การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง - ตอนที่ 870 ต้วนอวี้หรานทำตัวกะลิ้มกะเหลี่ย
คำพูดของต้วนชิงหมิงช่างตรงไปตรงมา เหมือนเป็นดาบแทงใจดำ
ลองคิดดูหากองค์ชายใหญ่ผู้สูงศักดิ์ไปเรือนใครก็ตาม มีหรือที่จะไม่เอาสุราชั้นดีออกมาต้อนรับ ให้องค์ชายใหญ่
ดื่มอย่างสำราญจุใจ
หากเป็นสุราของคนอื่น อ๋าวฮั่นจะดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร หากมีสุราต้อนรับองค์ชายใหญ่ไม่เพียงพอ อีกฝั่ายต้อง
ออกเงินไปหาซื้อมาให้จงได้
ต่อให้ราคาจะสูงลิบลิ่วมากเพียงใดก็ต้องตัดใจซื้อ เนื่องจากองค์ชายใหญ่ไม่สนใจราคา สนใจเพียงคุณภาพของ
สุราที่ดื่มเข้าไปต่างหาก
สิ่งที่ต้วนชิงหมิงเล่าออกมาทำให้ชิงตั๋วอ้าปากค้าง “เจ้า… เจ้ารู้ได้ยังไง?”
อ๋าวฮั่นนึกไม่ออกเลยว่าต้วนชิงหมิงจะรู้เรื่องพวกนี้มาได้อย่างไรกัน… หรือว่าเหยียนหลิ่งอวี๋ตัวดีแอบมานินทาเขา
ลับหลัง?
ต้วนชิงหมิงมีสัมผัสที่รู้ล่วงหน้าได้อย่างนั้นหรือ?
อ๋าวฮั่นส่ายหน้าไปมา เขาไม่เชื่อว่าต้วนชิงหมิงจะเก่งกาจถึงเพียงนั้น!
ต้วนชิงหมิงนึกถึงต้าม่อในเหมันต์ฤดูว่าช่างหนาวเหน็บจับใจ พื้นที่กว้างใหญ่ทุกคนต่างต้องจุดไฟเผาขี้วัวขึ้ควาย
คอยแล้ว ยังต้องต้มสุราดื่มให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนั้นการดื่มสุราระหว่างขี่ม้า และขับร้องเพลงก็เป็นสิ่งที่ทำ
กัน ดังนั้นคนที่นั่นไม่ว่าชายหญิงคนแก่หรือเด็กน้อย ล้วนสามารถดื่มสุราหนึ่งไหได้โดยไม่เมา
ยิ่งไปกว่านั้นสุราช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายแล้ว ยังช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างกันด้วย ดังนั้นคนมีฐานะมัก
ต้อนรับแขกกันด้วยสุรา ดูจากนิสัยของอ๋าวฮั่นหากไปเรือนไหนคงได้ดื่มอย่างจุใจโดยไม่เมามาย
หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าบ้านคงมาดื่มเป็นเพื่อนอ๋าวฮั่นอย่างสำราญ แต่พอราคาสุราสูงลิบลิ่ว การไปดื่มเช่นนั้น
เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งทางอ้อม
เรื่องนี้ดูเหมือนอ๋าวฮั่นยังไม่เคยคิดมาก่อน และไม่จำเป็นต้องคิดด้วย เพราะเขาไม่คิดว่าการไปดื่มเรือนคนมีฐานะ
ไม่เห็นมีตรงไหนที่ไม่เหมาะสม แต่พอต้วนชิงหมิงเอ่ยขึ้น เขาได้ยกมือลูบผมไปมาด้วยความเก้อเขิน “เจ้าพูดได้ถูกต้อง
ข้าชอบดื่มสุราไปเรื่อยๆ”
ต้วนชิงหมิงได้ฟังก็แอบโมโห การที่อ๋าวฮั่นดื่มอย่างจุใจ นั่นเป็นการเอาเปรียบคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
อ๋าวฮั่นถูกต้วนชิงหมิงมองอย่างหยามเหยียดและแววตาแดงกํ่า “หรือว่าสุราแพงแล้วไม่ต้องเลี้ยงข้าอย่างนั้น
หรือ… เชอะ พอพวกเขาไปที่เรือนของข้า ข้าก็ให้ดื่มอย่างเต็มที่เหมือนกัน!”
