรก็มิอาจเปลี่ยนใจอ๋าวฮั่นได้ จึงเอ่ยแค่ว่า “ได้ อย่างนั้นองค์ชายจะเตรียมเข้าวัง
หลวงเมื่อไหร่ ก็ใช้ให้คนไปบอกก็พอ”
ในเวลานี้ ยาแก้เมาถูกต้มเสร็จพร้อมยกเข้ามาแล้ว
อ๋าวฮั่นยกชามขึ้นซดรวดเดียวจนหมดชาม จากนั้นสะบัดหน้าไปมาเพื่อเรียกสติ “อย่างนั้นไปพรุ่งนี้แล้วกัน… พรุ่ง
นี้เช้า พวกเราเข้าวังไปเข้าเฝั้าฝั่าบาทด้วยกัน!”
ต้วนชิงหมิงพยักหน้าตอบตบปาก “ได้ พรุ่งนี้เช้าพวกเราไปเข้าวังด้วยกัน!”
ด้านชิวหนิงที่มือไม้ไวใช้มือกวักเรียกเยวี่ยเจียช่วยกันเก็บไหสุราให้เรียบร้อย ส่วนไหที่เหลือครึ่งหนึ่งก็ถูกปิดปาก
วางอยู่บนโต๊ะดังเดิม
ถึงแม้ต้วนชิงหมิงจะไม่ค่อยดื่มสุรา แต่ก็พอรู้จักประเภทของสุรามาบ้าง รวมกับชาติที่แล้วที่ต้องค้าขายจึงทำให้
รู้จักสุรามาบ้าง นางจึงหัวเราะออกมา “นึกไม่ถึงว่าองค์ชายอ๋าวฮั่นจะนำสุราจากบ้านเกิดมาที่ต้าเซี่ยด้วย… สุราเซาเตาจึ
คงมีเพียงเขตเซาเตาจึถึงจะมี แม้จะหอมหวน แต่ความแรงค่อนข้างมาก นึกไม่ถึงว่าองค์ชายดื่มมากมายถึงเพียงนี้ก็ยังไม่
เมามายอีก!”
“ข้าไม่มีเอาของที่หนักพวกนี้มาด้วยหรอก เจ้าเหยียนหลิ่งอวี๋ต่างหากใช้สุราเตาเซาจึหาเงินจากเขตทุ่งหญ้าได้
เป็นกอบเป็นกำ……”
ต้วนชิงหมิงถึงกับงงงวย ปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ถูกกับสิ่งที่อ๋าวฮั่นพูดออกมา
เรื่องนี้เกี่ยวกับเหยียนหลิ่งอวี๋ได้อย่างไรกัน?
อ๋าวฮั่นฉีกยิ้มมุมปาก พร้อมนึกเรื่องที่เหยียนหลิ่งอวี๋กำชับไว้หลายเรื่องขึ้นมาได้ แต่เหยียนหลิ่งอวี๋ไม่ได้บอกนี่
หน่าว่าจะเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ต้วนชิงหมิงฟังไม่ได้
ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋อยู่ที่นี่ด้วย ต้วนชิงหมิงคงต้องเกลียดเขาไม่น้อย หรือไม่ก็คงต่อว่าชุดใหญ่ออกมา
คิดได้ดังนั้น อ๋าวฮั่นจึงเล่าว่า “ชิงหมิงรู้หรือไม่ว่าสุรานี้มาจากที่ไหน?”