นางสวนกลับด้วยเสียงนิ่ง “นั่นเพราะเจ้ามีสุราเก็บไว้ในห้องเพียงพอที่จะดื่มในฤดูหนาว โดยไม่จำเป็นต้องออกไป
หาซื้อนะสิ”
ประโยคนี้ทำเอาอ๋าวฮั่นปฏิเสธไม่ออก
เขาเป็นคนที่รักในการดื่ม ฉะนั้นก่อนหนาวในปีหน้ามาถึง เขาจะเก็บสุราล่วงหน้าเป็นแรมปี จนถึงปีใหม่สุราที่
เก็บไว้ก็ยังคงดื่มไม่หมด ดังนั้นเขาไม่เคยที่จะกังวลสุราขาดแคลนแม้แต่น้อย!
แต่บรรดาคนมีฐานะกลับต่างออกไป เพราะว่าพื้นที่มีจำกัดจึงไม่ต้องพูดถึงว่าจะมีห้องเก็บสุราโดยเฉพาะ ต่อให้มี
ก็คงไม่ใส่แค่สุราเพียงอย่างเดียว อย่างมากหากต้องการเก็บสุรา เต็มที่ก็เก็บครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน มาตอนนี้ราคาสุรา
กลับสูงลิบลื่ว พวกเขาจึงต้องอยู่อย่างอนาถ!
แต่คนที่มีฐานะยังไม่ใช่กลุ่มคนที่อ๋าวฮั่นเป็นห่วง เพราะเงินเหล่านั้นของคนมีฐานะ มาจากการขูดรีดคนอื่นมา ดัง
นั้นการนำเงินไปซื้อสุรามาให้เขาดื่ม จึงไม่ต้องมีความเกรงอกเกรงใจแม้แต่น้อย
ต้วนชิงหมิงเดาความคิดความอ่านของอ๋าวฮั่นออกจากสีหน้าท่าทาง นางจึงพูดปฏิเสธ “เอาล่ะองค์ชายใหญ่ ชิงห
มิงพอเข้าใจแล้ว องค์ชายใหญ่กำลังจะดูดเลือดดูดเนื้อกับบรรดาขุนนาง!”
ความคิดของอ๋าวฮั่นกลัวว่าบรรดาขุนนางของเขาจะไม่มีที่ให้ใช้เงิน ดังนั้นจึงไปช่วยดื่มสุราถึงที่เรือน ให้ขุนนาง
เอาเงินที่เอาเปรียบคนอื่นมาซื้อ
พอมาถึงตรงนี้ อ๋าวฮั่นยได้แต่ส่ายหน้าให้นาง “ชิงหมิง เจ้าเป็นคนเฉลียวฉลาดเหลือเกิน ข้าขอรับประกัน หากเห
ยียนหลิ่งอวี๋แต่งงานกับเจ้าจะต้องทุกข์ทรมานอย่างแน่นอน!”
นางได้ยินรีบตำหนิทันควัน “องค์ชายพูดอะไรนั่น เหยียนหลิ่งอวี๋แต่งกับชิงหมิงแล้วจะต้องทุกข์ทรมาน?”
อ๋าวฮั่นฟังนํ้าเสียงจึงได้รู้ว่าต้วนชิงหมิงโกรธนางขึ้นมาแล้ว
นึกๆ ดูหน้าของต้วนชิงหมิงทั้งหนาและด้านกว่าเยวี่ยเจียเสียอีก ด้านอ๋าวฮั่นได้หัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ ชิงหมิง
ความหมายของข้าคือถ้าไปรื้อบัญชีแค้นเก่าขึ้นมา เหยียนหลิ่งอวี๋ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
ต้วนชิงหมิงมิอยากต่อความยาวสาวความยืดอีกแล้ว จึงตัดบทว่า “เอาล่ะ ข้าเป็นสตรีที่จิตใจกว้างขวาง จะขอไม่
ถือว่าคนเมา!”
เมื่อนางกล่าวจบลง ก็แอบหัวเราะออกมา
อ๋าวฮั่นฟังแล้วได้เกิดจนปัญญาพูดอะไรไม่ถูก แต่เมื่อเห็นชิวหนิงเก็บกวาดไหสุราอย่างเรียบร้อย จึงหัวเราะออก
มา “ดีที่ไม่หาว่าข้าเป็นคนบ้าสุรา มิอย่างนั้นคงคุยกันต่อไม่ได้เเล้ว!!”
สุราทำให้คนเมาก็จริง แต่ก็ช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ในใจได้ชั่วครั้งชั่วคราว อย่างน้อยที่สุดอ๋าวฮั่นที่ดื่มสุราจน
สาแก่ใจแล้ว รู้สึกว่าสบายอกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
วันพรุ่งนี้ พวกเขาไปต้องขอเข้าเฝั้าฝั่าบาทแห่งต้าเซี่ย ถึงตอนนั้นค่อยสังเกตดูว่าฝั่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง
ต้วนชิงหมิงที่เหลือเห็นอ๋าวฮั่นดื่มชาดอกไม้ตามลงไปมาก จึงสั่งให้ชิวหนิงไปบอกให้ยกอาหารมาเรียงบนโต๊ะ จน
กระทั่งอ๋าวฮั่นได้กินหมีพีมัน
คราวนี้ต้วนชิงหมิงเดินจากไปแล้ว ชิวหนิงและเยวี่ยเจียก็เดินติดตามไปด้วย ภายในเรือนจึงเหลืออ๋าวฮั่นอยู่ข้างใน
เพียงผู้เดียว
เขาเงยหน้าผินนภาอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนพึมพำเสียงเบา “อากาศใกล้หนาวเข้ามาทุกทีแล้ว!”
อากาศจะหนาวเย็นขึ้น ตามด้วยฝนโปรยปราย และตบท้ายด้วยหิมะตก
ในช่วงนี้บรรยากาศของต้าม่อคงเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน จนทุกคนมานั่งก่อกองไฟ ฝั่ายบุรุษก็ดื่มสุราอย่าง
สำราญใจ
ความเบิกบานในเช่นนั้น ความสุขในใจเช่นนั้น เหมือนอยู่เบื้องหน้าแค่เอื้อม… แต่ปีนี้เกรงว่าความคึกคักคงเทียบ
กับปีก่อนๆ ไม่ได้
เพราะว่าถ่าหลี่มู่จับเสด็จพ่อของอ๋าวฮั่นไปแล้ว ผู้คนต่างอกสั่นขวัญแขวน ฉะนั้นคงไม่มีใครกล้าออกมาร่าเริง
สนุกสนาน
อ๋าวฮั่นนึกเองตอบเองยิ้มเองอยู่อย่างนั้น… เขาคาดการณ์ว่า ปีนี้หากเหยียนหลิ่งอวี๋ไปกว้านซื้อสุราเซาเตาจื่อมา
อีก คนมีฐานะในต้าม่อย่อมเตรียมตัวถูกเหยียนหลิ่งอวี๋ขูดเลือดขูดเนื้อ
อ๋าวฮั่นเหมือนเห็นบางอย่างแวบไปแวบมา จึงตะโกนออกไป “ใคร… ใครอยู่ตรงนั้น ออกมาเสียดี!”
ตรงมุมของกำแพงมีร่างสตรียืนตัวสั่นสะเทิ้มเดินออกมา
นางเป็นสตรีคนหนึ่ง อายุประมาณสิบปีนิดหน่อยเห็นจะได้ ดูท่าแล้วอายุน้อยกว่าต้วนชิงหมิงอยู่นิดหน่อย ผิว
พรรณของนางแดงระเรื่อด้วยความหนาวเหน็บ สายตาสอดส่องไปทั่วไม่หยุด ดูแล้วจะสวยก็ไม่สวยมากเท่าไหร่ ท่าทาง
ของนางนั้นเทียบไม่ติดกับกิริยาชั้นสูงอย่างต้วนชิงหมิง
สตรีคนนั้นสวมชุดประโปรงแดง ที่ศีรษะประดับด้วยปินไข่มุก ดูเหมือนอยากให้ทั้งหัวเต็มไปด้วยไข่มุกประดับ
ประดา
ท่าทางของนางดูอรชรอ่อนแอ่น มายืนทำหน้าทำตากะลิ้มกะเหลี่ยออดอ้อน จากนั้นทำความเคารพอ๋าวฮั่น “ข้า
น้อยต้วนอวี้หราน คารวะองค์ชายอ๋าวฮั่น”
ต้วนอวี้หราน?