นางส่ายหน้าแทนคำตอบว่าไม่รู้
ในจวนต้วนแห่งนี้มีเพียงต้วนเจิ้งผู้เดียวที่ดื่มสุรา หรือไม่ก็แขกเหรื่อที่มาร่วมงานที่จวนถึงจะดื่ม ทั้งยังไม่มีทางซื้อ
สุราที่แรงอย่างเซาเตาจึมาดื่ม เพราะสุรานี้มาจากต้าม่อบ้านเกิดของอ๋าวฮั่น ต่อให้ต้วนเจิ้งอยากซื้อก็หาซื้อไม่ได้แน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ต้วนชิงหมิงจึงไม่ทราบว่าสุรานี้ เดินทางมาจากที่ไหนอยู่ดี
อ๋าวฮั่นจึงกระซิบบอกต้วนชิงหมิงเสียงเบา “ข้าจะบอกเจ้าให้รู้ สุราพวกนี้ เหยียนหลิ่งอวี๋เอามาเป็นของกำนัล
ข้า……”
“องค์ชายอ๋าวฮั่นพูดอะไรเลอะเทอะไปหมดแล้ว?” ต้วนชิงหมิงสะดุ้งตัวโหยงด้วยความตกใจ
สุรานี้เหยียนหลิ่งอวี๋จะเอามาเป็นของกำนัลให้อ๋าวฮั่นได้ยังไง?
เหยียนหลิ่งอวี๋ตอนนี้อยู่ที่ไหน ต้วนชิงหมิงยังไม่รู้เลย เขาจะเอาเวลาที่ไหนมาส่งสุราให้อ๋าวฮั่น
ที่สำคัญ ถ้าเหยียนหลิ่งอวี๋มาที่จวนต้วนจริง ทำไมไม่ไปพบหน้านาง?
เห็นทีอ๋าวฮั่นยังคงเมามายไม่ได้สติกลับมาเต็มกำลัง จึงพูดจาเลอะเทอะเลื่อนลอยไปหมด
อ๋าวฮั่นเห็นท่าทีของต้วนชิงหมิงไม่มีทางชื่อในคำพูดของเขา จึงหัวเราะลั่นออกมา “ข้านึกแล้วว่าเจ้าต้องไม่มีทาง
เชื่อ… แต่นี่เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน! เหยียนหลิ่งอวี๋ก่อนหน้านี่ไปที่ต้าม่อกว้านซื้อสุราเซาเตาจึมาจนหมด จากนั้นขาย
ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว และเก็บส่วนที่เหลือนำกลับมาที่เมืองหลวง!”
ต้วนชิงหมิงถึงกับเลิกตาโตกับเรื่องนี้ ทำไมเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่เคยเล่าให้นางฟังมาก่อน?
จากนิสัยที่แปลกพิลึกพิลั่นของเหยียนหลิ่งอวี๋ เรื่องนี้อาจจะจริงก็เป็นได้ เพราะมีแต่เขาเท่านั้นที่มีวิธีคิดแปลกกระ
หลาดในการทำสิ่งที่ต้องการ!
พอเห็นนางแสดงอาการนิ่งเงียบ อ๋าวฮั่นจึงพูดออกขัดเคือง “เจ้านั่นช่างร้ายเหลือเกิน บังอาจเอาเงินของข้ากลับ
ไปทำกำไรเป็นกอบเป็นกำถึงต้าม่อ!”
“เอ๊ะ! ทำไมฟังแล้วรู้สึกเหมือนองค์ชายอ๋าวฮั่นกำลังอิจฉาที่เหยียนหลิ่งอวี๋หาเงินได้มากมาย นั่นเป็นความ
สามารถเฉพาะตัวของเขา องค์ชายชิงตั๋วเห็นด้วยหรือไม่?”
อ๋าวฮั่นหันไปกะพริบตาให้ต้วนชิงหมิง… มิน่าเล่าคนถึงเล่าว่าจิตใจของสตรีมักเห็นคนอื่นดีกว่าบุรุษของตน ดู
อย่างต้วนชิงหมิงในตอนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าคิดอะไรกับเหยียนหลิ่งอวี๋!
สีหน้าที่ไม่ยอมใจของอ๋าวฮั่นทำให้ต้วนชิงหมิงมองออก “องค์ชายอย่าบอกนะว่าถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ตลบหลังเข้า
แล้ว?”
“องค์ชายอย่างข้าจะถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ตลบหลัง… ชิงหมิงหัวของเจ้าคงมีแต่ขี้เลื่อยสิท่า?” อ๋าวฮั่นพูดอย่าง
หงุดหงิด
ต้วนชิงหมิงเลือกที่จะอมยิ้มน้อยๆ แทนคำตอบ
อ๋าวฮั่นจึงพูดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ “เอาล่ะ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังแล้วกันว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ไม่อาจตลบหลังข้าได้
แต่เขากลับไปตลบหลังคนอื่นไม่น้อย… ข้าจะเล่าเรื่องที่เจ้าไม่เคยรู้ให้ฟังว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ร้ายกาจเพียงใด ถ้าชาวบ้าน
ปกติไปดื่มสุราเซาเตาจึชามสามแรกไม่คิดเงิน แต่หลังจากสามคิดสามตำลึง แต่ถ้าเกินสิบชามคิดยี่สิบตำลึง! คนที่ต้าม่อ
เติบโตเขตทุ่งหญ้า ดื่มทีหนึ่งค่อนข้างมากและหยุดไม่ได้ ดังนั้นเหยียนหลิ่งอวี๋ตัวแสบจึงหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำยังไง
ล่ะ……”
ต้วนชิงหมิงแอบอมยิ้ม… สามชามแรกไม่คิดเงินดูเหมือนจะได้เปรียบ แต่คนที่นั่นดื่มหนัก คอแข็งอย่างมาก ดื่ม
แค่นั้นจะพอที่ไหนกัน อย่างน้อยสิบชามยี่สิบชามต้องมี
เพราะฉะนั้น เหยียนหลิ่งอวี๋หาเงินได้ไม่น้อยเลยทีเดียว!
ต้วนชิงหมิงเอ่ยเสียงเรียบ “การทำแบบนี้ชาวบ้านได้ดื่มพอหอมปากหอมคอ คิดเสียว่าไม่เสียประโยชน์ แต่ถ้าคน
มีเงินไปดื่มคงต้องเสียเงินอยู่ไม่น้อยทีเดียวใช่ไหม?”
อ๋าวฮั่นถลึงตาโตใส่ “ชิงหมิง ที่แท้เจ้าก็ทำการค้าเป็นด้วย?”
นางส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าจะไปเข้าใจที่ไหนเล่า ปกติช่วยดูสมุดบัญชีในจวนต้วนก็พอจะเข้าใจบ้างนิดหน่อย!”
อ๋าวฮั่นเอ่ย “อ่อ” ด้วยความรู้สึกผิดหวัง “เจ้าพูดได้ถูกต้อง ถ้าเป็นคนมีเงินไปซื้อจะถูกเอาเปรียบอย่างหนัก แต่
คนที่นั่นล้วนชอบสุราเซาเตาจึกันทั้งนั้น หากเป็นสุราอื่นความแรงไม่เทียบเท่าจึงดื่มไม่สาแก่ใจ!”
ต้วนชิงหมิงเม้มปากแน่น “ดูท่าทางองค์ชายใหญ่อ๋าวฮั่นจะไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนจริงกระมัง?”
“ข้าจะไปเสียดายทำไม เงินนั้นไม่ใช่ของข้าเสียหน่อย… ปกติข้าเป็นคนชอบดื่ม จึงมีสุราเซาเตาจึเก็บเรียงรายจน
เต็มอยู่ห้องหนึ่ง ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องไปเสียแพงลิบลิ่วอย่างที่เหยียนหลิ่งอวี๋ขาย……”
ต้วนชิงหมิงหันของอ๋าวฮั่นด้วยความเห็นใจ “ถ้าองค์ชายไม่มีดื่มแล้วก็แค่ไปดื่มที่เรือนคนอื่น โดยที่พวกเขาเหล่า
นั้นซื้อมาด้วยราคาที่สูงลิบลิ่ว ถูกต้องไหม?”