นางเป็นใครอีกเนี่ย?
อ๋าวฮั่นมองนางด้วยความสงสัย ก่อนตอบเสียงเรียบ “ข้าไม่รู้จักเจ้านี่หน่า!”
อ๋าวฮั่นเป็นคนไม่ชอบอ้อมค้อม สำหรับคนแปลกหน้าและคนที่ไมเคยมีความรู้สึกดีมาก่อน เขาย่อมพูดจาไม่ไว้
หน้า ดังนั้นจึงเอ่ยอย่างโมโห “เจ้าไปหลบอยู่ตรงนั้นทำอะไร?”
ประโยคที่บอกไม่รู้จักก็เพียงพอทำให้ต้วนอวี้หรานหน้าซีดจนไปต่อไม่ถูก!
เมื่อครู่นี้อ๋าวฮั่นเพิ่งจะพูดคุยกับต้วนชิงหมิงอย่างสนิทสนม แต่พอมาเป็นนางแล้วกลับปฏิบัติด้วยทีท่าไม่แยแส
ดูท่าแล้ว สำหรับอ๋าวฮั่น ย่อมแบ่งแยกบุตรสาวภรรยาเอกและบุตรสาวลูกอนุอย่างชัดเจน!
เนื่องจากเชวียหนิงหรานเป็นลูกอนุ ดังนั้นนางรู้สึกว่าไม่เป็นที่รักของบุรุษ และมักถูกมองเหยียดอยู่เสมอ ในฐานะ
ลูกอนุ
ดูอย่างอ๋าวฮั่นที่ไม่เคยรู้ว่าต้วนอวี้หรานเป็นใครมาก่อน ยังรู้สึกไม่ถูกชะตากับนางขึ้นมา ดังนั้นไม่ต้องคิดว่านาง
เป็นบุตรสาวลูกอนุแล้วเขาจะไม่สนใจ ต่อให้เป็นองค์หญิงแห่งต้าเซี่ย อ๋าวฮั่นพร้อมปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
ต้วนอวี้หรานตอบว่า “เรียนองค์ชาย ข้าน้อยผ่านทางมาพอดี ได้ยินพี่สาวคุยกับองค์ชายจึงไม่กล้ารบกวน ได้แต่
ยืนฟังอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นพี่สาวไปแล้ว ข้าน้อยก็กำลังจะเดินไป คิดไม่ถึงว่าจะทำให้องค์ชายตกใจเจ้าค่ะ”
ต้วนอวี้เงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางดูน่าสงสารจับใจ… คำพูดของนางเป็นการบอกฐานะของนางอยู่กลายๆ ในขณะ
เดียวกันเป็นการบอกอ๋าวฮั่นว่าต้วนชิงหมิงมิใช่สตรีที่ดีอย่างภาพลักษณ์ภายนอก!
อ๋าวฮั่นยิ่งมองต้วนอวี้หราน ในใจก็เกิดแรงสะอิดสะเอียดนางขึ้นมามากมายอย่างบอกไม่ถูก!
สตรีผู้นี้อายุยังไม่เท่าไหร่กลับแก่แดดเกินตัว ใช้มารยาสาไถย ถ้านางโตกว่านี้อีกหน่อยก็คงเข้าหอนางโลมได้อย่าง
สบายๆ
ฟังจากคำพูดของนางแล้ว การที่ต้วนชิงหมิงกับเขาคุยกันก็กระทำอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง การที่นางเรียกแทน
ตนเองว่าเป็นน้องสาวของต้วนชิงหมิง ก็ยังไม่ยอมเดินเข้ามาทักทายพี่สาวอย่างต้วนชิงหมิง แต่เลือกรอจังหวะให้ต้วนชิง
หมิงไปเสียก่อน
ที่สำคัญยังมาทำท่าทำทางน่าสงสารออดอ้อนอีก ฟังจากนํ้าเสียงแล้วตีความได้ว่าต้วนชิงหมิงมักกลั่นแกล้งนางใน
ฐานะน้องสาวลูกอนุ จนนางไม่มีที่ยืนในจวนต้วน!